กลางดึกในวันเดียวกันภายในห้อง นอสที่หลับสนิทอยู่นั้นจู่ๆ ก็เหมือนจะมีบางอย่างปรากฏออกมาอากาศรอบๆ เริ่มมีการบิดเบี้ยวของมิติเล็กน้อยก่อนจะมีอะไรออกมา
ฟุบ!!
หนังสือเล่มหนึ่งโผล่ออกมาจากจุดที่บิดเบี้ยวนั้น แล้วตอนนี้มันก็กำลังลอยอยู่ใกล้ๆ กับนอส
“นายท่านคะ นายท่าน~”
หนังสือเริ่มเปล่งเสียงออกมา
นอสที่หลับอยู่ เริ่มลืมตาขึ้นเพราะเสียงนั้นมันดังก้องอยู่ในหัวของเขา
เมื่อลืมตาขึ้นนอสก็เริ่มมีความแปลกใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของตัวเอง หนังสือที่เก่าคร่ำครึมีโซ่ไคว้กันเป็รูปตัว X ที่หน้าปก พอดูดีๆ แล้วมันเป็หนังสือที่นอสคุ้นเคยเป็อย่างดี
มันคืออาวุธิญญาประจำตัวของนอสเอง ตลอดเวลาที่เขาได้มันมานั้น นอสได้ลองทุกวิถีทางเพื่อใช้งานมันแล้ว แต่ก็ไร้ผลยกเว้นแต่เพียงเื่ความแข็งและทนทานของมันเท่านั้นเอง เมื่อมันหมดหนทางนอสก็ได้แต่ทิ้งมันไว้ภายในจิตเท่านั้น
แต่ตอนนี้มันกลับกำลังลอยอยู่ตรงหน้าเขา
“นายท่านคะ นายท่าน”
เสียงที่ดูอ่อนหวานเหมือนกับเด็กผู้หญิงก็ยังคงเรียกนอสอยู่
“นี่ฉันฝันอยู่หรอ ทำไมถึงมีหนังสือลอยอยู่แล้วมีเสียงด้วยล่ะ”
นอสพยายามตั้งสติพร้อมกับเริ่มหยิกแก้มตัวเอง
“โอ้ยเจ็บ!! ของจริงนี่หว่า ไม่ใช่ฝันหรอ”
“นี่คือความจริงเ้าค่ะ”
หนังสือพูดแย้งคำพูดของนอส
“นี่ขอเวลาแป๊บนะ ขอฉันตั้งสติก่อน”
นอสลุกขึ้นมานั่งตรงขอบเตียงแล้วตั้งสมาธิก่อนจะพูดออกมา
“เอาล่ะมาเริ่มอย่างแรกเลย เธอคืออะไร เอ่อ เป็ตัวอะไร?”
“ท่าน!$#^&ฉันชื่อ#$!*& เป็หนังสือของ &^%#**”
ทันทีที่เธอเริ่มแนะนำตัว นอสก็ฟังเธอไม่เข้าใจแล้วนอสก็เริ่มปวดหัวขึ้นมาทันที
“อ้ากกกก!! หัวฉันอะไรกันเนี่ย!!”
มันเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนนอสลงไปกองลงกับพื้น
“อ๊ะ! นายท่านเ้าคะ เป็อะไรหรือเปล่า”
เมื่อหนังสือเริ่มเห็นนอสมีอาการปวดหัวแล้วลงไปกองกับพื้นเธอจึงหยุดพูดในทันที
เมื่อเธอหยุดพูดอาการปวดหัวของนอสก็หายไป โดยปกติแล้วการที่มีอาการปวดหัวรุนแรงแบบนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะตอนที่มีคนพูดถึงเื่ภายชั้นที่สูงๆ ยูโทเปีย เช่น นอสที่อยู่ชั้น1 ของยูโทเปียนั้น ไม่มีสิทธิ์ที่จะรับรู้ข้อมูลทุกอย่างชั้นที่2หรือ3ได้ ถ้าอยู่ชั้นที่ 2 ก็จะฟังข้อมูลของชั้นที่ 2ได้ แต่ก็ฟังข้อมูลชั้นที่ 3 ไม่ได้
ถ้าเผลอได้ยินหรืออ่านข้อมูลที่คนอื่นพูดถึงชั้นที่สูงกว่านั้น จะทำให้ฟังประโยคนั้นไม่รู้เื่และแทนที่มันด้วยความเ็ปที่สมอง อย่างรุนแรงสุดๆ นั่นทำให้คนส่วนใหญ่รู้แค่เพียงข้อมูลชั้นที่ 1 เท่านั้น
“แฮ่กๆ ขอบใจที่หยุดพูดนะหัวฉันมันเหมือนจะะเิเลย”
นอสลุกขึ้นมาพักหายใจด้วยเสียงเหนื่อยหอบ
“ขออภัยที่ฉันไม่ทราบว่าสิ่งที่ฉันพูดไปจะทำให้เกิดเื่แบบนี้ ชิ!! ยูโทเปียกีดกันไว้สินะ งั้นตอนนี้ฉันขอทราบนามของท่าน ณ ตอนนี้ได้ไหมคะ”
“นอส นอส นิวาทอส เรียกฉันนอสเฉยๆ ก็ได้”
นอสตอบกลับ
“รับทราบค่ะท่านนอส แล้วก็อีกเื่ท่านช่วยตั้งชื่อให้ฉันได้ไหม เพราะถ้าฉันพูดชื่อเดิมละก็ท่านก็จะปวดหัวอีกรอบ”
“เอาแบบนั้นก็ได้ ฉันไม่อยากรู้สึกเหมือนหัวจะะเิแบบนั้นแล้วตอนนี้”
นอสนิ่่งเงียบไปสักพักเพื่อคิดชื่อให้กับอาวุธิญญาของเขาเอง แม้นอสจะชอบตั้งชื่ออะไรเห่ยๆ แต่เขาก็พยายามที่จะหาชื่อที่ดูดีสำหรับอาวุธิญญาของตัวเองให้มากที่สุด
“อืม…..ชื่อนี้เป็ไง ลิลิธ ความหมายตามบ้านเกิดฉันมันแปลว่า ราตรีปริศนา เหมาะกับเธอที่โผล่มาตอนกลางดึกวันนี้ดีนะ”
นอสพูดขึ้น
“เป็ชื่อที่ไพเราะสำหรับฉันมากเลยค่ะ ต่อจากโปรดเรียกฉันด้วยชื่อ ลิลิธ ด้วยค่ะ”
นอสรู้สึกได้ว่าเธอกำลังดีใจอยู่ที่ได้รับชื่อใหม่นี้ เพราะในตอนที่เธอได้ยินชื่อนี้เธอก็เริ่มสายตัวไปมาเล็กน้อย
“เอาล่ะในเมื่อเรียกกันได้โดยไม่ปวดหัวแล้วฉันขอเริ่มถามอีกรอบนะ ลิลิธเธอเป็อะไรมีความสามารถอะไรอธิบายมา”
นอสยิงคำถามใส่ลิลิธทันที
ลิลิธนิ่งเงียบสักพักก่อนจะเริ่มพูด
“ฉันเป็หนังสือค่ะ เป็หนังสือที่เก็บรวบรวมสูตรการสรรค์สร้างยุทธภัทฑ์ที่สาบสูญไป เราเรียกมันว่า ยุทธภัทฑ์ต้องสาปค่ะ”
“ห๊ะ!? เธอฟังดูอันตรายจังนะ แล้วไอ้ยุทธภัทฑ์ที่เธอบอกมามันเนี่ยมันคืออะไร”
นอสถามขึ้น ทำให้ลิลิธหยุดนิ่งเหมือนว่ากำลังคิดอยู่
