จางถง นิติเวชสาว

    EP.08 อัยการหนุ่ม

            “คุณคือ?” จางถงยังคงนึกไม่ออก


            “ดูท่าคุณคงจำผมไม่ได้แล้ว ผมหลิวชุนเสี่ยวไง” รอยยิ้มของชายหนุ่มดูผิดหวังอยู่นิดหน่อย


            “หลิวชุนเสี่ยว?” จางถงค้นหาชื่อนี้ในสมองอย่างรวดเร็ว แปปเดียว รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหล่อน ชื่อเล่นที่อยู่ในความทรงจำส่วนลึกหลุดออกมา “ตานตาน! เป็๲คุณจริงๆ ด้วย คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”


            หลิวชุนเสี่ยวยิ้มเคอะเขิน เขารีบหาเ๱ื่๵๹คุยต่อ “ผมเพิ่งจะย้ายกลับมาที่สำนักอัยการเมืองเทียนฉาง รับผิดชอบฝ่ายสืบสวน วันนี้มาทำความคุ้นเคยในส่วนของพวกคุณพอดี แล้วคุณล่ะ”


            จางถงเบะปาก “ก็เหมือนเดิม นิติเวชน่ะ ทำมาตั้งหลายปีขนาดนี้แล้ว อยากเปลี่ยนงาน แต่ดูท่าแล้วไม่น่าจะเป็๲ไปได้”


            แววตาของหลิวชุนเสี่ยวดูมีชีวิตชีวาผิดปกติ “เสี่ยวถง คุณสบายดีมั้ย ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี...”


            “ก็งั้นๆ ล่ะค่ะ ทุกวันเข้างานเลิกงานออกตรวจสถานที่เกิดเหตุ”


            หลังจากลังเลอยู่สองสามวินาที ในที่สุดหลิวชุนเสี่ยวก็รวบรวมความกล้าถามขึ้น “ถ้างั้น หลังเลิกงานคุณมีเวลามั้ย ผมอยากเลี้ยงน้ำชาคุณ”


            จางถงพยักหน้า “ฉันเลิกงานห้าโมงครึ่ง ถ้าไม่ได้มีเคสพิเศษ คุณไปหาฉันที่ห้องนิติเวชสิ”


            “ครับ ผมไปแน่นอนครับ!”


            หลิวชุนเสี่ยวมองตามหลังจางถงที่เดินห่างออกไป อดที่จะตกอยู่ในภวังค์ไม่ได้


            “เฮ้! ไอ้เพื่อนยาก ยืนเหม่ออะไรอยู่ ฉันออกไปแค่แปปเดียว นายก็เหมือนโดนของซะแล้ว” จ้าวจวิ้นเจี๋ยที่สะพายกระเป๋าเป้อยู่ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังหลิวชุนเสี่ยว พร้อมกับใช้มือฟาดใส่เขาเต็มแรง


            “หรือว่าเจอสาวสวยเข้าให้”


            หลิวชุนเสี่ยวหัวเราะเขิน “เมื่อกี้ฉันเจอเพื่อนสมัยเรียนมัธยมปลาย ไม่ได้เจอกันนานมาก หล่อนเปลี่ยนไปเยอะเอาการ”


            “เพื่อนสมัยมัธยมปลาย ในสถานที่แบบนี้ ชายหรือหญิง” อาชีพนักข่าวของจ้าวจวิ้นเจี๋ยที่ต้องมีเซนส์ที่ดีและช่างสงสัยก็แสดงประโยชน์ให้เห็น เขาหันกลับไปมองอีกฟากของระเบียงโดยไม่รู้ตัว “พอจะบอกสักหน่อยได้มั้ย”


            “ผู้หญิงน่ะ ชื่อจางถง เป็๲แพทย์นิติเวชอยู่ที่นี่” 


            "คุณหมอจาง ทำไมนายไม่รีบบอกฉันว่านายเป็๲เพื่อนสมัยมัธยมปลายกับหล่อนฮะ”


            จ้าวจวิ้นเจี๋ยตื่นเต้นผิดปกติ เขาเดินไปที่ลิฟต์พร้อมกับหลิวชุนเสี่ยว พลางบ่น “ฉันมาอยู่ที่นี่ก็เพื่อเ๽้าหล่อน! วันทั้งวันเจอแต่คนตาย พูดแบบไม่อายเลยนะ ๰่๥๹อาทิตย์แรกที่ฉันเริ่มงาน ฝันร้ายมันทุกคืน!” จ้าวจวิ้นเจี๋ยพูดไม่หยุดอยู่ข้างหู แต่หลิวชุนเสี่ยวกลับไม่ได้ฟังเขาเลยสักนิด ความคิดของหลิวชุนเสี่ยวย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว


            เขาจำได้แม่น วันนั้นเป็๲วันประกาศรายชื่อแบ่งชั้นเรียนของนักเรียนห้องสายศิลป์กับสายวิทย์ ทุกคนกำลังคุยกันว่าไม่รู้ครั้งนี้จะมีผู้หญิงติดสายวิทย์กี่คน หน้าตาจะดีหรือเปล่า ซึ่งเป็๲จังหวะพอดีกับที่คุณครูขานชื่อนักเรียนที่ไม่ธรรมดาคนหนึ่งขึ้นมา “จางถง”


            คนที่ลุกขึ้นยืนขานรับเป็๲เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก หลิวชุนเสี่ยวมองจนตาค้าง แต่แล้วก็ลนลานรีบก้มหน้าลง วินาทีนั้นเป็๲ครั้งแรกในชีวิตของเขาที่หน้าแดงเพราะชอบผู้หญิง


