คิดจะจีบผม...มันไม่ง่ายหรอก ตอนที่ 18 สองหนุ่มกับหญิงสาว
พอมาเป็ทราเวียร์เท่านั้นแหละอารมณ์พุ่งขึ้นสูงจนทะลุขีดจำกัด
...มันเป็บ้าอะไรอีกวะเนี่ย
“เคย์มีอะไรก็ควรพูดกันให้สุภาพหน่อย นายไม่ควรเอาอารมณ์ตัวเองไปะเิใส่คนที่ไม่รู้ไม่เห็นนะโดยเฉพาะกับคนที่นายไม่สนิทด้วย” ผิดกับทราเวียร์ไม่คิดเข้าไปสนทนาเรียกได้ว่าเขาเมินเฉยเลยจะดีกว่าก้องหันไปพูดคุยต่อกันไม่ให้เกิดข้อเข้าใจผิด
“ฉันรู้นะพวกแกกำลังหัวเราะเยาะฉัน โดยเฉพาะกับเวียร์ ฉันมั่นใจว่าแกต้องหัวเราะเยาะฉัน”
“ผมไม่เข้าใจว่าคุณกำลังพูดอะไรอยู่”ทราเวียร์หันมาตอบ
สีหน้าทำตัวเป็ทองไม่รู้ร้อนยิ่งทำให้เคย์บ้าคลั่งหนักเข้าไปอีก
“บัดซบ!!!” อารมณ์ร้อนไม่อาจรับฟังได้
พูดคุยไปเสียเวลาเปล่า
“ไปเถอะ ได้เวลาละ”ทราเวียร์ไม่คิดหันไปมองก้าวเท้าเดินกลับห้องทำงานตัวเองส่วนก้องเพียงก้มหัวให้เล็กน้อยเดินจากไป
ปล่อยให้ชายหนุ่มปลดปล่อยสายตาอาฆาตจ้องมองแผ่นหลัง
“...” ระหว่างกำลังเดิน
ชายหนุ่มผู้ที่คิดว่าจะเงียบปากไปตลอดกลับพูดจาขึ้นมา
“เหมือนหมาบ้าไม่มีผิดกัดคนอื่นเขาไม่เลือกหน้า” ทราเวียร์ถอนหายใจไม่รู้ว่าตัวเองไปทำกรรมอะไรมาถึงได้มีแต่เื่เข้ามาไม่หยุดหย่อน
ก้องเองไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพวกเขาถึงต้องกลายมาเป็ที่รองรับระบายความโกรธ
“เกิดเขาได้ยินสิ่งที่นายพูดนายคงเละกลายเป็ขี้”
“...ขอแค่ได้ยินนิ หากไม่ได้ยินก็ไม่จำเป็ต้องไปคิดล่วงหน้าอีกทั้งหากมันคิดลงมือขึ้นมาจริง นายจะปล่อยให้มันลงมือกับฉันรึเปล่าละ”ใช่ขอแค่ได้ยินเป็พอ
และแน่นอนว่า
“ฉันคงไม่ปล่อยให้นายเป็อะไรแน่นอน”
“...” ทราเวียร์เพียงยิ้มไม่ได้กล่าวอะไรออกไปเพิ่มเติม
ก่อนแววตาเปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญจะเริ่มดำมืดลงจนกลายเป็ราตรีอันไร้แสงจันทร์
“หากมันกล้าลงมือกับนายฉันจะตัดหัวมัน ใครก็ตามที่คิดเป็ศัตรูกับนาย ทุกคนมันต้องพบกับจุดจบอันสุดสยองจนไม่อาจหยิบเอาออกมาพูดได้อีกตลอดกาล”หนักแน่น หนักหน่วง และจริงจัง บรรยากาศชวนขนลุกถูกปลดปล่อยออกจากร่างชายร่างโต
ช่างน่าเกรงขามเหลือคณานับ
“หวังว่าฉันจะมีโอกาสได้เห็น”
“ก็คงต้องรอให้มันลงมือกับนายก่อนละนะ”
“ฉันค่อนข้างมั่นใจเลยว่าเวลานั้นคงอยู่อีกไม่ไกล อีกทั้งคนที่คิดลงมือกับฉันอาจไม่ได้มีเพียงแค่มันคนเดียวน่าจะมีไก่อ่อนจอมบงการเพิ่มมาอีกหนึ่งคน”
“ถึงเวลานั้นคงต้องรบกวนนายแล้วละนะก้อง” เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งเดือนหากมันเลือกลงมือขึ้นมาเมื่อไหร่คงต้องโทษโชคชะตากรรมที่กำหนดให้มันต้องตายโดยไม่อาจต่อต้านได้
แต่หากเกินหนึ่งเดือนไป
...ฉันจะเป็คนลงมือฆ่าแกเอง
“...แต่ถ้ามันเกินระยะเวลาที่กำหนดพวกมันเป็ของฉัน นายไม่มีสิทธิ์ เข้าใจไหม?”