“ฉันจะพยายามอธิบายให้ท่านเข้าใจมากที่สุดเท่าที่ท่านนอสจะสามารถรับรู้ได้โดยที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการการปิดกั้นของยูโทเปียนะคะ ยุทธภัทฑ์ต้องสาปนั้น จริงๆ แล้วมันคืออาวุธที่มีจิตใจเป็ของตัวมันเองค่ะ คุณภาพของมันก็สูงสุดๆ ด้วยค่ะ”
“อืม มันก็ดูเป็อะไรเจ๋งดีหนิ แล้วทำไมมันถึงมีคำว่าต้องสาปไปด้วยล่ะ”
นอสถามพร้อมขมวดคิ้วคิด
“ต้องบอกว่าเพราะมันมีจิตใจเป็ของตัวเอง เลยทำให้การจะถือครองมันได้จะมีเงื่อนไขที่ยุ่งยากตามมามากค่ะ ยุทธภัทฑ์พวกนี้มันจะเลือกผู้เป็นายเพื่อใช้มันด้วย เพราะงั้นถ้าใครเผลอนำมาใช้โดยที่มันไม่ยอมรับในตัวของคนๆ นั้นเข้าล่ะ คนๆ จะเริ่มโดนความความมืดภายในจิตใจกัดกินตัวตนไปทีละนิดทีละน้อยไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็จะกลายเป็คนที่ไร้สติแล้วโดนยุทธภัทฑ์นั้นครอบงำ จนจำได้เพียงแค่การฆ่าฟันเท่านั้นเอง แต่มันก็มีกรณีหลักๆ 2 กรณีถ้ายุทธภัทฑ์ไม่ยอมรับในตัวของเ้าของ ข้อแรก ก็คือจะต้องมีร่างกายและจิตใจที่แข็งแกร่งพอจะรองรับพลังและต้านทานการถูกกัดกินของมันได้ ก็จะสามารถใช้งานได้แต่ก็ใช้พลังของมันได้ไม่เต็มทีค่ะ สองคือกรณีพิเศษคือผู้ที่หนังสือสูตรการสร้างยุทธภัทฑ์ ต้องสาป แต่ไม่ว่าจะกรณีไหนๆ สุดท้ายถ้าเราไม่ได้รับการยอมรับจากยุทธภัทฑ์เ่าั้ แล้วหลังจากเริ่มใช้งานเสร็จจะทำให้ร่างกายและจิดใจของผู้ใช้จะอ่อนล้าอย่างรุนแรงค่ะ มีอะไรสงสัยอีกไหมคะ”
“งั้นในเมื่อเธอมีสูตร ฉันก็ต้องไปหาคนมาสร้างมันขึ้นมาใช่ไหม”
“ไม่ใช่ค่ะ ท่านต้องเป็สร้างมันขึ้นมา เพราะถ้าคนอื่นที่ไม่ได้เป็เ้านายของฉันจะสร้างมันขึ้นมาไม่ได้ นี่คือหนึ่งในเงื่อนไขในการสร้างค่ะ”
“นี่เธอจะบ้าหรอ ฉันก็เคยตีดาบมาใช้เองบ้างอยู่หรอกนะแต่ทุกอันฉันก็ทำมันพังตลอดเลย แล้วยิ่งต้องให้ฉันมาสร้างของที่ฟังดูสุดยอดแบบนี้มันจะได้หรอลิลิธ”
นอสถามลิลิธความกังวล
“เื่นั้นไม่ต้องห่วงค่ะ เื่นั้นมันเป็หน้าที่ของฉันอยู่แล้วที่ต้องสอนกรรมวิธีการสร้างยุทธภัทฑ์พวกนั้นขึ้นมาฉันจะทำการสอนั้แ่เริ่มให้ท่านเข้าใจได้เลยค่ะ”
“งั้นหรอ แบบนั้นก็ได้อยู่หรอก แต่ตอนนี้มันดึกมากแล้ว แล้วแถวนี้ก็ไม่มีโรงตีเหล็กหรอกนะ ต้องให้ฉันกลับไปทื่ยูโทเปียซะก่อนน่ะ”
“เื่นั้นไม่มีปัญหาค่ะ ฉันสามารถสอนท่านนอสตอนไหนก็ได้ ยังไงฉันก็เป็อาวุธิญญาของท่านนอสอยู่แล้ว แต่ตอนนี้มันดึกมากแล้วขออภัยที่ฉันมาปลุกท่านดึกดื่นปานนี้ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”
ลิลิธพูดจบก่อนจะหายไปกลางอากาศในทันที
ฟุบ!!
