ตอนที่ 9 เพื่อนบ้าน
หนิงอันขณะจะใช้ตะเกียบคีบข้าวใส่ปาก ยามนั้นมองเห็นคนสองคนเดินมาถึงหน้าประตูบ้านพอดี ต้องกล่าวขึ้นอย่างประหลาดใจว่า "ท่านลุงโจว ท่านป้าหวัง"
หนิงหนิงกับหนิงเทียนหันขวับไปมองดูผู้มาใหม่ เห็นท่านลุงโจวกับท่านป้าหวังมาเยี่ยมเยือน ทั้งสองต่างสีหน้าตื่นเต้นยินดี จากนั้นพากันวางช้อนไม้ไผ่ในมือลง ยังกินข้าวไม่อิ่มก็วิ่งแจ้นไปหาสองสามีภรรยา
เห็นคนทั้งสองถือถุงขนมมาด้วยเต็มไม้เต็มมือ หนิงเทียนกับหนิงหนิงก็ดวงตาเป็ประกายขึ้นทันที
"โห ขนมเยอะแยะเลย"
“เยอะแยะเลย”
หวังหลี่กล่าวว่า "หนิงน้อย เทียนน้อย พวกเ้ามาถือช่วยป้าเร็ว หนักจะตายอยู่แล้ว"
"หนิงหนิงช่วย หนิงหนิงช่วย" เด็กน้อยรีบไปรับของจากคนทั้งสองมา ความจริงหนักไม่ถึงชั่ง จากนั้นนำไปวางไว้บนโต๊ะอาหาร
โจวหยวนอุ้มลูกหมาตัวสีขาวเดินเข้ามาพลางกล่าวกับหนิงเทียนว่า "เทียนน้อย ดูสิ ลุงเอาลูกหมาป่ามาให้เ้าเลี้ยง โตขึ้นจะได้มีหมาไว้ล่าสัตว์"
"จริงหรือขอรับ" หนิงเทียนย่อมต้องยินดี จากนั้นรับหมาน้อยมาอุ้มไว้ในอ้อมอก "โอ่ๆ เ้าหมาน้อย" เด็กชายค่อยเงยหน้าขึ้นยิ้มระรื่น กล่าวขอบคุณว่า "ขอบคุณขอรับท่านลุงโจว ข้าจะเลี้ยงดูมันให้ดีขอรับ"
“ดีมาก พอมันเติบใหญ่ ต้องเป็คู่หูที่ดีของเ้าได้แน่” โจวหยวนกล่าวพลางลูบศีรษะน้อยของเด็กชายอย่างเอ็นดู
หนิงอันพอเห็นข้าวของหลายอย่างวางอยู่บนโต๊ะ ทั้งรู้สึกขอบคุณทั้งเกรงใจ จึงกล่าวว่า "ข้าบอกหลายครั้งแล้ว เวลามาพวกท่านไม่ต้องเอาของมาเยอะแยะขนาดนี้ก็ได้"
"เดี๋ยวสินังหนู" หวังหลี่เพิ่งจะสังเกตหญิงสาว เวลานี้ถึงกับปรากฏแววตาประปลาดใจขึ้นมา จากนั้นเดินเข้าไปหา พลางเพ่งพินิจมองอย่างอดตะลึงสงสัยไม่ได้
เห็นสายตาของอีกฝ่ายที่จับจ้องมองมา หนิงอันจึงกล่าวถามอย่างสงสัยว่า "อะไรหรือท่านป้า?"
หวังหลี่ใช้มือจับแก้มทั้งสองข้างของหนิงอัน จากนั้นจับหันซ้ายทีขวาที ค่อยกล่าวอย่างไม่อยากเชื่อว่า "ไม่เจอกันเมื่อวาน ดูเ้าเปลี่ยนไปเยอะเชียว ไปทำอะไรมา ฮึ?" พลางมองตาอีกฝ่ายอย่างรอคำตอบ
หนิงอันถึงกับงงงันวูบ "ข้าจะทำอะไร? ก็ทำเหมือนทุกวัน ท่านเห็นข้ามีอันใดแปลกหรือ?" ความจริงนางก็ไม่ได้สังเกตตัวเองเช่นกันว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง ยามนี้ท่านป้าถามจึงได้แต่ฉงนไม่เข้าใจ
"ก็ดูเ้าสิ ทั้งผิวพรรณทั้งหน้า ขาวขึ้นเยอะเลย เป็สาวงามขึ้นกว่าแต่ก่อนอีก"
"ขะ..ขนาดนั้นเชียว" หนิงอันพอฟังยิ่งสงสัยขึ้นไปใหญ่ จนอดจับหน้าสำรวจตัวเองดูไม่ได้
หวังหลี่ลูบๆ คลำๆ ทั้งใบหน้าทั้งแขนหนิงอันพลางกล่าวว่า "ดูสิดู บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ เ้าไปทำอะไรมา? ป้าก็ยังสาวยังคงรักสวยรักงาม เ้าไปได้เคล็ดลับดีๆ อะไรมาก็บอกกันบ้าง"
โจวหยวนต้องกล่าวตัดบทภรรยาว่า "พอแล้วน่าเสี่ยวหลี่ นังหนูก็บอกแล้วไม่ได้ทำอะไรมา จะซักไซ้ได้เื่อันใด"
หวังหลี่หันขวับมองสามี กล่าวแง่งอนว่า "ก็ข้าอยากงามบ้างนี่ หรือท่านไม่ชอบสาวงาม?"
