“ขอบคุณที่มาส่งนะคะบอส” เลขานุการสาวกล่าวก่อนลงจากรถใบหน้าของเธอเร่งรีบ เพราะเห็นอยู่ก่อนว่าหน้าบ้านมีรถของคู่หมั้นจอดอยู่...ปพนกับนิศานาถเองเลิกงานแล้วเช่นกัน
“ครับ พรุ่งนี้เช้าผมจะมารับตอน 6 โมงนะครับ” พรุ่งนี้เขาและมนทกานติต้องไปติดตามงานที่พัทยาด้วยกัน ค้างแรม 1 คืน
“รับทราบค่ะ” แล้วเ้าหล่อนก็รีบร้อนลงไปจิณวัตรเฝ้ามองจนหญิงสาวเดินหายเข้าไปในบ้าน
“เฮ้อ” เขามันแค่หัวหน้า ไหนเลยจะไปสู้ชายคนรักของเธอคนที่มีสิทธิ์เข้าออกบ้านหลังนี้ได้ตามอำเภอใจ
กริ่งกริ่ง กริ่ง
ตู๊ดตู๊ด ตู๊ด คำเอื้อยมองโทรศัพท์ของตนเองที่ถูกตัดสายทิ้ง ขณะนี้เป็เวลา 4 ทุ่ม เธอคิดว่าเป็เวลาที่เขาเลิกงานแล้วแน่ๆ ที่สำคัญเ้าของไร่คงยังไม่หลับ
“อืม...หรือนายจิณจะติดธุระอย่างอื่นอยู่” ใจคนรอรอแล้วรออีกนับั้แ่วันที่เขาเดินทางกลับกรุงเทพ ผ่านมา 3 วันแล้วคำเอื้อยไม่เคยได้รับสายจากสามีทางพฤติกรรมของเธออีกเลย หัวใจน้อยๆมันร้อนรุ่มอกแทบะเิออก ค่ำคืนนี้เมื่อนาฬิกาบอกเวลา 4 ทุ่มตรงเธอจึงตัดสินใจโทรออกไป...ไปหาดวงใจที่อยู่ไกลกันเหลือเกิน
หญิงชาวดอยย้ายตัวเองกลับมานั่งร้อยพวงมาลัยต่อเมื่อเย็นมีคนมาว่าจ้างให้ทำบายศรีอีกหนึ่งองค์ คงต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงเลยเธอถึงจะได้นอน มือถือเก่าคร่ำครึกถูกวางไว้ใกล้ตัว สายตาคอยเหลือบมองแทบทุกนาที
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
กริ่งกริ่ง กริ่ง เบอร์โทร 10หลักที่เธอจดได้ขึ้นใจ เปรียบดั่งเสียงจาก์วิมานทุกอย่างถูกวางลง มือน้อยสั่นไหวไปหมด เธอรีบกดรับสายจากเ้าของหัวใจ
“นายจิณเ้า” เสียงหวานสั่นพร่า 3 วันแล้ว
3 วัน 3 คืนเต็มๆ ที่เขาไม่เคยโทรหา ไม่มีการติดต่อใดใดส่วนเธอเองก็ไม่กล้าโทรไปรบกวน
“โทรมามีอะไรหรือเปล่า เมื่อกี้ฉันกำลังจะอาบน้ำเลยตัดสายทิ้ง” เขากล่าวอย่างเซ็งๆ อารมณ์ของท่านประธานหนุ่มไม่คงที่ั้แ่ไปส่งเลขาสาวที่บ้าน
