ตอนที่ 4
ใช้เวลาไม่นานเชอร์ริชก็มาถึงห้องเรียน ซึ่งในตอนนี้มีเพื่อนร่วมห้องนั่งรอเรียนกันอยู่เกือบจะเต็มห้องแล้ว ดวงตาสีเขียวอันสดใสมองหาใครบางคนด้วยสายตาหวั่นๆ
เมื่อเห็นว่า ใครคนนั้นยังไม่มา เชอร์ริชก็ถอนหายใจออกมาเสียงเบาด้วยความโล่งอก
“เมื่อคืนนายกับเอเลียสปลอดภัยใช่ไหม?” ทันทีที่เชอร์ริชเดินผ่านแถวสอง โจที่กำลังแย่งขนมกับนาน่าก็หันมาเอ่ยทักชายหนุ่มด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ พาให้ภาพการวิวาทภายในบาร์ของโจกับกลุ่มรุ่นพี่ฉายซ้ำขึ้นมา
อา ใช่ เมื่อคืนนี้โจเป็คนช่วยเขากับเอเลียสจากผู้ชายพวกนั้น…
“ฮะ เมื่อคืน…เอ่อ อืม” เชอร์ริชได้แต่อึกอัก เขาฉีกยิ้มแห้งๆ ให้โจไปด้วยความกระอักกระอ่วน ขณะที่สมองไม่รักดีก็หวนนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นภายในห้องสวีท
“ดีแล้ว อย่าให้ฉันถูกอัดฟรี” โจขยิบตาให้เชอร์ริชอย่างเป็กันเองพลางแย่งขนมจากมือของนาน่ามากัดไปหนึ่งคำ
“เอ่อ ขอบใจนะ” เชอร์ริชเอ่ยขอบคุณชายหนุ่มร่างสูงยิ้มๆ เขาหันไปพยักหน้าทักทายนาน่าที่กำลังกินขนม และ ฟรานเชสก้าที่ฟุบหน้างีบหลับอยู่บนโต๊ะ จากนั้นก็ก้าวเท้าขึ้นทางต่างระดับไป
ระหว่างที่กำลังมองหาที่ว่างอยู่นั้น ชายหนุ่มพลันเหลือบไปเห็นที่ว่างข้างๆ หญิงสาวผมทองซึ่งกำลังนั่งคุยกับกลุ่มเพื่อนของเธออย่างออกรสอยู่ที่แถวห้า
ชั่วเวลานั้นความคิดอันขี้ขลาดพลันแล่นเข้ามาในห้วงความคิด พาให้สองเท้าของชายหนุ่มก้าวไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“นั่งด้วยได้ไหม?” เชอร์ริชเอ่ยถามด้วยสุ้มเสียงอันเป็มิตรพร้อมกับส่งยิ้มอันน่ารักน่าชังที่ใครต่อใครต่างก็ชื่นชอบให้หญิงสาวผมทอง
หญิงสาวผมทองซึ่งวันนี้แต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางสีสดใสโทนสีพีชอันมีชีวิตชีวาถึงกับมองชายหนุ่มผู้น่ารักตาค้าง ไปพร้อมกับหัวใจของเธอที่ละลายเพราะไม่อาจทานทนต่อความน่าเอ็นดูของอีกฝ่ายได้
“ฉันจะปฏิเสธคนน่ารักได้ไง นั่งเลยจ้า” หญิงสาวผู้แพ้ทางให้กับความน่ารักของชายหนุ่มรีบขานรับพลางตบที่นั่งข้างๆ อย่างแข็งขัน
“ขอบใจนะ ว่าแต่เธอชื่ออะไรเหรอ ฉันเชอร์ริช” เชอร์ริชค่อยๆ หย่อนกายนั่งลง เขาหันไปทำความรู้จักหญิงสาวผมทองผู้ใจกว้างด้วยรอยยิ้มอันน่ารักน่าชังซึ่งนับเป็การมอมเมาผู้พบเห็นเป็ที่สุด
ชั่วเวลานี้ไม่ได้มีเพียงแค่หญิงสาวผมทองที่ติดกับความน่าเอ็นดูอันเข้าถึงง่ายของเชอร์ริชเพียงคนเดียว แต่พลานุภาพของรอยยิ้มอันสดใสได้แสดงแสนยานุภาพทำลายล้างหัวใจดวงน้อยๆ ของผู้คนที่นั่งอยู่รอบตัวเธอในคราเดียว
