เช้าวันต่อมา ยามเฉิน (07.00-08.59 น.)
“เ้าสี่ตื่นเร็วเข้า!เ้าจะไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้แคว้นเว่ยไม่ใช่หรือ”
“พี่ลี้เมื่อคืนข้านอนไม่ค่อยหลับนะเ้าค่ะ ขอนอนต่ออีกหน่อยเถิด”
“ไม่ได้!วันนี้เ้าบอกข้าเองไม่ใช่หรือ ว่าจะไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้แคว้นเว่ย เ้าลืมแล้วหรือ?”
“ฮะ! ตายแล้ว!!!ข้าลืมสนิทเสียเลย รอประเดี๋ยวข้าจะรีบอาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ”
“ชุดของเ้าเฟ่ยเฟ่ยเตรียมไว้ให้แล้ว วันนี้เ้าต้องแต่ชุดของท่านหญิงสี่แห่งแคว้นลู่”
“ด้วยเหตุใดเล่า?ข้าอยากเป็หมอไม่ได้อยากมาเป็ท่านหญิงสี่ในแคว้นเว่ยเสียหน่อย”
“เ้าลืมเื่เมื่อคืนที่พวกเราก่อเื่ไว้แล้วหรือ!เ้าคิดว่าพวกเราจะได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้ง่ายดายเชียวหรือ ป่านนี้องค์รัชทายาทคงเตรียมต้อนรับพวกเราไว้แล้ว”
“แล้วถ้าเกิดฐานะท่านหญิงสี่ลู่ชิงอวี้เอาไม่อยู่เล่า?”
“ถ้าเป็ดังที่เ้าว่าเ้าก็ใช้วิธีของเ้าจัดการต่อเถิด”
“เฮ้อ!เอาที่ท่านเห็นสมควร ข้าเชื่อฟังท่านเ้าค่ะ”
ต้นยามซื่อ (09.00-10.59 น.) ฟานอวี้ หลิวลี้ หลิวซางเฟ่ยเฟ่ย และทหารลับจำนวน 10 นายพวกเขายังใช้ม้าเร็วเป็พาหนะในเดินทางจากที่พักหอประดับดาวมาถึงหน้าพระราชวังเมื่อมาถึงหน้าประตูทางเข้าของพระราชวังมีทหารองครักษ์จำนวน 10 นาย คอยเฝ้าอยู่ ในเหล่าทหารองครักษ์มีคนของรัชทายาทแฝงตัวอยู่ด้วยเขาไม่้าให้ฟานอวี้และหลิวลี้เข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อกราบทูลฟ้องร้องเขาเลยใช้ทหารองครักษ์ส่วนตัวจำนวน 100 นาย ขัดขวางไม่ให้พวกนางเข้าเฝ้าได้!
วันนี้หลิวลี้และหลิวซางทำหน้าที่องครักษ์พิทักษ์นางอย่างเต็มตัวดูได้จากชุดของพวกเขา หลิวซางกล่าวแจ้งทหารองครักษ์ที่เฝ้าประตูทันที “เรียนท่านองครักษ์นี้คือขบวนของท่านหญิงสี่ลู่ชิงอวี้ แห่งแคว้นลู่ท่านหญิง้าเข้าเฝ้าฝ่าารบกวนท่านองครักษ์ช่วยกราบทูลให้ทีเถิด”
เหล่าองครักษ์ต่างมองขบวนของท่านหญิงสี่อย่างสงสัย!!หัวหน้าองครักษ์เอ่ยถาม “เหตุใดขบวนของท่านหญิงถึงไม่เดินทางด้วยรถม้าเล่าเหตุใดต้องด้วยม้าเร็ว?”
