【Perfect Life】

    20 – เดินทางเข้าเมือง

    20 – เดินทางเข้าเมือง
    ฟู่...“สุขสันวันเกิดครบ 12 ปีจ้า/น๊า~ พริสทีน!!”ฤดูกาลเคลื่อนคล้อยผ่านไป ตอนนี้เด็กสาวอายุครบ 12 ปี “ขอบคุณค่ะทุกคน”พริสทีนยิ้มตอบรับคำอวยพรของทุกคนในหมู่บ้านสำหรับวันเกิด 3 ปีครบรอบวันที่มาอยู่โลกใหม่ ณ บ้านของเธอ ทุกคนต่างเฉลิมฉลองกันอย่างสนุกสนานด้วยเค้กวันเกิดแบบเจที่แม้แต่เอลฟ์ก็ยังกินได้ อาหารต่างๆมากมายวางเต็มโต๊ะ ทั้งแนวฝรั่งและญี่ปุ่นด้วยวัตถุดิบสดใหม่ จากวันนั้นก็ผ่านมาร่วม 3 ปี ในตอนนี้ความรู้สึกในอดีตที่เหมือนกับว่าเคยสูงวัยมาก่อนหายไปกลายเป็นเด็กวัยนี้อย่างสมบูรณ์ และความทรงจำทั้งหมดยังคงอยู่ตัวเธอสูงขึ้นเล็กน้อย ผมยังคงยาวเหมือนเดิมไม่สามารถตัดได้จนต้องหาวิธีแก้ด้วยการถักเปียครึ่งหัวสองชั้นแบบเส้นหนาประดับด้วยดอกไม้ดอกเล็กที่สเตลล่าหามาให้ จนถึงตอนนี้เธอยังคงใส่ชุดเดรสเปิดไหล่เหมือนเดิมแต่เพิ่มคอร์เซ็ตสีดำบริเวณหน้าท้องมีลวดลายสีทองทำให้กระโปรงช่วงล่างดูพองเล็กน้อย รองเท้าแตะแบบเชือกพันขาสีดำเดิมทีตั้งใจจะไม่ใส่รองเท้า แต่หลายคนขอให้ใส่เนื่องจากกลัวว่าจะติดนิสัยนี้จนเข้าเมือง รองเท้าหลายแบบที่ทุกคนหามาให้ไม่โดนใจกระทั่งนึกถึงแฟชั่นในยุคนั้นที่ได้แต่มอง เลยได้เป็นรองเท้าคู่นี้มาคนอื่นเองก็สูงขึ้น มีเปลี่ยนแนวการแต่งตัวบ้างเล็กน้อย แต่สำคัญยิ่งกว่าเรื่องความแข็งแกร่งของแต่ละคนนั้นเพิ่มขึ้นกว่าเดิมมากนัก จากการฝึกฝนและรับใบภารกิจที่ทางเมืองใหญ่แต่ละแห่งส่งมาตั้งแต่สมัครเป็นนักผจญภัยและรับงานเฉพาะที่ส่งมาหมู่บ้านแห่งนี้เพียงอย่างเดียว ทั้ง 3 คนต่างก็พยายามฝึกฝนร่างกายเพื่อร่วมงานกับเธอได้อย่างสะดวกแต่ทุกครั้งที่จับกลุ่มกัน นอกจากเธอ เดฟไกส์ และชิอินะ ที่เหลือต่างหมดแรงและหมดสภาพไปตามๆกันสำหรับชิอินะที่เดินทางมาตลอดก่อนมาหมู่บ้านจึงมีประสบการณ์‘ไหวกันรึเปล่า...?’ นั่นคือประโยคที่เด็กสาวมักจะถามหลังสู้จบ สำหรับพริสทีนนั้นการทำภารกิจเดียวไม่มีปัญหาเพราะเธอแข็งแกร่งมากพอ แต่การทำภารกิจเป็นกลุ่มทำให้ตระหนักได้ว่าหากเป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง...