ในระหว่างที่หนิงเหมยกำลังนั่งเหม่ออยู่บนกิ่งไม้นั้นนางไม่รับรู้ว่าอากาศรอบตัวเปลี่ยนแปลงอย่างไร นางเอาแต่เหม่อมองไปยังนอกกำแพงด้านหลังของจวนดวงอาทิตย์ส่องแสงทอประกายสีส้มอ่อนบ่งบอกว่าเป็เวลาใกล้ค่ำแล้ว ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมากระทบดวงิญญาของหนิงเหมยเกิดละอองแสงสีฟ้าเป็ประกายสวยงาม
เทพจันทราและเทพชะตาปรากฏตัวขึ้นมามองไปยังิญญาบนกิ่งไม้ที่งดงามแต่เ็าไร้ความรู้สึกเป็อย่างยิ่ง เทพจันทราถอนหายใจดังเฮือกดีที่มาทันเวลาแต่ก็กลายเป็ว่าดวงิญญาของนางหม่นหมองลงมากกว่าตอนอยู่บน์ถ้าท่านแม่ทัพ์ทราบเข้าจะเป็อย่างไรแต่ตอนนี้มันแก้ไขอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว เทพชะตาก็กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากพวกเขามองหน้ากันก่อนที่เทพจันทราจะเป็ฝ่ายเอ่ยปากเรียกดวงิญญาของอดีตเซียนบุปผาเหมยลี่
"แม่หนู "
หนิงเหมยยังคงเฉยเพราะนางเหม่ออยู่นั่นเอง แต่เสียงเรียกก็ยังดังขึ้นอย่างใจเย็นไม่เร่งร้อนอยากให้นางตอบกลับแต่ค่อยๆ เรียกด้วยเสียงที่นุ่มนวลคล้ายปลอบปะโลมอยู่ในที
"แม่หนู"
หนิงเหมยค่อยๆหันมองไปด้านล่างนางไม่คิดว่าจะมีใครเข้ามายังสถานที่แห่งนี้อีกแล้วสถานที่ที่มีคนตายแบบนี้นางขมวดคิ้วด้วยความสับสนก่อนจะลอยลงไปยังด้านล่างไปตรงที่ชายชราสองคนยืนอยู่
"ท่านลุงทั้งสองเห็นข้าหรือเ้าค่ะ" นางถามด้วยความคาดหวัง
"ใช่แล้ว ข้าทั้งสองคนเรียกเ้า และมองเห็นเ้า ข้าคือเทพจันทราและนี่คือเทพชะตาที่นักเล่านิทานในเมืองเขานำไปเล่ากันนั่นแหละ"
" อะไรนะเ้าค่ะ พวกท่านมีอยู่จริงๆ หรือเ้าค่ะ"
"หึหึ ใช่แล้ว เ้าไม่ต้องใไปหรอก" พวกเขาให้เอ็นดูนางนักถึงแม้จะลงมาเผชิญเคราะห์กรรมแต่ยังคงมีกลิ่นอายตัวตนดั้งเดิมอยู่เบาบางทำให้คนอดเอ็นดูไม่ได้
นางใจริงๆนึกว่ามีแค่ในนิทานที่เล่าขานแต่ตอนนี้มาพบเจอตอนที่นางตายไปแล้วแล้วทำไมเทพทั้งสองถึงมาพบนางกันละ
"แล้วพวกท่านมาหาข้าหรือเ้าค่ะ"
"ใช่แล้วละ เพราะข้าทำบางอย่างผิดพลาดต่อเ้าทำให้เ้าต้องพบเจอแต่สิ่งร้ายๆข้าจึงมาหาเ้าเพื่อชดใช้ให้เ้า" เทพชะตาค่อยๆบอกกล่าวแก่นาง
"อะไรหรือเ้าค่ะที่ผิดพลาด การมาเกิดเป็บุตรสาวของคนไร้หัวใจ หรือ เกิดมาเป็ลู่หนิงเหมยเ้าค่ะ"
"ทั้งสองอย่างนั้นแหละมันจึงทำให้เ้าต้องตายก่อนเวลาและเร่ร่อนอยู่เช่นนี้ด้ายแดงของเ้าก็คลาดกันทำให้คนผู้นั้นต้องทนทุกข์ทรมานต่อการจากไปของเ้าจนตราบสิ้นลมหายใจของเขา ข้าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นจึงได้มาแก้ใขต่อเ้า"
นางได้ฟังเื่ราวที่ท่านเทพบอกกล่าวออกมาก็ให้นิ่งไปพักใหญ่ที่ชีวิตนางเป็แบบนี้เพราะความผิดพลาดั้แ่แรก หึหึ ชีวิตข้าลู่หนิงเหมยมีแต่ความผิดพลาดหรอกหรือ นางคิดอย่างอัดอั้นนางไปสร้างเวรสร้างกรรมอะไรไว้จึงต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ นางเงยหน้าสบตากับท่านเทพ ทำให้ทั้งสองคนสะดุ้งเล็กน้อยเพราะสายตาของนางนั้นว่างเปล่าและเยียบเย็นยิ่งนัก ก่อนที่หนิงเหมยจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจ
"ถ้าเช่นนั้นพวกท่านจะชดใช้ให้ข้าอย่างไรเล่าเ้าค่ะ"
"ข้าจะส่งเ้ากลับไปตอนยังมีชีวิตพร้อมความทรงจำทุกอย่างเพื่อให้เ้าลิขิตชะตาตนเองใหม่โดยที่เทพชะตาจะใม่สามารถขีดเขียนชะตาของเ้าได้ วาสนาของเขาและเ้าก็จะกลับมาเชื่อมต่อดังเดิม เขาจะคอยช่วยเหลือและเป็ผู้ที่ปกป้องเ้า" เทพจันทรารีบบอกแก่อดีตเซียนบุปผาทันที
วาสนาของนางกับคนผู้นั้นหรือ ก่อนนางจะตายก็ไม่เคยพบเจอบุรุษผู้ไดนอกจาก มู่เฉินในงานชมดอกไม้ของพระสนมหลิงกุ้ยเฟยในวังหลวงนางคิดไปคิดมาก็แปลกใจเล็กน้อยทำไมนางถึงไม่ชายตามองบุรุษผู้ไดเลย หรือเป็เพราะชะตาที่ผิดพลาด นางตวัดสายตามองไปยังเทพชะตา ที่พอเห็นนางมองก็สะดุ้งหลบสายตาทันที เฮ่อ ช่างเถอะจะตายก็ไม่ได้ เกิดใหม่ก็ไม่ได้นางปลงซะแล้ว
"ก็ได้เ้าค่ะ ถ้ามันเป็ทางเดียวที่จะไม่ทำให้ข้าทุกข์ทรมานไปมากกว่านี้ข้าก็ตกลง"
เทพทั้งสองดีใจที่นางไม่โกรธจนทำให้เื่วุ่นวายแต่ก็อดสงสารนางไม่ได้เมื่อย้อนกลับไปนางจะมีนิสัยเฉยชาไร้อารมณ์แบบนี้ตลอดไปมั้ย พวกเขาแอบขยิบตาตกลงกันว่าจะเพิ่มพลังให้นางสักเล็กน้อยเป็พลังเกี่ยวกับบุปผาพืชพันธุ์ทั้งปวงหวังว่าดอกไม้และธรรมชาติจะช่วยเยียวยานางได้ นางจะได้ไม่เหงาเพราะตอนอยู่บน์บุปผาก็คือเพื่อนรักของนาง
จากนั้นท่านเทพทั้งสองก็ให้นางหลับตาลงหนิงเหมยรู้สึกแสบข้อมือก่อนที่จะเย็นสบายและกระตุกวูบ คล้ายดิ่งลงเหวลึกเกินจะคาดเดาและสุดท้ายคล้ายโดนเหวี่ยงด้วยความเร็วจนหัวหมุนภาพในหัวขาวโพลนก่อนที่หนิงเหมยจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่างคล้ายเสียงเรียกของใครสักคน
"พี่สาวเ้าค่ะ พี่สาว พี่สาว"
"หืม.."
หนิงเหมยขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นมาช้าๆก็จะเห็นหน้ารั่วซีสาวใช้ตัวน้อยที่นั่งจับมือนางและร้องเรียกนางก่อนหน้านี้นางกระพริบตาไล่ความง่วงงุนก่อนจะค่อยๆมองไปรอบๆตัวนี่มัน...
