ตอนที่ 82 เทพสงคราม ท่ามกลางความตื่นตะลึงของฝูงชน ภาพเบื้องหน้าเผยให้เห็นชายชราร่างสูงเพียวก้าวขาออกมาจากห้วงมิติด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเปี่ยมสุข แทบจะในทันที ชายชราร่างสูงใหญ่อีกคนก็ก้าวขาออกมา ในช่วงเวลาที่เขาได้กลิ่นอายของฟ้าดิน กลิ่นอายที่ตนคุ้นเคย พลันเปล่งเสียงตะโกนก้อง “พวกเรารอดแล้วจริงๆ!!” เพียงสามลมหายใจ ต่างก็มีคนทยอยออกมาจากห้วงมิติอย่างรีบร้อนราวกับกำลังหนีตาย ปรมาจารย์ธูมัสออกมาหลังสุด หลังจากที่ได้พบว่าภาพเบื้องหน้าเป็นโลกที่เขาคุ้นเคย ชายชราก็อดไม่ได้ที่จะแสดงใบหน้าแย้มยิ้มอย่างผาสุกพลางทำท่าดีใจราวกับเด็กน้อย “ใช่!! เรารอดแล้ว!!” ณ ใจกลางของแท่นประลอง มิติที่บิดเบี้ยวพลันสงบลงกลับคืนสู่สภาพปกติ ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จับจ้องไปทางพวกเขา บนแท่นประลองนั้นกอปรไปด้วยบุคคลซึ่งมีจำนวนถึงเก้าคนด้วยกัน แน่นอน พวกเขาคือคนจากสี่แดนเทพมนุษย์ หนำซ้ำ ฐานะของพวกเขาแต่ละคนยังไม่ธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ชราทั้งห้าคน พวกเขาคือห้าปรมาจารย์ของแดนเทพมนุษย์ สี่คนมีสถานะระดับสี่ปรมาจารย์สภาผู้อาวุโสแห่งแดนเทพมนุษย์ อีกคนคือเทพอักขระผู้ที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการปกครองบ้านเมือง เนื่องด้วยความยินดีปรีดา ปรมาจารย์ฝู่ชิง,ธูมัส,โหวู๋,ยูไค,โชลิช ปรมาจารย์ทั้งห้าต่างลืมฐานะของตนเองไปเสียสนิท แม้พวกเขาจะรู้สึกตัว มันก็สายไปเสียแล้ว สายตานับร้อยคู่ที่จับจ้องมองมาต่างเปี่ยมล้นด้วยความตะลึง ในความคิดของพวกเขา ภาพพจน์สูงส่งของเหล่าปรมาจารย์ต่างถูกทำลาย บุคคลระดับตำนานมีชีวิต ภาพพจน์ประหนึ่งเทพในใจของพวกเขาต่างต้องมัวหมอง! หลายคนอดคิดในใจไม่ได้ “แม้แต่ตัวตนสูงส่งยังมีมุมแบบนี้” ทันทีที่พวกเขารู้สึกตัว เหล่าปรมาจารย์ต่างสงบอากัปกิริยากลับคืนสู่ความสุขุมดังเดิม ในช่วงเวลานี้ พวกเขาดูไม่ต่างไปจากสัตว์ประหลาดเฒ่าเลยสักนิด ถ้าหากฝูงชนไม่ได้เห็นท่าทางดีใจหลุดโลกด้วยตาตัวเอง พวกเขาคงไม่เชื่อว่าสัตว์ประหลาดเฒ่าเหล่านี้จะแสดงท่าทางแบบนั้นออกมา ปรมาจารย์ยูไคกวาดตามองบริเวณโดยรอบอย่างเร็วไว ณ ลานประลองในตอนนี้ มันมีพลังที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้อยู่ บางทีพลังสายนั้นอาจมีพลังทัดเทียมกับปรมาจารย์แห่งแดนเทพมนุษย์หรือทรงพลังกว่า!! เมื่อกวาดตามองดู ปรมาจารย์ยูไคก็ต้องเอะใจเมื่อสายตาของเขากวาดผ่านจักรพรรดิทั้งห้า ชายชราไม่รู้ว่าเลยว่าชายวัยกลางคนทั้งห้าคนคือจักรพรรดิของจักรวรรดิแห่งมหาแผ่นดิน การที่ปรมาจารย์จะจดจำใครสักคน เห็นทีเขาจะต้องโดดเด่นจนสะดุดตา หากเทียบกับมหาแผ่นดินซึ่งยังเป็นรองสี่แดนเทพมนุษย์อยู่ พวกนี้นับว่าไม่ได้อยู่ในสายตา เหล่าปรมาจารย์จำได้เพียงแค่เจ้าเมืองเท่านั้น ปรมาจารย์ยูไคประหลาดใจเล็กน้อย “นอกจากผู้คนในมืองศักดิ์สิทธิ์ยังมีผู้ข้ามผ่านอยู่ในมหาแผ่นดินอีกรึ?” ผู้ข้ามผ่านคือผู้ที่ละลวงขอบเขตเลเวลหมื่น มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่จะทะลวงขอบเขตนี้ขึ้นมา ถึงกระนั้น พวกนี้ก็ไม่ได้นับว่าแข็งแกร่งอะไร กลับกัน ยังดูอ่อนแอเสียด้วยซ้ำ หากเทียบกับเขาซึ่งมีเลเวลครึ่งแสนแล้ว มันต่างกันราวฟ้ากับเหว ปรมาจารย์ยูไคกวาดตามองหาต่อ พลังลึกลับที่อาจทรงพลังกว่าเขาไม่ใช่ห้าจักรพรรดิ ทันใดนั้นเอง สายตาของปรมาจารย์ยูไคจำต้องชะงักงัน แววตาคู่นั้นสั่นไหวอย่างรุนแรงขณะมองไปที่ผู้เฒ่าคนหนึ่งข้างกายของเขายังมีชายวัยกลางคนอยู่ด้วย ทันทีที่ปรมาจารย์ยูไคได้เห็นผู้เฒ่าคนนั้น ชายชราหันขวับกลับมองหาเหล่าปรมาจารย์คนอื่น เมื่อพบเข้ากับสีหน้าของปรมาจารย์อีกสี่คน สีหน้าของปรมาจารย์คนอื่นไม่ได้แตกต่างไปจากเขาเลย ตกตะลึง!! “เทพสงครามมาทำอะไรที่นี่…” เสียงของปรมาจารย์ฝู่ชิงหม่นลง ใบหน้าจริงจังสุดขั้ว บรรยากาศโดยรอบกลับกลายเป็นตรึงเครียด แน่นอน คนที่เครียดสุดๆมีเพียงแค่ห้าปรมาจารย์ เพียงพริบตาเดียว “เทพสงคราม” แค่นามนี้เล็ดลอดออกมาต่างนำพาความอึกทึกครึกโครมดั่งงานฉลองจมดิ่งสู่ความเงียบงัน บรรยากาศกลับกลายเป็นหนาวเหน็บเสียดแทงกระดูก บางคนถึงกับตัวสั่นโดยไม่รู้ตัว ในที่สุด ผู้เฒ่าที่นิ่งสงบมานานต้องเปิดตามองเต็ม ผู้เฒ่าที่ดูไร้เรี่ยวแรงคนนี้กวาดตามองปรมาจารย์ทั้งห้า ไม่มีใครรู้เลยว่าเขาคิดอะไร แค่เพียงสายตาที่ทอดมองลงมา มันเหมือนกับเทพที่ทอดมองลงมายังโลก ห้าปรมาจารย์รู้สึกเย็นวาบ แผ่นหลังชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น ปรมาจารย์ยูไค,ฝู่ชิง,โหวู๋,โชลิช,ธูมัส ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปรมาจารย์ทั้งห้าคือจุดสูงสุดของดินแดนมนุษย์แห่งนี้ แต่ทว่า ฉายาและตัวตนสูงส่งนี้กลับไม่นับรวมเหล่าสัตว์ประหลาดเฒ่าในอดีตกาล ว่ากันว่า เทพสงครามนั้นดำรงอยู่มาตั้งแต่ช่วงก่อตั้งดินแดนมนุษย์ ไม่มีใครรู้ว่าเขามีอายุเท่าไหร่ มีข่าวลือเกี่ยวกับพลังของเทพสงครามอยู่บ้าง ว่ากันว่า เทพสงครามสามารถต่อกรกับเผ่าพันธุ์ปีศาจได้ทั้งเผ่า! ทุกรู้ก่อนว่า เผ่าพันธุ์ปีศาจเป็นคู่ปรับกับเผ่ามนุษย์มานาน พวกมันต่างแข็งแกร่งและทรงพลัง ไม่ใช่เพียงแค่พลังโจมตีที่สูงล้ำ พวกมันยังมีพลังชีวิตที่น่าหวาดกลัว! สติปัญญายังเหนือกว่ามนุษย์เสียด้วย! ด้วยข้อได้เปรียบมากมายเหล่านี้ พวกมันกลับไม่กล้าบุกทะลวงเข้าดินแดนมนุษย์อย่างจริงจัง หนึ่งในสาเหตุนั้น คือการดำรงอยู่ของเทพสงคราม… ชายวัยกลางคนข้างกายเทพสงครามลุกพรวดพลางตะโกนก้อง “พวกเจ้ารู้ตัวตนของนายท่านได้ยังไง!!” "เทพสงคราม" บุคคลผู้นี้ไม่ต่างไปจากบุคคลที่สาญสูญ ตัวตนที่เล่าขานกันมาจนกลายเป็นตำนาน ตัวตนที่มีอยู่ในบันทึกของราชวงศ์เทพมนุษย์ ชายวัยกลางคนมั่นใจอย่างมากว่าเขารู้ตัวตนของเทพสงครามเพียงผู้เดียว ยากจะหาใครอื่นได้! ถึงกระนั้น ปรมาจารย์ทั้งห้าคือผู้มีอายุมากกว่าสองพันปี ด้วยสถานะความสำคัญระดับดินแดน พวกเขาเคยพบกับเทพสงครามมาก่อน เทพสงครามโบกมือให้กับชายวัยกลางคนราวกับจะบอกว่าไม่เป็นไร ชายวัยกลางคนสงบสติอารมณ์ก่อนจะนั่งลงอย่างเงียบๆ เมื่อเทพสงครามสงบสติชายเลือดร้อนได้แล้ว เขาจึงเอ่ยขึ้น “ผู้เฒ่าปรารถนาจะเดินเล่นหรือไปที่ใด เหตุมันเกี่ยวข้องอันใดกับพวกเจ้าเล่า เด็กน้อย” เทพสงครามกล่าวอย่างฉะฉานโดยเฉพาะอย่างยิ่งคำกล่าวสุดท้ายนั้นถูกเน้นน้ำหนักคำ ห้าปรมาจารย์ต่างขนลุกชูชัน ใช่ พวกเขาอาย! ไม่ใช่ครั้งแรกที่เทพสงครามเรียกพวกเขาว่าเด็กน้อย ในเวลาเดียวกัน ปรมาจารย์ต่างอับอายและขุ่นเคือง พวกเขาไม่รู้อายุที่แท้จริงของเทพสงครามจึงได้แต่จำยอมให้เทพสงครามเรียกขานเช่นนั้น ถึงอย่างไรเสีย ห้าปรมาจารย์ล้วนไม่กล้ากระตุ้นโทสะของเขา แม้กระทั่งปรมาจารย์โหวู๋ที่อารมณ์ฉุนเฉียวอยู่ตลอดเวลายังปิดปากเงียบสนิท บรรยากาศกลับกลายเป็นอึดอัดดั่งภูเขากดทับร่าง ผู้คนบางส่วนจากพรรคแดนศักดิ์สิทธิ์,เจ้าเมือง,ผู้อาวุโสตระกูลหลัว,ห้าจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิแม้กระทั่งห้าปรมาจารย์จากแดนเทพมนุษย์ล้วนหายใจติดขัด! แรงกดดันไร้ลักษณ์อาบท่วมบริเวณ ทั้งที่เบื้องหน้าเป็นตาเฒ่าดูไร้พิษภัย ถึงกระนั้น เขากลับแผ่แรงกดดันค้ำฟ้าออกมา! “นี่ต่างหากสัตว์ประหลาดเฒ่าตัวจริง!!” เจ้าเมืองฉินหลัวอดไม่ได้ที่จะสถบในใจ ปรมาจารย์พูดออกมาด้วยตัวเองว่าผู้ชราคนนั้นคือเทพสงคราม ตามด้วยแรงกดดันไร้ลักษณ์ มันยิ่งสร้างความเชื่อถือว่าผู้ชราตรงหน้าคือเทพสงครามตัวจริง! ณ ลานประลองแห่งนี้ กล่าวได้ว่ามีสัตว์ประหลาดเฒ่าอยู่ด้วยกันถึงเจ็ดคน! เจ้าเมืองแห่งเมืองศักดิ์สิทธิ์,ห้าปรมาจารย์สภาผู้อาวุโสแห่งแดนเทพมนุษย์ และเทพสงคราม! เจ้าเมืองมีอายุราวสองพันปีก็จริง ถึงกระนั้น เขาไม่เคยพบหน้าเทพสงครามหากแต่เคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเขามาบ้าง ท่ามกลางแรงกดดันค้ำฟ้า ทุกสิ่งอย่างตกสู่ความเงียบสงัด ศิษย์ทั้งสี่ของปรมาจารย์ต่างหลบหลังอาจารย์ของตัวเอง “หนีเสือปะจระเข้จริงๆ!” การ์กันต์กล่าวพลางปิดตาลงด้วยความหวาดกลัว พบเจอโครงกระดูกที่แกร่งดั่งสัตว์ประหลาดว่าน่ากลัวแล้ว ต่อหน้าตาเฒ่าผู้นี้ เขากลับแผ่พลังที่น่ากลัวยิ่งกว่า! ฉับพลันนั้นเอง เทพสงครามกลับคิ้วเลิกสูงขึ้น สายตานิ่งสงบเยือกเย็นจับจ้อง ณ ใจกลางของลานประลองเป็นภาพเดียว เพียงพริบตาเดียว ท่ามกลางความเสถียรของมิติกลับมีเรือนร่างหนึ่งปรากฏกายขึ้นมา มันปรากฏตัวออกมาจากความว่าง ไม่มีกลิ่นอายของมิติ ไม่มีกระแสพลังอันใด มีเพียงเรือนร่างบุรุษร่างสูงใหญ่ก้าวเดินออกมา แทบจะในทันที อิสตรีผู้หนึ่งก็ก้าวเดินตามหลังออกมาจากความว่างเช่นกัน ในครรลองสายตาของผู้คนนับไม่ถ้วน ชายหญิงทั้งสองปรากฏตัวออกมาดั่งภูติผี แม้กระทั่งเทพสงครามยังทึ่งไปกับการปรากฏตัวเช่นนี้ มันไม่มีร่องรอยของมิติเลยแม้แต่นิดเดียว! ฝีมือของพระเจ้าองค์ใดกัน!! ชายหญิงทั้งสองเผยให้เห็นเรือนร่างโดยสมบูรณ์ พวกเขาทั้งสองดูราวคนอายุสิบห้าสิบหกปีเท่านั้น ท่ามกลางความเงียบงัน ห้าปรมาจารย์ต่างแสดงใบหน้าบิดเบี้ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใบหน้าของตัวแทนห้าจักรวรรดิต่างบิดเบี้ยวอย่างสุดขั้ว! ภาพเลือดสาดกระจายฉายย้อนซ้ำดุจฝันร้ายตามติดตัว พวกเขาทั้งเจ็ดต่างตกตะลึง ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็หวาดกลัวสุดขีด