“นี่ของขวัญจ้ะพริสทีน” สเตลล่ามอบดรีมแคชเชอร์ทำเองให้“ขอบคุณจ้ะสเตลล่า”สเตลล่าตอนนี้น่ารักขึ้นกว่าเดิมนักทำให้ทั้งลีลีน่า จินกับเมลเป็นห่วงหนักกว่าเดิม ด้วยทักษะ [การยิงธนู] [เวทย์พฤกษา] และ [เวทย์ฟื้นฟู] นั้นยอดเยี่ยมสมกับเป็นเอลฟ์ พร้อมทักษะพิเศษ [นักล่า] ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด “นี่จากฉันกับโอลีเซีย ดีใจซะด้วยล่ะ” ยื่นกระดานไม้ทรงกลมประดับด้วยรากไม้กับดอกไม้สีชมพูอมม่วงและสีฟ้า“เอาไว้แปะภารกิจหรืองานต่างๆนะคะพี่”“ว้าว~ น่ารักมากๆ ขอบคุณนะทั้งคู่”“ดอกไม้จ๋าขนาดนั้นชอบไปได้ยังไงกัน .....แต่ถ้าชอบก็ดี”ฟีเรจากที่ชอบสวมเสื้อคอเต่าเปลี่ยนมาเป็นเสื้อกล้ามทับด้วยเสื้อคลุมยูกาตะสีดำขอบแดงไร้แขน มัดเอวด้วยผ้าสีดำ ตลอด 2 ปีเป็นคนที่ฝึกฝนร่างกายหนักสุดเพื่อควบคุมตนในร่างมนุษย์หมาป่า เขาถนัด [เวทย์ไฟ] และการต่อสู้ระยะประชิด กำจัดศัตรูด้วยกรงเล็บอันแข็งแกร่ง บางครั้งก็เปลี่ยนเป็นมนุษย์หมาป่าเพื่อจัดการศัตรู“ส่วนนี่ของฉันกับลาพิสนะ~” เป็นกล่องไม้ทำเอง แต่ดูเหมือนว่าสำหรับใส่เครื่องประดับและเครื่องสำอาง“พี่พริสทีนสวยอยู่แล้ว ลองแต่งหน้านิดหน่อยมั่นใจว่ามีคนหลงกว่าเดิมแน่นอนค่ะ!”“ฮิๆ ขอบคุณนะจ๊ะลาพิส” กอดเด็กสาวตัวน้อยไลรอนตอนนี้ค่อนข้างชื่นชอบเสื้อผ้าเหมือนโจรสลัดเลยซื้อเสื้อคลุมสีน้ำเงินขอบเฟอร์สีเงินมาสวมตลอดเวลา อาวุธประจำตัวคือดาบคัทลาส ถนัด [เวทย์วารี] กับ [เวทย์น้ำแข็ง] “ส่วนนี่ของข้า....” ชิอินะยิ้มบางก่อนจับพริสทีนสวมบางอย่าง มันคือผ้าคลุมไหล่มีฮู้ดติดระบายดูน่ารักสมวัยสุดท้ายคือชิอินะยังคงชอบสวมชุดกิโมโนแบบเปิดไหล่แบบเผยเนื้อหนังเหมือนเช่นเคย ต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายมีเสน่ห์ไม่ว่าต่างเพศหรือเพศเดียวกัน บางทีความรู้สึกคล้ายกับตอนเธอดูหนังย้อนยุคสมัยก่อนอย่างเกอิชา อาวุธคือพัดที่ผสานกับทักษะพิเศษของเขา [เวทย์ควบคุมจิตใจ] และ [เวทย์ลม]ที่สำคัญดูเหมือนว่าจะได้รู้ความลับสำคัญของชิอินะอีกเรื่องเสียแล้วแต่คืออะไรคงต้องรอลุ้นกันไปพูดถึงเรื่องกลุ่ม เดิมทีแล้วไลรอนตั้งใจไว้ว่าเวลาทำภารกิจอยากให้จับกลุ่มกันทำตลอดเวลา