“ฉันโซฟี่ นั่น คาร่า เมแกน อลัน แล้วก็ไมกี้” โซฟี่ชี้ไปที่เพื่อนร่วมกลุ่ม โดยเริ่มจากสาวหน้าคมไปจนถึงหนุ่มหน้าตาเ้าชู้ในกลุ่มทีละคน ซึ่งนั่งถัดจากเธอพลางแนะนำพวกเขาให้เพื่อนผู้น่ารักรู้จักเสียงใสด้วยความกระตือรือร้น
เชอร์ริชมองหญิงสาวผิวแทนหน้าคม เ้าของเส้นผมน้ำตาลในชุดเซ็ทลายสก็อตสีชมพูตัวเล็กจิ๋วที่มีนามว่า เมแกน จากนั้นก็มองที่ไปสาวผมสั้นผู้มีเรือนผมสีแดงในชุดแบรนด์เนมทั้งตัว แล้วเลื่อนสายตาไปมองชายหนุ่มผมทองเ้าสำอางในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงสีเบจที่ดูเป็คุณชายบ้านรวยอะไรทำนองนั้น สุดท้ายจึงเลื่อนสายตาผ่านชายหนุ่มผมสีดำหม่นหน้าหล่อพิมพ์นิยมในชุดสีครามสุดเท่ซึ่งมีออร่าความเ้าชู้เปล่งออกมาจากร่างอย่างผ่านๆ
เชอร์ริชยอมรับว่า ไมกี้ก็หล่อดี แต่แบบว่า...เขาไม่ค่อยถูกชะตากับคนเ้าชู้เท่าไหร่
“ยินดีที่ได้รู้จักนะ” ดวงตาสีเขียวอันสดใสโค้งจนแพขนตาสีบลอนด์อันดกหนาแทบจะเคลื่อนมาติดกัน ขณะที่ริมฝีปากสีเรื่ออันน่าจุ๊บเอ่ยกับเพื่อนร่วมโต๊ะด้วยสุ้มเสียงอันรื่นหู พาให้ใบหน้าของหนุ่มสาวทั้งห้าและคนอื่นที่นั่งอยู่ใกล้ๆ แดงเถือกขึ้นมาพร้อมกัน
“จ้า” โซฟี่ยกมือขึ้นมาพัดใบหน้าอันร้อนฉ่าพลางขานรับด้วยรอยยิ้มอันเบิกบาน
“วิ้ว~ มีคนน่ารักมานั่งด้วยแบบนี้ใจเต้นเลยแฮะ” ไมกี้ลูบอกปรอยๆ เขาเอ่ยเย้าคนน่ารักผู้น่าฟัดที่นั่งอยู่ข้างๆ โซฟี่ด้วยสายตากรุ้มกริ่ม
“ไอ้คนไม่รู้จักเจียมนั่นมาแล้วแฮะ” สุ้มเสียงเซ็งๆ ระคนดูถูกของอลันที่นั่งติดกับไมกี้ดังขึ้นมา พาให้เชอร์ริชเลื่อนสายตาไปมองชายหนุ่มร่างเล็กผู้งดงามที่ก้าวเข้ามาในห้องเรียนด้วยความรู้สึกอันหนักอึ้งที่ตีตื้นขึ้นมา
“ทำไมถึงว่าเขาแบบนั้น?” เชอร์ริชเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ ขณะที่ดวงตาสีดำคู่งามราวกับท้องนภายามราตรีเคลื่อนมาสบสายตากับเขา พาให้ชายหนุ่มต้องรีบหลบตาโดยไม่รู้ตัว
เชอร์ริชยอมรับว่า การที่เขาทำแบบนี้มันดูใจร้าย แต่จะให้ทำอย่างไรได้ล่ะในเมื่อตอนนี้เขาไม่รู้จะสู้หน้าเอเลียสอย่างไร
“ก็แม่ของหมอนั่นเป็เมียน้อยของประธานวาฮ์เลียกรุ๊ปไง ข่าวดังจะตาย นายไม่รู้ได้ไงเนี่ย?” อลันที่มีภูมิต้านทานคนน่ารักอยู่นิดหน่อยเอ่ยเสียงสูง ขณะที่ดวงตาสีน้ำตาลจางๆ ของเขามองเ้าตัวน่ารังเกียจที่ตอนนี้ไปนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของแถวแรกซึ่งรอบข้างนั้นไม่มีใครนั่งอยู่เลย
“แต่เื่มันก็นานแล้วไม่ใช่เหรอ?” เชอร์ริชถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วเอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจออกมาเสียงค่อย
“หึ นายจะไปรู้อะไร หมอนั่นกับแม่ดาราหน้าด้านคนนั้น เอาแต่เสนอหน้ามาร่วมงานเลี้ยงของบ้านฉัน!”
