ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    เล่มที่ 4 บทที่ 91 ปักษาร่วงหล่นจากท้องนภา

            “เวลากระชั้นชิดเกินไปข้าจึงทำกับดักออกมาได้เพียงอันเดียว กับดักอันนี้ก็เก็บไว้ที่บ้านของเจ้าข้าจะทำหอกไม้ไผ่อีกสองอัน แล้ววันพรุ่งนี้ข้าจะพกมันกลับไปด้วย”หลังจากนั้นหวังเฮ่าก็ลงมือทำต่อทันที

            เป็นอีกครั้งที่เถียนจื้อเกามองประเมินบุรุษหนุ่มเบื้องหน้าตนเองฝีมือการประดิษฐ์ของเขาถือว่ายอดเยี่ยม ดีกว่าฝีมือของบุรุษทุกคนในหมู่บ้านมากนักหลี่ชิงชิงได้ใช้ชีวิตร่วมกันกับเขา งานฝีมือก็คงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเขากระมัง?

            หลี่ต้าโถวหัวเราะด้วยความอารมณ์ดียิ่งเขาต่อบทสนทนาเป็นเพื่อนหวังเฮ่า

            เดิมทีหวังเฮ่าก็เป็นคนช่างพูดอยู่แล้วเขาเอ่ยว่า “ข้ามีคนที่อาวุโสกว่าทั้งพี่ชายพี่สาวอ่อนอาวุโสกว่าทั้งน้องชายและน้องสาว นับว่าเป็นลูกคนกลางคนที่สาม ตระกูลของข้ามุ่งหวังในความเจริญรุ่งเรืองทุกครอบครัวถึงได้มีบุตรหลานมากมายนัก พี่ชายของข้ามีบุตรสาวแล้วสามคนในท้องพี่สะใภ้ของข้ายังมีอีกคนหนึ่ง อายุครรภ์ใกล้จะคลอดแล้ว คราวหน้าที่ข้ากลับมาเยี่ยมบ้านก็คงจะได้พบหน้าหลานชายหรือไม่ก็หลานสาวคนที่สี่ของข้าแล้ว”

            หลี่ต้าโถวเอ่ยด้วยท่าทีทอดถอนใจอย่างหดหู่“ทั้งบ้านทั้งตระกูลของเจ้าเต็มไปด้วยผู้คนหาได้เหมือนข้าที่โดดเดี่ยวอยู่เพียงคนเดียว”

            เถียนจื้อเกาคิดถึงครอบครัวของตนเองที่มีเพียงตนกับมารดาสองคนเฮ้อ เขาเองก็ประสบปัญหาขาดแคลนบุรุษเช่นกัน

            หวังเฮ่าเอ่ยวาจาฉะฉานไม่สะทกสะท้านสองมือยังคงเร่งทำงานไม่หยุด “หมู่บ้านของเราอยู่ติดกับถนนเส้นหลักหากเดินไปตามถนนหลักอีกสิบกว่าลี้ก็เป็นเขตเมืองและเดินต่อไปอีกห้าสิบลี้ก็จะเป็นเมืองเซียงแต่ละครอบครัวในหมู่บ้านของพวกเราต้องมีที่นาอย่างน้อยสี่หมู่ ครอบครัวของข้าครอบครองอยู่สิบกว่าหมู่ทว่าก็มีบางหมู่ที่เป็นที่นาด้อย ให้ผลผลิตไม่สูงนัก”

            “เช่นนั้นคนในหมู่บ้านของเจ้าก็คงจะมีชีวิตที่สะดวกสบายยิ่ง”แววตาของหลี่ต้าโถวฉายแววอิจฉา เป็นอีกครั้งที่เขาเอ่ยปากพร้อมท่าทีถอดทอนใจ “คงจะมีชีวิตที่สะดวกสบายกว่าหมู่บ้านของพวกเราไม่น้อย”

            เถียนจื้อเกาย้อนคิดถึงตนเอง บ้านของเขายากจนที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวไกลลิบ เฮ้อ ราวกับว่าหากตนเองไร้ซึ่งตำแหน่งถงเซิงปราศจากความรู้ที่มีในหัวแล้ว เขาก็ไม่มีสิ่งใดที่เหนือกว่าหวังเฮ่าอีกเลย

            หวังเฮ่าเงยศีรษะขึ้น ทอดสายตาไปยังหลี่ต้าโถวก่อนเอ่ยปากด้วยความนอบน้อมและจริงใจ “พี่ชาย ท่านยังหนุ่มยังแน่นนักอีกทั้งยังตัวคนเดียว ไม่คิดที่จะออกไปเผชิญโลกกว้างบ้างเลยหรือ?”

