โนอาร์หลังจากแยกตัวออกมาเขาก็เดินกลับมายังคอกหมูที่เขาใช้นอนมาตลอด ซึ่งเขาพบว่าหน้าทางเข้านั้นมีหญิงสาวนางนึงกำลังยืนอยู่หน้าประตู แล้วกำลังจ้องมองมาทางเขาที่เพิ่งเดินมาถึง"กว่าเจ้าจะมา ข้ารออยู่ตั้งนาน" หญิงสาวพูดกับชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย"อันนา มีธุระอะไร ถึงได้มารอข้าเช่นนี้" โนอาร์กล่าวถาม"เจ้าเป็นใครกันแน่ สิ่งที่เจ้าให้ข้ามาหลังจากสู้กันเสร็จ มันไม่ใช่สิ่งที่ทาสอย่างพวกเราจะไขว่คว้ามาได้" อันนากล่าวถามแล้วจ้องโนอาร์เพื่อกดดันให้ชายหนุ่มตอบคำถามตนมา"ความรู้เกี่ยวกับเวทย์ แนวทางการฝึกฝนเท่านั้น และเวทย์มนต์แค่ไม่กี่อย่างนั้น ข้าได้มันมาอย่างไรข้าไม่จำเป็นต้องบอกเจ้าหรอก ส่วนข้าคือใครนั้น ข้าก็คือโนอาร์ คลาร์ก ทาสของตระกูลคาร์ตัน " โนอาร์ตอบอันนาด้วยสีหน้าที่ยิ้มเล็กน้อย ส่วนทางอันนาแม้ว่าจะไม่พอใจกับคำตอบอยู่บ้างแต่นางก็ไม่ได้คาดคั้นอะไร "ข้าจะไม่ถามอีกในเมื่อเจ้าไม่อยากบอก แต่ยังไงข้าก็ขอขอบคุณมาก แม้ว่าข้าจะไม่ได้ติดตามไปรับใช้คุณหนู แต่เจอกันคราวหน้าข้าจะต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้แน่นอน หวังว่าเจ้าจะกลับมาอย่างปลอดภัยล่ะ" อันนาพูดแล้วยิ้มให้ชายหนุ่มตรงหน้า แก้มทั้งสองของนางนั้นแดงเล็กน้อยแต่ก็ไม่สามารถสังเกตได้หากไม่มองดูให้ดี
"พยายามเข้าล่ะ ไว้เจอกันคราวหน้า ถ้าเจ้ามีความสามารถมากพอ ข้าจะมอบความรู้ระดับที่สูงกว่านี้ให้" โนอาร์กล่าวต่ออันนา"แต่เจ้าอย่าได้ทำตัวเป็นอาจารย์ของข้าเด็ดขาด เจ้าเพียงแค่มอบความรู้ให้กับข้า แต่การศึกษาทำความเข้าใจความรู้เหล่านั้น รวมถึงการฝึกฝนทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับตัวข้า เจ้ามันก็เด็กน้อยอายุ 16 ปีเท่านั้น เจ้าไม่ได้มาชี้แนะหรือสั่งสอนอะไรข้าสักหน่อย ข้าไปล่ะ " อันนาพูดเสร็จก็รีบเดินจากไปทันทีด้วยความพึงพอใจ แม้ว่านางจะผิดหวังจากการที่ไม่ได้ไปรับใช้คุณหนูทั้งสองของตระกูลคาร์ตัน แต่สิ่งที่โนอาร์ให้นางมานั้นก็สามารถทดแทนความรู้สึกผิดหวังนั้นได้ ทั้งยังมีความหวังที่ตนจะคว้าอนาคตที่ดีให้กับตนเองได้อีกด้วย
'ข้าก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นอาจารย์เจ้าซะหน่อย ' โนอาร์คิดแล้วส่ายหัวด้วยรอยยิ้มเล็กขณะที่มองแผ่นหลังของหญิงสาวที่รีบเร่งเดินจากเขาไป ก่อนที่จะเดินเข้าไปในคอกหมู แล้วสำรวจสภาพของสถานที่แห่งนี้ที่เขาต้องทนอยู่มาถึง 3 เดือนกว่าๆ และคืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายแล้วที่เขาจะต้องนอนที่นี่