“...”ก้องเพียงก้มหน้าเล็กน้อย
เป็การน้อบรับ
ห่างออกไปชายหน้าหล่อกำลังวิ่งสุดฝีเท้าเพื่อหวังตามหาหญิงสาวอันเป็ที่รักจนกระทั่งเห็นแผ่นหลังอันสง่างามที่ไม่ว่าจะพบเห็นกี่ครั้งเธอก็ยังงดงามไม่มีเปลี่ยน
เคย์ะโออกไปหวังให้หล่อนหยุดเดิน
“เอริน้องรอพี่ก่อนสิ”
“เอริ”ด้วยฝีเท้าของชายหนุ่มร่างโตสุขภาพดี คงเป็ไปไม่ได้ที่จะหนีถอยห่างอีกทั้งการหนีจากคนอื่นก็ดูเป็อะไรที่เสียมารยาทมาก
สุดท้ายเมื่อไม่มีทางเลือกเอริจำต้องหยุดฝีเท้าตัวเองลง
“พี่คิดจะตามหนูไปอีกนานแค่ไหน?”เอริถอนหายใจให้กับคนผู้ดื้อดึงไม่คิดเข้าใจถึงหัวอกคนอื่น
“่กลางวันยังเหลืออยู่อีกหน่อยเรามาทานอาหารด้วยกันไหม?” นอกจากโดนปฏิเสธรับรักยังออกปากเชิญหญิงสาวได้หน้าตาเฉย
ทำเหมือนกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้น
...ดื้อดึงจนเกินกว่าจะต้านทานเอาไว้ได้ไหว
“ไม่ดีกว่าค่ะหนูคิดกลับไปทานที่บ้าน”
“งั้นให้พี่ไปส่งนะ”
“...หนูไม่สะดวกให้พี่เคย์ไปส่งหนูเอารถมาเอง หนูกลับเองได้ค่ะ”ฟังกันมาจนถึงตอนนี้หากสมองไม่มีปัญหาควรรับรู้ได้แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่
แต่ชายหนุ่มร่างโตยังทำทีไม่เข้าใจใบหน้ายังเปื้อนรอยยิ้มไม่มีขาด
“เอริ” ทั้งยังคิดตามไปต่ออีก
เธอเลยต้องพูดให้ชัดเจนเพราะหากไม่ทำอะไรให้มันชัดเจนเป็ฝ่ายเธอนี่แหละที่ต้องลำบากใจในภายหลังเพื่อไม่ตนเองต้องเดือดร้อนไปมากกว่านี้
เลยจำต้องหันไปเผชิญหน้ากับเคย์อีกครั้ง
“พี่เคย์พี่กำลังรบกวนเวลาหนูนะคะ”
“เปล่า พี่ขอโทษ พี่แค่อยากทำความเข้าใจน่ะ”เคย์ยิ้มเล็กน้อยไม่ได้สะทกสะท้านทั้งยังกล่าวต่อไปได้หน้าตาเฉยเพื่อสลัดให้ได้เด็ดขาด
หล่อนเลยต้องเดินตามเกมส์ต่อ
...เื่ระหว่างเรายังมีอะไรให้พูดคุยกันอีก
“ทำความเข้าใจเกี่ยวกับอะไรละคะ?”
