อู๋เซิ่งมองคนนับสิบที่ยืนด้วยใบหน้ามั่นใจในตัวเองดูเหมือนพวกเขาจะไม่คิดว่าตัวเองอ่อนแอกว่าอู๋เซิ่งดังนั้นจึงมีความกล้าขนาดนี้
“เอาจริงๆข้าก็ไม่กลัวหรอกแต่มันน่ารำคาญเพราะงั้นหากอยากจะประลองไม่ยากวันพรุ่งนี้ไปที่สนามประลองและใครอยากจะประลองกับข้าจะต้องเดิมพันด้วยหินิญญา 1000 ก้อน หากไม่มีก็ไปหามาหากหาไม่ได้ก็ไม่ต้องเสนอหน้ามาพบข้า” อู๋เซิ่งกล่าว
“อย่าได้สาระหินิญญา1000 ก้อนมันหาได้ง่ายๆที่ไหนกันแม้แต่ศิษย์สายในยังได้เดือนละ 500 ก้อนเท่านั้น”บรรดาศิษย์หลายคนร้องคำรามใส่อู๋เซิ่ง
“หากไม่มีก็ไม่ต้องมาท้าประลองข้ามันเสียเวลา”
“ได้ข้าจะนำหินิญญา 1000 ก้อนมาเดิมพันเ้าเองก็ต้องเดิมพันด้วย” ศิษย์ที่ถือดาบกล่าวขึ้น
“ไม่มีปัญหาข้ามีหินิญญาอยู่แล้ว”อู๋เซิ่งยกยิ้มเขามีวิธีในการหาหินิญญาแล้ว
หลังจากที่คนเ่าั้จากไปไม่นานพวกต้วนหนิงเอ๋อก็ได้สติพวกนางใกับความลึกซึ้งของทักษะที่อู๋เซิ่งมอบให้
“ทักษะนี้ยอดเยี่ยมจริงๆแค่ทำความเข้าใจเพียงเล็กน้อยก็ทำให้พลังของข้าเพิ่มขึ้นมากแล้วหากข้าวางรากฐานใหม่เสร็จพลังของข้าจะต้องทะยานไปยังระดับตัดิญญาขั้นสมบูรณ์แน่”ต้วนซิวเอ๋อกล่าว
“ทักษะนี้มันมีชื่อว่าอะไรงั้นเหรอ”ต้วนหนิงเอ๋อตาเป็ประกาย
“พื้นฐานของทักษะบ่มเพาะนี้มาจากแิผู้าุโท่านหนึ่งที่แข็งแกร่งมากแต่ทักษะนี้กลับเรียบง่ายมากกว่า ชื่อของมันคือ คัมภีร์เมล็ดเซียน” อู๋เซิ่งกล่าว
“คัมภีร์เมล็ดเซียนงั้นเหรอก็เหมือนจะเข้ากับทักษะนี้แม้ชื่อของมันจะแปลกๆก็เถอะ” ต้วนหนิงเอ๋อกล่าว
“ข้าเองก็ไม่ได้คิดค้นทักษะนี้มากทั้งหมดข้าแค่เลียนแบบของท่านจักรพรรดิทั้งสองเท่านั้นแล้วข้าจะกล้าตั้งชื่อโอ่อ่าได้อย่างไร”อู๋เซิ่งคิดในใจ
เมื่อพวกต้วนหนิงเอ๋อกลับไปอู๋เซิ่งก็นั่งทบกวนทักษะที่ตนฝึกตอนนี้ทักษะบ่มเพาะ กายา จิต และเคลื่อนไหวล้วนแต่ชำนาญในระดับหนึ่งแล้ว
“ดูเหมือนจำเป็ต้องเริ่มฝึกฝนทักษะโจมตีอย่างอื่นบ้างไหนดูว่าทักษะที่อิงเยว่มอบให้สามารถนำมาตัดแปลงได้หรือไม่” อู๋เซิ่งนำทักษะของหุบเขาเฟยเซียงออกมาและนั่งเปิดอ่าน