ทว่าชิอินะไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงนี้ เพราะไม่ว่าใครก็ต่างมีภารกิจที่ตนอยากทำกันทั้งสิ้น สุดท้ายเลยตกลงกันว่าจะแยกกันทำงานหากภารกิจนั้นไม่ระบุว่าต้องเป็นกลุ่ม“สุดท้ายนี้... ตอนนี้พริสทีนอายุครบ 12 ปีแล้ว” โอลีเซียหยิบของบางอย่างจากในแขนเสื้อมายื่นให้เธอ “กิลด์การ์ดของพี่พริสทีนค่ะ”“ขอบคุณจ้ะ” รับกิลด์การ์ดมาด้วยความเต็มใจ “งั้นพรุ่งนี้ทุกคนเตรียมตัวออกเดินทางกันเลยเถอะ!”“ไม่รีบเกินไปรึไงห๊ะ”“แต่ไปพรุ่งนี้เลยก็น่าสนใจดี... พริสทีนยังไม่เคยเข้าเมืองมาก่อนด้วยใช่ไหม?”“อื้ม เคยแต่ฟังมาน่ะ ว่า [เมืองอควอเทีย] เป็นเมืองแห่งสายน้ำสินะคะ?”“ใช่แล้วล่ะ คงเพราะมันติดกับทะเลนั่นแหล่ะเลยชื่อนี้”“จะว่าไปพรุ่งนี้พวกลีลีน่าเองก็กลับมาหมู่บ้านแล้วด้วย ไม่ต้องเป็นห่วงพวกหนูหรอกค่ะ” ลาพิสยิ้มกว้าง“ไม่เป็นไรแน่เหรอลาพิส น้องจะไม่ร้องไห้ใช่ไหมเนี่ย?”“หนูไม่ใช่เด็กๆแล้วนะพี่อ่ะ!!” หัวเราะกันครืน“รู้แล้วน่า โอ๋ๆ” ลูบหัวน้องสาวตัวน้อย “เดี๋ยวซื้อขนมมาฝากละกันนะ”“จริงเหรอ!? เย้~!” “ถ้ายังไงพรุ่งนี้เจอกันหน้าทางออกนะคะทุกคน”“โอ้!!!”หลังจากงานวันเกิดจบ ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนเตรียมของสำหรับเดินทางในวันรุ่งขึ้น บ้างก็ฝึกฝนร่างกายต่อ เตรียมพร้อมสำหรับการทดสอบจากกิลด์ แต่สำหรับพริสทีนเธอแอบกระโดดข้ามรั้วกลับไปอาณาเขตต้องห้ามอีกครั้งเพื่อไปพบกับคนที่กำลังรอเธออยู่หลังฉลองงานเลี้ยงเสร็จ...•“ช้าชะมัด”เด็กสาวได้แต่หัวเราะแห้งๆกับประโยคแรกเมื่อเจอหน้ากัน เดฟไกส์ตอนนี้ผมยาวจนถึงหลังและทำการเปลี่ยนทรงผมเล็กน้อย จากแสกผมกลางมาเป็นแสกขวาแทน เดิมทีแล้วเขาคิดจะตัดแต่พริสทีนกลับบอกว่า... ‘ผมยาวดูดีจะตายไป อย่าตัดเลยนะ!!!’เขาเลยต้องปล่อยยาว....นอกจากผมยาวแล้วยังหล่อเหลา ล่ำสันเกินวัยจนทำเอาพริสทีนอดหน้าแดงไม่ได้แม้จะเห็นมาตลอด 3 ปีเต็มก็ตาม ...อยากลองลูบกล้ามนั่นดูจัง... นั่นคือเสี้ยวความคิดที่เคยอยากจะอ้อนขอถ้าขอมีหวังโดนเห็นว่าเป็นผู้หญิงโรคจิตแน่นอนเดฟไกส์สามารถใช้เวทย์ได้แทบทุกธาตุ แต่ถ้าถนัดที่สุดคงไม่พ้น [เวทย์ระเบิด] [เวทย์ไฟ] [เวทย์น้ำแข็ง] ส่วนทักษะพิเศษที่รับพรจากพระเจ้ามาเป็นความลับไม่สามารถบอกใครได้เด็กสาวเดินเข้าไปนั่งข้างอีกฝ่าย จังหวะที่กำลังหย่อนขาลงน้ำเดฟสวมอะไรบางอย่างที่ข้อมือเธอ...