            หลี่ต้าโถวหัวเราะเฮอะๆ อย่างขมขื่น“ข้าไร้ความรู้ มีเพียงกำลังแรงกาย ออกไปข้างนอกแล้วจะยังทำอันใดได้? ข้ากลัวว่าหากข้าออกไปแล้วแม้แต่ชีวิตของตนเองก็คงจะเลี้ยงดูต่อไปไม่รอด”

            “ท่านยังไม่เคยลองแล้วจะรู้ได้อย่างไรยามนี้เข้าฤดูใบไม้ร่วงพอดี พืชผักในไร่นาก็ไม่จำเป็นต้องเฝ้าดูแลทุกวันมิสู้ท่านลองไปยังตำบลหรือเมืองใกล้ๆ แล้วหางานทำดูต่อให้เป็นเพียงงานระยะสั้นก็ยังสามารถหาเงินได้สองสามเหรียญทองแดงต่อวัน”หวังเฮ่าเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “ตราบใดที่ตัวท่านซื่อสัตย์ ตั้งใจทำงานหนัก เมื่อเวลาผ่านไปก็จะต้องมีลูกค้าที่เป็นฝ่ายริเริ่มเข้าหาท่านเพื่อจ้างงานท่านต่อแน่นอน”

            หลี่ต้าโถวก้มศีรษะลงเอ่ยว่า“ยามที่ท่านแม่ของข้ายังมีชีวิตอยู่ นางเองก็เคยเอ่ยเช่นนี้เพียงแต่ข้ามิอาจวางใจปล่อยท่านแม่ไว้คนเดียว อีกอย่างตัวข้าเองก็มีนิสัยเกียจคร้านอยู่เล็กน้อยด้วย เฮ้อ หากข้าไม่ขี้เกียจล่ะก็ไม่แน่ว่าป่านนี้อาจจะแต่งภรรยาสักคนแล้วก็เป็นได้คงไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยจนกระทั่งท่านแม่จากไปก็ยังไม่ได้เห็นข้าเป็นฝั่งเป็นฝา”

            เถียนจื้อเกาที่นิ่งเงียบมาตลอดเอ่ยขึ้นว่า“พี่ต้าโถว ข้าคิดว่าที่พี่หวังเอ่ยมาก็มีเหตุผลท่านควรจะลองออกไปดูโลกภายนอกบ้างนะ”

            หวังเฮ่าเอ่ยว่า “ต้นไม้ย่อมตายหากถูกย้ายทว่าคนไม่ตายหากเปลี่ยนที่อยู่ ท่านลองเดินออกไปจากภูเขาลูกนี้ เดินออกไปแล้วไม่แน่ว่าอาจจะพบเจอโอกาสใหม่ๆ ก็เป็นได้”

            ยามนั้นเองด้านนอกพลันแว่วเสียงกังวลของสตรีดังขึ้นมา “จื้อเกาอยู่หรือไม่?”

            “เป็นมารดาของข้าเอง” เถียนจื้อเการู้สึกกระดากอายเล็กน้อยเย็นย่ำแล้วยังต้องให้มารดามาตามตัวกลับบ้านอีก ชายหนุ่มหยัดกายลุกขึ้นเอ่ยปากลาเสร็จก็พุ่งตัวจากไปทันที

            หลี่ต้าโถวมิได้เดินออกไปส่งเขารอให้ด้านนอกสงบไร้เสียงเคลื่อนไหวใดก็เอ่ยปากกับหวังเฮ่าว่า “มารดาของเถียนถงเซิงเอาใจใส่บุตรชายมากเหลือเกิน”แล้วยังเอ่ยอีกว่า “เถียนถงเซิงเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวบิดาของเขาจากโลกนี้ไปเร็วนัก มารดาของเขาก็มิได้แต่งงานใหม่”

            หวังเฮ่าย่อมรู้ดีว่า มารดาม่ายที่ต้องเลี้ยงดูบุตรให้เติบใหญ่เพียงลำพังนั้นยากลำบากเพียงใดยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นหมู่บ้านที่ยากจนท่ามกลางหุบเขาอันห่างไกลอีกชายหนุ่มจึงเอ่ยด้วยความหดหู่ใจว่า “ช่างไม่ง่ายเลยจริงๆ”

