ตอนที่ 57 : ความรู้สึก
“ ตอบคำถามข้ามาแล้วข้าจะปล่อยพวกเจ้าไปแน่นอนว่าคำตอบของพวกเจ้าต้องทำให้ข้าพอใจด้วย ”ทันหลางมองไปที่เด็กหนุ่มทั้งหกคนแล้วยิ้มออกมา “ อย่าคิดโกหก ไม่อย่างนั้น...”
ก่อนที่เขาจะพูดจบ มู่หลงเจียก็เข้าใจทันทีหอกในมือของเขาได้แทงออกไป ซูฉิงไม่มีโอกาสแม้แต่จะตั้งตัวและโดนหอกแทงทะลุหน้าอกพร้อมกับเลือดที่กระจายออกมา
“ รสชาติของเลือดนี่มันดีจริงๆ”มู่หลงเจียดึงหอกออกมาจากอกของซูฉิงแล้วเลียกินเลือดเข้าไป เขากำลังชิมรสเลือดอยู่
เมื่อเห็นฉากนั้นสีหน้าของเด็กหนุ่มทั้งหกก็ซีดไปทันทีคนขอบเขตธุลีกลับโดนฆ่าอย่างง่ายดายเช่นนี้ความแข็งแกร่งของสองคนนี้.....พวกเขาไม่กล้าจะนึกถึงอีกต่อไป
“ พวกเจ้าไม่มีโอกาสที่จะหนีแล้ว ดังนั้นจงบอกความจริงมา”ทันหลางหัวเราะออกมา “ คำถามแรก พวกเจ้าเคยไปยังภูเขามังตังมาก่อนรึไม่ ?”
เด็กหนุ่มทั้งหกไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร ต้องตอบอย่างไรพวกเขาถึงจะไม่โดนฆ่า? ในตอนนั้นเด็กหนุ่มทั้งหกคนก็ได้แต่พากันใจสั่น
“ ขะ...ข้าไม่เคย..” หลังจากนั้นสักพักเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็ได้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“ ไม่เคยไปจริงๆรึ ?” ทันหลางมองไปยังเด็กหนุ่มทั้งหกคนด้วยรอยยิ้มรอยยิ้มที่ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องขนลุก
“ จริงๆ..เราไม่เคยไปจริงๆ ”เด็กหนุ่มทั้งหกพากันพยักหน้าและไม่กล้าจะสบตาทันหลางแม้แต่น้อย
“ ทันหลางจับตัวพวกมันไป ดีกว่าที่จะฆ่าพวกมันทิ้งที่นี่ ”มู่หลงเจียเดินเข้ามาหาเด็กหนุ่มทั้งหก หอกของเขายังมีเลือดหยดลงมาอยู่
“ พาพวกนี้กลับไปหาหัวหน้าเพื่อทำการค้นวิญญาณโดยตรงข้าไม่เชื่อว่าจะหามันไม่พบ” ในตอนที่พูดนั้นทันหลางก็ได้ยกมือขึ้นพร้อมกับมีกำไรสีทองบนข้อมือ
ฟรืด ! กำไรพุ่งออกมาขยายขนาดขึ้นหลังจากนั้นแสงสีทองก็ส่องประกายออกมา กำไรใหญ่ขึ้นมาล้อมรอบเด็กหนุ่มทั้งหกเอาไว้
แสงสีทองส่องประกายออกมาจากกำไลก่อนจะเข้าห่อหุ้มตัวของเด็กหนุ่มทั้งหกเอาไว้เมื่อทันหลางดีดนิ้ว เด็กหนุ่มทั้งหกก็โดนกำไรยกตัวขึ้นลอยสูงจากพื้นกว่า 3 เมตร
“ ไปกันเถอะ หัวหน้ายิ่งไม่ชอบรออยู่ด้วย ”ทันหลางยิ้มออกมาและเดินออกไปด้านนอกหุบเขาโดยมีมู่หลงเจียตามไปติดๆ
