บทที่ 5 เส้นทางสู่ปูมหลัง
พลั่ก!
เสียงผลักบานประตูเรือนหอจากด้านนอก ตามด้วยเสียงทุ้มสุขุมนำขึ้นมาเป็ระลอก
“ใต้เท้าเหยียน…ท่านจะบุกเรือนหอบ่าวสาวเช่นนี้ไม่ได้นะขอรับ” วั่งเฟิงพยายามสกัดกั้น
“ปัญญาชนต้องดูให้เห็นกับตา ไม่เช่นนั้นจะทูลฝ่าาว่าอย่างไร” เ้ากรมวังแซ่เหยียนจาบจ้วงวาจาด้วยน้ำเสียงลูบเหลี่ยม หารู้ไม่ว่าตนเองกำลังตกลงไปในหลุมพราง ที่สองนายบ่าวรวมหัวกันวางแผนไว้ั้แ่ต้น
เป็ไปดังคาด ไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่ส่วนเดียว มิ่งหยางแสยะยิ้มเบาบาง หากสังเกตให้ดีจะเห็นรอยบุ๋มของลักยิ้มข้างแก้ม ขณะนี้ชายหนุ่มอยู่ในท่านั่งหย่อนขาลงจากเตียง หน้าขาบนหนักอึ้งด้วยร่างของหญิงสาวทับอยู่ หยวนเป่าดวงตาเบิกโพลงเมื่อได้เห็นผู้เฒ่าบุกเรือน
เดิมทีนางเป็คนที่รักหน้าตาอยู่บ้าง ครั้งยังเป็ลู่อิงเยว่ ก็เอาแต่เก็บตัวในเรือน น้อยคนนักที่จะได้เห็นท่าทางประหลาดของนาง บัดนี้รอบกายของนางมีบุรุษถึงสามคน อีกอย่างหนึ่ง ตอนนี้นางก็อยู่ในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ที่เบาบางปรุโปร่งเพราะสวมเป็ชุดนอน เช่นนั้นก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไรที่นางจะมีสีหน้าประหม่าเขินเกร็ง ความรู้สึกของนางในตอนนี้เหมือนกำลังถูกล่วงเกินและหยามเกียรติอย่างไรก็ไม่รู้
“อย่าทำให้สกุลเจียเดือดร้อน ช่วยข้าสักครั้ง” มิ่งหยางกัดฟันพูด พลางกระซิบเสียงเบาข้างหูภรรยา ก่อนจะตะเบ็งเสียงไล่หลังตามขึ้นมาว่า
“ผู้ใดบังอาจรบกวนข้ากับฮูหยิน ไม่รู้หรืออย่างไรว่าคืนเข้าหอ สามีภรรยาต้องเหน็ดเหนื่อยอุ่นเตียง”
“เ้ากรมวัง ใต้เท้าเหยียนขอรับ” วั่งเฟิงรีบปรี่ตัวเข้ามาจากหลังม่าน จากนั้นก็ขยิบตายิ้มอ่อนส่งให้ผู้เป็นาย
ไม่นานนักใต้เท้าเหยียนก็แหวกม่านตามเข้ามาอย่างไร้มารยาท เมื่อได้เห็นว่าจือหยวนเป่านั่งอยู่บนตักของมิ่งหยาง ก็เผลอยิ้มร่าออกมาโดยไม่รู้ตัว ผู้าุโไม่ได้รู้สึกเขินอายหรืออย่างใด เพียงแต่รู้สึกโล่งใจที่ความหวังขององค์าาสำเร็จลุลวง ยิ่งได้เห็นสองสามีภรรยารักใคร่ปานจะกลืนกิน อีกไม่นานสกุลเจียก็คงมีทายาทสืบเชื้อสายแล้ว
ในเมื่อเพ่งมองจนพอใจ ใต้เท้าเหยียนก็เปล่งเสียงชมเชยคู่บ่าวสาว
“ผมเพ้าที่รกรุงรัง ใต้ขอบตาคล้ำดำ สีหน้าซีดเซียว ร่างกายเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย พวกท่านทั้งสองต่างก็มีสภาพอิดโรยด้วยกันทั้งคู่ ผู้เฒ่าที่มีชีวิตอยู่จนผมขาวอย่างข้า ทายว่าไม่นานฮูหยินของท่านคงมีครรภ์น้อย ๆ ให้ลูบ” ผู้เฒ่าเอ่ยวาจาฉอเลาะเจือรอยยิ้มปลาบปลื้ม ประหนึ่งตนเองแต่งฮูหยินเข้าบ้านให้บุตรชายเสียเอง