            “หากการสอบขุนนางครั้งหน้า เถียนถงเซิงสามารถสอบผ่านเป็นซิ่วไฉได้วันเวลาที่ดีของมารดาเขาก็คงจะมาถึงแล้วจริงๆ” หลี่ต้าโถวทอดสายตามองไปยังด้านนอกที่ว่างเปล่าและมืดมิดคิดถึงหลี่ชิงชิงในยามนั้นที่ต่อให้เป็นตายร้ายดีอย่างไร นางก็จะต้องแต่งให้เถียนจื้อเกาให้จงได้ก่อนที่สายตาจะหันกลับมามองหวังเฮ่า และสุดท้ายเขาก็ไม่เอ่ยสิ่งใด

            ทั้งสองคนอาบน้ำแล้วก็เข้านอนหลี่ต้าโถวเป็นคนเกียจคร้าน ทว่ารักความสะอาดยิ่งทุกวันจะต้องล้างตัวให้สะอาดก่อนถึงจะขึ้นเตียงได้

            ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร จู่ๆด้านนอกห้องโถงก็แว่วเสียงกรีดร้องที่แสนแปลกประหลาดเข้ามาฟังครั้งแรกคล้ายเสียงของสตรียิ่ง หวังเฮ่ามิได้นอนหลับสนิทเขาได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวก็ผุดลุกขึ้นจากเตียง ก่อนจะวิ่งตามเสียงนั้นออกไปด้วยเท้าเปล่า

            “เร็วเข้า รีบจุดตะเกียงเร็วดูสิว่ามันคืออะไร?”

            “เอ๋ ที่แท้ก็เป็นนกนี่เอง!”

            “นกชนิดใดกัน ขนถึงงดงามขนาดนี้?”

            “นกแก้ว! ข้าเคยเห็นข้างนอกตัวมันเล็กกว่าตัวนี้” หวังเฮ่านั่งยองๆ อยู่บนพื้น มองนกแก้วที่มีขาสั้นขนเขียวปากแดงที่ถูกกับดักไม้ไผ่จับเอาไว้

            นกแก้วตัวนี้สูงประมาณหนึ่งชุ่นขนของมันส่วนใหญ่เป็นสีเขียว ขนบริเวณท้องเป็นสีแดงอิฐ รอบๆ ดวงตาเป็นขนสีเขียวอ่อนบริเวณจะงอยปากเป็นสีแดง ทั้งสดใสและงดงามเป็นอย่างยิ่ง

            มันถือเป็นนกแขกเต้าประเภทหนึ่งไม่รู้เพราะเหตุใดจึงได้เหลืออยู่ตัวเดียว ถึงขนาดออกมาหากินยามค่ำคืน

            นกแก้วตัวนั้นถอยเท้าหนีด้วยความหวาดกลัวเพียงแต่ว่าขาสั้นๆ ข้างหนึ่งของมันถูกกับดักสัตว์จับไว้ ความเจ็บปวดทำให้มันแผดเสียงร้องแปลกประหลาดออกมา“จะตายแล้ว ข้าจะตายแล้ว”

            หวังเฮ่าเอ่ยด้วยความประหลาดใจ “ถึงขนาดพูดภาษามนุษย์ได้!มันพูดเก่งกว่านกแก้วที่ข้าเคยเจอด้านนอกเสียอีก”

            “จะตายแล้ว ข้าจะตายแล้ว” นกแก้วกระพือปีกดังพึบพับมันคิดจะบินหนี ทว่าช่วยไม่ได้ที่ขาติดกับกับดักสัตว์หนักๆ ทำให้บินไม่ขึ้น

            “นกแก้วตัวนี้สามารถพูดภาษามนุษย์ได้อีกทั้งยังพูดได้ชัดขนาดนี้ มิน่าเล่าท่านถึงหวาดกลัวเพียงนั้น”ในใจของหวังเฮ่าลอบประหลาดใจว่า “หมู่บ้านของพวกท่านห่างไกลและทุรกันดารขนาดนี้เจ้านกแก้วตัวนี้บินมาจากที่ใดกัน?”

            ทว่าหลี่ต้าโถวกลับเบิกดวงตาจนแทบถลนเขาเอ่ยอย่างคนที่สูญเสียเส้นเสียงไปแล้ว “ท่านแม่...”

            หวังเฮ่าหันศีรษะไปเอ่ยถามด้วยความสงสัย“ท่านเอ่ยอันใด?”