หลังจากเปิดอ่านได้ไม่นานอู๋เซิ่งก็ถอนหายใจไม่แปลกใจเลยด้วยพร์ของเมี่ยวอิงเยว่กลับไม่อาจทะลวงครึ่งเซียนได้สักทีหากไม่ได้อู๋เซิ่งช่วยก็ยากมากที่นางจะทะลวงขั้นได้
“กลายเป็ว่าทักษะเมษาเยือกแข็งนี่ยังไม่สมบูรณ์มันขาดหายไปหลายส่วน อืมแต่ทักษะโจมตีก็พอใช้ได้หากข้าดัดแปลงเล็กน้อยก็น่าจะพอเป็ทักษะเซียนได้”อู๋เซิ่งเริ่มขบคิดและดัดแปลงทักษะใหม่
พริบตาหนึ่งคืนก็ผ่านไปอู๋เซิ่งไม่ได้พักเลยและใช้เวลาทั้งคืนในการทดลองและฝึกฝนทักษะเมฆาเยือกแข็งขึ้นมาใหม่
“ในที่สุดก็สมบูรณ์เสียทีเล่นเสียพลังจิตไปเยอะพอควรเอาละไหนๆวันนี้ก็มีนัดกับเ้าพวกโง่พวกนั้นใช้ทักษะนี้ทดสอบกับพวกนั้นเลยแล้วกัน”อู๋เซิ่งกลืนเม็ดยาฟื้นฟูไปก่อนเพื่อฟื้นฟูพลังจากนั้นก็เดินออกจากที่พัก
หลังจากที่อู๋เซิ่งรับคำท้าเมื่อว่านก็มีหลายคนสนใจพวกเขาอยากจะรู้ว่าขีดจำกัดของอู๋เซิ่งอยู่ระดับไหน
“พวกเ้าคิดว่าใครจะชนะ”
“ใครจะรู้ฝีมือของผู้ติดตามจางไถและฉินอี้เหยา ย่อมมีฝีมืออยู่บ้างแล้วแต่สำหรับศิษย์คนใหม่ของท่านประมุขบอกตาสตรงการประลองเมื่อวันก่อนเขาไม่ได้แสดงพลังทั้งหมดออกมาเลยไม่รู้ว่าเขานั้นแข็งแกร่งแค่ไหนแต่มีสิ่งหนึ่งที่แน่ใจ คือเขาสามารถต่อสู้ข้ามระดับได้”
“นั่นก็แสดงให้เห็นถึงพร์ของเขาแล้วต่อให้เป็ฉินอี้เหยาตอนอายุเท่ากับอู๋เซิ่งก็ไม่ได้มีความแข็งแกร่งขนาดนี้”
“สิ่งนี้เป็ความจริงอย่างแน่นอน”
“ดูนั่นเขามาแล้ว”
อู๋เซิ่งเดินมาถึงสนามประลองด้วยใบหน้าและท่าทางสบายๆขณะเดียวกันชายที่ถือดาบได้ก้าวขึ้นมาบนสนามประลองและให้คนนำหินิญญาไปวางไว้ตรงจุดเดิมพัน
“ในฐานะผู้มาใหม่ข้าจะบอกกฎให้อีกครั้งการประลองห้ามไม่ให้โจมตีถึงตายหรือจงใจสังหาร และห้ามไม่ให้ใช้พิษอย่างเด็ดขาด และหากอีกฝ่ายหมดสติให้หยุดมือทันทีหรือหากอีกฝ่ายกล่าวยอมแพ้พวกเ้าก็ต้องหยุดมือเช่นกันเข้าใจหรือไม่”ชายชราที่ทำหน้าที่เฝ้าสนามประลองกล่าว
“ขอบคุณผู้าุโ”อู๋เซิ่งนำหินิญญาไปวางเอาไว้เช่นกัน
“ดีเช่นนั้นการประลองเริ่มได้” ชายชรารู้สึกสนใจขึ้น
“อย่าคิดว่าข้าจะเหมือนกับพวกเมื่อวานก็แล้วกัน”ชายหนุ่มถือดาบตั้งท่าก่อนจะฟาดฟันดาบออกไป