“เออ...เออ ตอนนี้บ้านพักริมเชิงเขาของนายเสร็จสมบูรณ์แล้วนะเ้า” ทั้งๆที่เธออยากบอกว่าคิดถึงเขาแทบใจจะขาดรอนๆแต่คำเอื้อยเองไม่กล้าเอื้อนเอ่ยออกไป ได้แต่ยกงานมาบังหน้า ลดความเขินอายที่มีบ้านหลังเล็กริมเขาของเ้านายช่างน่าอยู่ เธอนำต้นไม้ ดอกไม้สวยงามมาปลูกไว้โดยรอบพรวนดิน รดน้ำ ทุกอย่างได้รับการดูแลจากใจของคนคิดถึง คะนึงหา...บ้านหลังน้อยคอยเฝ้ารอเวลาให้เ้าของกลับมาอีกครั้ง
“อืม งั้นแค่นี้นะ ฉันจะรีบพักผ่อน พรุ่งนี้ต้องไปดูงานที่พัทยาแต่เช้า”
“เออ...เดี๋ยวเ้า เออ นายจิณจะมาที่ไร่แสงฝางอีกเมื่อไหร่เหรอเ้า”ตึก ตึก ตึก หัวใจดวงน้อยเฝ้าคอยคำตอบ
“อืมมม” ปลายสายกลับถอนหายใจหนักหน่วงคนละขั้วอารมณ์โดยสิ้นเชิง
“ฟังดีๆนะคำเอื้อย ่นี้งานฉันยุ่งมากส่วนที่นั่นงานทุกอย่างฉันก็สั่งผู้รับเหมาให้จัดการและรายงานฉันตลอดอยู่แล้วไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง ฉันคงไม่สะดวกไปดูไร่ใน่นี้”
“อ่อ...เ้า” มือน้อยที่สั่นด้วยความเปรมปรีเมื่อสักครู่ตอนนี้แห้งเหือดหาย มันแปรเปลี่ยนเป็สั่นแบบไร้เรี่ยวแรงอยู่ๆน้ำตาของสาวชาวดอยก็พาลรินไหล...แย่จริงๆ
“ฮืม อีก 3 เดือนเข้าหน้าหนาวฉันอาจจะไปพักผ่อนที่นั่นสัก 2-3 วัน” ท่านประธานตอบไปแบบส่งๆสมองนักธุรกิจไฟแรงแสนชาญฉลาดประมวล สรุปผลได้อย่างแน่ชัด เมื่อเขาได้อยู่ใกล้ชิดผู้หญิงที่ทั้งสวย ทั้งเก่ง ฉลาด มั่นใจในตัวเองอย่างมนทกานติจิณวัตรจะลืมผู้หญิงคนอื่นไปเลยแม้แต่หญิงสาวที่เขาได้พรมจรรย์อย่างคำเอื้อย เขาก็เกือบลืมเธอไปแล้ว
“เ้า” เหมือนดอกไม้แห้งเหี่ยวได้รับสายฝนเย็นชุ่มฉ่ำ คำเอื้อยเหมือนคนตายที่ได้ชีวิตใหม่คืนมา จะกี่วันกี่เดือน กี่ปี เธอก็จะขอรอ รอด้วยความหวัง รอด้วยพลังแห่งรักมั่นคง
“เอื้อยจะรอนายจิณเ้า” ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด สายถูกตัดไปแต่คำเอื้อยมั่นใจว่าเขาได้ยินประโยคสุดท้ายที่เธอกล่าวออกมาไม่น่าเชื่อเพียงการพูดคุยกันไม่กี่คำ กี่ประโยค ไม่กี่นาทีหากแต่มันคือพลังใจชั้นเยี่ยม ที่ทำให้เธอมีแรงทำงานต่อหน้าต่อและมีพลังสำหรับวันต่อๆไป
“รอฉันนะ ฉันจะรีบกลับมาที่ไร่ กลับมาหาเธอ”
“ฉันต้องไปแล้ว ฉันจะโทรมาหาเธอบ่อยๆนะคำเอื้อย รอรับโทรศัพท์ของฉันด้วยล่ะ”
