ฝ่าา (กล่าวกับตนเอง) ข้ายังไม่ได้ถามชื่อแซ่ของนางเลย ข้าลืมเื่ไปได้เช่นไร
ซูเว่ยฉีก็ได้กลับไปที่ตำหนักของกุ้ยเฟย ถึงประตูตำหนัก ฟางหรูรีบวิ่งออกมารับซูเว่ยฉี ด้วยความร้อนรนใจ
ฟางหรู“เ้าหายไปทั้งคืน ข้าคิดว่าเ้าจะไม่มีชีวิตกลับมาเสียแล้ว เ้ารีบเข้าไปดูกุ้ยเฟยที่เถอะ เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทำให้พระนางโกรธมา สั่งลงโทษนางกำนัลไปตั้งหลายคน แล้วนี้!! หน้าผากเ้าไปโดนอะไรมา”
ซูเว่ยฉี “เดียวข้ามาเล่าให้เ้าฟังวันหลังข้าขอตัวก่อน ข้าจะรีบไปรายงานกุ้ยเฟย”
ฟางหรู“งั้นรีบเข้าไปเถอะ ระวังตัวด้วยนะ กุ้ยเฟยอารมณ์ไม่ค่อยสู่ดี”
เพล้ง!!.........
เสียงดังขึ้นที่ตำหนักของกุ้ยเฟย แจกันแตกและข้าวของแต่งกระจ่าย กุ้ยเฟยขว้างด้วยความโมโห
ซูเว่ยฉีที่กำลังจะเดินเข้าไปในห้อง ได้ยินเสียงดังก็แอบยิ้มเยาะด้วยความพอใจ พร้อมแสดงท่าทางใรีบวิ่งเข้าไปคุกเข่าต่อหน้ากุ้ยเฟย
กุ้ยเฟย “เ้าหายไปไหนทั้งคืน”
ซูเว่ยฉี “เมื่อคืนหม่อมฉันคุกเข่าหน้าตำหนักฝ่าา หม่อมฉันคุกเข่าอยู่ทั้งคืนเพื่อขอร้องให้กุ้ยเฟย ฝ่าาตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเห็นหม่อมฉันยังคุกเข่าอยู่ จึงยอมรับคำขอร้องของหม่อมฉัน”
กุ้ยเฟย “เ้า!! (มองเห็นแผลบนห้าผากซูเว่ยฉี) เ้ามันแค่นางกำนัลเล็กๆฝ่าายอมฟังเ้าด้วยหรือ
เมื่อคืนข้าทำเสียหน้าต่อหน้าฝ่าา ข้าจะต้องรู้ให้ได้ว่าผู้ใดที่กล้าทำร้ายข้า”
ซูเว่ยฉี “กุ้ยเฟยเวลานี้ ยิ่งโกรธยิ่งตกหลุมพรางของศัตรู”
ซูเว่ยฉีที่มีแผนต่อไปในใจ ก็ได้แสดงละครฉากต่อไป
ซูเว่ยฉีเอี้ยมมือไปเก็บเศษแจกันที่กุ้ยเฟยทำแตกเพื่อจะให้บาดมือ
โอ้ย.....!!
ทำให้ฟางหรูคิดขึ้นได้ว่าเมื่อหลายวันก่อน กุ้ยเหรินได้ให้นางกำนัลของตนเองเอาหนามดอกไม้ทิ่มแทงที่มือขอซูเว่ยฉี
ฟางหรู “กุ้ยเฟยหม่อมฉันคิดออกแล้วเพคะ ว่าใครคิดร้ายต่อพระนาง”
กุ้ยเฟย “ผู้ใดกัน”
ฟางหรูเดินไปจับมือของเว่ยฉียื่นให้กุ้ยเฟยดู
ฟางหรู “กุ้ยเฟยทรงทอดพระเนตรชิเพคะ เป็กุ้ยเหรินที่ทำ”
กุ้ยเฟย “นางกำนัลทำงานหนักเป็เื่ปกติที่มีาแ เกี่ยวอะไรกันกับกุ้ยเหริน”
ฟางหรู “นี้ไม่ใช่แผลที่ได้จากการทำงานหนัก แต่เป็แผลจากหนามที่อยู่ในดอกไม้ ที่กุ้ยเหรินถวายให้พระนาง
ซูเว่ยฉีไม่ได้บอกกุ้ยเฟย เพราะซูเว่ยฉีไม่อยากมีปัญหากับกุ้ยเหริน จึงปิดบังเื่นี่ไว้
หม่อนฉันว่าต้องมีคนแอบทำบางอย่างในเครื่องเสวยของพระนาง แต่ของเสวยของพระนางมีหมอหลวงตรวจสอบตลอดไม่มีปัญหาแน่
มีแค่เพียงมื้อกลางวันของพระนางเมื่อวานนี้ ที่เสวยในตำหนัก ของกุ้ยเหริน”
ซูเว่ยฉียิ้มเยาะในใจ ที่ทุกอย่างเป็ไปตามแผนของตนที่เตรียมไว้ และพร้อมที่จะดำเนินแผนขั้นต่อไป
ซูเว่ยฉีที่คุกเข้าอยู่ ก็ตบหน้าตัวเอง เพี๊ยะ!!...........