“ก็นั้นไงเอริปฏิเสธพี่ใช่ไหมละ พี่ไม่ดีตรงไหนเหรอ เราถึงไม่รับรักจากพี่”ไม่ได้เหนือไปกว่าการคาดการณ์ของหญิงสาว ในส่วนของเื่คุยที่กันได้
นอกจากเื่งาน
คงมีเพียงเกี่ยวกับความรักเท่านั้นซึ่งเป็เื่ที่เอริไม่คิดอยากจะพูดถึงมันเลยแต่ชายหนุ่มเบื้องหน้ายังไม่ยอมหยุดทั้งยังพยายามเพิ่มเติมหนักหน่วง
เข้ารบกวนชีวิตหล่อนครั้งแล้วครั้งเล่า
...เพียงเื่นี้?
“พี่ตามฉันมาเพียงเพราะเื่นี้เหรอ?”
“ใช่พี่อยากได้ความคิดเห็นจากเอริ เผื่อครั้งหน้า” แววตาเคย์เปล่งประกาย เชื่อได้เลยว่าหากเอริบอกกล่าวออกไปว่าหล่อน้าให้เขาเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด
ครั้งหน้าครั้งที่เจอกันถัดไปคงเปลี่ยนแปลงไปตามที่หล่อนบอกแน่นอน
...ตื้อเกินไปแล้วนะ
“...”ความหงุดหงิดกำลังเข้ามาครอบนำจิตใจหากเป็่เวลาปกติหล่อนอาจยิ้มนิดหน่อยพอพร้อมทั้งบอกกล่าวพยายามรักษาน้ำใจอีกฝ่ายเป็หลัก
แต่ด้วยเื่ที่มันเกิดขึ้นเมื่อเช้าทำให้หล่อนมีสภาพจิตใจไม่คงตัวยิ่งมาเจอเข้ากับสารภาพรักและอีกฝ่ายตามขอคำแนะนำที่ไม่ควรมาขอ
ทำให้เอริเกิดหงุดหงิดมากกว่าปกติจนเกือบหลุดออกมา
“...หนู---”
“พี่เอริครับ”เสียงแทรกขึ้นมากลางบนสนทนาทำเอาสีหน้าชายหนุ่มคงเอาไว้ด้วยรอยยิ้มมาตลอดหุบหายไปในพริบตา
ยิ่งได้เห็นว่าผู้มาใหม่นั้นเป็ใครเขายิ่งเดือดดาลหลายเท่าตัว
“เวนิส”
“เวนิส”เอริเองประหลาดใจไม่น้อยกับการที่ชายหนุ่มรุ่นน้องปรากฏตัวขึ้น
เวนิสเดินเข้าพร้อมกับเอกสารในมือ
“ผมเอกสารมาให้”
“เอกสาร”เอริรับเอามาดู
มันเป็เอกสารคุ้นชินอยู่พอสมควรกับหล่อน
“พี่พลอย้าให้พี่เอาเอกสารชุดนี้ไปส่งที่เดิมน่ะครับ”เดิมทีมันเป็หน้าที่ของพลอยหากตอนนี้กลับไม่สามารถกระทำหล่อนก็ต้องเป็หมายเลขสองในการดำเนินงานต่อ
จะให้ทิ้งงานคงเป็ไปไม่ได้
“ให้พี่ไป?ทำไมไม่ให้คนอื่นไปละ” ต่อให้เธอเป็หมายเลขสองจริงแต่ตามปกติแล้วพลอยไม่ได้เลือกใช้ให้หล่อนเป็ผู้ส่งเอกสารชุดนี้ส่วนใหญ่จะใช้นุชไปเสียมากกว่า
เวนิสเข้าใจดีว่าเอริกำลังคิดอะไรอยู่เลยตอบกลับไปตามตรง
“เพราะคนที่รับคราวนี้ค่อนข้างเป็บุคคลสำคัญเราเลยต้องเลือกใช้คนนิดนึ่งนะครับ” ให้นุชไปคงไม่เหมาะสมเท่าไหร่นักเนื่องจากหล่อนไม่ใช่เบอร์สองแต่เป็เพียงรุ่นน้องพึ่งเข้ามาใหม่อายุงานยังไม่มากพอรองรับงานสำคัญ