ก่อนที่อลันจะได้เอ่ยอะไรออกมา หญิงสาวหน้าตาสะอาดสะอ้าน เ้าของเส้นผมสีดำสนิทเหมือนกับเอเลียส ผู้มีดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยในชุดเดรสผ้าทวิตสีเบจยี่ห้อดังก็เอ่ยเสียงขุ่นพลางเดินมาทรุดตัวนั่งลงข้างๆ กับคาร่า
วินาทีนั้นเชอร์ริชพลันหวนนึกถึงฝันร้ายนั่น เขาจดจำดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นของหญิงสาวที่ถูกแย่งคู่หมั้นผู้นี้ได้ดี
ทั้งที่ผู้ชายคนนั้นเ้าชู้ และไม่ได้ชื่นชอบเธอ อีกทั้งในระหว่างที่หมั้นกับเอเลียส ผู้ชายคนนั้นก็ยังแอบไปหลับนอนกับใครต่อใครจนมีข่าวลืออื้อฉาวอยู่บ่อยครั้ง แต่กระนั้นแล้วเธอก็ยังยึดติดชายคนนั้นราวกับว่า เขาคือสิ่งล้ำค่า
เชอร์ริชยอมรับว่า เขาไม่เข้าใจแอชลี่ย์ที่หลงงมงายอยู่กับผู้ชายมักมากคนนั้นเลยแม้แต่น้อย
กระนั้นแล้ว ไม่ว่าเธอจะเกลียดเอเลียสมากแค่ไหน แต่เธอกลับไม่ได้ทำสิ่งที่เลวร้ายที่สุดกับเอเลียส
…เหมือนอย่างที่เขาทำ
“ฉันคิดว่าเธอจะไม่มาแล้วซะอีก นี่แอชลี่ย์ เป็น้องสาวของหมอนั่น” คาร่าหัวเราะเสียงแหลมพลางแนะนำผู้มาใหม่ให้เชอร์ริชรู้จักด้วยสีหน้าทะเล้น ราวกับว่า เธอกำลังหยอกเอินเพื่อนรักที่คบกันมาั้แ่สมัยอนุบาลอย่างไรอย่างนั้น
“น้องสาว?” แอชลี่ย์พ่นหัวเราะออกมา เธอถลึงตาใส่คาร่าด้วยความขุ่นเคือง โดยไม่คิดจะหันไปมองพี่ชายที่เกิดก่อนตัวเองกว่า หกเดือนให้ระคายสายตา
“เธอตั้งใจชัดๆ” เมแกนเอ่ยเย้าคาร่าเสียงใส จากนั้นก็หัวเราะร่าด้วยสีหน้าเบิกบาน
“ขอล่ะ บ้านฉันไม่นับญาติกับคนชั้นต่ำอย่างมัน!” แอชลี่ย์กลอกตาพลางเอ่ยถึงสิ่งที่ครอบครัวของเธอรู้กันออกมาด้วยสุ้มเสียงอันหนักแน่น
“ว่าแต่นายชื่ออะไรล่ะ?” แอชลี่ย์ไม่คิดจะเอ่ยถึงไอ้คนสวะน่ารังเกียจให้เสียอารมณ์ไปมากกว่านี้ เธอจึงหันมาเอ่ยถามเชอร์ริชด้วยสุ้มเสียงอันเป็มิตร
“เชอร์ริช” เชอร์ริชเอ่ยชื่อของตนพลางส่งยิ้มจางๆ ให้แอชลี่ย์ไปด้วย ด้วยความที่ว่า ดวงตาของเขาโค้งลงอย่างเป็มิตรจึงสามารถปกปิดความไม่เห็นพ้องต่อมุมมองของแอชลี่ย์ที่มีต่อพี่ชายของเธอ
อันที่จริงไม่ใช่เชอร์ริชไม่เห็นพ้องกับแอชลี่ย์ แต่เขาไม่เห็นพ้องกับมุมมองที่ทุกคนมีต่อเอเลียสเพียงเพราะที่มาที่เ้าตัวเลือกไม่ได้
ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงรู้สึกขัดหูกับสิ่งที่คนเหล่านี้ยัดเยียดให้กับชายหนุ่มผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องดุจผ้าอันขาวสะอาดแบบเอเลียส