"เอ่อก็.." โจวหยวนอับจนถ้อยคำ
พอสองคนนี้มาบรรยากาศภายในบ้านก็ครึกครื้นขึ้นทันใด หนิงอันอดอมยิ้มไม่ได้ ยามนั้นนางกล่าวว่า "ว่าแต่ท่านลุงท่านป้า กินข้าวกันมาหรือยังเ้าคะ พอดีข้าจับปลามาได้หลายตัว เลยทำแกงปลาสมุนไพรกิน พวกท่านจะกินด้วยกันก็ได้"
โจวหยวนต้องร้อง โอ้ อย่างแปลกใจ กล่าวว่า "จริงรึนี่.. ถึงกับจับปลามาได้ พอดีเลย ลุงกำลังหิวข้าวพอดี ดูสิว่าฝีมือทำอาหารเ้ายังอร่อยเหมือนเดิมหรือไม่?"
หนิงหนิงโพล่งขึ้นมาว่า "พี่ใหญ่ของหนิงหนิงทำอาหารอร่อยที่สุดเลย!"
จากนั้นก็พากันกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย บรรยากาศครึกครื้นชื่นมื่นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
หวังหลี่ไม่ลืมเดินไปดูสหายที่นอนป่วยติดเตียง หญิงวัยกลางนั่งลงข้างเตียงผู่ป่วย กล่าวกับหนิงซิ่นเจียงอยู่หลายประโยค ต่างเป็เื่สัพเพเหระ สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ป่วยเป็อย่างดี ทั้งสองนั้นรู้จักกันมานาน พออีกฝ่ายหนึ่งล้มป่วย อีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่ลังเลที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
ระหว่างทานข้าวโจวหยวนกล่าวกับหนิงอันว่า "โอ้จริงสิ.. พรุ่งนี้ลุงจะเข้าป่าไปล่าสัตว์ เ้าจะไปด้วยหรือไม่?"
ทว่าหนิงอันยังไม่เอ่ยตอบคำใด หนิงเทียนก็กล่าวแทรกขึ้นมาว่า "ไป ไป ท่านลุงโจว ข้าอยากไปด้วย"
เห็นเด็กชายมีสีหน้ามุ่งมั่นเป็จริงเป็จัง โจวหยวนก็หัวเราะฮาฮา กล่าวว่า "เทียนน้อย ในป่าอันตรายนัก รอให้เ้าโตขึ้นกว่านี้ก่อน ค่อยเริ่มฝึกการล่าสัตว์ ถึงตอนนั้นเดี๋ยวลุงจะสอนเ้าเอง ดีหรือไม่?"
หนิงเทียนทำหน้าละห้อย "ขอรับ"
หนิงอันครุ่นคิดชั่วครู่จึงกล่าวว่า "งั้นข้าไปด้วยเ้าค่ะ"
โจวหยวนพยักหน้า "ดี งั้นพรุ่งนี้ลุงกับท่านป้าเ้า จะขึ้นมาหาใหม่อีกรอบ เดี๋ยวเราจะขึ้นเขาไปล่าสัตว์แถวนี้กัน เผื่อได้ไก่ป่าสักตัว อีกอย่างลุงจะสอนเ้าล่าสัตว์ด้วย เอาไว้ใช้ยามจำเป็"
สองสามีภรรยาพอกินข้าว อยู่เล่นกับพวกเด็กๆ สักพักก็ขอตัวกลับบ้าน
ประมาณ่สายๆ หนิงอันก็ถือมีดผ่าฟืนคู่ใจ เดินข้ามลำธารน้ำไปตัดเอาไม้ไผ่มาสองลำ ตั้งใจจะนำมาทำเป็บ้านให้กับลูกหมาน้อยที่ท่านลุงโจวเอามาให้เลี้ยงดู นางสร้างเป็คอกสี่เหลี่ยมไม่กว้างนัก ข้างบนมุงด้วยฟางข้าว ด้านในนางนำผ้าห่มเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้วเอามารองเป็ที่นอนให้กับลูกหมาน้อย เท่านี้ก็เป็อันเสร็จสิ้น
พอกินข้าวเที่ยงเสร็จ จากนั้นยามบ่ายหนิงอันก็พาหนิงหนิงกับหนิงเทียน ไปรดน้ำแปลงผัก ่นี้รดไว้แต่หัวค่ำ เพราะเวลาตกเย็นมาอากาศหนาว ทั้ง่นี้อาทิตย์ตกดินเร็ว เผลอแปปเดียวก็มืดค่ำแล้ว
