มือสังหารหนุ่มหยุดยืนอยู่ที่หน้าพรรคเขาเงยหน้ามองตราสัญลักษณ์ของพรรคที่เป็รูปหน้ากากเล็กน้อยยืดตัวให้ตรงก่อนจะเดินเข้าไป ท่าทางของเขาไม่ได้ผิดสังเกตไปจากทุกทีแม้ว่าร่างกายภายในจะบอบช้ำไปแล้วก็ตามดวงตาสีเทาภายใต้หน้ากากเหลือบมองคนที่ยืนอยู่หน้าโถงใหญ่เล็กน้อยเนี่ยฟงยืนกอดอกพิงกำแพงเอาไว้พลางยกยิ้มเมื่อเห็นว่าเขายังปลอดภัยดี
“สมแล้วที่เป็ผู้ที่ถูกวางตัวให้เป็รองประมุขในอนาคต”เสียงที่พูดมีความชื่นชมปนหยอกล้อเล็กน้อยร่างโปร่งไม่ได้สนใจอีกฝ่ายก่อนจะเดินเข้าไปในโถงใหญ่ภายในโถงใหญ่นั้นถูกสร้างเอาไว้อย่างใหญ่โตที่สามารถบรรจุคนได้นับพันแต่โดยปกติแล้วโถงนี้มีไว้เพื่อมอบภารกิจให้เหล่ามือสังหารเท่านั้นไม่ค่อยได้ใช้ทำงานใหญ่ๆสักเท่าไหร่นักแต่ไหนแต่ไรมาถังเหมินก็ไม่เคยมีงานใหญ่หรืองานเลี้ยงฉลองนักพวกเขาไม่อาจปล่อยตัวหรือเผลอใจไปกับสิ่งใดได้อย่างเด็ดขาด มิเช่นนั้นคงไม่มีวันพรุ่งนี้ให้นึกถึง
“กลับมาแล้วรึ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเมื่อมือสังหารหนุ่มเดินมาถึงยังหน้าที่นั่งของประมุขชายวัยกลางคนนั่งอยู่บนนั้นพลางจิบชาราวกับกำลังรอคอยเขาอยู่แล้ว
“ข้ากลับมาแล้วขอรับ”เขาคุกเข่าลงเพื่อรายงานภารกิจในวันนี้วิเคราะห์ภารกิจั้แ่แรกเริ่มจนจบว่าทำไมเขาถึงโดนฟาดจนสลบ ทำไมเขาถึงต้องตกอยู่ในสถานการณ์เพื่อให้ถูกเจอตัวและทำไมเขาถึงต้องหาทางรอดจากวิกฤตในครั้งนี้ให้ได้ ประมุขใหญ่ได้ฟังก็พึงพอใจนัก
“ข้าคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าถ้าเป็เ้าจะต้องมองภารกิจนี้ออกข้าแค่อยากจะทดสอบว่าหากเ้าตกอยู่ในมือของผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเ้าจะทำอย่างไรแล้วเป้าหมายเป็อย่างไรบ้างเล่า” มือสังหารหนุ่มนิ่งคิด เขาคล้ายจะมีบางอย่างอยู่ในใจจึงเลือกที่จะไม่พูดในสิ่งที่เขาคิดและเลือกที่จะไม่ออกความเห็นเกี่ยวกับสวี่ชิงเค่อมากนัก
“ข้าไม่มีความเห็นอันใดเกี่ยวกับเขาแต่จากที่ซุ่มดูฝีมือของเขาไม่ใช่คนที่ข้าจะเอาชนะได้ประสบการณ์ด้านการสังหารก็มากกว่ามากเกรงว่าหากได้ประมือกันสักครั้งข้าคงไม่มีชีวิตรอด” ประมุขหัวเราะเขามองมือสังหารหนุ่มที่เขาลงมืออบรมสั่งสอนด้วยตัวเองและเลี้ยงดูยิ่งกว่าลูกไม่แปลกที่เขาจะมองอีกฝ่ายแบบนั้น ยิ่งถ้าหากได้รู้ถึงตัวตนของอีกฝ่ายแล้วล่ะก็ท่าทีที่มีคงจะแตกต่างไปจากนี้
“ข้าคาดหวังกับเ้าไว้มากกลับมาแล้วก็ไปพักผ่อนเสีย พรุ่งนี้ยังมีภารกิจให้เ้าต้องไปทำอีก” มือสังหารหนุ่มคำนับลาประมุขมองตามไปจนลับสายตาก่อนจะหันมาเอ่ยกับเนี่ยฟง