“เรียนท่านองครักษ์ท่านหญิงและพวกข้าเหล่าทหารติดตามรีบเร่งเดินทางมายังแคว้นเว่ยต้องขออภัยด้วยที่ไม่ได้เตรียมรถม้าขอรับ” หลิวซางรีบอธิบายให้กระจ่าง
“ถ้าเดินทางด้วยม้าเร็วพวกข้าไม่สามารถให้ผ่านเข้าไปได้หมดหรอกนะตามกฎของราชวังอนุญาตให้เข้าเฝ้าด้วยม้าเร็วแค่ 2 คนเท่านั้น!”
ฟานอวี้ออกคำสั่งทันที “หลิวลี้”
“เ้าค่ะ ”
“เ้าตามข้าเข้าไป”
“เ้าค่ะ”
“ส่วนหลิวซาง เฟ่ยเฟ่ย และทหารติดตามรอหน้าประตูพวกเ้าหาที่นั่งพักกันก่อน รอพวกข้าออกมา”
“ขอรับ” (พร้อมกัน)
“ท่านหญิงหม่อมฉันของตามไปด้วยนะเ้าค่ะ”
“เฟ่ยเฟ่ยเ้าอยู่กับหลิวซางที่นี้แหละดูแลกล่องพยาบาลให้ดี ข้ามีลางสังหรณ์ว่าจะได้ใช้มัน”
“เ้าค่ะ”
เมื่อฟานอวี้สั่งการเหล่าผู้ติดตามเสร็จเรียบร้อยนางและหลิวลี้ควบม้าเข้าพระราชวังทันที!!! โดยมีทหารองครักษ์เปิดประตูและนำทางให้ระหว่างเส้นทางยังไม่ทันตั้งตัวก็มีทหารกลุ่มหนึ่งวิ่งมารุมล้อมพวกนางจำนวนมากหลิวลี้ะโกล่าวเตือนทันที!
“บังอาจ!!!นี่คือท่านหญิงสี่ ลู่ชิงอวี้แห่งแคว้นลู่ ท่านหญิง้าเข้าเฝ้าฝ่าาพวกเ้ากล้าเสียมารยาทเช่นนี้เชียวหรือ?”
“พวกข้าได้รับคำสั่งจากฝ่าาว่าไม่้าพบพวกเ้ารีบกลับไปซะ! ไม่เช่นนั้นพวกข้าจะไม่ปรานีพวกเ้าแน่”
พวกนางอยู่บนหลังม้า ฟานอวี้มองลงมาเห็นเหล่าทหารที่รุมล้อมพวกนางมีประมาณ 30นาย นางเริ่มแผนการทันที! “หลิวลี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเ้าจงควบม้าและมองไปข้างหน้า ห้ามหันกลับมามองข้างหลังอย่างเด็ดขาด!”
“เ้าค่ะ”
“ไป! หลิวลี้ฝ่าทหารกลุ่มนี้ไปให้ได้”
“เ้าค่ะ”
พวกนางรีบเร่งควบม้าะโผ่านเหล่าทหารทันที อย่างคล่องแคล่วและชำนาญเหล่าทหารที่คอยขัดขวาง 30 นายเริ่มมีอาการมึนงงยืนไม่คงที่และสลบไปทีละคน จนเหลือแค่ 10 นายที่ยังไม่สลบแต่เหมือนขาทั้งสองข้างของพวกเขาเกิดอาการชาจนเดินไม่ได้อย่างไม่ทราบสาเหตุ
“ยาสลบของข้าน่าจะใช้ไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไหร่สงสัยต้องปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพอีกนิด ดีหรือไม่พี่ลี้?”
“เ้าอย่าเล่นแรงจนเกินเหตุไม่รู้ว่าอีกกี่ชั่วยามกว่าพวกเขาจะฟื้น หากพวกเราถึงท้องพระโรงมีหวังเหล่าทหารได้สลบนอนกันเป็แถวตลอดเส้นทางแน่!!!