ปราณดาบพุ่งทะยานเข้าหาอู๋เซิ่งด้วยความเร็วมากอีกฝ่ายนั้นไม่ได้อ่อนแอเหมือน 10 คนเมื่อวานจริงๆอย่างน้อยปราณดาบนี้หากถูกโจมตีตรงๆคงยากจะรับไหว
“มีฝีมือเหมือนกันนี่”อู๋เซิ่งยกยิ้มและขยับเท้าเพียงเล็กน้อยและหลบการโจมตี แต่ขณะนั้นเองร่างของอีกฝ่ายกลับปรากฏด้านหลังปราณดาบะเิออกมา
“คิดว่าข้ามองการเคลื่อนไหวของเ้าไม่ออกงั้นเหรอ”ชายถือดาบโจมตีด้วยปราณดาบอีกครั้ง
“ปราณดาบของซวีเหยียนนั้นแข็งแกร่งมากเขาคือผู้ติดตามที่แข็งแกร่งของจางไถอย่างไม่ต้องสงสัย”
“คิดว่าอู๋เซิ่งจะรอดจากปราณดาบนี้ได้หรือไม่”
“พูดยาก”
ปราณดาบที่พุ่งเข้ามาอู๋เซิ่งไม่ได้หวานกลัวนิ้วถูกชี้ออกไปดัชนีกระบี่สายหนึ่งถูกยิงออกไปปะทะกับปราณดาบทันที
“ตูม!!!!!!!!!!”
พลังสองสายสลายหายไปแต่พริบตานั้นเองซวีเหยีนนรู้สึกได้ถึงอันตรายะโถอยหลังออกไปแต่อยู่ๆลมหนาวที่สามารถแช่แข็งได้แม้แต่ปราณดาบก็พุ่งตรงเข้าหาเขาด้วยความเร็ว
“หืม!!!!”ชายชรามองออกไปด้วยใบหน้าเบิกกว้าง
“นั่นมัน”เหล่าศิษย์พากันใเพราะตอนนี้ร่างของซวีเหยียนได้ถูกแช่แข็งไปแล้วครึ่งตัว
“ดูเหมือนว่าข้าจะยังไม่ชำนาญเท่าไหร่”อู๋เซิ่งแสดงสีหน้าไม่พอใจเพราะเขาตั้งใจที่จะแช่แข็งอีกฝ่าย
“บัดซบทำลายให้ข้า” ปราณดาบที่แข็งแกร่งปะทุออกมาคิดจะทำลายน้ำแข็งที่ผนึกท่อนร่างของตัวเองเอาไว้
“มันควรจะจบได้แล้วละ”ร่างของอู๋เซิ่งมาถึงตรงหน้าอีกฝ่ายฝ่ามือถูกตบออกไปด้วยกำลังอันมหาศาล
“เปรี้ยง!!!!!!!!!!”
เสียงกระดูดแตกหักดังขึ้นพร้อมกับร่างของซวีเหยียนลอยออกไปและพ่นโลหิตออกมาเป็สาย
“พอแค่นั้นแหละผู้ชนะอู๋เซิ่ง” ชายชรากล่าว
“ได้มาแล้ว1000 หินิญญา” อู๋เซิ่งรับหินิญญามาด้วยรอยยิ้ม
“มีใครจะประลองอีกหรือไม่”ชายชราหันไปทางพวกของซวีเหยียน คนอื่นๆแสดงสีหน้าลังเลขนาดซวีเหยียนยังแพ้หมดรูปแล้วพวกเขาละ
“ข้าเอง”หญิงสาวคนหนึ่งก้าวออกมา นางถือกระบี่มีใบหน้างดงามในระดับหนึ่งแม้จะไม่เท่ากับต้วนหนิงเอ๋อและยิ่งไม่ต้องเทียบกับเมี่ยวอิงเยว่เลยแต่นางก็ถือว่ามีรูปร่างที่สมบูรณ์
“ครามนี้เป็หนิงหยูงั้นเหรอ”
“มาดูกันว่านางจะทำให้เ้าสัตว์ประหลาดนั่นเอาจริงได้หรือไม่”หลายคนแสดงสีหน้าคาดหวัง