เอริพยักหน้ายินยอมรับงานมานี้ทำ
“...ได้ พี่รับงานนี้เอาไว้เอง”
“ขอบคุณครับที่รับงานนี้เอาไว้”
“ไม่เป็ไรมันเป็หน้าที่พี่อยู่แล้ว” อีกทั้งยังโอกาสนี้ในการถอนตัวไปในตัวช่างเป็โอกาสหอมหวานอะไรแบบนี้ แน่นอนว่ามันต้องไม่ใช่เื่บังเอิญ
แต่ใครสนใจละ
...ขอบคุณมากที่ทำให้ฉันหลุดลอดไปจากสถานการณ์แบบนี้ได้นะ
“...” เอริรับงานเสร็จรีบเดินจากไปทันที
โดยไม่คิดกล่าวลาชายหนุ่มทั้งสองด้วยซ้ำทั้งสองต่างใช้สายตาจ้องมองสลับไปมาไม่คิดขยับเนื้อตัวไปไหนเป็เคย์พูดขึ้นมาเป็คนแรก
“แก้าอะไร?”
“ไม่เห็นเหรอครับว่าผมเอางานมาให้กับเธอ”เวนิสไม่ได้เกรงกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว เขายังกล่าวหัวเราะสบายใจชอบดีใจที่ตนเองได้ทำอะไรที่มัน
รู้สึกสบายใจทั้งยังช่วยเหลือหญิงสาวเพิ่มคะแนนได้อีก
“อย่าคิดว่าฉันโง่จนมองไม่ออกแกนี่มันตัวเกะกะน่ารำคาญ” เอาเอกสารมาให้ตอนเขากำลังอยู่กับเอริทั้งยังเป็่จังหวะเขากำลังถามคำถามสำคัญอีกต่างหาก
ไม่ว่าจะมองมุมไหนมันเป็การจงใจไม่มีบังเอิญ
“พูดแบบนี้ระวังพี่เอริเขาได้ยินเข้านะครับพี่เขายิ่งไม่ชอบด้วยกับพวกชอบพูดคำหยาบไม่ให้เกียรติคนอื่นเขา แล้วก็ แล้วก็ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ สำหรับคำสารภาพรักที่เปล่าประโยชน์” ไม่มีปฏิเสธและก็ไม่มียอมรับมีเพียงคำถากถางให้ตามระเบียบ
ทำเอาชายร่างใหญ่อารมณ์ร้อนเดือดดาลจนร้องะโออกมา
“...เวนิส!!!”
“...”ต่อให้ด่ามากมายไปกว่านี้คงไม่ได้ประโยชน์ยังเสียเวลาเปล่าอีก
จะให้เข้าปะทะยิ่งไม่เหมาะสมเข้าไปใหญ่อีกทั้งยังมีข้อเสีย ปัญหามากมายตามมาไม่หยุดหากพวกเขาเลือกลงมือกันเองโดยไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม
สุดท้ายมีเพียงเลิกรากันไปคนละทิศคนละทางเท่านั้นดูจะเป็คำตอบของการปะทะคารมณ์ครั้งนี้
“เอาไว้เจอกันครับขออนุญาตตามพี่เอริไปนะ บาย พี่เคย์”เวนิสยิ้มเยาะเล็กน้อยก่อนก้าวถอยหลังเดินตามเอริไปโดยทิ้งให้ชายหนุ่มร่างโตกัดปากตัวเองอย่างคับแค้น
เวนิสรีบตรงไปยังที่จอดรถหวังพบเจอเข้ากับหญิงสาว
…เจอแล้ว
“...”