“เหอะ! บังอาจดีนักโดนเช่นนี้เสียบ้าง”
“โน้น! เ้าเห็นหรือไม่มาอีกกลุ่มหนึ่งแล้ว”
“พวกเขาคงทำงานหนักมากเลยอยากพัก!จัดให้พวกเขาเสียทีเถิด”
พวกนางใช้ผงยาสลบและผงยาชาชนิดรุนแรงที่ฟานอวี้คิดค้นขึ้นมาจัดการกับเหล่าทหารที่คอยขัดขวางพวกนางตลอดเส้นทางไปถึงท้องพระโรงขันทีฝ่ายในเห็นเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัว รีบรายงานกราบทูลฝ่าาทันที
ณ ท้องพระโรงเหล่าบรรดาขุนนางทั้งหลายกำลังประชุมกันอย่างเคร่งเครียดโดยเฉพาะเื่โรคระบาดที่เกิดในกองทัพเว่ยหลงซึ่งเป็กองทัพของเว่ยหลงเจี๋ยนั้นเองแต่ก่อนที่เขาจะถูกพิษได้มอบตราประทับของกองทัพให้สหายคนสนิททั้งสองไปควบคุมดูแลแทนทำให้ซูจิ่งและเสี่ยวเย้ากล่าวโทษเว่ยหลงเจี๋ยจนถึงทุกวันนี้ ที่มอบภาระอันใหญ่หลวงให้พวกเขาทำไมกัน!การประชุมเป็ไปอย่างเคร่งเครียดแม่ทัพซูจิ่งและแม่ทัพเสี่ยวเย้าก็เข้าประชุมเช่นกัน
“ทูลฝ่าาเกิดเื่ใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“เกิดเื่อันใดหรือเ้าถึงได้ตื่นตระหนกเช่นนี้?”
ขันทีสุ่ยรีบกราบทูล “มีสตรี 2 นาง ปิดบังใบหน้ากำลังควบม้ามาทางท้องพระโรงพ่ะย่ะค่ะ”
“อย่างไรเล่าข้าก็คิดว่าเื่คอขาดบาดตายเสียอีก”
“ทูลฝ่าาตลอดเส้นทางมีทหารองครักษ์คอยขัดขวางพวกนางตลอดแต่ก็ไม่สามารถขัดขวางพวกนางได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”
“เป็ไปได้เช่นไรกัน!!!แล้วเหตุใดทหารองครักษ์ต้องคอยขัดขวางพวกนางด้วยเล่า?”
“ทูลเสด็จพ่อเื่นี้เป็ความคิดของลูกเองพ่ะย่ะค่ะพวกนางเป็สตรีแคว้นลู่มีเื่กับลูกที่โรงเตี๊ยมหมื่นลี้พวกนางไม่พอใจที่ลูกไม่พึงใจพวกนางเลยอยากมาขอเข้าเฝ้าเสด็จพ่อเพื่อขอเป็สนมของลูกพ่ะย่ะค่ะ” เว่ยหลงอันกล่าวหน้าตาเฉยอย่างภาคภูมิใจที่เสน่ห์แรงถึงเพียงนี้
“นึกว่าเื่อะไรขันทีสุ่ยเ้ารีบไปแจ้งพวกนาง ว่าข้าไม่้าพบพวกนางทั้งสองให้รีบกลับไปเสียเถิด”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าา” ขันทีสุ่ยรีบออกจากท้องพระโรง
เหล่าบรรดาขุนนางต่างเยาะเย้ยพวกนางที่ไม่รู้จักเจียมตัวทว่าเว่ยหลงหานกับเว่ยหลงหลี่ต่างไม่คิดเช่นนั้น พวกเขากำลังรอชมการแสดงอยู่ขันทีสุ่ยกำลังจะออกไปหาพวกนาง แต่พวกนางมาถึงหน้าท้องพระโรงเสียก่อนพวกนางรีบะโลงจากหลังม้า หลิวลี้รีบแจ้งขันทีสุ่ย
“ท่านขันทีข้ามีนามว่าหลิวลี้เป็องครักษ์หญิงของท่านหญิงสี่ ลู่ชิงอวี้แห่งแคว้นลู่ท่านหญิง้าเข้าเฝ้าฝ่าา ท่านขันทีโปรดกราบทูลให้ข้าทีเถิดเ้าค่ะ”
ขันทีสุ่ยตกตะลึง!ไหนรัชทายาทบอกว่าเป็แค่สตรีแคว้นลู่ธรรมดาไงเล่าเหตุใดถึงกลายเป็ท่านหญิงสี่เสียได้!!!