"พี่สาวท่านเป็อะไรไปเ้าค่ะ ข้าเรียกท่านตั้งนานกว่าท่านจะตื่นท่านทำข้ากลัวนะเ้าค่ะ" รั่วซีถามด้วยความเป็ห่วง
"ข้าไม่เป็ไรแค่หลับนานไปหน่อย"
นางบอกกล่าวเสียงเรียบพร้อมรอยยิ้มบางเบา ก่อนที่นางจะหันไปมองฝั่งด้านข้างกำแพงขวามือท้ายสุดที่ตรงนั้นเป็หลุมฝังศพมารดาของนาง ทำไม ทำไมต้องให้นางกลับมาตอนที่นางเหลือตัวคนเดียวด้วยทำไม หนิงเหมยค่อยๆลุกเดินไปที่หน้าหลุมก่อนจะนั่งลงมองอย่างเงียบๆ
"พี่สาว ท่านอย่าเศร้าอีกเลยอี๋เหนียงจะทุกข์ใจนะเ้าค่ะที่เห็นท่านเศร้าแบบนี้ อี๋เหนียงอยู่บน์จะต้องคอยมองและปกป้องท่านอย่างแน่นอนเ้าค่ะ"
รั่วซีสงสารพี่สาวจนนางต้องเอ่ยปลอบด้วยเสียงที่อ่อนโยนนางก็ไม่รู้ต้องทำอย่างไรแต่นางไม่อยากให้พี่สาวต้องเสียใจจนทุกข์แบบนี้ หนิงเหมยนั่งนิ่งน้ำตาไหลอาบแก้มช้าๆอย่างเงียบงันสาวใช้ตัวน้อยก็นั่งลงข้างๆกันจนตะวันเปลี่ยนทิศบ่งบอกว่าเลยเวลาอาหารเที่ยงไปแล้ว รั่วซีจึงสะกิดพี่สาวแล้วชูขนมที่นางแอบนำมาด้วยพร้อมกับห่อยาห่อเล็ก หนิงเหมยที่น้ำตาแห้งสนิทไปแล้วหันมาเห็นจึงคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะลุกขึ้นนางใช้มือที่หยาบกร้านลูบไปตามพื้นดินบนหลุมศพก่อนจะลุกขึ้นตามแรงประคองของรั่วซีไปนั่งที่โต๊ะไม้ใต้ต้นไม้ต้นเดียวในที่แห่งนี้
"พี่สาวกินขนมนี่ก่อนเ้าคะ ข้าแอบนำมาให้ท่านอร่อยมากเลยนะเ้าค่ะ"
"ขอบใจเ้ามากที่คอยช่วยข้าเสมอที่ผ่านมาข้าไม่รู้จะตอบแทนเ้าอย่างไรดี"
"ไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะท่านเป็คุณหนูสามของจวนถึงจะถูกลงโทษก็ยังเป็อยู่ท่านให้ข้าเรียกพี่สาวตอนอยู่กันสองคนข้าก็ว่ามากพอแล้วเ้าค่ะ ข้าเป็ข้ารับใช้ท่านเมตตาไม่ถือตัวกับพวกข้าข้ายินดีช่วยเหลือคุณหนูสามเ้าค่ะ"
หนิงเหมยมองรั่วซีที่พูดจาฉะฉาน นางฉลาดไม่น้อยไม่หวาดกลัวและรังเกียจนางอาจเพราะนางหมดอาลัยตายอยากตอนนั้นจึงไม่สนใจนางที่เข้ามาช่วยโดยที่นางไม่ได้ขอ นางรู้สึกถูกชะตาไม่น้อยและตอนนี้ได้ย้อนกลับมานางก็ไม่คิดอยากยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนั้นอีกขังนางไว้แบบนี้แหละดีนางจะทำอะไรก็สะดวกมากขึ้น ถ้าพวกมันคิดจะมายุ่งเกี่ยวและสร้างความเดือดร้อนให้กันก็คงต้องแล้วแต่สถานการณ์ว่าตอนนั้นนางจะทำยังไงก็แล้วกัน
"ข้าคงมีแค่เ้าที่คอยมาหาและช่วยเอาอาหารมาให้ข้าคงต้องให้เ้าช่วยเหลืออีกสักเล็กน้อยจะได้หรือไม่"
"พี่สาวจะให้ข้าช่วยอะไรหรือเ้าค่ะ"