แค่เลือกเกิดไม่ได้ก็แย่พอแล้ว ยังต้องมาซวยถูกใครต่อใครเหยียบย่ำอีก นี่มันชีวิตบ้าบออะไรกัน เชอร์ริชนึกสงสารเอเลียสขึ้นมาจับใจ
“ยินดีด้วยนะเชอร์ริช อย่างน้อยนายก็ยังฉลาดอยู่บ้าง ไม่เอาตัวไปจมโคลนตมกับไอ้ชั้นต่ำนั่น” แอชลี่ย์ไม่ทราบถึงความคิดของเชอร์ริชแต่อย่างใด เธอแค่เอ่ยกับชายหนุ่มผู้น่ารักอย่างโล่งอกที่อีกฝ่ายเลือกที่จะไม่เข้าไปเกลือกกลั้วกับคนชั้นต่ำนั่น
“ก็แรงเกินไปนะแอชลี่ย์ ถึงเขาจะน่ารังเกียจก็เถอะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” อลันเข้ามาผสมโรงแล้วหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ พาให้เมแกนกับคาร่าหัวเราะไปด้วย
โซฟี่ได้แต่ยักไหล่เล็กน้อยแล้วส่งยิ้มบางๆ ให้เชอร์ริชเป็เชิงว่าอย่าไปใส่ใจมาก ขณะที่ไมกี้กลับมองแผ่นหลังบางอันสง่างามเหนือโลกีย์ใดๆ ของเอเลียสด้วยสายตาที่มีประกายของความสนใจเจืออยู่
หลังจากนั้นครู่หนึ่งอาจารย์ผิวแทนวัยสี่สิบปลายๆ ก็หอบแฟ้มเอกสารเข้ามาในห้องแล้วเริ่มบรรยายบทเรียนสำหรับวันนี้
ในระหว่างคาบเรียนที่นอกจากฟังเนื้อหาการบรรยายเกี่ยวกับเื่เศรษฐศาสตร์อันยาวยืดที่น่าเบื่อแล้ว เชอร์ริชยังต้องฟังกลุ่มของโซฟี่ซุบซิบกันอยู่เป็ระยะ จนกระทั่งการบรรยายจบลง
“เอาล่ะ ผมอยากให้พวกคุณจับกลุ่มสี่คน ทำคลิปจำลองการนำเสนอโครงการมาส่งในสัปดาห์หน้า” สิ้นเสียงของอาจารย์ที่มีดีกรีเป็ถึงรองศาสตราจารย์ นักศึกษาที่นั่งฟังการบรรยายกันตาปรือต่างก็ตื่นเต็มตากันเป็แถบ
เชอร์ริชที่ใกล้หลับเต็มทีก็ถูกโซฟี่ลากเข้ากลุ่มกับหนุ่มจอมเ้าชู้อย่างไมกี้ทันที ขณะที่ทางฝั่งแอชลี่ย์จับกลุ่มกับแก๊งผู้ดีอย่างอลันและคาร่าได้อย่างเข้าคู่โดยมีตัวแถมเป็เมแกนสาวฮ็อตด้วยอีกคน
“เหลืออีกคนแฮะ” โซฟี่เคาะปากกาพลางกลอกตามองกระดาษรายชื่อที่ต้องนำไปส่งอาจารย์อย่างเซ็งๆ
เชอร์ริชมองรายชื่อที่มีเพียงพวกเขาสามคนพลางถอนหายใจออกมาเบาๆ เขาเผลอเลื่อนสายตาไปมองใครบางคนที่นั่งเดียวดายอยู่แถวหน้าเพียงลำพังไปอย่างเหม่อลอย
ภาพของความโดดเดี่ยวที่น่าเวทนาของอีกฝ่าย ทำให้เชอร์ริชรู้สึกราวกับมีบางอย่างกดทับหัวใจ เมื่อพบว่า จนป่านนี้แล้วยังไม่มีใครมีน้ำใจชวนคนงามผู้น่าสงสารเข้ากลุ่มเลยแม้แต่คนเดียว
นี่เขาอยู่ในสังคมที่โหดร้ายกับเหยื่อขนาดนี้เลยงั้นเหรอ?