ฟานอวี้เดินเข้ามาหาขันทีสุ่ย “ช่วยกราบทูลให้ข้าทีเถิด”พร้อมยัดตั๋วเงิน 100 ตำลึงทองลงในแขวนเสื้อของเขา ขันทีสุ่ยเห็นแจ้งรู้งาน
“ทูลฝ่าาท่านหญิงสี่ลู่ชิงอวี้แห่งแคว้นลู่ ขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”
ทุกคนในท้องพระโรงต่างฮือฮาอยู่อยู่ก็มีท่านหญิงต่างแคว้นมาขอเข้าเฝ้าโดยไม่ได้นัดหมายโดยเฉพาะรัชทายาทเว่ยหลงอัน ตะลึงลานจนสมองว่างเปล่า
“เ้าเชิญท่านหญิงเข้ามาเถิด”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าา”
พวกนางเดินเข้ามาปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน ฟานอวี้แต่งกายด้วยชุดท่านหญิงแบบเต็มยศทรงผมของนางมัดเกล้าครึ่งหัวประดับด้วยปิ่นหยกขาวแค่ชิ้นเดียวส่วนหลิวลี้แต่งกายด้วยชุดองครักษ์หญิงของแคว้นลู่มาในฐานะองครักษ์ผู้ติดตาม
เว่ยหลงอันเห็นพวกนางทั้งสองตื่นตระหนกไม่คิดว่าพวกนางจะสามารถฝ่าทหารองครักษ์ของเขาเข้ามาได้!!
เมื่อมาถึงหน้าพระพักตร์ของฝ่าาทั้งสองรีบย่อตัวถวายพระพรเว่ยหลงเย่วทันที
“หม่อมฉันลู่ชิงอวี้ถวายพระพรเพคะฝ่าา”
“หม่อมฉันหลิวลี้องครักษ์ติดตามท่านหญิงสี่ถวายพระพรเพคะฝ่าา”
“ท่านหญิงสี่และองครักษ์หลิวลี้ไม่ต้องมากพิธี เชิญนั่งเถิด”
“ขอบพระทัยฝ่าาเพคะ”(พร้อมกัน)
“ว่าแต่ท่านหญิงมาเยือนแคว้นเว่ยเป็ครั้งแรกใช่หรือไม่?”
“เพคะฝ่าาหม่อมฉันเห็นแคว้นเว่ยครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้นยิ่งนักแคว้นเว่ยเป็แคว้นที่เจริญรุ่งเรืองอย่างมากอีกทั้งยังเปิดเสรีการค้ามากมายให้โอกาสชาวต่างแคว้นได้ทำการค้าขายพระองค์ทรงพระปรีชาและมีพระราชดำริที่กว้างไกลทันสมัยยิ่งนัก หม่อมฉันเลื่อมใสเพคะ”
“ห้า ๆ ๆ ๆท่านหญิงชมเราเกินไปแล้ว! เราฮ่องเต้แคว้นเว่ยและเหล่าขุนนางทั้งหลายขอต้อนรับท่านหญิงสู่แคว้นเว่ยอย่างเป็ทางการ”
เหล่าขุนนางทั้งหลายแสดงคารวะ
“ขอบพระทัยเพคะ”
“ว่าแต่ท่านหญิงมาเยือนเราถึงท้องพระโรงท่านหญิงมีอะไรหารือกับเราหรือ?”