เช้าวันต่อมา ณ ประตูทางเข้าของตระกูลคาร์ตัน โนอาร์ แอล แฟรง เซร่า และ อลิส ต่างแบกสัมภาระอยู่ข้างหลังของตน และกำลังรอคุณหนูจูเลียของตนอยู่ ซึ่งความรู้สึกของพวกเขาทั้งหมดยกเว้นโนอาร์ ต่างตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้ออกไปสู่โลกภายนอก เพราะว่าตั้งแต่เกิดจนโต พวกเขานั้นไม่เคยได้ย่างกายออกนอกเขตตระกูลเลย เนื่องจากการที่ทาสจะออกไปนอกเขตตระกูลได้นั้นจะต้องมีได้รับอนุญาติจากเจ้านายของพวกเขาเท่านั้น แต่สำหรับโนอาร์ที่เคยเป็นจักรพรรดิ์มารมาก่อนสิ่งเหล่านี้ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นให้เขาแม้แต่น้อยเนื่องจากเขาเคยเหยียบย่ำไปจนเกือบทั่วทุกที่แล้วในดินแดนเอวาร่านี้
"ในเมื่อพวกเจ้ามากันพร้อมแล้ว ก็ออกเดินทางกันเถอะ" เสียงของหญิงสาวนางหนึ่งดังขึ้น ซึ่งทำให้พวกเขาทั้ง 5 คนรับรู้ได้ทันทีว่านั่นเป็นเสียงของคุณหนูจูเลียอย่างแน่นอน"ครับ/ค่ะ" ทาสทั้ง 5 ขานรับพร้อมกันอย่างนอบน้อมต่อหญิงสาว แล้วเดินตามนางผ่านประตูของตระกูลคาร์ตันไป และเมื่อพวกเขาก้าวเดินพ้นผ่านประตูออกมา ทุกคนต่างก็มองไปรอบๆบริเวณอย่างตื่นเต้น ไม่ว่าจะเป็นตึกรามบ้านช่อง ผู้คนแปลกหน้า แผงขายของต่างๆที่วางขายกันอยู่
'เฮ้อ น่าสงสารอะไรเช่นนี้ ตระกูลคาร์ตันก็เหลือเกิน กักขังเหล่าทาสไว้แต่ภายในเขตของตนเองไม่ให้ออกมาสู่โลกภายนอก' โอนาร์ถอนหายใจอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้ใครสังเกตขณะที่กำลังคิดในใจก่อนจะมองไปรอบๆด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า 10,000 ปีที่ผ่านมามีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ปรากฏว่า 10,000 ปีมานี้ทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากมายนัก นอกจากการประยุกต์ใช้เวทย์มนต์กับสิ่งของในชีวิตประจำวันแล้วมันไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิมมากนัก อย่างไรก็ตามมันก็มีสิ่งที่ทำให้เขานั้นสนใจอยู่ด้วย นั่นก็คือสัตว์ที่มีรูปร่างแปลกประหลาดที่เขาเองไม่เคยพบเห็นในยุคสมัยของเขาที่บินบนท้องฟ้าภายในเมือง 2 ตัว ซึ่งมีลักษณะเหมือนนกกระจอกเทศตัวใหญ่น่าเกรงขามมีจงอยปากที่แหลมคมตามบินของมันนั้นมีสีสันระรานตายิ่งนัก ส่วนอีกตัวนั้นมีลำตัวที่ยาวเหมือนงูสีเขียวตลอดลำตัวแต่มีปีกถึง 3 คู่ที่ข้างลำตัวของมัน
"นี่เซร่า พวกสัตว์ประหลาดที่บินอยู่บนท้องฟ้านี่มันคืออะไร" โนอาร์เอ๋ยถามเซร่าด้วยความสงสัย"ท่านปู่เคยเล่าให้ฟังว่าพวกมันคือสัตว์อสูรเทวะน่ะ มันถูกอัญเชิญโดนนักอัญเชิญ" เซร่ากล่าวบอกต่อโนอาร์ที่ยังคงทำสีหน้าสงสัย"นักอัญเชิญ ? "โนอาร์พูดออกมาด้วยความสงสัยเนื่องจากในยุคสมัยของเขานั้นไม่มีนักอัญเชิญ"นักอัญเชิญ ก็คือจอมเวทย์ แต่เป็นจอมเวทย์ที่ทำพันธะสัญญากับสัตว์อสูรเทวะ เมื่อนักอัญเชิญทำพันธะสัญญากับพวกมัน ก็จะได้รับเวทย์อัญเชิญสัตว์อสูรเทวะตนนั้นมาจากมิติของมัน " เสียงของหญิงสาวที่เป็นที่เป็นนายหญิงของเขากล่าวอธิบายออกมา'สิ่งมีชีวิตในมิติอื่น' โนอาร์คิด"แล้วสัตว์อสูรเทวะนั่นแข็งแกร่งแค่ไหนกันรึขอรับ" โนอาร์กล่าวถามอย่างสุภาพด้วยความใคร่รู้"แข็งแกร่งมาก