เชอร์ริชรำพันด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจระคนเวทนาชะตากรรมของผู้บริสุทธิ์ที่เลือกเกิดไม่ได้
ขณะที่เชอร์ริชกำลังนั่งเหม่ออยู่นั้น ฟรานเชสก้าที่เขียนรายชื่อสมาชิกครบเป็กลุ่มแรกก็เอาใบรายชื่อไปส่งอาจารย์
“พาเพื่อนไปเอาบอร์ดโครงการที่ห้องสื่อให้ผมที” อาจารย์หลุบตามองรายชื่อทั้งสี่ที่อยู่บนกระดาษพลางพยักหน้าไปมา จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมอบหมายงานให้กับหญิงสาวและเพื่อนร่วมกลุ่มของเธอทันที
ด้วยเหตุนี้เองฟรานเชสก้าจึงพานาน่าและโจกับเพื่อนร่วมกลุ่มอีกคนไปเอาบอร์ดโครงการที่ห้องสื่อ ขณะที่เพื่อนร่วมห้องเริ่มทยอยไปส่งรายชื่อกับอาจารย์ที่โต๊ะ
“จับกลุ่มกันครบแล้วใช่ไหม...ทำไมเหลืออยู่หนึ่งคน?” อาจารย์ไล่ดูกระดาษรายชื่อบางส่วนแล้วเงยหน้าขึ้นมามองนักศึกษาส่วนใหญ่ที่นั่งจับกลุ่มกันอยู่ จากนั้นจึงเลื่อนสายตาไปมองเด็กหนุ่มหน้าสวยคนหนึ่งที่นั่งอยู่เพียงลำพังผู้ซึ่งดูเหมือนว่า จะยังไม่มีกลุ่มพลางขมวดคิ้วเอ่ยถามนักศึกษาคนอื่นๆ เสียงเรียบไปด้วย
สีหน้ากระอักกระอ่วนของนักศึกษาภายในห้อง ทำให้อาจารย์ต้องถอนหายใจออกมาให้กับพฤติกรรมแบ่งแยกกันอย่างชัดเจนของหนุ่มสาวที่ทำตัวราวกับเด็กเล็กๆ ที่ไม่รู้จักโต
“ใครจะรับเขาเข้ากลุ่มครับ?” อาจารย์เอ่ยถามด้วยสุ้มเสียงอันเคร่งเครียด พาให้นักศึกษาหันมาสบสายตากันอย่างลังเล
“...” เอเลียสเพียงแค่ก้มหน้าลงราวกับว่า ไม่้าให้อาจารย์กดดันเพื่อนร่วมห้องเพื่อตนนัก ไหล่เล็กๆ ของชายหนุ่มสั่นเล็กน้อย พาให้ผู้พบเห็นรู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ
ดวงตาสีเขียวอันสดใสของเชอร์ริชสั่นไหวด้วยความสะท้านใจ แม้ว่าในใจจะยังว้าวุ่นเพราะความผิดพลาดเมื่อคืนจนมองหน้าเอเลียสไม่ติด
แต่ความรู้สึกผิดที่ทอดทิ้งชายหนุ่มผู้น่าเวทนาก็ตีตื้นขึ้นมาปริ่มหัวใจจนกดทับความรู้สึกก่อนหน้าไปชั่วครู่ พาให้ริมฝีปากสีแดงเรื่ออันน่าจุ๊บของเชอร์ริชเผยอขึ้นเล็กน้อย
“ฉันรู้นะว่าขอมากไป แต่ช่วยรับเขาเข้ากลุ่มเราได้ไหม?” เชอร์ริชตัดสินใจหันไปขอร้องโซฟี่ที่กำลังมองหาสมาชิกเข้ากลุ่มเสียงสั่นด้วยความรู้สึกเกรงใจนิดๆ