ทุกคำพูดทุกคำมั่นสัญญา ทุกสิ่งเ่าั้ของเขายังฝั่งลึกในห้วงความจำแต่เนื่องจาก่นี้เขามีหน้าที่ต้องรับผิดชอบมากมายจึงมีเหตุผลให้เราต้องเหินห่าง แต่อีกไม่นานเ้านายที่รักจะคืนกลับมามาหาเธอ...ตามที่สัญญาเอาไว้ ใบหน้าหวานของคำเอื้อยเปิดเผยรอยยิ้มในมือประดิดประดอยช่อมาลัยไปพร้อมกับความสุข
"ขอบคุณมนมากครับ ถ้าผมไม่ได้คุณคงเหนื่อยน่าดู"จิณวัตรกล่าวขอบคุณเลขาคนเก่ง กว่าจะเคลียร์งานใหญ่ที่พัทยาจบเวลาล่อไปเกือบเที่ยงคืน
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะบอส แต่สิ้นปีบอสอย่างลืมโบนัสหนักๆให้มนก็แล้วกัน"มนทกานติหยอกล้อ ระหว่างเธอกับจิณวัตรเหมือนเพื่อนคู่คิดมากกว่าเ้านายกับลูกน้องอีก...เนื่องด้วยเขาไม่ถือตัวนั่นเอง
เธอทำงานด้วยเเล้วรู้สึกสบายใจ
"แน่นอนอยู่แล้วครับคนสวย แต่เดี๋ยวเราไปทานข้าวกันก่อนดีกว่าอยากทานอะไรเต็มที่เลยครับ" โบนัสก้อนแรกออกคืนนี้เลย
"แน่ใจแล้วนะคะว่าเต็มที่ ได้ทุกอย่าง บอสไม่ขัดใจมน" เสนอมา เธอก็แค่รับสนองกลับ
"แน่นอนครับ"
"ถ้าอย่างนั้น ทานข้าวเสร็จมนขอตามต่อด้วยดริงค์เบาๆในเล้าจน์ด้วยได้มั้ยคะ"
"ได้เลยครับ"
"และบอสต้องดื่มเป็เพื่อนมนด้วย โอเคตามนี้นะคะ"จะแกล้งเสียให้เข็ดไปเลย นานทีปีหนโอกาสทองเเบบนี้จะเข้ามา
"เออ...เออ มนก็รู้ว่าผมไม่ถนัดพวกเครื่องดื่มเเอลกอฮอร์พวกนี้"โดนแล้วไหมล่ะ จิณวัตรยิ้มหน้าเจื่อน
"ไม่รู้ล่ะ บอสสัญญาไว้แล้ว งั้นขอตัวไปอาบน้ำให้สบายตัวก่อนดีกว่า อีก 30นาที เจอกันตรงนี้นะบอส ห้ามเลทล่ะ"คืนนี้เธออาจมีโอกาสเห็นเ้านายเมาก็เป็ได้ ตลอดระยะเวลาที่ทำงานมาด้วยกัน 3ปีเต็มๆ มนทกานติไม่เคยมีโอกาสได้เห็นมุมนี้ของจิณวัตรเลย
คืนนี้ต้อง...สนุกแน่
ผู้ชายเรียบร้อยใช้ชีวิตสมถะอย่างเ้านาย เวลาเมาจะยังรักษามาดคุณชายไว้ได้อีกมั้ยหนา
หญิงสาวจำนงลดปริมาณของดอกไม้ร้อยมาลัยประมาณ10-20เปอร์เซ็นต์ ระยะเวลานับต่อจากนี้อีก 3 เดือนเธอจะได้มีเวลาถักเสื้อกันหนาว ถุงมือ ผ้าพันคอให้แก่คนพิเศษ ทุกๆปีในห้วงหน้าหนาวไร่แสงฝางซึ่งตั้งอยู่บนดอยสูงเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง 1000 กว่าเมตรจะหนาวจับใจ กลางวันอุณหภูมิไม่ถึง 10 องศาส่วนกลางคืนแตะ 0 องศาก็เคยมีบ่อยๆคนเมืองกรุงอย่างนายจิณวัตรอาจไม่คุ้นชินกับสภาพความหนาวเหน็บทรมาณแบบนั้นไหมพรมชั้นดี สวยงามราคาแพงสมกับความมีมูลค่าของมันจึงถูกซื้อหาจากร้านจำหน่ายผ้าชั้นนำในตัวเมืองเมื่อ่บ่ายวันนี้