“ทุกอย่างราบรื่นหรือไม่”
“ขอรับ ไม่มีสิ่งใดผิดไปจากที่วางแผนไว้ขอรับ”ประมุขพยักหน้า เอนกายหลับตาลงเพื่อพักผ่อนเนี่ยฟงจึงขอตัวลาออกมาเพื่อเดินไปดูคนที่เพิ่งกลับมาแต่ใครจะคิดว่าหลังจากที่เดินออกมาจากโถงใหญ่ยังไม่ทันครบสิบก้าวเขาก็ถูกขายาวๆของใครบางคนเตะฟาดเข้าที่กลางลำตัวอย่างจังจนถอยไปชนกับหินประดับอันใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล
เ้าของใบหน้างามภายใต้หน้ากากค่อยๆลดขาที่ยกขึ้นเตะลงเขาคว้าหน้าไม้ที่อยู่ข้างหลังออกมาเล็งยิงใส่คนที่กำลังจะลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เนี่ยฟงกลิ้งตัวหลบแต่กระนั้นศรก็ยังคงถูกยิงออกมาเรื่อยๆราวกับจะฆ่าเขาให้ตายร่างโปร่งวิ่งเข้ามาดักทางก่อนจะเตะเข้าที่กลางลำตัวอีกหนหนึ่งจนเนี่ยฟงกระเด็นไปชนกับหินด้านหลังจนได้ยินกระทั่งเสียงกระดูกร้าวเบาๆ
“เดี๋ยว! เดี๋ยวก่อนลี่อินข้ารู้ว่าเ้าโกรธแต่ข้าแค่ทำตามคำสั่งของประมุขเท่านั้น” เนี่ยฟงยกมือขึ้นยอมแพ้เพื่อบอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะฟาดอีกฝ่ายให้สลบจริงๆแต่เพื่อให้ภารกิจดำเนินไปอย่างที่ควรจะเป็เขาจึงต้องทำแบบนั้น
“ข้าเจ็บแล้วๆเจ็บจะตายแล้วเนี่ย” คนที่ยืนมองอยู่ยอมลดหน้าไม้ลงเดิมทีเขาจะเล่นงานให้หนักกว่านี้แต่ไม่อยากจะถูกประมุขอบรมเื่ที่ว่าทำร้ายร่างกายพวกเดียวกันร่างโปร่งเก็บหน้าไม้เข้าที่เดิมก่อนจะเดินผ่านเนี่ยฟงที่กำลังพยุงตัวเองลุกขึ้นคนที่ถูกอัดหัวเราะ
ร่างกายยังแข็งแรงดีแขนขาก็มีพละกำลัง ความเร็วในการใช้หน้าไม้ก็เหนือกว่าคนรุ่นเดียวกันนับว่าเติบโตได้สมกับที่พวกเขาทุ่มเทเรี่ยวแรงสั่งสอน
หลังจากที่เดินมาจนลับสายตาเนี่ยฟงร่างโปร่งก็เอามือเท้าอยู่กับกำแพง เขากดไปที่เอวเล็กน้อยเพราะรู้สึกปวดแล้วยังรู้สึกไม่ค่อยดีั้แ่ที่สวี่ชิงเค่อทำแบบนั้นกับเขาร่างกายไม่ค่อยจะมีแรง้าที่จะพักให้ได้เขาค่อยๆพยุงตัวเองเดินไปยังเรือนไม้หลังหนึ่ง เด็กน้อยตัวเล็กๆพุ่งเข้ามาใส่ตัวเขาอย่างรวดเร็วซึ่งเขาก็อ้าแขนรับตัวเอาไว้เพื่อไม่ให้ตกบันไดหน้าเรือนไปเด็กน้อยกอดคอร่างโปร่งแน่นพลางดีดขาไปมาราวกับตื่นเต้น
“พี่ลี่อินกลับมาแล้ว”
“กลับมาแล้ว” ร่างโปร่งประคองร่างเด็กน้อยเอาไว้ไม่ให้ตกก่อนจะอุ้มเด็กน้อยเดินเข้าไปในเรือนภายในนั้นมีสตรีนางหนึ่งซึ่งเป็แม่นมของเด็กน้อยกำลังตระเตรียมน้ำร้อนให้เด็กน้อยอาบนางประสานมือคำนับร่างโปร่ง
“กลับมาแล้วหรือเ้าคะคุณชาย”