อสูรเทวะอย่างอ่อนที่สุดก็มีพลังระดับปราชญ์ขั้นกลางแล้ว นอกจากนี้พวกมันยังสามารถใช้เวทย์มนต์ได้ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าจอมเวทย์อย่างพวกเราเสียอีก " น้ำเสียงของจูเลียนั้นกล่าวออกมาด้วยความเคารพ'ไม่ใช่พวกมันใช้เวทย์มนต์ได้ยอดเยี่ยมกว่าหรอก แต่จอมเวทย์ในยุคสมัยนี้มันไม่ได้เรื่องเองตั้งหาก' โนอาร์คิดในใจด้วยความดูถูกเล็กน้อยก่อนจะถามสิ่งที่เขาสงสัยต่อ"แล้วทุกคนสามารถเป็นนักอัญเชิญได้หรือเปล่าขอรับ"
"ไม่ นักอัญเชิญนั้นเป็นผู้ที่ถูกเลือก ในบรรดาจอมเวทย์ 100,000 คน จะมีเพียง 1 คน เท่านั้นที่สามารถเป็นนักอัญเชิญได้ และเมื่อได้เป็นนักอัญเชิญแล้ว พวกเขาจะอัญเชิญอสูรเทวะมาต่อสู้ทุกครั้ง พวกเขาจะคอยอยู่เบื้องหลังแล้วร่ายเวทย์คอยสนับสนุนอสูรเทวะของตนกับเหล่าผู้พิทักษ์ของเขา""ผู้พิทักษ์ ?" โนอาร์ทวนคำด้วยความสงสัย"ใช่ นักอัญเชิญจะมีผู้พิทักษ์คอยติดตามคุ้มครองอยู่เสมอ ไม่เพียงแค่นั้นสถานะของนักอัญเชิญนั้นแม้แต่ราชาของอาณาจักนก็ยังต้องให้ความเกรงใจ พวกเขามีสถานะที่สูงส่งมาก สูงส่งกว่า 3 จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรเอลแครดเสียอีก และเมืองหมอกสีเงินแห่งนี้นั้นก็มีนักอัญเชิญอยู่ถึงสองท่านเลยนับว่าเป็นโชดดียิ่งนัก" จูเลียกล่าวอธิบายขณะที่กำลังเดินไปเรื่อยๆโดยมีทาสทั้ง 5 ที่เดินตามและตั้งใจฟังที่นางกล่าว
"เหตุใด นักอัญเชิญจึงมีสถานะมากเช่นนั้นล่ะขอรับ" โนอาร์ยังคงถามต่อ"อสูรเทวะแข็งแกร่งมากยังไงล่ะ นักอัญเชิญจึงมีสถานะสูงส่ง เพราะพวกเขาจะต้องอัญเชิญอสูรเทวะออกมาต่อสู้เมื่อมนุษย์ต้องต่อสู้กับเผ่าปีศาจที่แสนทรงพลังยังไงล่ะ" 'เผ่าปีศาจ อะไรล่ะนั่น พวกเผ่าพันธ์นี้ในยุคสมัยข้าไม่มี มันเกิดอะไรขึ้นกันในช่วงเวลา 10,000 ปีนี้' โนอาร์คิดในใจ"ข้าเองก็เคยได้ยินท่านปู่เคยเอ๋ยถึงพวกเผ่าปีศาจเหมือนกัน แต่ข้าไม่รู้หรอกค่ะว่าพวกมันแข็งแกร่งขนาดไหน" เซร่าที่ได้ยินจูเลียพูดถึงเผ่าปีศาจก็กล่าวออกมา"ตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดที่มนุษย์สู้ด้วยก็ปีศาจที่มีพลังระดับกึ่งเทวะขั้นกลาง ตอนที่รอยแยกมิติถูกเปิดออกแล้วพวกมันบุกเข้ามาเข่นฆ่ามนุษย์นั้น หากไม่มีนักอัญเชิญเผ่าพันธ์มนุษย์เราคงจะสิ้นไปนานแล้วด้วยซ้ำ" จูเลียกล่าวตอบ'ถ้าเป็นยุคสมัยของข้ากับลูน่า พวกมันกล้าที่จะบุกเข้ามายังดินแดนสฟีร่าล่ะก็ รับรองได้เลยว่าพวกมันไม่มีทางได้กลับไปอย่างแน่นอน มันเกิดอะไรขึ้นกันนะทำไมจอมเวทย์ยุคนี้ถึงได้ตกต่ำยิ่งนัก' โนอาร์ไม่กล่าวถามอะไรออกมาอีก เพียงแต่ครุ่นคิดในใจด้วยความสงสัยเท่านั้นก่อนที่จะเดินตามนายหญิงจูเลียของเขาไปเรื่อยๆ