“ฝ่าาเพคะหม่อมฉันมีเื่ร้องเรียนองค์รัชทายาทเว่ยหลงอันเพคะ”
“ท่านหญิงท่านอย่าบอกว่าจะให้เรารับท่านเป็พระชายาเอกของรัชทายาทหากเป็เช่นนั้นเราไม่สามารถรับท่านหญิงได้หรอกเพราะรัชทายาทมีพระชายาเอกเสียแล้ว!!!”
ทุกคนต่างทำเสียงฮือฮาที่ฮ่องเต้ตรัสบอกท่านหญิงสี่เช่นนี้
“ฝ่าาพระองค์เข้าพระทัยผิดแล้วเพคะ หม่อมฉันไม่้าเป็พระชายาเอกขององค์รัชทายาทหรอกเพคะ!ไม่ว่าจะตำแหน่งไหน หม่อมฉันก็ไม่้าเป็คนขององค์ รัชทายาทอย่างแน่นอน!เื่ที่หม่อมฉันจะร้องเรียนคือเื่ที่องค์รัชทายาทผิดสัจจะที่ให้ไว้ต่อหม่อมฉันองค์รัชทายาทได้พนันกับหม่อมฉันว่าหากองครักษ์หลิวลี้สามารถเอาชนะองครักษ์ขั้นหนึ่งสวีต้าได้พระองค์จะทรงทำตามสิ่งที่หม่อมฉันทูลขอซึ่งองครักษ์หลิวลี้ก็สามารถเอาชนะสวีต้าได้อย่างราบคาบแต่องค์รัชทายาทกลับไม่ทรงทำตามที่ตรัสกับหม่อมฉันไว้เลยเพคะ”
เสียงฮือฮาของทุกคนดังอีกครั้ง
“เสด็จพ่อ!นางโกงพนันพ่ะย่ะค่ะ องครักษ์ขั้นหนึ่ง สวีต้าของลูกถูกคนของนางวางยาเลยทำให้สวีต้าไม่สามารถเอาชนะคนของนางได้ลูกถือว่าสิ่งที่พนันไว้เป็โมฆะพ่ะย่ะค่ะ ขอเสด็จพ่อทรงให้ความยุติธรรมแก่ลูกด้วย”
“องค์รัชทายาทพระองค์ตรัสเช่นนี้ไม่ถูกต้องนะเพคะ พระองค์ไม่ได้ตรัสข้อกำหนดวิธีการเอาชนะฝ่ายตรงข้ามนี่เพคะขอแค่ให้ชนะ! ก็เป็ไปตามข้อตกลงระหว่างพระองค์กับหม่อมฉันแล้ว”
“เสด็จพ่อ ลูกหลงกลนางเสด็จพ่อคืนความยุติธรรมให้ลูกด้วย”
เว่ยหลงอันขอความยุติธรรมจากฮ่องเต้เหมือนเด็กน้อยเดือดร้อนท่านตาราชครูหยวนซือเฟิ่งต้องออกหน้ารับแทนหลายชาย
“ทูลฝ่าา กระหม่อมคิดว่าองค์รัชทายาทยังทรงอ่อนพระเยาว์มากนักทรงไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมจนทำให้หลงกลท่านหญิงสี่เอาได้ขอฝ่าาทรงเมตตาคืนความยุติธรรมให้องค์รัชทายาทด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
“ท่านราชครูท่านกล่าวเช่นนี้ก็ไม่ถูก เรายังไม่สามารถตัดสินได้หรอกต้องฟังเหตุผลทั้งสองฝ่ายรวมทั้งพยานหลักฐานต่าง ๆ ด้วย”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าา”
ราชครูหยวนซือเฟิ่งร้อนใจอย่างบอกไม่ถูกหลานชายตัวดีชอบก่อเื่ให้อยู่เป็ประจำ!