“อืม แวะมาหาเขาก่อนข้าจึงจะกลับเรือน”เรือนไม้ของเด็กน้อยนี้อยู่ด้านในสุดของพรรคที่มีการป้องกันอย่างดีกันไม่ให้ผู้บุกรุกเข้ามามีหน่วยลับคอยตรวจตราอยู่ตลอดเพื่อความปลอดภัยของเด็กน้อยร่างโปร่งย่อตัวลงเพื่อให้เด็กน้อยยืนบนพื้นมือเล็กๆยื่นมาเพื่อถอดหน้ากากที่เขาสวมอยู่ออกก่อนจะถือเล่นพลางเอาไปอวดแม่นม
“สักวันข้าจะได้หน้ากากเหมือนพี่ลี่อินล่ะ”แม่นมยิ้มเล็กน้อยกับความสดใสของเด็กน้อย ร่างโปร่งยืนมองเด็กน้อยเขารับหน้าที่เป็ผู้ดูแลเด็กน้อยผู้นี้ที่จะขึ้นเป็ประมุขในอนาคตนามของเด็กน้อยคือเยว่เฟยหลิง เป็เด็กที่ช่างพูดและช่างเรียนรู้แม้ตอนนี้จะอายุเพียงแค่สี่ขวบแต่ความฉลาดนั้นยิ่งกว่าเด็กสิบขวบเสียอีก ช่างเจรจาวางแผนหลบหลีกผู้คุมออกไปเล่นนอกพรรคอยู่บ่อยครั้งนอกจากนั้นยังสร้างอาวุธชิ้นเล็กๆด้วยตัวเองได้อีก นับว่าซนมากทีเดียว
“ตอนนี้ก็ดึกแล้วรีบอาบน้ำเข้านอนเถอะ” ร่างโปร่งเอ่ยเตือนภายในถังเหมินนั้นอากาศค่อนข้างเย็นไม่ดีต่อร่างกายของเด็กน้อยหากอาบน้ำดึกๆแบบนี้
“พี่ลี่อินอาบกับข้านะ”เด็กน้อยอ้อน คนฟังเพียงแค่ยกยิ้มแล้วอุ้มเด็กน้อยไปอาบน้ำเพราะถูกขอให้อาบเป็เพื่อนเขาจึงไม่มีทางเลือกจึงได้ลงอ่างอาบน้ำพร้อมเด็กน้อยโดยมีแม่นมยืนรออยู่นอกฉากกั้นนางจึงไม่เห็นร่องรอยที่อยู่บนตัวมือสังหารหนุ่มเด็กน้อยขมวดคิ้วเป็ปมแล้วร้องลั่นเมื่อเห็นรอยแดงรอยช้ำเต็มตัวพี่ลี่อินของเขา
“แม่นม! พี่ลี่อินาเ็ เตรียมยาเดี๋ยวนี้!”เด็กน้อยที่นั่งอยู่บนตักของพี่ลี่อินแตะลงบนรอยแดงช้ำๆที่อยู่บนตัวเบาๆเพราะกลัวว่าพี่ลี่อินจะเจ็บแม่นมรีบร้อนหายามือเป็ประวิงเมื่อได้ยินว่าคุณชายได้รับาเ็ มือเรียวที่มีรอยช้ำจากโซ่ลูบผมเด็กน้อยเบาๆก่อนจะเอ่ย
“ข้าไม่ได้เป็อะไรมากอย่าได้ห่วงไปเลย”
“แต่ว่ามีแผลเต็มตัวไปหมดเลยพี่ลี่อินต้องทายาก่อนแล้วค่อยเข้านอนนะ” เด็กน้อยทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เขาจึงพยักหน้ารับแล้วอาบน้ำให้เด็กน้อยจนเรียบร้อยจึงสวมชุดคลุมแล้วอุ้มเด็กน้อยมาที่เตียง แม่นมรีบหอบหิ้วยาเข้ามาในทันทีเพื่อเตรียมจะทำแผลให้กับคุณชายก่อนจะชะงักกึกกลางอากาศเมื่อเห็นร่องรอยที่อยู่บนตัวของชายหนุ่มเพราะเขาสวมเพียงชุดคลุมบางๆไม่ได้ผูกปมเสื้อจึงเปิดเผยแผงอกอย่างชัดเจนแม่นมรีบหุบปากที่อ้าค้างนั้นลงทันทีพลางก้มหน้ายื่นถาดยาให้
“ยาเ้าค่ะคุณชาย”
“เฟยหลิงจะทายาให้พี่ลี่อินนะ” เด็กน้อยรับยามาแทนพี่ลี่อินก่อนจะดึงแขนเขาให้นั่งลงเด็กน้อยค้นยาอยู่สักพักก็ได้ยาทาแผลฟกช้ำมา เด็กน้อยค่อยๆทายาให้พี่ลี่อินเบาๆเพราะกลัวว่าพี่เขาจะเจ็บแม่นมมองร่องรอยพวกนั้นพลางกลืนน้ำลายลงคอ สีหน้าของมือสังหารหนุ่มไม่ได้ผิดแปลกไปจากเดิมและเหมือนกับจะไม่ได้สนใจร่องรอยพวกนั้นด้วย