มันคือสร้อยข้อมือเชือกถักสีขาวตัดสีฟ้าอ่อนและสีครามติดลูกปัดคริสตัล “ข้าลองทำตามหนังสือสอนทำพวกนี้ที่เจ้าให้เทียร่า ถึงจะเละไปหน่อยก็เถอะ ยังไงก็...สุขสันต์วันเกิด”“ขอบคุณนะ... จะเก็บไว้อย่างดีเลย...” ลูบสร้อยข้อมือเส้นนั้นเบาๆ แก้มขึ้นสีแดงระเรื่อ> สวมใส่ • สร้อยข้อมือเชือกถัก (A)> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: มันมีความสามารถใน [การฟื้นฟู] เลือดและพลังมานาของท่าน 20% และยังได้รับ [พรคุ้มครองของราชันย์ไลแคน] กับ [พรคุ้มครองของดรายแอด]“ก็ดี ....จะว่าไป เห็นว่าพรุ่งนี้จะเข้าเมืองสินะ”“ตื่นเต้นสุดๆไปเลยล่ะ...เข้าเมืองครั้งแรก จะได้เจออะไรบ้างน๊า~” เพียงแค่คิดก็ทำเอาอดยิ้มไม่ได้ แกว่งเท้าเล่นน้ำไปมา “เดฟเคยไปเมืองนั้นมาก่อนใช่ไหม? กว้างรึเปล่า?”“แน่นอนสิก็เมืองนี่ ส่วนใหญ่การเดินทางไปมาของคนในเมืองใช้ทางน้ำ ถ้าใครใช้ม้าก็จะรู้ทันทีว่าเป็นนักเดินทางหรือคนจากเมืองอื่น”“อ้อ... เข้าใจแล้วล่ะ”“เอาเถอะ ยังไงพรุ่งนี้ข้าก็เข้าไปพร้อมพวกเจ้าอยู่ดี เดี๋ยวพาเที่ยวละกัน เรื่องอาหารที่นั่นข้าว่ามันเฉยๆเทียบฝีมือเจ้าไม่ได้ แต่เรื่องขนมหวานค่อนข้างมีเยอะพอควร”“เย้~” ...จะได้สูตรขนมหวานเพิ่มแล้ว เยสสสส!!... ถ้าเป็นไปได้อยากกระโดดโลดเต้นเสียตรงนั้น แต่ก็อายเกินกว่าจะกล้าทำได้นั่งคุยกันไม่นาน เธอก็นำเค้กที่แบ่งออกมาหลังจากอบเสร็จกับอาหารที่แบ่งออกมาให้อีกฝ่ายทาน เธอทำแบบนี้มาตลอด 3 ปีโดยไม่มีขาดหรือผิดคำพูด อาหารจานแรกทุกจานที่ทำจะแอบนำมาให้เดฟทานเคยมีอยู่ครั้งหนึ่งผิดพลาด ลองทำขนมแต่ดันมารู้อีกทีว่าป่วยก็ตอนที่เดฟบอกว่าขนมมันเค็ม คาดว่าตอนนั้นเธอคงตาลายหยิบขวดเกลือมาใส่แทนน้ำตาลแน่สภาพหลังจากนั้นคือโดนลีลีน่าบังคับให้นอนพักเนื่องจากป่วยโดยไม่รู้สาเหตุว่ามาจากอะไรก่อนมารู้ว่าอาการป่วยเพราะ....กำลังจะมีประจำเดือน...