รั่วซีถามด้วยความกระตือรือร้นปกติคุณหนูสามไม่แยแสสนใจอะไรมาวันนี้มีความ้านางอยากรู้จริงๆแต่คุณหนูเปลี่ยนไปไม่น้อยพูดมากขึ้นกว่าปกตินัก
"ข้าอยากให้เ้านำกำไลนี้ไปขายแล้วนำเงินมาให้ข้าแต่แวะซื้อเมล็ดพันธุ์ผลไม้มาสักหน่อยและพวกพืชมาให้ข้าด้วยหักออกไปจ่ายได้เลยถ้าเงินได้เยอะก็ซื้อข้าวสารและเนื้อ เครื่องปรุงมาสักเล็กน้อยได้หรือไม่"
นางบอกออกไปทีเดียวด้วยต้องเอาตัวรอดเองไม่สามารถออกจากจวนไปไหนได้และไม่ได้รับการปฏิบัติที่ดีนางต้องเตรียมตัว แต่ก่อนท่านแม่เคยสอนทำอาหารและปลูกผักตามประสบการณ์และความเคยชินนางฟังอย่างขอไปทีและทำไปส่งๆก่อนที่ท่านแม่จะเลิกสอนและหันมาบังคับให้นางแก่งแย่งชิงดีกับพี่น้องตนเอง หึ ถ้าตอนนั้นพวกนางไม่ถูกความหลงและความแค้นบังตาจะเลือกกลายเป็คนร้ายกาจไปได้อย่างไร แต่ตอนนี้นางจะเลิกนิสัยแบบนั้นและอยู่คนเดียวแบบสงบจนกว่าจะหาทางออกไปจากที่นี่ได้
รั่วซีมองกำไลหยกเนื้อดีลวดลายดอกเหมยสีแดงตัดสีขาวนวลสวยงามยิ่งนัก นางเสียดายแทนแต่ในเมื่อพี่สาว้าขายนางก็ต้องทำตามส่วนข้าวของที่บอกนางคงต้องแอบนำเข้ามาทางหมาลอดแล้วละ
"ได้เ้าค่ะ ข้าจะรีบนำไปในวันที่ข้าได้ออกจากจวนนะเ้าค่ะ วันนี้ข้าคงต้องไปก่อนนะเ้าค่ะนี่คือขนมที่เหลือ เอาไว้ทานนะเ้าค่ะ"
"ขอบใจเ้ามาก รีบไปเถอะเดี๋ยวจะโดนว่าเอาได้"
"เ้าคะ"
จากนั้นสาวใช้ตัวน้อยก็กลับไป ที่แห่งนี้กลับมาเงียบเหงาและมืดมนอีกครั้งนางเก็บขนมและนั่งพิงต้นไม้แล้วหลับตาชีวิตต่อจากนี้ข้าจะลิขิตด้วยตนเองนางยิ้มออกมาสายลมพัดพากลิ่นหอมของดอกไม้ลอยมาตามลม เอ๊ะ! กลิ่นดอกไม้เหรอ ที่นี่ไม่มีดอกไม้นิ นางลืมตาหันไปมองรอบๆก่อนจะต้องใ บนหลุมศพมารดามีดอกไม้หลากหลายขึ้นจนเต็มต่างชูช่องดงามและส่งกลิ่นหอมชวนให้สดชื่น
หนิงเหมยเดินไปใกล้ๆ ก่อนจะนั่งลงััดอกไม้พวกนั้นคล้ายพวกมันดีใจที่นางเข้าหาพวกมันต่างโน้มใบมาคลอเคลียกับนิ้วมือของนางสร้างความตกตะลึงให้นางอีกครั้ง นางหยิกแขนตนเองว่าตาฝาดไปก่อนจะทดลองอีกครั้ง ดอกไม้พวกนี้ก็ทำเช่นเดิมคราวนี้นางเกิดความเหลือเชื่อขี้นมาคล้ายนางจะรับรู้ความรู้สึกของพวกมันได้ด้วย มันคืออะไรกันทำไมนางถึงรับรู้และดอกไม้พวกนี้ทำไมถึงคล้ายมีชีวิต