จนในที่สุดพวกเขาได้เดินทางมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยเรือขนาดใหญ่ที่สร้างจากไม้มากมายจอดเรียงรายกันอยู่อย่างเป็นระเบียบ นอกจากนี้ยังมีผู้คนมากมายที่ต่อแถวเพื่อที่จะขึ้นเพื่อมัน ถึงแม้ว่าสิ่งเหล่านี้เมื่อ 10,000 ปีก่อนจะไม่มี แต่โนอาร์ก็คาดเดาได้ทันทีว่านี่คงจะเป็นพาหนะสำหรับเดินทางและมันคงจะบินอยู่ในอากาศอย่างแน่นอน และเขาก็คาดเดาได้ถูกต้องด้วยเมื่อเห็นเรือลำนึงที่มีอักขระเวทย์มากมายไหลเวียนอยู่เริ่มลอยลำสู่ท้องฟ้าแล้วบินไปในอากาศ แต่ที่เขาไม่เข้าใจจริงๆก็คือสถาบันเวทย์ขั้นกลางของเมืองหมอกสีเงิน มันก็ควรจะอยู่ในเมืองหมอกสีเงินที่เขาเหยียบอยู่ แล้วเหตุใดจึงต้องมาโดยสารเรือเหาะเช่นนี้ด้วย
"ข้าจูเลีย คาร์ตัน จะเดินทางไปสถาบันเวทย์ขั้นกลางของเมืองหมอกสีเงินกับทาสทั้ง 5" จูเลียเอ๋ยกับชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่โต๊ะขายตั๋ว"นี่ตั๋วของท่านกับเหล่าทาสขอรับคุณหนูคาร์ตัน เชิญขึ้นเรือเหาะของทางสถาบันเวทย์ที่จอดอยู่ทางนู้นขอรับ" ชายวัยกลางคนกล่าวอย่างสุภาพแล้วนอบน้อมเมื่อรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าเป็นคนของตระกูลคาร์ตันก่อนจะผายมือไปทางเรือลำนึง ซึ่งโนอาร์เพียงมองดูผ่านๆก็รู้ได้ทันทีว่าถูกจัดสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่สวยงาม ค่ายกลต่างๆที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ป้องกันอันตรายจากสัตว์อสูรบนเวหา รวมทั้งอุปกรณ์พร้อมรบทางอากาศที่ถูกจัดตั้งอย่างดีอีกด้วย
จูเลียพยักหน้าก่อนจะรับตั๋วมาแล้วเดินหน้าหน้าทาสของนางไปที่เรือเหาะลำนั้น เมื่อทั้งหมดขึ้นมาบนเรือเหาะ จูเลียก็ยื่นตั๋วให้กับผู้ดูแลที่ยืนอยู่บนเรือ"ยินดีต้อนรับคุณหนูจูเลียขอรับ โปรดตามข้ามา ข้าจะพาท่านไปยังห้องพัก" ชายที่เป็นผู้ดูแลกล่าวอย่างนอบน้อมแล้วเดินนำเพื่อพาพวกเขาทั้งหมดไปยังที่พักที่ได้จัดไว้เพื่อรับรองคุณหนูของตระกูลคาร์ตัน
"ขอบใจ" จูเลียกล่าวแล้วยื่นเหรียญทอง 2 เหรียญให้ชายที่พาพวกเขามายังห้องพักก่อนที่นางจะเปิดประตูเข้าไปโดยไม่สนใจเขาอีก"ขอบคุณมากขอรับ" ชายผู้คนก้มหัวขอบคุณก่อนที่จะเดินจากไปด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มด้วยความดีใจ
เมื่อทั้งหมดเดินผ่านประตูเข้าไปภายใน ก็พบพื้นที่กว้าง มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบถ้วน ทั้งยังมีอุปกรณ์ทำอาหารและเครื่องดื่มบริการอย่างพร้อมเพียง นอกจากนี้ยังมีประตูอีก 4 ซึ่งคาดเดาได้ว่าคงจะเป็นห้องส่วนตัวที่ถูกจัดแยกไว้นั่นเอง "คุณจะดื่มน้ำหรือทานอะไรไหมค่ะ" อลิสกล่าวถามคุณหนูของนาง"น้ำเปล่าแก้วหนึ่ง" จูเลียกล่าวแล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้โซฟาโดยที่ไม่ได้สนใจผู้ใด"ค่ะ" อลิาตอบแล้วเร่งเดินไปที่บาร์น้ำทันที