แม้ว่าเชอร์ริชจะเกรงใจโซฟี่มากแค่ไหน แต่ความสงสารระคนรู้สึกผิดมันได้กินพื้นที่ภายในหัวใจดวงน้อยไปจนสิ้นแล้ว
“อะไร? นายสงสารเขาเหรอ?” โซฟี่เอียงคอมองแผ่นหลังอันสง่างาม แต่สั่นเทาเล็กน้อยของชายหนุ่มผู้งดงามที่นั่งอยู่แถวหนึ่งพลางกะพริบตาเอ่ยถามเชอร์ริชไปด้วย
“นะ โซฟี่” เชอร์ริชได้แต่ทำตาแป๋วมองหน้าโซฟี่พลางอ้อนเธอเสียงอ่อยไปด้วย ขณะที่ใจของเขานั้นมันหนักอึ้งเพราะรู้สึกผิด
“นายตั้งใจให้ฉันถูกยัยแอชลี่ย์เขม่นชัดๆ …ช่างเถอะ ไม่งั้นอาจารย์ก็คงไล่บี้ไม่เลิก” โซฟี่เอ่ยพลางหรี่ตามองกลุ่มของเมแกน ที่ตอนนี้แอชลี่ย์แวบออกไปเข้าห้องน้ำ เธอหันมาถลึงตาใส่คนขี้อ้อน แล้วจึงเอ่ยเสียงขุ่นเป็การยอมแพ้ให้แก่ลูกอ้อนของเชอร์ริช
“ขอบใจนะ” การตอบรับของโซฟี่ ทำให้ใจของเชอร์ริชเบิกบานขึ้นมา เขารีบเอ่ยขอบคุณเสียงใสพร้อมทั้งคลี่ยิ้มอันสดใสออกมาราวกับมวลดอกไม้หลากสีที่พร้อมใจกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์อันอบอุ่น
“จ้า แต่จำไว้นะ ว่า ฉันเห็นแก่คนน่ารักอย่างนาย” โซฟี่พัดหน้าที่เห่อร้อนจนขึ้นสีแดงพลางขานรับเชอร์ริชไปด้วย
เชอร์ริชเอียงคอด้วยความเบิกบาน จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้น พาให้อาจารย์ที่กำลังปั้นหน้าโหดอยู่นั้นหันมามองทันที
“...อาจารย์ครับกลุ่มผมว่างหนึ่งคนครับ” เชอร์ริชเอ่ยเสียงใสด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มจางๆ พาให้เพื่อนร่วมห้องต่างก็มองเขาอย่างอึ้งๆ ขณะที่กลุ่มของเมแกนมองเขาด้วยความตกตะลึง
…มีเพียงไมกี้ที่มัวแต่นั่งไถโทรศัพท์มองดูลิสต์สาวๆ ในสต็อกพลางฮัมเพลงไปด้วย โดยไม่สนใจโลกภายนอกเลยแม้แต่น้อย
ท่ามกลางความโดดเดี่ยวอันว่างเปล่านั้น เอเลียสคลี่ยิ้มรอยยิ้มอันเต็มไปด้วยความพึงใจออกมาอย่างลับๆ จากนั้นเขาก็หันไปสบสายตากับเชอร์ริชด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายของความซาบซึ้งในน้ำใจของอีกฝ่าย
หลังจากที่ได้รับบอร์ดโครงการแล้ว อาจารย์จึงให้พวกเขารวมกลุ่มหารือเื่งาน
ด้วยความที่ไม่อยากให้แอชลี่ย์ะเิอารมณ์ขึ้นมากลางห้อง โซฟี่จึงพาสมาชิกอีกสองคนไปรวมกลุ่มกับเอเลียสที่นั่งอยู่แถวหน้า