ซูเว่ยฉี “หม่อมฉันสมควรตาย เป็ความผิดของหม่อมฉันทั้งหมด การที่หม่อมฉันไม่ตอบโต้นึกไม่ถึงเลยว่าจะทำให้กุ้ยเฟยเจอเื่แบบนี้ บ่าวสมควรตาย”
กุ้ยเฟย “เ้ามันโง่จริงๆ... กุ้ยเหรินนางแพศยาข้าจะไม่ปล่อยเ้าไปง่ายๆแน่”
พูดจบกุ้ยเฟยก็ลุกขึ้นทันทีเพื่อจะไปเอาเื่กุ้ยเหรินด้วยความโมโห แต่กับโดยซูเว่ยฉีห้ามไว้
ซูเว่ยฉี “กุ้ยเฟยโปรดระงับโทสะ อีกไม่กี่ชั่วยามก็จะถึงเวลาที่บรรดาพระสนมต้องไปถวายพระพรฮองเฮา
กุ้ยเฟยพึ่งเข้ารับใช้ฝ่าาเมื่อคืน หากไปสายไม่รู้ว่าสนมคนอื่นๆจะกล่าวถึงพระองค์เช่นไร”
กุ้ยเฟย “ใช่..ข้าต้องไปแบบสง่างาม จะไม่ให้พวกสนมชั้นตำพวกนั่น มาหัวเราะเยาะข้าได้ ไป………
ซูเว่ยฉี (คิดในใจ)“กุ้มเฟยเ้าคิดจริงหรือว่า ปากคนในวังจะไม่ผายลม ชั่งโง่เขลาจริงๆ”
ณ.ตำหนักฮองเฮา ที่มีบรรดานางสนม ได้มาถวายพระพรฮองเฮา จะมีสนมทั้งหมดหกตำหนัก ได้แก่ฮองเฮา, กุ้ยเฟย, ผิน,กุ้ยเหริน, ฉางจ้าย, ตาอิ้ง ทั้งหมดหกตำหนัก เล่าสนมทุกท่าน ได้มารวมตัวกันอย่าพร้อมหน้าพร้อมตา
มีแค่กุ้ยเฟยที่ช้า
กุ้ยเฟย “หม่อนฉันถวายพระพรฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันขอประทานอภัยที่มาช้า เมื่อคืนหม่อมฉันรับใช้ฝ่าา ทำให้เช้านี้ตื่นสายกว่าปกติ”
ฮองเฮา “ไม่เป็ไร เ้านั่งลงเถอะ” (พูดพร้อมอมยิ้ม)
กุ้ยเฟย “ขอบพระทัยเพคะ”
จากนั้นก็ใช้มือท้าวเอวทำท่าทางเหมือนปวดสะเอวมาก พร้อมเดินไปนั้งที่ตนเอง เจียผินที่นั้งอยู่ข้างๆก็ได้หันมาถามกุ้ยเฟย ด้วยอารมณ์หยอกเย้า
เจียผิน “เมื่อคืนน้องหญิงรับใช้ฝ่าาครั้งแรก พี่สาวอย่างข้ายังไม่ได้แสดงความยินดีเลย”
กุ้ยเฟย “พี่หญิงพูดล้อเล่นแล้ว น้องหญิงพึ่งเข้าวัง หลายเื่ยังต้องขอความชี้แนะจากพี่หญิงทุกท่าน”
เจียผิน “ไม่ต้องหรอก พวกเราก็แค่สนมตำแหน่งต่ำต่อย มิบังอาจสั่งสอน น้องหญิงกุ้ยเฟยที่ตำแหน่งสูงกกว่าหรอก พวกเ้าว่ามัย”
หลู่ผิน “ข้าเห็นน้องหญิงเมื่อกี่ จับเอวน้องหญิงาเ็หรือไม”
กุ้ยเฟยได้ยินดังนั้นก็ทำท่าทางเขินอาย แต่กับมีเสียงของกุ้ยเหรินพูดแทรกขึ้น
กุ้ยเหริน “แชงทำพอหรือยัง”
กุ้ยเฟย “กุ้ยเหริน หมายความว่าอย่างไร”
กุ้นเหริน “ข้าได้ยินนางกำนัลข้างนอกพูดถึงเ้า เื่เมื่อคืนแล้ว คำว่า กุ้ยเฟย คงไม่เหมาะกับเ้า ต่อไปเรียกเ้าว่า กุ้ยเหม็นโชยพวกเ้าว่าดีหรือไม ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ทุกคนในตำหนัก ฮ่า ฮ่า ฮ่า