ก่อนที่หนิงเหมยจะปวดแสบตรงข้อแขนตนเองนางมองเห็นลวดลายเกสรที่งดงามและแปลกตาปรากฏขึ้นแสงสีฟ้าลอยออกจากลวดลายเกสรออกไปยังดอกไม้พวกนั้น ดอกไม้ต้างดีใจโบกสะบัดไปมาด้วยความสุขและเติบโตขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ หรือนี่คือพรที่ท่านเทพให้เรามาด้วยอย่างน้อยพวกมันก็เป็เพื่อนข้าได้ นางรู้สึกรักและคุ้นเคยกับดอกไม้พวกนี้เหมือนเคยอยู่ด้วยกันมาก่อน แต่นางไม่อาจรู้ว่าตนเองเคยเป็เซียนบุปผามาก่อนดอกไม้และพืชนานาพันธุ์ต่างเคารพรักนางทั้งสิ้น
"ถ้าแบบนี้ ข้าก็สามารถช่วยเหลือให้พวกต้นไม้ดอกไม้กลับมามีชีวิตได้อีกครั้งน่ะสิ ดีเลยปลูกพืชก็คงจะง่ายขึ้นมาก ท่านแม่ ท่านไม่ต้องเป็ห่วงข้านะเ้าค่ะข้าจะใช้ชีวิตต่อไปให้ดีที่สุด" นางยิ้มออกมาบางเบา
จากนั้นหนิงเหมยก็ทำการปรับเปลี่ยนทุกอย่างในที่นี้ใหม่ด้วยตัวเองนางจะค่อยๆ ทำไปทีละน้อยจนกว่าจะเสร็จนางไม่รีบ ตัวบ้านก็ไม่เก่ามากแค่เปื้อนฝุ่นและดูน่ากลัวเท่านั้นพื้นที่โดยรอบนางก็ลองใช้มือัับรรดาพืชสีเขียวและดอกไม้ต่างค่อยๆพากันมุดดินขึ้นมาชูช่อสดใสงดงาม สร้างความพอใจให้นางเป็อย่างมาก ทีนี้นางจะไม่ต้องมาตัดหญ้าให้เหนื่อยพื้นที่โดยรอบเปลี่ยนจากแห้งกรังเป็พื้นที่สีเขียวร่มรื่นขึ้นทันตา
นางยิ้มก่อนจะเดินมาที่ต้นไม้ต้นใหญ่ต้นเดียวในที่นี่นางนำมือไปััและแอบอิงเข้ากับลำต้นพูดออกมาเบาๆว่า
" ข้าขอใช้พลังของข้าช่วยให้เ้ากลับมามีชีวิตเติบโตอย่างแข็งแรงอีกครั้ง"
เมื่อพูดเสร็จนางก็ต้องตาโตเมื่อต้นไม้ค่อยๆแผ่กิ่งก้านออกมาเสียงดังกรอบแกรบ ใบไม้ดอกสีเหลืองอ่อนสดใสค่อยๆผุดออกมาจนเต็มต้นสร้างความสว่างใสวและร่มเย็นให้ที่แห่งนี้กิ่งก้านโบกสบัดไปมา ใบไม้ปลิวร่วงหล่นลงมาเป็ละอองสีเหลืองดูงดงามจับตาเป็อย่างมาก หนิงเหมยยิ้มอย่างมีความสุขที่พวกมันต่างก็ดีใจคล้ายได้ยินเสียงหัวเราะแว่วมาตามสายลมนางยืนกอดต้นไม้และตั้งชื่อให้มันว่าพี่ใหญ่ เพราะมันต้นใหญ่ที่สุด พี่ใหญ่โบกสะบัดเป็การตอบรับ
เมื่อจัดการพื้นที่ลานบ้านนางก็ตรงไปสำรวจบ่อน้ำหลังบ้านตามทางมีหินอ่อนเรียงตามทางสม่ำเสมอค่อยยังชั่วที่ที่นี่แม้อยู่ไกลแต่กลับไม่ผุพังไปมากนัก อาจเป็เพราะนี่คือจวนตระกูลลู่ทุกอย่างต้องดูดีแม้แต่พื้นที่ที่ห่างไกลเช่นนี้เพื่อกันเหตุการณ์ดูถูกดูแคลนในอนาคตช่างฉลาดสมกับเป็ตระกูลแม่ทัพจริงแต่ก็โเี้อำมหิตเช่นกันนางสลัดหัวก่อนจะเดินสำรวจต่อคงเหลือแต่ตัวบ้านและห้องครัว นางไม่มีคนรับใช้เพราะโดนโบยและ
ขายทิ้งไปแล้วถ้านางขอรั่วซี นางจะมาอยู่กับข้ามั้ยนะนางคิดไปและเริ่มลงมือทำความสะอาดไปทั้งที่ไม่รู้ตัวเลยว่าร่างกายตนเองาแความอ่อนล้าได้เลือนหายไปช้าๆเพราะพลังที่ท่านเทพมอบให้นั่นเอง