เมื่อนอสลองเช็คภายในจิตของตัวเองก็พบว่าลิลิธได้กลับไปภายในจิตของเขาแล้ว แม้เื่จะดูหน้าทึ่งมากตอนนี้ แต่นอสที่โดนปลุกมา 2 รอบแล้วของวันนี้มันทำให้เขาไม่สนใจอะไรนอกจากการนอนอีกแล้ว
“เอาเถอะค่อว่ากันวันหลังละกั-”
ก่อนจะได้พูดจบนอสก็หลับไปแล้ว
…………
“นะนี่ ลูกจ๊ะ ทำไมขอบตาดำเป็หมีแพนด้างั้นล่ะไปทำอะไรมา นอนไม่สบายหรอ”
แม่พูดทักนอสขึ้นที่ลานฝึก
“นิดหน่อยครับแม่”
‘แหงล่ะเจอเื่เมื่อคืนทำเอาหลับไม่สนิทเลยเรา’
นอสคิดในใจ
นอสนึกถึงพี่สาวเลยถามแม่
“แม่แล้วพวกพี่ๆ เขาไปไหนแล้วหรอครับ”
“อ๋อพวกพี่ๆ ลูกหรอ แม่ให้พวกเธอไปวิ่งรอบูเาอบอุ่นร่างกายนิดหน่อยน่ะจ๊ะ ฮุๆ”
เรมิรี่เริ่มหัวเราะแปลกๆ ออกมาหลังพูดจบ
“ตอนนี้ลูกอย่าพึ่งสนใจเื่ของพวกพี่ๆ เขาหรอก ตอนนี้ลูกต้องฝึกส่วนของตัวเองไม่ใช่หรอจ๊ะ”
เมื่อได้ยินที่แม่พูดนอสเริ่มสะดุ้งขึ้น
“คะครับคุณแม่เดี๋ยวจะเริ่มฝึกเลยละกันครับ แฮ่ะๆ”
นอสตรงดิ่งเข้าไปโซนเดิมที่ฝึกเมื่อวานนี้ หลังการฝึกเมื่อวานอย่างหนักทำให้ตอนนี้นอสเริ่มจะจับทางมันได้มากแล้ว นอสอยากจะรีบฝึกสิ่งนี้ให้ได้แล้วรีบกลับไปที่ยูโทเปีย เพื่อคุยเื่ที่ลิลิธบอกไว้เกี่ยวกับการสร้างยุทธภัทฑ์ต้องสาปต่อ หลังจากฟังลิลิธเล่านอสมีความสนใจในเื่นั้นอย่างมาก แต่ต้องห้ามมันไว้ก่อนเพราะเขาต้องตั้งใจฝึกการฟันให้ได้เสียก่อน
เปล้งๆ ๆ !!~
เสียงของดาบไม้เคลือบเวทย์ปะทะกับหินอย่างต่อเนื่อง
………
หลายวันต่อมา….
“เอาล่ะคราวนี้ต้องได้แน่”
ตลอดหลายวันที่ผ่านมานอสได้ฝึกการฟันจนมีความเฉียบคมมากขึ้นกว่าเดิม ร่องรอยการฟันตกค้างที่อยู่บนก้อนหินเป็ตัวบ่งชี้ว่านอสฝึกหนักไปขนาดไหน นอสสูดลมหายใจเข้าไปจนเต็มปอด
“ย้ากกกก!!!”
นอสร้องออกมาพร้อมกับฟันไปที่หินสุดกำลัง องศาการฟันของมีดพร้อมกับการถ่ายเทพลังเวทย์ในระดับที่พอเหมาะจากการฝึกฝนเป็ร้อยเป็พันรอบ
ฉึบ!!!
เสียงของดาบไม้ฟันเข้าไปในก้อนหินจนขาดได้อย่างง่ายดาย แล้วที่ตัวดาบนั้นแทบจะไร้รอยขีดข่วนเลย
“อ่า!! ในที่สุดก็ทำได้แล้ว~”
นอสรู้สึกดีใจที่ทำมันได้แล้ว แม้จะเหนื่อยจนแทบกระอักเืแต่สิ่งที่เขาได้มามันก็คุ้มค่า
“คงได้เวลากลับไปที่ยูโทเปียแล้วสินะแบบนี้”
นอสพูดขึ้น
…………………………