คุณชายเพิ่งจะอายุสิบขวบและเพิ่งทำภารกิจครั้งแรกในวันนี้แต่กลับมากลับมีร่องรอยพวกนี้กลับมาด้วย คุณชายอายุเพียงสิบขวบเท่านั้นคงจะไม่รู้ว่าร่องรอยที่อยู่บนตัวเขานั้นเรียกว่า‘รอยรัก’หรือรอยตีตราแสดงความเป็เ้าของและเมื่อดูจากร่องรอยพวกนั้นที่มีมากเกินกว่าจะเป็ผู้กระทำนั่นหมายถึงว่าคุณชายนั้นเป็ผู้ถูกกระทำ......
แต่คุณชายอายุเพิ่งสิบขวบวันนี้ไม่ว่าจะเป็ผู้กระทำหรือผู้ถูกกระทำมันก็ยังเร็วเกินไปมิใช่รึ!!
แม่นมสีหน้าเดี๋ยวซีดเดี๋ยวแดงเหมือนคนกำลังโกรธมือสังหารหนุ่มมองด้วยความไม่เข้าใจเพราะไม่รู้ว่าแม่นมเป็อะไรจึงได้เอ่ยถาม
“แม่นม เป็อะไรไปรึ?”
“คุณชายหากมีเื่ไม่สบายใจอันใดให้บอกข้านะเ้าคะ จะเื่เล็กน้อยแค่ไหนข้ายินดีรับฟังหากทุกข์ใจอันใดให้นึกถึงข้านะเ้าคะ เื่ในวันนี้ข้าจะไม่พูดอันใดออกไปเด็ดขาดคุณชายสบายใจได้โอ้คุณชายน้อยของข้า” แม่นมพล่ามยาวพลางกอดมือสังหารหนุ่มเอาไว้คนที่ถูกกอดมีสีหน้างุนงง เขาไม่ได้มีเื่ไม่สบายใจอันใดอีกอย่างแผลแค่นี้นับว่าไกลหัวใจ ไม่เรียกว่าเป็แผลได้ด้วยซ้ำแม่นมจะกังวลมากเกินไปแล้ว
“แม่นมข้าไม่ได้เป็อันใด....”
“คุณชายไม่ต้องฝืนแม่นมจะปกป้องคุณชายเอง คุณชายไม่ต้องกลัวนะ” ร่างโปร่งไม่รู้จะตอบกลับแม่นมไปอย่างไรจึงปล่อยให้นางกอดอยู่แบบนั้นดูเหมือนนางจะกังวลกับร่องรอยพวกนี้มากคราวหน้าเขาจะทำแผลให้เรียบร้อยก่อนค่อยมาหาเยว่เฟยหลิงน่าจะดีกว่า
หลังจากที่แม่นมร้องห่มร้องไห้เพราะสงสารคุณชายไปราวๆชั่วยามหนึ่งเยว่เฟยหลิงถูกส่งตัวเข้านอนั้แ่ที่ทายาให้เขาเสร็จแล้วแต่เขาต้องมาปลอบแม่นมต่อเพราะนางเอาแต่พูดว่าคุณชายไม่เป็ไรนะแม่นมจะปกป้องคุณชายเอง คุณชายไม่ต้องเป็ห่วงเขาต้องกล่อมอยู่นานเพื่อให้นางสบายใจว่าเขาไม่เป็อะไรจริงๆภารกิจแรกแม้จะเหนือความคาดหมายอยู่บ้างแต่เขาก็ผ่านมันมาได้แล้วและดูเหมือนว่าแม่นมจะเป็ห่วงเขามากเขาจึงได้ขอให้นางอย่าได้บอกเื่นี้กับประมุขซึ่งนางก็รับคำอย่างดีจัดยาหลายอย่างมาให้เพื่อให้เขาทาลบรอยพวกนี้ กว่าจะได้กลับเรือนของตัวเองก็เกือบเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว
ร่างโปร่งประคองร่างตัวเองเดินกลับเรือนอย่างช้าๆตอนนี้ภายในของเขาคล้ายกำลังเจ็บหนัก ตาของเขาลายพร่า เขาเดินเข้าไปในเรือนโดยไม่สนใจที่จะทักทายคนที่เฝ้าอยู่หน้าเรือนแม้แต่น้อยแม้ว่าปกติแล้วเขาจะไม่เคยทักทายพวกเขาเลยก็ตาม
ฟุบ!