“หาอะไรอยู่เหรอครับพี่เอริ”
“พี่ลืมของนิดหน่อยน่ะ”เอริเหลือบมองเล็กน้อยไม่มีท่าทีตื่นตระหนกใคล้ายกับรับรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายต้องปรากฎตัวให้เห็นและเวนิสก็มาจริง
ตามที่เอริครุ่นคิดเอาไว้
“ให้ผมไปส่งเอาไว้”
“ไม่ต้องหรอกพี่กลับเองได้”
“งั้นเหรอน่าเสียดายจัง” เวนิสคิ้วกระตุกนิดหน่อยที่โดนปฏิเสธทันทีทั้งน้ำเสียงที่ใช้ก็ไม่ได้อ่อนโยนชวนให้หัวใจชื่นบานเหมือนอย่างเคย
ออกจะติดเ็านิดหน่อย
“...”
“คิดจะตามพี่ไปอีกนานแค่ไหนกัน”ด้วยจุดประสงค์แอบแฝงมาั้แ่ตอนแรกทำให้หล่อนไม่ค่อยไว้วางใจซักเท่าไหร่นักเลยจำต้องถามไถ่ให้ชัดเจน
ก่อนตัดสินใจว่าจะทำยังไงต่อ
“ก็ตามมาส่งไงเพื่อพี่โดนพวกไม่ดีตามตื้อระหว่างทาง”
“ถ้าเป็เื่ของพี่เคย์นายไม่ต้องไปคิดมากหรอก ถึงแม้ว่าเขาจะเป็คนดื้อแต่ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรขนาดนั้นต่อให้เขามาจริงก็ทำอะไรพี่ไม่ได้อยู่ดี” เป็ครั้งแรกเลยก็ว่าได้เขาได้ยินจากปากหล่อน ชื่นชนเคย์ไปในทิศทางที่ดี
เวนิสไม่ชอบใจเอามาก
...ทำไมต้องชมมันด้วย
“แปลกนะครับที่พี่ชมพี่เคย์ออกนอกหน้าแบบนี้” ชายหนุ่มรุ่นน้องพยายามกักเก็บอารมณ์ไม่ให้ะเิออกจนสร้างความเสียหายให้กับสายสัมพันธ์
เขาต้องเยือกเย็นเยือกเย็นเข้าไว้
“เห็นมาบ่อยเลยเข้าใจอยู่พอสมควรละนะ”
“พี่เข้าใจในตัวพี่เคย์?”
“...นิดหน่อยไม่ได้มาก ไม่ได้น้อย”
“แล้วพี่เข้าใจในตัวผมไหมครับพี่เอริ” อารมณ์เวนิสกำลังพุ่งพวยขึ้นสู่จุดสูงสุดจนปล่อยให้มันเข้าครอบนำร่างกายและจิตใจจนเผลอพูดความในใจออกไป
เอริหยุดเดินพร้อมทั้งหันมาเผชิญหน้ากับเวนิส
“นาย้าให้ฉันตอบเหรอ?”
“...ครับ”
“เข้าใจสิ นายเป็รุ่นน้องของฉันนะทำไมฉันถึงจะไม่เข้าใจนายละ” เธอเจอชายหน้าหล่อตามสารภาพรักเป็ร้อยครั้งแล้วนะจะไม่ให้เข้าใจชายผู้ตกอยู่ในห้วงแห่งความรักได้ยังไงกัน
เธอมองออกและไม่้าให้มันถลำลึกไปมากกว่านี้
“...”