ไม่จำเป็นต้องมีได้ไหมสิ่งที่เรียกว่าประจำเดือน.... อยากอ้อนวอนร้องขอแบบนั้น แต่ถ้าไม่มีก็คือร่างกายจะมีโรคแทรกซ้อนตามมาเต็มไปหมดแน่ไม่ว่าเกิดใหม่กี่ครั้งกี่หนก็หนีไม่พ้นหลังทานอาหารเสร็จเรียบร้อยก็คุยกันสักพักก่อนเดฟไกส์จะมาส่งหน้าทางเข้าหมู่บ้านเหมือนทุกครั้ง ภายในบ้านตอนนี้มีของเพิ่มขึ้นเยอะไม่น้อย ชั้นใต้ดินเองตอนนี้ส่วนหนึ่งก็กลายเป็นที่ทดลองการเล่นแร่แปรธาตุไป แต่ส่วนใหญ่เธอทดลองสร้างยารักษาดู เผื่อสู้ครั้งไหนเธอจำเป็นต้องเก็บมานาเอาไว้จะได้ไม่เปลืองแรงเช้าวันใหม่มาถึงทุกคนมารวมตัวกันหน้าประตูทางเข้าออกหมู่บ้าน ทุกคนต่างพกแค่อาวุธประจำตัวกับกระเป๋าใบเดียว ส่วนเดฟไกส์ไม่พกอะไรไปคงเพราะรู้ว่าพริสทีนมีเวทย์ [ซักรีด] ทุกคนจึงไม่ต้องพกเสื้อผ้าไป“งั้นฝากดูแลคนอื่นด้วยนะคะลีลีน่า จิน เมล”“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะท่านสเตลล่า ท่านเองก็พยายามให้เต็มที่นะคะ ผ่านการทดสอบให้ได้”“จ้ะ!”“พริสทีน กระเป๋าเจ้าเอาอะไรมาบ้างล่ะนั่น”“มีเงินกับพวกยาที่ทำเองน่ะจ้ะ ไม่มีอะไรมากหรอก” ยิ้มตอบไลรอน“ก็ดี นึกว่าพวกเครื่องสำอางของพวกผู้หญิง จะได้ให้เอาออกไป ไร้ประโยชน์”“เลิกกัดข้าซักทีเถอะฟีเร...” ถอนหายใจ“เจ้าก็ควรรู้นะพริสทีน พวกเผ่าหมาป่าดำมันปากหมา พูดอะไรดีๆเดี๋ยวมันจะคลั่งตายซะก่อน”“แกจะหาเรื่องใช่ไหมห๊ะไอ้ลูกคุณหนู!!!!”“ข้าบอกว่าเผ่าหมาป่าดำทั้งหมด ยังไม่ได้บอกว่าเป็นเจ้าเลยนี่ ร้อนตัวทำไมล่ะ~ จะว่าไป นอกจากปากหมา.... ก็ยังเป็นพวกกวนประสาท แถมยัง...ปากไม่ตรงกับใจอีก” เหยียดยิ้มกว้าง“!! แก!!!!”“หยุดเลยฟีเร!!!” เพื่อนสนิทรีบวิ่งมาล็อกตัว“เอาน่าทั้งคู่เลิกทะเลาะเถอะนะ เดฟเองก็อย่าไปต่อล้อต่อเถียงเขาสิ!”“โทษที พอดีเห็นว่ามันน่าสนุกน่ะ” หัวเราะ พลางยีหัวเด็กสาวไปมา แต่นั่นยิ่งทำให้อีกสองหนุ่มหมั่นไส้กว่าเดิม“เอาเป็นว่า...เพื่อไม่ให้ไปถึงเมืองช้า เราเริ่มออกเดินทางกันเถอะ เอาเลยพริสทีน...”“จ้ะ! .....[เสริมความอดทน] [เพิ่มความเร็ว] [เพิ่มแรงกระโดด]” ร่ายเวทย์อาบเท้าของทุกคน “แบบนี้คงไปถึงในเวลาไม่นาน”“งั้น... ออกเดินทางกันเลย!” “โอ้!!!”....เด็กน้อยชะมัด....แต่ก็น่ารักดี.... นั่นคือสิ่งที่เดฟไกส์ ฟีเร และชิอินะคิดแต่ไม่กล้าพูดออกมา ถ้าพูดสาวๆคงงอนในขณะที่ไลรอนหัวเราะแทน