ทั้งหกคนถูกลำแสงสีทองห่อหุ้มเอาไว้ ลำแสงนั้นได้ลอยตามทันหลางไปติดๆเด็กหนุ่มๆทั้งหกไม่อาจจะต่อต้านได้เลย
“ สมบัติขั้นสูงที่ทำจากหินอุกกาบาต หากข้าได้กลืนกินมันไปร่างของข้าก็จะฟื้นฟูขึ้นมาอย่างมาก” เถาเถาที่อยู่ใต้หิมะได้มองไปที่กำไรแล้วแสดงท่าทีตื่นเต้นออกมา
แต่เขากลับคิดถึงหยางเฉิน หยางเฉินยังดูดซับปราณหยินอยู่หากเขาออกจากที่นี่ไป งั้นก็ไม่มีคนคอยดูแลหยางเฉิน เมื่อคิดแบบนั้นเถาเถาก็อดไม่ได้ที่จะผิดหวังขึ้นมา
แกร๊ก...น้ำแข็งและหิมะบนตัวของหยางเฉินกลับแตกออกเมื่อได้ยินเสียงนี้เถาเถาก็รีบควบคุมพู่กันให้ออกมาจากกองหิมะไปทันที
“ ดูเหมือนว่าเสี่ยวหยางจะดูดซับเสร็จแล้วหากเป็นเช่นนั้นสมบัติขั้นสูงนั่นก็ต้องตกเป็นของข้าแต่คนที่ชื่อทันหลางนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก เขาน่าจะอยู่ขอบเขตราชาขั้น 9ด้วยความแข็งแกร่งของข้าแล้วข้าไม่อาจจะเป็นคู่ต่อสู้เขาได้เลย” เถาเถาคิ้วขมวด
ในตอนนั้นเองหยางเฉินก็ลืมตาขึ้น ตาของเขาส่องประกายขึ้นมาข้อต่อกระดูกส่งเสียงดังลั่นเขารู้สึกว่าร่างกายเต็มไปด้วยพลังและรู้สึกแกร่งกว่าเดิมถึง 10เท่าเมื่อก้าวขึ้นมาขอบเขตธุลี
เขาสำรวจตันเถียนของตนเองและพบกับถุงอากาศถึง 3 อันในตันเถียนแต่ก็ต้องสงสัยว่าทำไมถึงมีถุงอากาศถึง 3 อันได้ ?
เถาเถาเห็นสีหน้าสงสัยของหยางเฉินก็ถามขึ้นมา “ เสี่ยวหยางเป็นอะไรไปรึ ? ”
“ เถาเถา เมื่อข้าบ่มเพาะมาถึงขอบเขตธุลีมันก็น่าจะมีถุงอากาศแค่อันเดียวไม่ใช่รึ ?”หยางเฉินลุกขึ้นยืนและมองไปที่เถาเถาก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่มั่นใจ
“ ใช่ คนส่วนมากแล้วจะมีถุงอากาศแค่อันเดียว”พูดแล้วเถาเถาก็สีหน้าเปลี่ยนไป และพูดขึ้นด้วยความแปลกใจ “ เจ้าถามคำถามนี้งั้น...”
หยางเฉินพยักหน้า “ ถูกต้อง ข้าไม่ได้มีถุงอากาศแค่อันเดียวแต่กลับมีถึง 3 อัน”
“ สามอัน ” เถาเถาเบิกตากว้าง “ หากมีถุงอากาศถึง 3 อัน งั้นก็หมายความว่าจะสามารถกักเก็บปราณในร่างกายได้มากกว่าคนทั่วไปถึง3 เท่า”
มันเกินขอบเขตที่เถาเถาจะเข้าใจได้เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกัน รึว่าตันเถียนของหยางเฉินเปลี่ยนแปลงไปไม่อย่างนั้นเขาจะมีถุงอากาศถึง 3 อันได้อย่างไร ?