คำเอื้อยอมยิ้มใบหน้าหวานร้อนผ่าว เมื่อเธอสเกตภาพออกแบบทรวดทรงของเสื้อกันหนาวให้เขาได้แล้วส่วนไซต์ที่จะใช้ตัดวัด เธอมั่นใจว่าสามารถกะเกณฑ์ได้แม่นยำ เมื่อรูปร่างแข็งแกร่งเรือนร่างกำยำทั้งตัวของเขา...ยังติดตราตึงห้วงหัวใจมิรู้ลืม
“เอื้อยจะทำให้สุดฝีมือเลยเ้า นายจิณของเอื้อย” เสื้อกันหนาวถุงมือ ผ้าผันคอที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก เครื่องห่มกายที่กำเนิดจากความรักทั้งหมดที่มี...เพียงแค่จิณตนาการไปถึงวันนั้นวันที่เราทั้งสองจะได้พบเจอกันอีกครั้ง หญิงสาวบ้านป่าบ้านดอยก็มีความสุขเหลือล้น
ดินเนอร์่เที่ยงคืนแบบนี้ผู้คนค่อนข้างบางตาแต่ทันทีที่ก้าวเข้ามาในเล้าจน์ริมหาดพัทยาเหนือชื่อเสียงโด่งดังจะคราคร่ำไปด้วยแสงสีและผู้คน
“อย่าทำหน้าเหมือนถูกบังคับอย่างนั้นสิคะบอส” มนทกานติเดินนำไปนั่งที่โต๊ะเธอจัดแจงสั่งเครื่องดื่มที่้าให้ตัวเองและเ้านายเสร็จสรรพ
“ก็ผมโดนคุณบังคับจริงๆนี่ครับมน” จิณวัตรเป็ผู้ชายรักสงบเขาไม่ชอบไลท์สไตล์แบบนี้เท่าไหร่ มีบ้างหากกลุ่มเพื่อนชักชวนใน่เวลาสำคัญเช่นวันเกิด วันแต่งงาน งานเลี้ยงรุ่นหรือไม่ก็สันทัดการนั่งจิบเครื่องดื่มเบาๆมากกว่า
“เอาน่าบอส ก็บอสเป็คนเผลอสัญญากับมนเองนี่คะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” แค่เห็นหน้าตลกๆของเ้านายก็เริ่มสนุกแล้ว เดี๋ยวเธอจะได้เห็นแล้วว่า เวลาท่านประธานหนุ่มมาดคุณชายเมาแล้วจะเป็เช่นไหร่จะหลุดมาดผู้ดี ผู้สูงส่งได้หรือไม่
มนทกานติเชื่อสนิทใจว่าเ้านายของเธอไม่คลั่งไคล้เครื่องดื่มประเภทนี้จริงๆเพราะเพียงมาร์ตินีแก้วที่ 3 เข้าปากบอสหนุ่มก็เริ่มนั่งโอนเอนเหมือนไม้เลื้อยเสียแล้ว ส่วนเธอเองที่ซัดค๊อกเทลสูตรเดียวกันไปกว่า7 แก้ว ยังรู้สึกปกติ...ไม่สิ รู้สึกสดชื่นกระชุ่มกระชวยขึ้นมานิดหน่อย
“มน ผะ ผมไม่ไหวแล้วครับ” เสียงยานเหมือนคนเมาไม่มีผิด
“อะไรกันคะบอส เพิ่งจะนั่งชิวๆได้ชั่วโมงกว่าๆเองนะคะ” ปากก็บ่นไปงั้น แต่เลขาสาวคนเก่งก็สั่งเช๊คบิลทันที ดูท่าทางเ้านายของหล่อนจะไม่ไหวแล้วจริงๆ