“เป็ถึงผู้าุโหัวหงอก ขาวโพลนยันเครา ธุระของท่านคือแอบดูคู่แต่งงานใหม่พลอดรักกันอย่างนั้นรึ?” มิ่งหยางกล่าววาจาเรียบสุขุม แต่ปะปนไปด้วยถ้อยวลีเหน็บแนม ทำเอาผู้เฒ่าแซ่เหยียนหุบยิ้มพลัน มีใบหน้าจืดเจื่อนคล้ายเรือล่มในธารา เพื่อแก้สถานการณ์ ใต้เท้าเหยียนรีบแกว่งปากหาเสี้ยนด้วยใบหน้าฝืนยิ้ม
“ท่านแม่ทัพ อันใดต้องกล่าวหนักปานนั้น ขุนนางอย่างพวกเราต่างก็ทำงานให้ฝ่าา อยู่ใต้คำสั่งของทางการ ไหนเลยจะกล้าล่วงเกินผู้อื่น” ใต้เท้าเหยียนถอนหายใจออกมาด้วยความละอายใจ เมื่อเห็นว่าเจียมิ่งหยางไม่ได้พูดอันใดต่อท้าย จึงกล่าวเสริมด้วยวาจากึ่งทางการว่า
“อีกประการหนึ่ง ข้ามาเยือนจวนแม่ทัพั้แ่เช้าตรู่ ก็เพื่อทำตามรับสั่ง แจ้งให้ทราบว่า บัดนี้อุทยานหลวงจิ่วฉือบูรณะเสร็จสิ้นเป็ที่เรียบร้อย สองวันข้างหน้ากรมการพิธีจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลอง องค์ฮ่องเต้เป็กังวลว่า หากส่งเพียงเทียบเชิญ ท่านแม่ทัพที่ไม่ชอบความครึกครื้นคงไม่ยอมไปร่วมงานแน่ ดังนั้นผู้เฒ่าอย่างข้าจึงได้แต่มาเชื้อเชิญด้วยตัวเอง” เื่ที่ใต้เท้าเหยียนถูกไหว้วานให้มาจัดการแทนฝ่าาก็มีเพียงเท่านี้ หลังจากนี้ก็คงได้แต่นำสิ่งที่ตาเห็น ไปถ่ายทอดต่อหน้าพระพักตร์
เจียมิ่งหยางไม่ได้มีสีหน้ากรุ่นโกรธหรือไม่พอใจแต่อย่างใด ยามนี้เครื่องหน้าทั้งห้าอยู่ในลักษณะสุขุมเยือกเย็น เพียงพยักหน้าครั้งหนึ่ง วั่งเฟิงก็แบมือถือแขนอย่างรู้หน้าที่ รับหนังสือเทียบเชิญจากใต้เท้าเหยียน จากนั้นมิ่งหยางจึงค่อยเปล่งเสียงโอนอ่อนตามขึ้นมาว่า
“ข้ารับปากว่าจะไปร่วมงาน เพื่อความสบายพระทัยของฝ่าา ข้าย่อมพาฮูหยินไปด้วย และหวังอย่างยิ่งว่า หลังจากนี้พวกท่านทั้งหลายจะเลิกทำเหมือนข้าเป็ทารกหนุ่ม ที่ไม่ยอมมีทายาทให้ตระกูล อย่างไรสกุลเจียก็เป็บ้านข้า ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ทุกเื่ล้วนอยู่ใต้ดุลพินิจของข้า หวังว่าท่านจะนำเื่นี้กราบทูลอย่างซื่อตรง และไม่ตามมารังควานข้ากับภรรยาอีก”
วาจาของเจียมิ่งหยางไม่มีคำหยาบโลน แต่เชือดคอคนได้อย่างมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ต่อให้เป็ผู้าุโหัวขาวหัวดำ หรือแม้แต่ขุนนางขั้นเก้า หากกล้าไร้มารยาทเหยียบปลายจมูกราชสีห์ถึงถ้ำ คนอย่างเจียมิ่งหยางก็ไม่ใคร่จะพินอบพิเทาเช่นกัน หากมิ่งหยางไม่เด็ดเดี่ยวเช่นนี้ เขาคงไม่สามารถประคับประคองสกุลเจียที่เกือบล่มสลายให้คงอยู่ได้เฉกเช่นทุกวันนี้หรอก
“มิกล้า ๆ ด้วยเกียรติของสกุลเหยียน ข้าจะนำวาจาของท่านแม่ทัพถ่ายทอดต่อพระองค์อย่างแน่นอน หมดธุระแล้ว เช่นนั้นผู้เฒ่าอย่างข้าขอตัวก่อน” ทีท่าของใต้เท้าเหยียนดูเกรงอกเกรงใจเจียมิ่งหยางอยู่ไม่น้อย สำหรับวั่งเฟิงที่ยืนอยู่ในเหตุการณ์ด้วยกัน ล้วนรู้เหตุผลดีว่าทำไมผู้าุโเหยียนถึงได้เกรงใจคนรุ่นหลังอย่างมิ่งหยางนัก แต่ยามนี้สำหรับหยวนเป่าล้วนงุนงงสับสน นางไม่เข้าใจเลยจริง ๆ เหตุใดผู้เฒ่าถึงได้กลัวเด็กเมื่อวานซืนอย่างเจียมิ่งหยางไปได้