หากเขามีถุงอากาศ 3 อันจริงๆก็หมายความว่าเมื่อขึ้นไปขอบเขตธุลีขั้น 9 ตันเถียนของเขาจะมีถุงอากาศถึง 30อันงั้นรึ มันมากกว่าคนอื่นถึง 3 เท่า
เถาเถากลืนน้ำลายและรู้สึกอึดอัดใจอย่างมาก
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆกดความตะลึงในใจและพูดขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“ เสี่ยวหยางเจ้าห้ามบอกใครว่าเจ้ามีถุงอากาศถึง 3 อันไม่อย่างนั้นแล้วเจ้าอาจจะเป็นอันตรายได้”
“ อันตรายรึ ?” หลังจากที่อึ้งได้ไม่นานหยางเฉินก็เข้าใจว่ายิ่งมีถุงอากาศมาเท่าไหร่ จำนวนปราณที่ร่างกายจะสามารถกักเก็บได้ก็ต้องมากขึ้นเท่านั้นดังนั้นความแข็งแกร่งก็จะเพิ่มขึ้นไปด้วย
ตราบใดที่เป็นผู้บ่มเพาะก็ต้องรู้ว่าการเพิ่มความแข็งแกร่งเช่นนี้อันตราย แต่เป็นวิธีการที่รวดเร็วที่สุด
“ ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าแต่อย่างน้อยตอนนี้มันก็ส่งผลดีกับเจ้า เจ้ามีถุงอากาศถึง 3 อันมันจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้เจ้าได้อย่างมากหากเจ้าขึ้นไปขอบเขตปรมาจารย์ได้หรือขอบเขตที่สูงกว่านั้นความแข็งแกร่งของเจ้าก็จะแกร่งที่สุดในขอบเขตเดียวกัน...”พูดไปแล้วเถาเถาก็อดตื่นเต้นไม่ได้
หยางเฉินกำหมัดแน่น เขารู้สึกว่าพลังที่เขามีตอนนี้ไม่อาจจะเอาคนทั่วไปที่เพิ่งขึ้นมาขอบเขตธุลีมาเทียบได้
หยางเฉินรู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวในแหวนมิติเขาแผ่การรับรู้เข้าไปและพบว่าสิ่งที่สั่นนั้นคือเศษแผนที่ของนิกายกระบี่
“ เถาเถา เศษแผนที่เหมือนจะเคลื่อนไหว”หยางเฉินเงยหน้ามองเถาเถาแล้วพูดขึ้นมาด้วยความแปลกใจ
เถาเถาที่ตื่นเต้นกับการที่หยางเฉินมีถุงอากาศ 3 อันอยู่เมื่อได้ยินคำพูดของหยางเฉิน เขาก็เปลี่ยนสีหน้าไปทันที “ เศษแผนที่มันขยับงั้นรึ?”
“ ใช่ เหมือนกับมีบางอย่างดึงดูดมัน”ในตอนที่พูดนั้นหยางเฉินก็ได้เอาเศษแผนที่ออกมาจากแหวนมิติเศษแผนที่กำลังขยับอยู่จริงๆ มันได้เปล่งแสงออกมาด้วย
“แรงดึงดูดนี้มาจากทางไหนกัน ? ” เถาเถาตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“ ทางนั้น ” หยางเฉินชี้ออกไปทางนั้นคือทางที่ทันหลางและคนอื่นๆเดินออกไป
“ รึว่าพวกมันจะมีเศษแผนที่ที่เหลืออยู่กับตัว ?” เถาเถาสีหน้าเปลี่ยนไปเขามองไปที่หยางเฉินแล้วพูดขึ้น “ เสี่ยวหยาง หากข้าเดาไม่ผิดเศษแผนที่น่าจะมีพลังที่สามารถสื่อสารกันได้ ตราบใดที่เราตามทางที่มันบอกไปเราต้องพบกับเศษแผนที่อีกแผ่นแน่”
“ เศษแผนที่อีกแผ่น” หยางเฉินกลืนน้ำลายเศษแผนที่นี้บ่งบอกถึงที่อยู่ของแก่นน้ำ หากเขาได้เศษแผนที่นี้มาเขาก็จะหาแก่นน้ำพบ เมื่อคิดแบบนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นขึ้นมา