ข้างหนึ่งเป็หญิงสาวร่างบอบบางอีกข้างเป็เด็กหนุ่มจากเลาจน์ริมหาดเมื่อสักครู่ แม้จะทุลักทุเลไปบ้างแต่มนทกานติก็สามารถนำจิณวัตรมาส่งที่ห้องพักของเขาได้อย่างสวัสดิภาพ
“ขอบใจนะน้อง” ธนบัตรหนึ่งใบถูกยื่นเป็สินน้ำใจให้บริกรหนุ่ม
“ผมปวดหัวจะแย่ ต่อไปไม่เอาอีกแล้วนะครับ” แม้จะเคยไปสังสรรค์มาบ้างแต่ผู้บริหารหนุ่มก็เซย์โนเครื่องดื่มแอลกอฮอร์เข้มข้นทุกชนิด เขาเป็พวกแก้วเดียวนั่งได้ทั้งคืน
ยิ่งพอได้ดื่มเ้าค๊อกเทลสูตรนี้ครั้งแรก...จิณวัตรรู้ได้ทันทีว่าเขาไม่ถูกกับมันรุนแรงแต่เลขาคนเก่งของเขากลับไม่มีปฏิกิริยาใดใดสักนิด ทั้งที่เ้าหล่อนดื่มหนักดื่มเยอะกว่าเขาหลายแก้ว
“ค่ะ ต่อไปมนจะไม่แกล้งบอสอีกแล้ว กู๊ดไนท์นะคะ” ก็ใครจะไปรู้ล่ะ
“ว้ายยย” ชายหนุ่มคว้าตัวเลขาคนเก่งให้ล้มลงมาทาบทับ
“นี่มนแกล้งผมเหรอ?” จิณวัตรกระซิบใกล้ๆ ยอมรับเลยว่าปริมาณสิ่งมึนเมาที่อยู่ในตัวทำให้เขาควบคุมตัวรู้สึกของตนเองได้...ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่สิ่งที่เขากำลังกระทำอยู่เขามีสติสัมปัญชัญะระดับหนึ่ง
“ก็มนอยากรู้ว่าถ้าบอสเมาแล้วจะเป็อย่างไงนี่คะ ทำงานด้วยกันมา 3 ปีกว่าแล้ว ยังไม่เคยเห็นบอสเมาเลยสักครั้ง” มนทกานติคิดแค่นั้นจริงๆ
“ถ้าอย่างนั้นมนจะได้เห็นทุกอย่างได้รู้ชัดเจนว่าเวลาผมเมาแล้วจะเป็อย่างไง”
“บอส อื้ออออ” ริมฝีปากหนาอ้างับเรียวปากแดงระเรื่อน่าััมือไม้ของจิณวัตรลูบไล่บีบคลำ ขยำตามใจนึกมนทกานติต่อต้านแค่เพียง่แรกเริ่มเท่านั้น ก่อนที่เธอจะตื่นเต้นพร้อมหลงใหลไปในวังวนที่จิณวัตรชักนำพาไม่คิดเลยว่าคุณชายผู้เรียบร้อยอย่างเขาจะร้ายกาจถึงเพียงนี้มนทกานติไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเนรมิตให้เสื้อผ้าของเขาและเธอหายไปหมดตอนไหนหญิงสาวรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เรือนกายกำยำทาบทับอยู่บนกายของเธอแล้ว
“บอสคะ” สติของเธอเริ่มกลับคืนมาสมองสองฝั่งถกเถียงกันอย่างหนักแต่ร่างกายเ้ากรรมมันสนองและสั่นระริกเชิญชวนให้จิณวัตรเข้ามาเติมเต็มเร็วๆ
...ปพน มนขอโทษนะคะ...