แต่เพราะร่างกายที่าเ็และอ่อนแรง ทันทีที่ก้าวเข้ามาในเรือนได้เขาก็ทรุดตัวลงกับพื้นในทันทีแต่ร่างกายที่ทรุดตัวลงไปนั้นถูกแขนแกร่งรวบตัวเอาไว้มั่นใบหน้างามซุกอยู่ที่บ่าของคนที่ประคองตนเอาไว้อย่างไร้สติ
ร่างสูงผมแดงมองออกไปด้านนอกคนเฝ้ายามอยู่หันออกไปราวกับจะไม่รับรู้เื่ภายในเรือน เขามองคนที่อยู่ในอ้อมแขนสวี่ชิงเค่อรับปากว่าจะปล่อยอีกฝ่ายมาก็จริงแต่ใช่ว่าจะไม่แอบตามมาเพื่อสืบเื่ราวการลอบสังหารครั้งนี้เขาตามอีกฝ่ายมาั้แ่ออกมาจากิเอี้ยวได้ไม่ไกลเพราะร่างกายภายในได้รับาเ็จากการกระทำของเขาร่างโปร่งจึงเดินทางได้ไม่เร็วนักในระหว่างที่อีกฝ่ายไปรายงานที่โถงใหญ่ที่เขาแอบเข้าไปไม่ได้เขาก็ตระเวนอยู่รอบๆถังเหมินโดยที่ไม่มีใครรู้มิใช่ว่าการป้องกันภายในถังเหมินหละหลวม แต่ตัวเขาเองก็ระวังตัวมากเพื่อไม่ให้ถูกจับได้และในระหว่างนั้นเขาก็ยังได้ยินคนในพรรคพูดคุยถึงการทำภารกิจครั้งแรกคนคนหนึ่งโดยบังเอิญ
ภารกิจครั้งแรกของคนโปรดของท่านประมุขฉางลี่อิน
สวี่ชิงเค่อกระชับอ้อมแขนในแน่นขึ้นเล็กน้อยจิตใจเริ่มที่จะไม่สงบนิ่งเหมือนตอนที่แอบเข้ามามือไม้พลันเย็นเฉียบขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
ในวันเกิดอายุครบสิบปีคือวันที่คนของถังเหมินได้รับภารกิจเป็ครั้งแรก
และั้แ่ที่เขาติดตามอีกฝ่ายกลับมาจากิเอี้ยวประกอบกับเมื่อครู่มีเด็กน้อยหน้าตาน่ารักผู้หนึ่งะโกอดเขาพร้อมทั้งเอ่ยว่า ‘พี่ลี่อินกลับมาแล้ว’ และนามนั้นช่างละม้ายคล้ายคลึงกับคนโปรดของประมุขเสียจริง
หัวใจของร่างสูงเต้นตุบๆเขารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเท่าไหร่นักมือหนาข้างหนึ่งเลื่อนไปที่ข้างเอวบางที่ห้อยของสิ่งหนึ่งเอาไว้ เขาปลดมันออกมาดูให้ชัดๆก่อนจะหลับตาสงบสติอารมณ์ตบไหล่คนที่หมดสติอยู่เบาๆเหมือนจะปลอบตัวเอง
ฉางลี่อินนั่นคือนามที่สลักเอาไว้บนป้ายประจำตัวของอีกฝ่ายและดูเหมือนคนในอ้อมกอดของเขาก็คือคนที่คนในพรรคกำลังพูดถึงกันอยู่ในตอนนี้
เขาคือคนโปรดของประมุขแห่งถังเหมิน
ร่างสูงหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกมองคนในอ้อมแขนให้ชัดๆกะส่วนสูงให้ไม่ผิดพลาดก็พบว่าอีกฝ่ายตัวสูงน้อยกว่าเขาแค่นิดเดียวเท่านั้นเขาอุ้มคนหมดสติไปนอนที่เตียงดีๆ มองไปรอบๆหยิบเชือกเส้นหนึ่งมาก่อนจะรวบมือทั้งสองข้างไว้เหนือหัวแล้วมัดเอาไว้กับหัวเตียงถอดเสื้อผ้าคนหลับออกอย่างรวดเร็วจนทั้งร่างเปลือยเปล่า ดวงตาสองสีจ้องมองร่างที่มีรอยแดงของฉางลี่อินอย่างละเอียดมือหนาััไปตามโครงร่างของร่างกาย รีดเร้นพลังแทรกเข้าไปในร่างของคนหลับเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดจากกล้ามเนื้อไปจนถึงกระดูก เส้นประสาท โครงหน้า ฟัน ผิว ดวงตา ม่านตาไม่มีตรงไหนที่พลังของเขาเข้าไปไม่ถึง