จากนั้นตกกลางคืน หนิงอันก็เริ่มฝึกฝนวิชาต่อ นับว่านางฝึกถึงส่วนที่สองแล้ว แต่ยังไม่เชี่ยวชาญมากพอ สำหรับหนิงอัน สำคัญคือต้องฝึกถึงส่วนที่สามให้สำเร็จให้ได้ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็การดี ซึ่งส่วนที่สามปรับเปลี่ยนพลังลมปราณ ให้กลายเป็พลังแห่งชีวิต พลังดังกล่าวนี้สามารถช่วยรักษาคนได้ ดังนั้นนางจึงคาดหวังว่าหากฝึกถึงส่วนนี้สำเร็จแล้วก็อาจจะช่วยเหลือมารดาที่ล้มป่วยได้ก็ได้
หนิงอันเปิดตำราอ่านส่วนที่สามอีกรอบ คราครั้งนี้นางพอเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว กล่าวได้ว่าส่วนที่หนึ่ง ส่วนที่สอง และส่วนที่สาม ล้วนเชื่อมโยงถึงกัน ดังนั้นเมื่อนางฝึกฝนและเข้าใจสองส่วนแรกได้แล้ว ก็จะสามารถเข้าใจส่วนที่สามได้เช่นเดียวกัน
เป็ไปตามคาด ั้แ่บรรทัดแรกหนิงอันก็อ่านพอเข้าใจ จวบจนอ่านจบไปได้สามหน้า ครึ่งหนึ่งของส่วนที่สาม นางยิ่งอ่านยิ่งดวงตาเป็ประกาย ที่แท้ส่วนที่สามเป็การปรับเปลี่ยนพลังลมปราณ ให้กลายเป็พลังแห่งชีวิต หรือเรียกว่า 'ปราณแห่งการรักษา' ปราณนี้สามารถต่อยอดไปได้หลายรูปแบบ เช่น ฟื้นฟู ชะล้าง รวมถึงการเปลี่ยนมันให้กลายเป็รูปร่างได้ดั่งใจนึก
"เปลี่ยนรูปร่าง?" หนิงอันอ่านมาถึงตรงนี้ก็ฉงนสงสัย ไม่ทราบเกี่ยวข้องอันใดกับการรักษา จวบจนอ่านไปถึงย่อหน้าสุดท้าย ซึ่งมีบันทึกบอกไว้ว่า
'พลังเปรียบดั่งชีวิต ชีวิตเปรียบดั่งพลัง จากกล้าแข็ง ผันแปรเป็อ่อนโอน ซึมซับแก่นแท้ของพลังและชีวิต หลอมสร้างเป็พลังแห่ง์'
หนิงอันอ่านจบก็งงงันครู่ใหญ่ ได้แต่อ่านซ้ำอยู่หลายรอบ จนพอจะจับจุดแนวทางการฝึกได้ ดังนั้นจึงหลับตาลงทำจิตสมาธิให้สงบ ก่อนจะเริ่มฝึกฝนส่วนที่สาม..
นางยังคงจดจำและทำตามทุกถ้อยคำในบันทึก
'พลังเปรียบดั่งชีวิต' แสดงว่าพลังก็คือสิ่งมีชีวิตใช่หรือไม่?
'ชีวิตเปรียบดั่งพลัง' แสดงว่าชีวิตข้าก็คือพลัง พลังแห่งฟ้าดิน.. ใช่หรือไม่?
หนิงอันทำความเข้าใจ แต่ไม่ทราบว่าถูกหรือผิด นางเพียงคาดเดาไปมั่วซั่ว
พอผ่านครึ่งชั่วยาม ยามนั้นเองที่กลิ่นอายพลังของนาง จากกล้าแข็งดุจหินผา กลับแปรเปลี่ยนเป็อ่อนโยน ราวกับแสงอาทิตย์ยามเช้าอันอบอุ่น รอบตัวนางบังเกิดริ้วพลังสีเหลืองอ่อนขึ้น โอบล้อมรอบตัวไว้ แต่เพียงชั่วครู่ก็พลันมลายหายไป
ทันใดนั้นเองที่หนิงอันพลันลืมตาตื่นขึ้นมา จากนั้นนางพ่นโลหิตสีดำข้นออกมาจากปาก พลางหอบหายใจหนักหน่วง หากทว่าสีหน้าและแววตาหาได้รู้สึกเ็ปแต่อย่างไร กลับปลอดโปร่งทั้งแฝงไว้ด้วยความยินดี ก่อนนางจะเผยรอยยิ้มออกมา
"สะ..สำเร็จแล้ว..ถึงจะแค่นิดเดียว.. แต่ว่าข้าก็สามารถเข้าใจส่วนที่สามแล้ว"