“แย่ชะมัด เปิดมาก็สั่งงานกลุ่มเลย!” ไมกี้บ่นอุบ เขาเดินถือบอร์ดโครงการสีน้ำเงินที่พึ่งเอามาจากโต๊ะอาจารย์พลางส่งสายตาอ่อยคนงามไปด้วย
“มันก็ไม่ยากเท่าไหร่หรอกย่ะ” โซฟี่ปัดผมสีทองพลางจีบปากจีบคอกัดเ้าเพื่อนจอมเ้าชู้ แล้วจึงส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายกางบอร์ดไว้ตรงหน้าเธอ
จังหวะที่ไมกี้กำลังกางบอร์ดอยู่นั้น เอเลียสก็ก้าวเข้าไปช่วยชายหนุ่มจอมเ้าชู้กางบอร์ดอีกแรง พาให้ถูกฝ่ามือใหญ่ของไมกี้จอมเ้าชู้ลูบคลำอย่างเปิดเผย
“...ขอบใจนะ เชอร์ริช” เอเลียสตัวสั่นเล็กน้อยเมื่อถูกไมกี้ฉวยโอกาสแตะเนื้อต้องตัว กระนั้นแล้วเขาก็ยังหันมาเอ่ยขอบคุณชายหนุ่มผู้น่ารักที่นั่งอยู่ข้างๆ โซฟี่ด้วยความซาบซึ้งใจ
“ไม่เป็ไร” เชอร์ริชที่ถูกความรู้สึกผิดครอบงำพลันทำอะไรไม่ถูก จึงขานรับอย่างปัดๆ ไปแบบนั้น
เมื่อเห็นประกายของความเศร้าเจืออยู่จางๆ ภายในดวงตาสีดำของอีกฝ่าย เชอร์ริชจึงได้แต่หลบสายตา ทว่าฝ่ามือสีขาวอมชมพูอันนุ่มนิ่มของเขาก็ตบลงบนที่ว่างข้างๆ ตัวให้อีกฝ่ายนั่งลง
หากเขาปล่อยให้เอเลียสแยกไปนั่งที่อื่น…ก็กลัวแต่ว่าจะถูกไมกี้ตามไปลวนลาม
เอเลียสส่งยิ้มขอบคุณระคนเกรงอกเกรงใจ จากนั้นก็ทรุดกายนั่งลงข้างๆ เชอร์ริช พลางเอียงหน้ามองบอร์ดโครงการที่กางอยู่ตรงหน้าโซฟี่ไปด้วย แต่กระนั้นแล้วเขาก็ยังรักษาระยะห่างไม่ขยับเข้าไปใกล้เชอร์ริชมากนัก
ติ๊ง
เสียงแจ้งเตือนข้อความของเชอร์ริชดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มผมบลอนด์ผู้น่ารักต้องหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเปิดข้อความดูด้วยความใคร่รู้
‘ทักครับ’
ข้อความอันเรียบง่ายของหนุ่มหล่อที่ใส่เสื้อช็อปคนนั้น ทำให้ดวงตาของเชอร์ริชโค้งลงเล็กน้อยอย่างอารมณ์ดี ขณะที่ฝ่ามือน้อยๆ ของเขาเริ่มพิมพ์ตอบกลับอีกฝ่ายไปอย่างรวดเร็ว
…
คนงามหลุบตาลงลอบมองข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์ของอีกฝ่ายอย่างลับๆ ชั่วเวลานั้นดวงตาสีดำราวกับท้องนภายามราตรีพลันเปลี่ยนเป็เข้มขึ้นอย่างเงียบงัน
ใครๆ ก็ชอบคนน่ารัก…
…เขาเองก็เช่นกัน