“โอ้ววว/อ่าส์” สองร่างรวมกันเป็หนึ่งเดียวชายก็เร้า หญิงก็ร้อนต่างมอบมนต์เสน่าหาอย่างหนักหน่วงถึงใจ
“มนจ๋า”
“อ่ะ อ่ะ อ่าส์ บอสขา” ทำไมเขาถึงเก่งกาจอย่างนี้กระแทกทีกระทั้นมาเธอเสียวอย่างสุดกู่
“เรียกชื่อผม มนจ๋า มน เสียวเหลือเกิน” จิณวัตรได้ผู้หญิงที่เขามีใจให้เธอฝ่ายเดียวมาเนิ่นนานเนื่องจากทั้งเขาและเธอมีตำแหน่งเ้านายลูกน้องมาค้ำคอ อีกทั้งการดำเนินชีวิตไลท์สไตล์แตกต่างกันชัดเจน
“คำเอื้อย” จิณวัตรสะบัดศีรษะภาพหญิงสาวอีกคนมาทาบทับบดบังใบหน้ารักแรกของเขาไปมา ชายหนุ่มหยุดการเคลื่อนไหวเพ่งมองใบหน้าหญิงใต้ร่างให้แจ่มชัด
มนทกานติคำเอื้อย คำเอื้อย มนทกานติ
ใครกันแน่!
“บอสขา” เสียงหวานครวญครางเชิญชวน เรียกสติของจิณวัตรให้กลับคืนมาทันทีมนทกานติเธอเป็เมียเขาแล้วและต่อจากนี้ไปเธอต้องเป็ของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
งานแต่งงานหมั้นของคู่หมั้นบ้าๆนั่น ไม่มีวันที่จะเกิดขึ้นเด็ดขาด
เขาไม่ยอม
พับ พับ พับพับ พับ พับ พับ
“อ่าส์ อ่ะ อ่ะ เบาๆค่ะ” พละกำลังของชายหนุ่มที่พุ่งเข้าใส่ทำเอาร่างบอบบางเกือบตัวงอ
“เรียกชื่อของผมมนทกานติ” พับ พับ พับ พับ พับ พับจิณวัตรจะทำให้เธอลืมผู้ชายทุกคนนับจากนี้และเขาเองจะลืมผู้หญิงทุกคนที่ผ่านมาเช่นกัน
“คืนนี้ความผิดทั้งหมดเป็ของคุณคนเดียวคนสวย คุณยั่วผิดคนแล้ว อ่าส์”
“บอสขา อ่าส์ อ่ะ อ่า อ่า” เลขาคนสวยคล้องคอเ้านายหนุ่มแน่นเรือนร่างของเธอโยกคลอนไปตามแรงกระเด้าอย่างสวยงาม ความเสียวซ่านพุ่งทะยานไปสุดกู่
ถึงใจเร้าใจเป็บ้า
“ไม่ไหวแล้ว อือ อือ กรี๊ดดด” หญิงสาวก้าวไปเยือนสรวง์ต่างจากม้าศึกที่คึกคักขวบขี่เธอถี่ยิบ
“อ่า คุณแน่นเป็บ้าเลย มันส์เหลือเกินที่รัก” จิณวัตรควรมีความสุขเมื่อคนที่ร่วมรักด้วยคือคนที่เรารักเขามากที่สุด
“โอ้ววว มนจ๋า อูย โอ้วว” สายธารทุกหยาดหยดปลดปล่อยฝากฝั่งไว้ในกายเธอจิณวัตรมองอย่างพึงพอใจทุกอย่างควรเป็อย่างนี้...ในเมื่อเขาเองก็รักเธอไม่น้อยกว่าใคร อีกอย่างเขาก็ได้เห็นว่ามนทกานติมีความสุขไม่ต่างเพลิงปรารถร้อนแรงในห้องพักของโรงแรม 5 ดาวสองหนุ่มสาวผู้ช่ำชองในรสเพศ ปรนเปรอความสุขใส่กันเต็มที่ต่างคนต่างหลงลืมชะงักที่มีติดหลังในโลกแห่งความจริงหมดสิ้นยามนี้มีแค่มนต์กามาที่ขับเคลื่อนนำทาง