“ท่านหญิงสี่”
“เพคะฝ่าา”
“เหตุใดถึงได้พนันการเล่า?”
“หม่อมฉันกับองครักษ์หลิวลี้เข้ามาทานอาหารในโรงเตี๊ยมหมื่นลี้ระหว่างทานอาหารเห็นองค์รัชทายาทกำลังตรัสล้อเลียนอาเจี๋ยว่า(เ้าจิ้งจอกอัปลักษณ์ เ้ายังไม่กลับอีกหรือ)หม่อมฉันเห็นอาเจี๋ยร้องไห้เสียใจดังมาก เลยเข้าไปปลอบโยนด้วยคำพูดว่า (โอ......เ้าอย่าร้องไห้ไปเลยเด็กน้อย ก็แค่เสียงหมาเห่าหอนเท่านั้นอย่าใไป มาเถิดพี่สาวคนนี้จะปลอบโยนเ้า) อาเจี๋ยก็หยุดร้องไห้ทันทีเพคะ!หม่อมฉันกำลังจะพาอาเจี๋ยไปทานขนมที่โต๊ะของหม่อมฉันแต่คนของรัชทายาทเข้ามารุมล้อมหม่อมฉันทั้งสองกล่าวหาว่าหม่อมฉันิ่เบื้องสูงมีโทษสถานหนัก!หม่อมฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะเพคะฝ่าา!!!”
ฮ่องเต้เว่ยหลงเย่วอึ้งกับคำบอกเล่าของนาง นี่นางแกล้งไม่รู้จริง ๆหรือว่าิ่เบื้องสูงได้อย่างไร นางกล่าวหาว่าองค์รัชทายาททำเสียงสุนัขเห่าหอนชัดๆ
“เ้าว่าข้าทำเสียงหมาเห่าหอนเ้าดูิ่องค์รัชทายาทแห่งแคว้นเว่ย”
รัชทายาทย้ำเตือนนาง ทว่านางสวนกลับทันที
“ฝ่าาเพคะแต่หม่อมฉันว่าองค์รัชทายาทก็ิ่เบื้องสูงเช่นกันนะเพคะ”
“ข้าิ่เบื้องสูงเช่นไรอย่ามาใส่ร้ายข้า”
“ก็พระองค์ตรัสล้อเลียนอาเจี๋ยซึ่งเป็เสด็จอาของพระองค์เช่นกันพระองค์ตรัสล้อเลียนว่า (ก็เ้ามันอัปลักษณ์จริงๆ นี้อีกทั้งสมองพิการปัญญาอ่อนอีก ถ้าข้าเป็เ้าข้าจะไม่ทนมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อให้ราชวงศ์เว่ยอับอายขายขี้หน้าเช่นนี้หรอก!ข้าจะะโลงแม่น้ำฮวงโหฆ่าตัวตายยังจะดีเสียกว่า)ทำให้เสด็จอาของพระองค์กันแสงเสียพระทัยยิ่งนัก เหตุใดพระองค์ถึงได้พระทัยร้ายต่อเสด็จอาซึ่งเป็พระอนุชาของฝ่าาเช่นนี้เล่า?”
เว่ยหลงอันเหมือนจะแข็งค้างไปโดยพลัน
“เ้าสามเ้ากล้าล้อเลียนอาของเ้าเช่นนี้เชียวหรือ บังอาจนักเ้ารู้หรือไม่หากไม่มีอาของเ้าคอยดูแลปกป้องแคว้นเว่ย เ้าจะมีวันนี้รึ?”