และถ้าหากฉางลี่อินอายุแค่สิบปีจริงๆทำไมร่างกายของเขาถึงโตได้เทียบเท่าคนอายุยี่สิบแบบนี้ได้ เป็ไปไม่ได้
แต่ไม่ผิดแน่นอน ทั้งกระดูกกล้ามเนื้อ ผิว รูปหน้า โครงของฟันไม่ว่าจะตรวจสอบอย่างไรฉางลี่อินก็คือคนที่อายุยี่สิบไม่ผิดแน่เป็แบบนี้ไปได้อย่างไร
ในระหว่างที่กำลังตรวจสอบอยู่นั้นคนที่หมดสติไปก็พลันลืมตาขึ้นมาเสียดื้อๆด้วยสัญชาตญาณที่ร่างกายถูกคุกคามทำให้เขาได้สติขึ้นมาฉางลี่อินกำลังจะอ้าปากเรียกยามเฝ้าด้านนอกแต่ช้ากว่าคนที่กำลังนั่งอยู่สวี่ชิงเค่อกดจุดทำให้เงียบพร้อมทั้งผนึกการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายเอาไว้ทำให้ฉางลี่อินขยับได้แค่ดวงตาเท่านั้น
ทำไมคนคนนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ไม่มีใครรู้ได้อย่างไรว่าเขาอยู่ที่นี่
แม้จะพยายามขยับร่างกายอย่างไรแต่ฉางลี่อินก็ขยับตัวไม่ได้สักนิดดวงตาสีเทาสั่นระริกเล็กน้อยยามเมื่อมองคนที่ตัวสูงกว่าสถานการณ์แบบนี้หากสวี่ชิงเค่อคิดจะสังหารเขาเขาก็ไม่มีทางรอดได้เลยแขนแกร่งทั้งสองข้างเท้าอยู่ระหว่างตัวของฉางลี่อิน ดวงตาสองสีจ้องมองคนที่อยู่ใต้ร่าง
“ฉางลี่อินนั่นคือนามของเ้าใช่หรือไม่ หากใช่ให้เ้ากลอกตาไปทางซ้าย” คนฟังนิ่งเงียบไม่เข้าใจว่าทำไมสวี่ชิงเค่อถึงมาถามชื่อเขาเอาป่านนี้แต่ก็ยอมกลอกตาไปทางซ้ายเพื่อบอกว่านั่นเป็ชื่อเขา ร่างสูงถามต่อ
“วันนี้เป็วันครบอายุสิบปีของเ้าเป็วันแรกที่ได้รับภารกิจ” ฉางลี่อินกลอกตาไปทางซ้ายอีกครั้งสวี่ชิงเค่อพยายามจะทำอะไรถึงได้ถามเื่นี้กับเขามิใช่ว่าอีกฝ่ายก็รู้อยู่แล้วหรอกรึว่านี่คือภารกิจแรกของเขาเห็นถามไม่หยุดว่าภารกิจที่เขาได้รับคือภารกิจลอบสังหารอีกฝ่ายจริงหรือ แล้วจะมาถามคำถามที่รู้อยู่แล้วทำไม