“ ข้างหน้าเรานี้มีสองคน แต่พวกมันแข็งแกร่งอย่างมากหากพวกมันร่วมมือกันแล้ว ข้าไม่อาจจะเป็นคู่ต่อสู้ของพวกมันได้”เถาเถาได้บอกสิ่งที่เกิดขึ้นกับหยางเฉินตอนที่เขากำลังทะลวงผ่าน
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นหยางเฉินก็แสดงสีหน้าสลดออกมาเมื่อไม่มีลูกบอลปราณ อย่างมากเถาเถาก็สู้ได้แค่กับพวกขอบเขตบรรพจารย์แต่ทันหลางและมู่หลงเจียอยู่ขอบเขตราชาไปแล้วแม้ว่าเถาเถาจะกลืนกินแร่เหล็กแต่ก็ฟื้นฟูพลังมาแค่เล็กน้อยมันเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะพวกนั้น
แม้ว่าจะไม่อาจเอาชนะอีกฝ่ายได้ซึ่งหน้า แต่ก็อาจจะฉวยโอกาสได้ด้วยความแข็งแกร่งของเถาเถาแล้วมันก็ไม่ใช่ปัญหาที่จะหนีออกมาในตอนวิกฤต
“ เถาเถา ตราบใดที่เราหนีออกมาได้แล้วทำไมเราไม่ลองเสี่ยงดู” หยางเฉินยิ้มออกมา เถาเถาบอกว่าแก่นน้ำนั้นมีประโยชน์ต่อการบ่มเพาะอย่างมากเมื่อเป็นเช่นนั้นเขาก็ไม่คิดจะยอมแพ้กับเศษแผนที่อีกแผ่น
“ แม้ว่าความแข็งแกร่งของข้าจะยังไม่ฟื้นฟูกลับมาแต่ข้าก็ไม่กลัวพวกนั้น ”ในตอนที่พูดนั้นเถาเถาก็ได้ทำการควบคุมพู่กันให้พุ่งออกไปทันที
หยางเฉินอยากจะทดสอบความแข็งแกร่งของตน เขาไม่ได้พึ่งพู่กันและใช้ก้าววายุอสนีตามออกไปทันที
ทันทีที่ใช้ทักษะหยางเฉินก็พุ่งออกไปราวกับเงาความเร็วนี้น่าทึ่งอย่างมาก มันถึงกับไม่ทิ้งรอยเท้าไว้บนหิมะแม้แต่รอยเดียว
ตอนที่หยางเฉินและพู่กันพุ่งออกมาจากหุบเขาพวกเขาก็พบกับรอยเลือดบนหิมะ มันมีร่องรอยของการต่อสู้ และมีพลังผันผวนแผ่ออกมาไม่ไกลจากที่นี่
“ มีคนกำลังต่อสู้กันอยู่” หยางเฉินหยุดและมองไปยังข้างหน้า
“ ถูกแล้ว นั่นแหละคนที่ข้าพูดถึงและยังมีคนที่เรารู้จักอยู่ด้วย” เถาเถาในพู่กันพูดขึ้นมาด้วยความแปลกใจ
“ คนรู้จักงั้นรึ ?” หยางเฉินอึ้งไป
“ เซ่ามู รองหัวหน้าหน่วยทลายอสูรก็มาด้วยพวกมันเหมือนกับกำลังต่อสู้เพื่อแย่งชิงตัวเด็กหนุ่มกันอยู่ ” เถาเถาพึมพำออกมา “แต่พวกมันสู้กันไปทำไม ? ”
“ เมื่อมีคนมากมายอยู่ที่นั่นข้าก็ไม่อยากให้พวกมันเห็นใบหน้าที่แท้จริงไม่อย่างนั้นแล้วอาจจะเป็นปัญหาในอนาคตได้ ไม่ว่าพวกนี้จะทำไปเพื่ออะไรแต่เรามีเป้าหมายแค่อย่างเดียว” เมื่อพูดจบหยางเฉินก็ได้เอาหน้ากากออกมาสวมและกลายเป็นคนอื่นไปในทันที
เขาคิดแล้วว่าจะแย่งแค่เศษแผนที่มา เถาเถาไม่อาจจะฆ่าใครได้หากเขาเปิดเผยตัวตนออกมา มันจะต้องนำปัญหามาสู่ตัวเขาในอนาคตอย่างแน่นอนดังนั้นต้องระวังตัว
“ เสี่ยวหยาง เอาเศษแผนที่มาให้ข้าข้าจะดูว่าใครกันที่มีเศษแผนที่อยู่กับตัว” เถาเถาพูดขึ้นแล้วมองไปที่หยางเฉิน
หยางเฉินส่งเศษแผนที่ให้กับเถาเถาก่อนที่เถาเถาจะแผ่การรับรู้เข้าไปในเศษแผนที่จากนั้นเขาก็แผ่การรับรู้ไปยังคนที่กำลังสู้กันอยู่ โดยที่พวกนั้นไม่รู้ตัวเลย