“อุ้ย” หญิงสาวรีบวางอุปกรณ์เพื่อไม่ให้เสื้อผ้าเนื้อดีได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุในครั้งนี้เข็มที่กำลังบรรจงทักถอร้อยความรักลงผืนผ้าเกิดตำเข้าที่ปลายนิ้วจนเืพุ่งแดงฉานเธอช่างสะเพร่าหรือใจลอยไปหาใครบางคนกันแน่
อีกอย่างใจคอของคำเอื้อยรู้สึกไม่ดีเลยเธอยังรู้สึกคล้ายคนหายใจไม่ค่อยสะดวก สายตาเพ่งมองนาฬิกาบนฝาผนัง เวลาล่วงเลยมาสู่เช้าวันใหม่นานขนาดนี้แล้วเหรอนี่เธอควรจะพักผ่อนได้แล้วสินะ...สำหรับเสื้อกันหนาวยังมีเวลาอีกเยอะในการถักทำแต่เ้าหล่อนคงไม่ลดละความตื่นเต้น คำเอื้อยอยากเห็นผลงานภายในวันนี้ วันพรุ่งนี้ด้วยซ้ำ
ระหว่างทางที่มนทกานตินั่งรถกลับกรุงเทพเธอแบกความรู้สึกผิด ความหนักอึ้งในสมอง ร่างกายอ่อนเพลียอยากจะพักผ่อนสักตื่น เนื่องจาก่เย็นวันนี้ตามกำหนดเวลากลับเดิม เธอและคู่หมั้นหนุ่มมีนัดกัน
“มนครับ”
“ปพนเหรอคะ?” หญิงสาวที่หลับเป็ตายตลอดทั้งวัน ลืมตาตื่น
“คุณแม่บอกว่ามนไม่สบาย ไปหาหมอสักหน่อยมั้ย” ว่าที่คู่หมั้นสอบถาม
“ก็ดีค่ะ” สมองตอนนี้มันหนักแทบะเิทั้งร่างกายที่ไม่ไหว และจิตใจที่มีเื่ราวถาโถม ถ้าหากไม่พึ่งพาตัวยา
เธอไม่ไหวเเน่
่เย็นวันนั้นมนทกานติพร้อมคู่หมั้นเดินทางไปโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังหญิงสาวตัดสินใจปิดเครื่องมือสื่อสาร เมื่อพบว่าเ้านายโทรเข้ามามากกว่า 100 กว่าสาย
ขอโทษนะคะบอสเื่ทั้งหมดเกิดจากฤทธิ์น้ำเมา...เธอไม่น่ายอมให้เหตุการณ์มันเลยเถิดแบบนี้เลยจริงๆ
“ปพน เราแต่งงานกันดีมั้ย?” นั่นคือสิ่งที่คนไข้พูดกับเขาระหว่างที่รอแพทย์ตรวจ
“มนว่ายังไงนะครับ?” หนุ่มหล่อที่เคยเอ่ยขอเ้าหล่อนแต่งงานมาแล้วใขึ้นมา
“มนอยากแต่งงานแล้วค่ะ” คนข้างกายแม้จะป่วยแต่ความสวยของหล่อนยังไม่สร่าง ชายหนุ่มรับรู้ว่าเธอสวย เธอเก่ง เธอฉลาดหลักแหลมแต่มาถึงตอนนี้...สิ่งที่เคยชื่นชมเ่าั้มันหายไปทุกอย่างที่เคยมอบให้แสนจะเจือจางลง
“เออ...เออ ผมขอปรึกษาคุณแม่ก่อนได้มั้ยครับ” ปพนตอบแบ่งรับแบ่งสู้
“ได้สิคะ มนว่า พวกเราเคลียร์งานแล้วบินไปหาท่านที่อังกฤษกันดีมั้ยคะ?”สาวมั่นเดินหน้ารุกคืบ มาถึงจุดจุดนี้เธออยากแต่งงานแล้วล่ะไม่ได้รื่นรมย์กับความโสดเหมือนในอดีตอีกแล้ว
“ครับๆ ผมจะลองเคลียร์งานดู”
“คุณมนทกานติพบนายแพทย์ห้องตรวจหมายเลข 3 ค่ะ”เ้าหน้าที่ประกาศตามเสียง เปรียบดั่งระฆังช่วยชีวิต