สวี่ชิงเค่อที่เท้าแขนอยู่ระหว่างตัวฉางลี่อินทำสีหน้าที่คิดหนักแต่ไม่ได้คิดหนักเื่ที่ว่าเขาได้ล่วงเกินเด็กที่เพิ่งจะอายุสิบปีจะพยายามโกหกอย่างไรแต่แววตาของฉางลี่อินก็บอกเขาว่าอีกฝ่ายไม่ได้โกหกฉางลี่อินอายุครบสิบปีในวันนี้ และเพิ่งจะได้รับภารกิจครั้งแรกและในเมื่อเป็ภารกิจครั้งแรกประมุขจะยอมให้ทำภารกิจลอบสังหารจริงๆได้อย่างนั้นรึและเป้าหมายยังเป็เขาที่เป็ถึงประมุขของิเอี้ยวอีกคำสั่งนั้นเป็คำสั่งที่จริงแท้แค่ไหน หรือแค่้าทดสอบคนของตัวเองเท่านั้นแต่ไม่มีสารมาขอความร่วมมือในเื่นี้ หากเป็แค่การทดสอบการเอาตัวรอดประมุขมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาจะปล่อยฉางลี่อินกลับมา
เื่มันเป็มาอย่างไรกันแน่
ไหนจะเื่ร่างกายของฉางลี่อินที่โตเกินกว่าอายุถึงหนึ่งเท่าอีกประมุขหนุ่มขมวดคิ้ว เขาเคยได้ยินแค่เื่ที่ว่าคนอายุมากแต่ร่างกายยังหนุ่มไม่เคยเจอเื่ที่สวนทางกันเช่นนี้มาก่อนเด็กที่อายุสิบปีจะมีสภาพร่างกายที่เหมือนกับคนอายุยี่สิบได้อย่างไร ฉางลี่อินถูกเลี้ยงมาอย่างไรถึงได้เติบโตมาเช่นนี้ได้
เพื่อความแน่ใจว่าเขาไม่ได้พลาดไปสวี่ชิงเค่อจึงลงมือตรวจสอบร่างกายของฉางลี่อินอีกครั้งโดยที่คนถูกตรวจได้แต่มองอย่างหวาดๆกลัวว่าสวี่ชิงเค่อจะทำอะไรกับเขาอีกเขาตื่นมาแล้วยังถูกจับเปลืองผ้าไม่พออีกฝ่ายยังทำเหมือนกำลังตรวจสอบร่างกายของเขาอีก ตอนนี้เขาเหนื่อยเต็มทีแล้วไม่มีเรี่ยวแรงจะขัดขืน ไม่รู้ทำไมสวี่ชิงเค่อถึงได้ทำแบบนี้กับเขา
แต่นอกจากจับเขามัดเปลืองผ้าและด้อมๆมองๆร่างกายของเขาอยู่พักหนึ่งแล้วสวี่ชิงเค่อก็ไม่ได้ทำอะไรอีกในหัวของร่างสูงกำลังมีความคิดหลายอย่างปะปนกันไม่คิดว่าภายในถังเหมินจะมีเื่ที่เหลือเชื่อแบบนี้อยู่ด้วย
ไยถังเหมินถึงมีเื่แบบนี้เกิดขึ้นได้
สวี่ชิงเค่อไม่กล้าที่จะคาดเดาอะไรมากนักจนกว่าจะสืบให้ได้มากกว่านี้หากสิ่งที่เกิดขึ้นและมันเป็เื่ใหญ่เกินกว่าที่ประมุขอย่างเขาจะเข้าไปยุ่งได้เขาก็จำเป็ต้องทูลเื่นี้ให้ฝ่าาทรงทราบและหากเป็ไปได้อาจจะต้องส่งกองทหารองครักษ์มาตรวจค้นภายในถังเหมินด้วย
ร่างสูงตรวจจนมั่นใจแล้วว่านี่คือความผิดปกติที่ไม่อาจละเลยได้สภาพร่างกายนี้ผิดปกติเกินไป ไม่แน่ว่ามันอาจจะส่งผลถึงชีวิตในอนาคตด้วยอายุเพียงเท่านี้แต่ร่างกายกลับโตกว่าอายุถึงหนึ่งเท่าไม่ว่าอย่างไรจะต้องสืบหาว่าการเลี้ยงดูฉางลี่อินเป็อย่างไรกันแน่
แต่การก้าวก่ายเื่ระหว่างพรรคอย่างโจ่งแจ้งไม่อาจทำได้เกรงว่าหลังจากนี้เขาจะต้องสืบเื่นี้อย่างลับๆไม่ว่าเื่นี้จะเป็เื่ดีหรือร้ายแต่เื่สภาพร่างกายที่ผิดปกติของฉางลี่อินร่างสูงไม่อาจทำใจปล่อยผ่านไปได้
กว่าจะเจอคนที่ถูกใจได้ถึงเพียงนี้จะปล่อยให้ร่างกายที่มาเติมเต็มเขามีสภาพที่ผิดปกติไปได้อย่างไร