สองมือของโนเอลจับขมับตนพลันล้มฟุบลงไปกับพื้น ภาพของกอดอนแหลกละเอียดไปกับพื้นประลอง สายโลหิตที่สาดกระเซ็น ฝันร้ายในวันนั้นฉายภาพซ้ำอีกครั้ง “กรี๊ดดดดด” เสียงแหลมดังบาดแก้วหูสะเทือนก้อง ฝูงชนต่างหวนคืนสติในทันที ตัวแทนจากห้าจักรวรรดิกลับกลายเป็นจุดสนใจอย่างช่วยไม่ได้ “โนเอลใจเย็นเข้าไว้ๆ” รูเปียกล่าวปลอบด้วยท่าทีลนลาน เธอก็ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรเช่นกัน “เกิดอะไรขึ้น?!” จักรพรรดิกระบี่กล่าวอย่างร้อนรน โนเอลเป็นตัวแทนจากจักรวรรดิแดนกระบี่ หากสูญเสียอัจฉริยะเช่นนี้ มันคือผลกระทบอันใหญ่หลวง แม้จักรพรรดิจะเอ่ยถามด้วยตัวเอง แต่ทว่า รุ่นเยาว์ต่างไม่ตอบคำถามสักคน พวกเขาตกเข้าไปในห้วงภวังค์ สีหน้าของทุกคนเปี่ยมไปด้วยความสิ้นหวังและหวาดกลัว “ชายคนนั้น” รูเปียที่คุมสติตัวเองได้ดีที่สุดชี้นิ้วไปทางบุรุษที่ออกมาจากความว่าง “เขาเป็นอสูรกาย เขาฆ่ากอดอน!” แววตาของเหล่าจักรพรรดิแปรเปลี่ยนเป็นแหลมคมต่างก็แผ่จิตสังหารออกมา ห้าจักรพรรดิต่างได้ยินถ้อยคำของรูเปียอย่างชัดเจน “เพราะกอดอนช่วยโนเอลไว้ เขาเลยต้องตาย” รูเปียกล่าวเสริม เธอไม่ได้ปรารถนาจะให้จักรพรรดิโกรธ หญิงสาวเพียงพูดไปตามความจริงเพราะความซื่อ เธอกลับไม่คาดคิดถึงผลกระทบที่จะตามมา แน่นอน คำกล่าวของเธอทำให้จักรพรรดิกระบี่เลือดเดือดพล่าน ทั่วร่างสั่นเพราะความโกรธเกรี้ยว หากไม่ใช่เพราะเขาเป็นจักรพรรดิและสามารถสงบสติอารมณ์ได้ดี เขาคงพุ่งทะยานออกไปแล้ว ในช่วงเวลานั้นเอง จักรพรรดิเวทมนตร์กลับทะยานร่างออกไปด้วยความเร็วสูงสุด ทันทีที่รู้ตัวฆาตกร จักรพรรดิเวทมนตร์กลับคลุ้มคลั่งขึ้นมา ตอนนี้ต่อให้พระเจ้าลงมาโปรดก็มิอาจหยุดยั้งเขาได้! จักรพรรดิเวทมนตร์ลอยล่องในอากาศก่อนฝ่ามือจะปรากฏคลื่นความร้อนระอุสุดขั้ว เพียงพริบตาเดียว… พลั่ก! จักรพรรดิเวทมนตร์กระอักเลือดคำโต ปากอ้ากว้างพลางโลหิตทะลักออกมา ปรมาจารย์ฝู่ชิงต่อยเข้าหน้าท้องของเขาเต็มๆ แม้ปรมาจารย์ฝู่ชิงจะไม่ใช่สายต่อสู้ด้านพลังกาย ถึงกระนั้น ความต่างของเลเวลหนึ่งหมื่นกับครึ่งแสนมีมากจนเกินไป แรงพลังนั้นส่งร่างของจักรพรรดิเวทมนตร์พุ่งชนเวทีผู้ชมอย่างจัง บังเกิดเสียงดังบันลือลั่น จักรพรรดิเวทมนตร์หมดสติในทันที เรือนร่างของจักรพรรดิผู้สูงส่งนอนจมกองเลือดพร้อมกับบริเวณโดยรอบที่ยุบตัวลงไปด้วยแรงกระแทกจากพลัง