“เฮ้อ จะทำอย่างไงดี” คู่หมั้นหนุ่มหล่อถอนหายใจหนักหน่วงเขาจะแต่งงานกับมนทกานติได้อย่างไงในเมื่อหัวใจแปรเปลี่ยนเป็ของผู้หญิงคนอื่นเสียแล้ว
กริ่งกริ่ง กริ่ง
ตู๊ดตู๊ด ตู๊ด
แม้จะเป็วันหยุดชายหนุ่มก็ไม่รับสายเธอคำเอื้อยผู้หญิงหน้าด้านโทรหาสามีทางพฤตินัยของตนเองเป็ครั้งที่ 3 ของวันแล้ว หลังจากเมื่อ่เช้าและ่เย็นเธอโทรไปแต่อีกฝ่ายเลือกกดสายทิ้งเหมือนเช่นครั้งนี้
ก๊อกก๊อก
“พี่คิดแล้วว่าคำเอื้อยยังไม่นอน” ชายหนุ่มชะโงกหน้าเข้ามา
“พะ พี่เสือมีอะไรหรือเปล่าเ้า?” ใหมดเลยคำเอื้อยรีบเก็บอุปกรณ์ถักร้อยเอาไว้ในกล่อง
“หืม เดี๋ยวนี้นอกจากร้อยมาลัยแล้วยังถักเ้าพวกนี้อีกเหรอ?” ภิเสือก้าวเข้ามาด้านในบ้านพักของน้องสาวในดวงใจ
“เออ...เออ เอื้อยถักไว้ใส่หน้าหนาวนี้นะเ้า ลองถักเล่นๆดูเท่านั้น”
“พี่ไม่ได้ว่าอะไรหรอก แต่แม่บอกว่า่นี้คำเอื้อยดูซึมๆกับข้าวกับปลาก็ไม่ค่อยกิน เป็อะไรมากหรือเปล่า?” ภิเสือเองยังอยู่ใน่พักฟื้นเดินเหินสะดวกก็จริง แต่จะลำบากในการเหวี่ยงแขน หรือเดินคล้องแขนไปไหนมาไหนมารดามักห้ามปราม บังคับให้เขาอยู่ในบ้านเฉยๆการพบปะหญิงสาวตรงหน้าย่อมทำให้น้อยลงไปด้วย
“ไม่มีอะไรหรอกเ้า เอื้อยสบายดี”
“แต่พี่ว่าเราผอมลงไปจริงๆนะคำเอื้อยอะไรกัน พี่ไม่เจอ 3-4วัน ทำไมถึงดูซูบลงแบบนี้”
“จริงเหรอเ้า?” คำเอื้อยยกมือจับแก้ม ลูบใบหน้าเธอเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอเช่นกัน
“ไม่ได้การแล้ว สงสัยจะทำงานหนักเกินไป แขนพี่ก็ไม่เจ็บ ไม่ปวดแล้วอาทิตย์หน้าพี่จะขอแม่กลับมาทำงาน คำเอื้อยว่าดีไหม” ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะความเป็ห่วงผู้หญิงคนนี้ทั้งนั้น
“เอื้อยว่าไม่ดีหรอกเ้า คุณหมอบอกให้พี่เสือพัก 2 เดือนนี่ยังไม่ถึงอาทิตย์ด้วยซ้ำ”
“แต่พี่อยากช่วยงานทุกคน ไม่อยากเอาเปรียบอย่างนี้” ให้อยู่เฉยๆมันก็อึดอัดเหมือนกัน
“แต่เอื้อยเป็ห่วงพี่เสือนะเ้า ป้าจันทร์ก็เป็ห่วงรอให้หายดีกว่านี้อีกหน่อยดีกว่าเ้า ถึงตอนนั้นคงได้ลุยงานกับเต็มที่ เต็มตัว”
“อืม อย่างนั้นก็ได้” ภิเสืออมยิ้ม หัวใจแช่มชื่นเบิกบาน เพียงเพราะได้ยินคำว่าห่วงใยจากตัวน้องสาวในดวงใจ เขากลายเป็คนว่าง่ายขึ้นมาทันทีสองพี่น้องคุยต่ออีกสักครู่ จากนั้นชายหนุ่มผู้ใส่เฝือกก็ขอตัวกลับ