“แล้วถ้าเกิดผมอยากให้พี่เข้าใจผมมากกว่านี้ละ”ยอมรับไม่ได้ ต่อให้ทำใจเอาไว้ั้แ่ก้าวเท้าเข้าไปยื่นเอกสารให้กับมือเขายังไม่อาจรักษาความสงบในจิตใจได้อยู่ดี
เปลวไฟอารมณ์มันโหมกระหน่ำจนไม่อาจดับเอาไว้ได้
...ฉันไม่ดีตรงไหนถ้าเทียบกับพี่เคย์ ฉันดีกว่ามันหมดทุกอย่าง
“...นายต้องทำงานให้มากกว่านี้นายถึงจะเข้าใจเองว่ากระบวนการทำงานของพี่มันเป็ยังไงมายังไงแต่มันก็ต้องอาศัยการเรียนรู้ ทั้งประสบการณ์อีกต่างหากหากนาย้าฉันสามารถแนะนำให้นายได้รวมถึงพี่พลอยเองก็สามารถทำให้นายได้เข้าใจเหมือนกัน” เธอหลีกเลี่ยงประเด็นเขาไม่คิดให้คำตอบโดยตรงเพราะเกรงว่าอาจส่งผลต่อภาพใหญ่ต่อจากนี้
เลยพยายามเบี่ยงเบนให้เข้าไปในเื่งานสำหรับเธอผู้ถูกสารภาพมาตลอดหลายปีการโกหกเปลี่ยนเื่ดูจะกลายเป็ความสามารถพิเศษเฉพาะตัวไปเสียแล้ว
...ขอโทษนะเวนิสแต่ฉันกับนายคงรักกันไม่ได้หรอก นายไปหาคนอื่นเถอะ
“เพราะหล่อนเองก็เคยเป็ผู้ฝึกสอนพี่กับมือ”รอยยิ้มเอริบ่งบอกเอาไว้ให้เห็นชัดเจนว่ามันเป็เพียงรอยยิ้มแฝงไปด้วยมารยาทไม่ได้มีความรู้สึกแอบแฝงชายหญิงให้เห็นเลยแม้แต่น้อย
หล่อนมองเขาเพียงรุ่นน้องรับผิดชอบเวลางานเท่านั้นไม่มีคิดเป็อื่นใด
“...” นิ่งไปเลย
หัวสมองเวนิสตอนนี้มันขาวโพนไปหมดจนคิดอะไรไม่ออก
“ไม่ต้องมาส่งพี่ละนายกลับไปทำงานเถอะ พี่ใช้เวลาไม่นาน” เอริถอนหายใจเขามีเหตุผลที่จะรักหล่อนจะชอบหล่อน แต่หล่อนเองก็มีเหตุผลให้ปฏิเสธเหมือนกัน
ก็ได้แค่หวังว่าเวนิสจะตัดใจไม่คิดเข้าหาอีก
“...แน่ใจนะครับว่าไม่ให้ผมไปด้วย” เวนิสยิ้มแห้งออกมา
ยังพยายามบังคับให้ตัวเองกล่าวถามออกไป
“ไม่ต้องหรอกพี่ไปคนเดียวได้” เอริเปิดประตูเข้าไปในรถจวบจนหญิงสาวขับรถออกจากลานจอดรถชายหนุ่มรุ่นน้องยังคงยืนสงบนิ่งไม่ไหวติง
เรียกได้ว่าทั้งเวนิสและเคย์ต่างโดนปฏิเสธกลับมาหมดหนึ่งโดนปฏิเสธทางตรง อีกหนึ่งโดนปฏิเสธทางอ้อมทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนตกในสายตาหญิงสาวนางหนึ่งทั้งหมด
“...โดนปฏิเสธตามคาดเหมือนว่าจะยังไม่เยือกเย็นพอนะ เด็กน้อย” นุชกอดอกจ้องมองเพียงยิ้มออกมาเล็กน้อยความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสามกำลังก้าวล้ำเข้าไปในเส้นทางที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้