            “หลิวชุนเสี่ยว ฉันชื่อจางถง ต่อไปทุกคนก็อยู่ห้องเดียวกันแล้ว ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ” อยู่ๆ เสียงทักทายที่ไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งก็ดังขึ้นที่ข้างหู หลิวชุนเสี่ยวกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว


            “ได้ยินว่าเธอติด ‘สามอันดับแรก’ ของชั้นปี เก่งจังเลย!” สายตาของเด็กสาวเปี่ยมไปด้วยความชื่นชม


            “นะ...นั่นมันเ๱ื่๵๹ตั้งนานแล้ว...” หลิวชุนเสี่ยวพูดติดๆ ขัดๆ  ผิดจากปกติที่เป็๲คนนิ่งสุขุม เขาไม่กล้าแม้แต่จะมองตาของเด็กสาว เขาคิดจะเดินหนีไป แต่แล้วก็เปลี่ยนใจว่าจะเสียมารยาทแบบนี้ไม่ได้ เขาเลยก้มหน้าดันทุรังต่อไป สายตาเขาจ้องเขม็งไปที่รองเท้าของอีกฝ่าย แล้วรีบร้อนพูด “ไม่ต้องกังวล ถ้าอีกหน่อยตรงไหนไม่เข้าใจ ผม...จะ...จะช่วยเอง ผม...ผมมีธุระขอตัวก่อนนะ...” พูดจบเขาก็หลบออกจากห้องเรียนไป


            ต่อมา ได้ยินเพื่อนนักเรียนพูดกันถึงได้รู้ว่า ผู้หญิงพูดน้อยเรียบร้อยขี้อายที่ชื่อจางถงคนนี้มีคะแนนสายศิลป์เป็๲เลิศ แต่คิดไม่ถึงว่าเธอกลับเลือกสายวิทย์ที่ตนเองไม่ถนัด ทุกคนต่างไม่เข้าใจว่าทำไม แต่ไม่มีใครกล้าถาม รู้แค่เพียงว่าคุณครูวิชาภาษาจีนเอาแต่ถอนหายใจทั้งวันต่อการตัดสินใจที่ผิดพลาดของลูกศิษย์ที่ตัวเองแสนภูมิใจคนนี้


            ในที่สุดหลิวชุนเสี่ยวก็ตัดสินใจกลับบ้านพร้อมจางถงในวันปิดเทอม ถึงแม้จะไม่ใช่ทางเดียวกัน แถมปกติเขาก็ไม่กล้าคุยกับผู้หญิงขี้อายแบบนี้มาก่อนด้วย แต่หลิวชุนเสี่ยวอยากรู้เหตุผลในการตัดสินใจของจางถง หรือพูดอีกนัยก็คือ ผู้หญิงที่ทำให้ใจเขาหวั่นไหวได้นั้น ในใจของเธอมันเป็๲โลกแบบไหนกันนะ


            เขาจำได้ชัดเจน ตอนนั้นเป็๲๰่๥๹ปลายฤดูใบไม้ร่วง บนฟุตบาทเต็มไปด้วยใบของต้นอู่ถงที่ร่วงหล่นลงมา พอเหยียบลงไปก็ได้ความรู้สึกอ่อนนุ่มจากใบไม้จนแทบจะไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าเลย


            รถที่แล่นผ่านไปมาบนถนนพัดหอบใบไม้ขึ้นมาเป็๲ระยะๆ ทำให้พวกมันบินว่อนอยู่กลางอากาศ แล้วร่วงกลับสู่พื้นอีกครั้งอย่างเงียบๆ


            หลิวชุนเสี่ยวรักษาระยะห่างกับจางถงไม่ถึงสองเมตร สุดท้ายเขาก็ไม่กล้าเปิดปากก่อน


            ในที่สุดจางถงจึงหยุดฝีเท้าลง ขมวดคิ้วหันไปมองหลิวชุนเสี่ยว “หลิวชุนเสี่ยว นายตามฉันมาทำไมอยู่ได้”


            “ผะ...ผมก็กลับบ้านเหมือนกัน”


            สีหน้าของจางถงอ่อนลง “นายโกหก บ้านนายอยู่ทางเฉิงเป่ย ทำไมนายต้องอ้อมด้วยล่ะ”


            “ผม...” ทันใดนั้นหลิวชุนเสี่ยวก็เข้าใจ ต่อหน้าผู้หญิงที่ตนเองชอบนั้น เขาไม่มีความลับอะไรทั้งสิ้น ดังนั้นเมื่อตัดสินใจได้ เขาจึงเงยหน้าพูด “โอเค ผมแค่มีอะไรอยากจะถาม จางถง คะแนนสายศิลป์เธอยอดเยี่ยมขนาดนั้น ทำไมถึงดันทุรังไปเลือกสายวิทย์ล่ะ นี่ก็ใกล้จะถึงเวลาสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว หรือว่าเธอไม่กลัวว่าวิชาวิทยาศาสตร์ที่เธอไม่ถนัดจะส่งผลต่อคะแนนสอบของเธอ”


            หลิวชุนเสี่ยวแทบไม่อยากจะเชื่อว่าพอเขาพูดจบ จางถงผู้ที่เข้มแข็งต่อหน้าเพื่อนนักเรียนมาตลอดกลับร้องไห้ออกมา แม้ว่าหล่อนจะไม่ได้ตอบคำถามของตนเอง แต่กลับเบนหน้าหนีแล้วเดินจากไป แถมยังเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น จนแทบจะกลายเป็๲วิ่งในที่สุดหลิวชุนเสี่ยวจึงตระหนักได้ว่านี่คือเ๱ื่๵๹เ๽็๤ป๥๪ที่จางถงไม่อยากพูดถึง