นี่คือความต่างของพลัง! หมดสติในหมัดเดียว! “รนหาที่ตาย” ปรมาจารย์ฝู่ชิงอดไม่ได้ที่จะสถบในใจ เจ้าเด็กนั่นสมควรถูกกล่าวขานว่าอสูรกายโดยแท้จริง แม้กระทั่งเขายังไม่กล้าคิดว่าจะสามารถเอาชัยเหนือมันได้ แล้วคนอย่างจักรพรรดิเวทมนตร์จะเอาอะไรไปสู้มัน? จักรพรรดิเวทมนตร์ยังหมดสติไปในหมัดเดียวด้วยซ้ำ! หากเทียบกับเจ้านั่นที่รับหมัดของปรมาจารย์ฝู่ชิงอย่างสบายๆแล้ว มันคนละขั้วโลกกัน! ผู้คนราวกับจิตไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แท้จริงแล้ว ชายหญิงสองคนนั้นคือบุคคลที่คุ้นเคย ผู้เข้าร่วมการประลองมหาแผ่นดิน! หนึ่งในนั้นยังเป็นผู้ชนะเลิศเสียด้วย! กาติรัสกวาดตามองภาพเบื้องหน้าด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ ตั้งแต่ทะลวงผ่านขอบเขตเลเวลหมื่นบวกกับสายเลือดอันเดดเกือบสมบูรณ์ คงไม่มีสิ่งใดจะเรียกนอกจากคำว่า “ไร้เทียมทาน” ไม่ว่าจะมองไปที่ใครหรือผู้ใด พวกเขาล้วนไม่สร้างความกดดันให้กับจักรพรรดิผู้นี้เลยแม้แต่น้อย ลาซิเฟียนั้นต่างออกไป หญิงสาวหลบข้างหลังชายหนุ่มมาสักพักแล้ว หนึ่งมือเรียวงามดั่งหยกจับชายเสื้อชายหนุ่มอย่างเก้อเขิน ใบหน้านวลงามกลับกลายเป็นสีแดงระเรื่อ ลาซิเฟียยังจมไปกับความสุขที่เกิดขึ้น มันเหมือนความฝันไม่มีผิด ฝันที่กลายเป็นจริง! ทันทีที่หญิงสาวกวาดตามองโลกเบื้องหน้า อารมณ์เปี่ยมสุขกลับถูกกลับคืนลงไป แววตาคู่งามสั่นไหวเล็กน้อย สายตาของลาซิเฟียหยุดชะงักตรงเทพสงคราม ลาซิเฟียก้าวขาขึ้นไปยืนข้างกายของกาติรัส แววตาขี้เล่นของเด็กสาวเมื่อครู่กลับกลายเป็นจริงจังอย่างที่สุด ลาซิเฟียจ้องมองเทพสงครามไม่กระพริบตา สัตว์ประหลาดเฒ่าก็มองเธอเช่นกัน สายตาไร้อารมณ์ของเทพสงครามกลับดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา แม้กระทั่งใบหน้าไร้อารมณ์ยังเผยรอยยิ้มเล็กน้อย ทันใดนั้นเอง ชายวัยกลางคนข้างกายเทพสงครามกู่ตะโกนก้อง “คุณหนู!?” ลาซิเฟียรู้สึกลนลาน ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกประหลาดใจอย่างสุดแสน หญิงสาวเอ่ยขึ้นเสียงราบเรียบ “ท่านทวด” ..สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:10,182 พลังกาย:52,601,712 พลังเวทย์:53,001,224 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