            “ยามที่ท่านแม่ยังมีชีวิตอยู่ นางมักจะเอ่ยว่าข้าจะตายแล้ว ข้าจะตายแล้ว นกแก้วตัวนี้พูดเหมือนมารดาข้ายิ่งนัก”หลี่ต้าโถวเอ่ยถึงมารดาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกรวดร้าวขึ้นมา

            “ข้าเข้าใจแล้ว นกแก้วตัวนี้คงจะถูกมารดาของท่านเลี้ยงยามที่นางยังมีชีวิตอยู่ท่านแม่ของท่านสอนให้มันพูด...”

            หลี่ต้าโถวถอนหายใจยาว ก่อนเอ่ยว่า“ท่านแม่ของข้าจิตใจดีงาม นางมักจะเอาอาหารในบ้านไปเลี้ยงนกนางแอ่นบ้างนกกางเขนบ้าง แต่ก่อนข้ามักจะบ่นนางว่าพวกเรายังไม่พอกินเลยด้วยซ้ำยังจะมีอาหารที่ใดไปเลี้ยงนกอีก ท่านแม่ก็เลยหลบข้า ลอบให้อาหารพวกมันเจ้านกแก้วตัวนี้ต้องเคยกินอาหารที่ท่านแม่ข้าให้แน่มิเช่นนั้นจะจดจำบ้านของข้าได้ แล้วมาหาของกินอีกทั้งยังเรียนรู้เสียงร่ำไห้จากสตรีจนทำให้ข้าขวัญหายได้อย่างไร”

            หวังเฮ่าส่ายศีรษะเอ่ยว่า “ข้าบอกแล้วว่าหาได้มีกลิ่นอายอัปมงคลใดดูเอาเถิด ล้วนเป็นนกแก้วตัวนี้ที่ก่อเรื่องขึ้น”

            “นกแก้วหัวเหม็นเจ้าทำให้ข้ากลัวขนาดไม่กล้าอยู่แม้แต่บ้านตัวเองด้วยซ้ำ” หลี่ต้าโถวเอ่ยไปพลางนั่งยองๆ แกะกับดักให้นกแก้วไปพลาง

            ผู้ใดจะรู้ เขาเมตตาช่วยเหลือนกแก้วทว่านกแก้วกลับไม่รู้ดีชั่ว มันถึงขนาดจิกมือของเขารุนแรงอย่างโหดร้ายทันที

            “โอ๊ย”หลี่ต้าโถวเจ็บจนต้องเปล่งเสียงร้องออกมา

            นกแก้วถูกเสียงของหลี่ต้าโถวทำให้สะดุ้งตกใจมันสับสนมึนงงไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็แผดเสียงร้องว่า “เจ้าคิดจะทำให้ข้าตกใจตายหรือ?”

            “ท่านแม่ก็เคยเอ่ยประโยคนี้เช่นกัน”หลี่ต้าโถวน้ำตาคลอ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเจ็บปวดหรือเพราะคิดถึงมารดากันแน่

            “นกแก้วตัวนี้พูดภาษามนุษย์ได้หากรักษาเท้าที่ได้รับบาดเจ็บจนหายก็นำไปขายได้เช่นกันท่านตั้งใจจะจัดการมันอย่างไร?” หวังเฮ่าเห็นว่านกแก้วตัวนี้งดงามนักอีกทั้งยังพูดภาษามนุษย์เป็น เขาจึงคิดจะใช้เงินซื้อมันจากหลี่ต้าโถว เพื่อมอบให้เป็นของขวัญแก่หลี่ชิงชิงเช่นนี้ยามที่เขาไม่อยู่บ้าน หลี่ชิงชิงก็จะได้ไม่เหงา นกแก้วสามารถสนทนาเป็นเพื่อนหลี่ชิงชิงได้

            หลี่ต้าโถวเอ่ยพึมพำว่า “ไม่ขายข้าจะเลี้ยงมันไว้ ให้มันเป็นสหายคู่คิดของข้า คำพูดของมันทำให้ข้าคิดถึงท่านแม่”

            หวังเฮ่าได้ยินหลี่ต้าโถวเอ่ยเช่นนี้ จึงล้มเลิกความคิดที่จะซื้อนกแก้วไป

            หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็เป็นเวลาเกือบยามสามแล้วทั้งสองคนเพิ่งจะกลับไปนอนบนเตียงเพียงครู่เดียวด้านนอกลานบ้านก็แว่วเสียงการเคลื่อนไหวขึ้นมาอีกครั้ง

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ] ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247