ร่างสูงโน้มตัวลงไปซุกที่ซอกคอของฉางลี่อินก่อนจะกระซิบที่ข้างหูเบาๆ
“นับจากนี้อย่าให้ประมุขน้อยของเ้าถูกเลี้ยงหรือสั่งสอนด้วยวิธีเดียวกับเ้าอย่างเด็ดขาดไม่ว่าจะคำพูด การกระทำ สิ่งที่มองเห็น สิ่งที่มองไม่เห็น ทุกอย่างต้องแตกต่างจากเ้าและไม่ผิดแปลกอย่างที่ควรเป็หากเป็ไปได้อย่าให้ประมุขน้อยของเ้าได้พบกับคนที่เ้าเคยพบอย่างเด็ดขาด” ทั้งน้ำเสียงและความรู้สึกที่ส่งมานั้นจริงจัง ฉางลี่อินนิ่งฟังเขาได้รับมอบหมายให้เลี้ยงดูเยว่เฟยหลิงั้แ่ที่ประมุขน้อยเพิ่งจะลืมตาดูโลก เขาดูแลเด็กน้อยมาตลอดนับั้แ่จำความได้นอกจากแม่นมแล้วก็ไม่มีผู้ใดที่เด็กน้อยได้พบอีก
“ลี่อิน เ้าอาจไม่รู้แต่เ้าในตอนนี้ไม่เหมือนผู้อื่นหาก้าให้ประมุขน้อยปลอดภัยไปจนถึงวันที่เขาได้ปกครองถังเหมินเ้าจะต้องเลี้ยงดูเขาด้วยตัวเอง มีแค่วิธีนี้เท่านั้นที่จะปกป้องประมุขน้อยให้ปลอดภัย”เขาไม่อาจคาดเดาได้ว่าหากประมุขน้อยถูกเลี้ยงด้วยวิธีเดียวกับฉางลี่อินมันจะเป็เช่นไรแต่มันย่อมไม่ใช่ผลดีกับตัวประมุขน้อยแน่เพื่อการนั้นฉางลี่อินจะต้องเลี้ยงดูประมุขน้อยด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะปลอดภัย
ฉางลี่อินไม่ได้ตอบตกลงหรือปฏิเสธดวงตาของเขาจับจ้องไปยังดวงตาสองสีที่สะท้อนภาพของเขาอยู่ คนผู้นี้จู่ๆก็โผล่มามาทำอะไรแปลกๆกับร่างกายของเขายังไม่พอ ยังพูดจาแปลกๆที่ไม่เข้าใจแต่อย่างน้อยเขาก็ยินดีที่จะทำตามที่อีกฝ่ายบอกเื่การเลี้ยงดูเยว่เฟยหลิงด้วยตัวของเขาเองเขารับรู้ถึงสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายของถังเหมินและการฝึกที่เข้มงวดเขาจะฝึกเยว่เฟยหลิงอย่างที่ควรเป็และสั่งสอนเด็กให้ดี
จะเจอสิ่งที่ถูกใจหาใช่เื่ง่ายหากเื่นี้มันส่งผลร้าย ข้าจะช่วยเ้าให้ได้ ลี่อิน
“ข้าต้องไปแล้ว”มือหนาไล้อยู่ที่ข้างแก้มของเด็กหนุ่มก่อนจะโน้มตัวลงมาจูบริมฝีปากบางเบาๆััเบาบางและนุ่มนวลก่อนที่จะผละออกไป ที่มุมปากหนามีรอยยิ้มบางๆซ่อนอยู่
จะไม่ได้อยู่ข้างกายคนที่หลงใหลไปอีกนานเช่นนี้น่าปวดใจนัก
“รักษาตัวให้ดีเด็กดีของข้า” สิ้นเสียงที่นุ่มทุ้มนั้น ร่างสูงที่นั่งอยู่ก็อันตรธานหายไปกลายเป็ความว่างเปล่าร่างกายของฉางลี่อินกลับมาขยับได้อีกครั้ง เขาแก้มัดตัวเองออกก่อนจะลุกขึ้นมองซ้ายมองขวาไม่มีแม้แต่ััของสวี่ชิงเค่อ มือเรียวแตะลงที่ริมฝีปากเบาๆััที่บางเบานั้นยังคงเหลืออยู่มันอ่อนโยนและนุ่มนวลกว่าััที่อยู่ในห้องน้ำแข็งมากนัก
สวี่ชิงเค่อ คนผู้นี้เป็ใครกันแน่นะ