“วั่งเฟิง ส่งแขก” มิ่งหยางเปล่งเสียงห้วนสั่ง
“ขอรับ” วั่งเฟิงพยักหน้ารับอย่างรู้หน้าที่
หลังจากที่เื่วุ่นวายทั้งหมดทั้งมวลจบลง มิ่งหยางก็ลุกพรวดขึ้นยืนโดยไม่สนใจหยวนเป่า วูบหนึ่งที่ปรายหางตามองมาที่นาง ทำราวกับว่านางเป็ธาตุธุลีดินในอากาศ ในใจของเขาไม่คิดแยแสนาง และไม่คิดจะถนอมนาง เพราะมิ่งหยางเป็คนซื่อตรงในรัก ตัวของเขาเองยังทำใจไม่ค่อยได้ที่ต้องเสียคนรักอย่างลู่อิงเยว่ไปกะทันหัน และต้องมาแต่งกับสตรีที่ไม่ได้รักอย่างจือหยวนเป่า โดยที่ตัวของเจียมิ่งหยางเองก็ไม่ได้รู้เื่นี้มาก่อน
แต่เอาเถอะตัวนางเองก็ใช่ว่าอยากจะแต่งเข้าจวนเจีย เมื่อครู่นางเองก็ไม่ได้ทำเสียเื่ นับเป็ความดีความชอบ อย่างนั้นมิ่งหยางจึงเปล่งเสียงเย็นชืดขึ้นมาถามนางว่า
“เมื่อครู่ทำได้ดี ในเมื่อเ้าไม่ทำให้ข้าเดือดร้อน เช่นนั้นก็จงบอกความ้าของเ้ามา”
“ข้า้าหย่า” หยวนเป่าไม่รอช้าที่จะตอบกลับในทันทีด้วยแววตาเป็ประกาย
“เหลวไหล!” มิ่งหยางขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกว่านางเหิมเกริม ได้คืบจะเอาศอก ทั้งที่รู้ว่าเป็พระราชทานสมรสจากฮ่องเต้ ไหนเลยจะหย่าขาดได้ง่ายดายปานนั้น อีกทั้งเพิ่งจะแต่งเข้าจวนได้เพียงหนึ่งวัน ก็ทำเื่หย่า หากเื่นี้ยาวไปถึงหูขุนนางน้ำเลวในราชสำนัก คงได้แต่หัวเราะเย้ยหยันสกุลเจียเป็แน่
“ประหนึ่งน้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง หงสาไม่ล้ำถิ่นราชสีห์ เช่นนั้นข้า้าอยู่อย่างสงบในจวนเจีย ขอเพียงท่านไม่ยุ่งกับข้า ข้าก็จะไม่ยุ่งกับท่าน” ั้แ่ฟื้นขึ้นมาอยู่ในร่างของหยวนเป่า ภาพลักษณ์ที่แสนอ่อนโยนและขี้เอาใจของเจียมิ่งหยาง ก็ผันแปรเป็ร้ายกาจและเ้าอารมณ์ นางกำลังคิดว่าแท้จริงแล้ว มิ่งหยางคือคนที่รับมือยากที่สุด ด้วยนิสัยของเขา! อาศัยระยะเวลาสั้น ๆ คงคะยั้นคะยอให้หย่าขาดไม่ได้ง่าย ๆ แน่ เช่นนั้นระหว่างที่พยายามหาทางหย่า ก็ขอให้ได้อยู่ในจวนสกุลเจียอย่างสงบเสียหน่อยเถอะ
“ย่อมได้!” มิ่งหยางเปล่งเสียงสุขุมลอดไรฟันก่อนจะเดินจากไปโดยไม่แยแสนาง
ระหว่างที่มิ่งหยางออกไปจากเรือนหอ เป็จังหวะที่หมานซัวเดินสวนกลับเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน อากัปกิริยาเช่นนี้ต้องมีเื่อะไรสักอย่างแน่ แต่ช่างเถอะ ในเมื่อรับปากนางแล้ว ว่าจะเป็น้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง ที่หมายถึงต่างคนต่างอยู่ เช่นนั้นนางเจอเื่ยุ่งยากอันใดก็ให้แก้เอาเอง คิดได้เช่นนี้มิ่งหยางก็ไม่รีรออันใดอีก ได้แต่เดินเชิดหน้าพลางใช้ฝ่ามือไพล่หลัง แล้วเดินหายไปในทันที
"คุณหนูเ้าคะ แย่แล้วเ้าค่ะ!" หมานซัวออกอาการประหม่าปากสั่นไหลยก รีบอ้าปากรายงานผู้เป็นายในทันที