“เสด็จพ่ออย่าไปฟังนางนะพ่ะย่ะค่ะ นางใส่ร้ายลูก”
มุมปากนางยกยิ้ม “ฝ่าาเพคะ ที่หม่อมฉันกราบทูลเป็เื่จริงหากไม่เป็ที่น่าเชื่อถือ พระองค์ทรงตรัสถามอาเจี๋ยได้เพคะ เด็กไม่โกหกหรอกเพคะ”
“ท่านหญิงไม่ต้องห่วงท่านเล่าต่อเถิด”
“เพคะหม่อมฉันคิดว่าหากเป็เช่นนี้องค์รัชทายาทอาจถูกนินทาครหาได้ว่าให้พวกพ้องรุมรังแกสตรีหม่อมฉันเลยพนันกับรัชทายาทให้องครักษ์ของพระองค์ประลองกับคนของหม่อมฉันหากองครักษ์ของพระองค์แพ้ พระองค์ต้องคุกเข่าขอโทษอาเจี๋ยแล้วตรัสว่า(เสด็จอาหลานผิดไปแล้ว ให้อภัยหลานด้วยที่หลานทำเสียงสุนัขเห่าหอนเช่นนี้)พระองค์ยังตรัสบอกอีกว่าหากหม่อมฉันแพ้ พวกหม่อมฉันต้องเป็นางบำเรออุ่นเตียงให้แก่พระองค์หม่อมฉันก็กล่าวตกลงทันที!จากนั้นสวีต้าองครักษ์ขั้นหนึ่งของพระองค์ก็พ่ายแพ้ให้กับหลิวลี้องครักษ์ของหม่อมฉันอย่างราบคาบด้วยกระบวนท่าแค่7 ท่าเท่านั้นเพคะ”
ฟานอวี้เล่าเื่ราวด้วยเสียงดังฟังชัดทำให้ฮ่องเต้และขุนนางรู้สึกอับอายอย่างบอกไม่ถูก ที่มีองค์รัชทายาทเบาปัญญาเยี่ยงนี้!
“เ้าสามเ้ามีอะไรจะแก้ต่างหรือไม่?”
“เสด็จพ่อนางวางยาคนของลูก นางไม่สัตย์ซื่อพ่ะย่ะค่ะ”
“พระองค์ตรัสเช่นนี้ไม่ถูกต้องอีกแล้วนะเพคะทหารองครักษ์ของพระองค์เบาปัญญาและประมาทคู่ต่อสู้เลยพ่ายแพ้ให้หลิวลี้องครักษ์ของหม่อมฉัน”
“เ้า!!!!เสด็จพ่อคืนความยุติธรรมให้ลูกด้วย”
“เ้าสาม เ้าพอได้แล้ว”
“ฝ่าาเพคะหากองค์รัชทายาทไม่ทรงตรัสขอโทษเสด็จอาของพระองค์ต่อหน้าหม่อมฉันหม่อมฉันถือว่าองค์ชายสามไม่คู่ควรต่อตำแหน่งขององค์รัชทายาทเพคะ”
“ท่านหญิงสี่ข้าคิดว่าท่านหญิงกล่าวเกินไปนะขอรับ ตำแหน่งองค์รัชทายาทไม่ใช่ว่าจะคัดเลือกได้ง่ายดายขอท่านหญิงอย่าได้ก้าวก่ายเื่ของราชวงศ์เว่ยเลยขอรับ”
ราชครูหยวนซือเฟิ่งเดือดดาลที่นางบังอาจมาสั่นทอนตำแหน่งองค์รัชทายาทซึ่งเป็อำนาจของเขาฮ่องเต้เห็นว่าเื่กำลังจะบานปลาย เลยอยากจะแก้ปัญหาให้มันจบ
“เอาละเ้าสามเ้าเป็ถึงองค์รัชทายาทแคว้นเว่ยเมื่อเ้าแพ้แล้วก็ต้องรักษาคำพูดที่ให้ไว้กับท่านหญิง หวังกงกง!!!”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าา”
“ไปเชิญท่านอ๋องห้ามาพบเราที่ท้องพระโรงเดี๋ยวนี้”
“พ่ะย่ะค่ะ”