หลังจากมื้อปิกนิกสเต็กที่ผ่านการ "รักษา" จนรสชาติล้ำลึกจบลง คิรินมองไปที่เส้นขอบฟ้าที่เห็นยอดวิหารสีขาวสะท้อนแสงอาทิตย์อยู่ลิบๆ เขาตัดสินใจแล้วว่าการเป็นักบวชเร่ร่อนนอนกลางดินกินกลางทรายนั้นไม่เหมาะกับเขาเท่าไหร่
"เราจะไปที่ นครศักดิ์สิทธิ์ลูมินัส กันครับเอเลน่า" คิรินพูดพลางปัดฝุ่นจากมือ "ที่นั่นมีคฤหาสน์เก่าๆ มากมาย และที่สำคัญ... ผมอยากรู้ว่าพวกที่อ้างว่าเป็ 'ผู้แทนเทพเ้า' จะทำหน้ายังไงเมื่อเจอคนที่ฮีลได้แรงกว่าเทพของพวกเขา"
"ลูมินัสหรือคะ? นั่นคือหัวใจของวิหารสูงสุดเลยนะ!" เอเลน่าทำหน้ากังวล "หลังจากที่ท่านทำให้คทาของคาร์ดินัลบอริสะเิ ข้าเกรงว่าเราจะก้าวเท้าเข้าเมืองไม่ได้เสียด้วยซ้ำค่ะ"
คิรินยิ้มกว้าง "ถ้าเขาไม่เปิดประตูให้... เราก็แค่เดินผ่านกำแพงเข้าไปเงียบๆ ไงครับ"
เขาขยับคทาไม้เก่าๆ ในมือ ร่ายเวทมนตร์ที่ดูเรียบง่ายแต่กลับบิดเบือนกฎการมองเห็น
"มหาเวทพรางตา: ม่านหมอกแห่งสัจธรรม (Veil of Truth)"[ ผลของ Overflow: รักษา 'การรับรู้' ของคนรอบข้างให้บริสุทธิ์เกินไป จนมองข้ามสิ่งผิดปกติไปโดยสิ้นเชิง ]
ณ ประตูเมืองลูมินัส
ทหารยามในชุดเกราะเงินยืนตรวจตราอย่างเข้มงวด พวกเขาได้รับคำสั่งให้เฝ้าระวัง "นักบวชนอกรีต" ที่สร้างปาฏิหาริย์ไปทั่วทวีป แต่ในสายตาของทหารเ่าั้ คิรินและเอเลน่าที่เดินผ่านหน้าไปกลับดูเหมือนเพียงแค่ "อากาศธาตุ" หรือ "แสงแดดที่วูบผ่าน" เท่านั้น
พวกเขาทั้งคู่เดินเข้าเมืองมาได้อย่างง่ายดาย จนกระทั่งถึงเนินเขาเล็กๆ ที่ตั้งของคฤหาสน์ร้างหลังหนึ่ง มันคืออาคารหินที่สง่างามแต่ถูกทิ้งให้ทรุดโทรมจนเถาวัลย์ปกคลุมราวกับสุสาน
"ที่นี่เคยเป็บ้านของตระกูลขุนนางเก่าค่ะ แต่ปัจจุบันมันถูกเรียกว่า 'บ้านต้องสาป' เพราะพลังมานาในพื้นดินมันแปรปรวนจนคนอยู่มักจะเจ็บป่วยตาย" เอเลน่าเล่าถึงตำนานที่น่ากลัว
คิรินเดินไปแตะที่เสาหินที่แตกร้าวเขม่าดำ "มันไม่ได้ต้องสาปหรอกครับ... พลังงานพื้นดินมันแค่ 'ไม่เป็ระเบียบ' เท่านั้นเอง"
เขาหลับตาลง ััถึงความเ็ปของเนื้อไม้และหินที่ผุกร่อนตามกาลเวลา
"มหาเวทคืนสภาพ: รักษาพสุธา (Earth Restoration)"[ ผลของ Overflow: รักษาความพุพังให้กลับสู่จุดสมบูรณ์ที่สุดในอดีต ]
วิ้งงงงงงงงง!
ละอองแสงสีทองซึมลึกเข้าไปในทุกอณูของบ้าน เถาวัลย์แห้งเหี่ยวและหลุดร่วงไปในพริบตา ไม้ที่เคยผุกลับมาแข็งแรงเงางาม หน้าต่างที่แตกกระจายค่อยๆ รวมตัวกันเป็กระจกใสราวกระจกเงา พลังที่เคยแปรปรวนจนคนเจ็บป่วยถูกคิริน "เกลี่ย" จนกลายเป็กระแสมานาที่นุ่มนวลและอบอุ่นที่สุดในเมือง
"เสร็จเรียบร้อย... บ้านใหม่ของเรา" คิรินยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
แต่ปาฏิหาริย์ที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ย่อมไม่อาจหลบพ้นสายตาของผู้คุมกฎ
บนท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์ ปรากฏวงเวทสีทองขนาดใหญ่ 7 วง พร้อมกับการร่อนลงมาของกลุ่มชายชราในชุดนักบวชสีทองอร่าม พวกเขาคือ 'สภาผู้าุโแห่งลูมินัส'
"เ้าคือนักบวชนอกรีตที่บังอาจแก้ไขกฎของโลกใช่หรือไม่!" ผู้าุโคนหนึ่งะโ "จงยอมรับการทดสอบ 'บทเพลงศักดิ์สิทธิ์ 7 ชั้น' หากเ้าไม่ใช่ตัวปลอมที่ปีศาจส่งมา เ้าต้องทนรับเสียง์นี้ได้!"
ผู้าุโทั้ง 7 เริ่มสวดมนตร์ประสานเสียง เกิดเป็คลื่นพลังงานที่สั่นะเืไปถึงจิติญญา มันคือเวทมนตร์ตรวจสอบที่รุนแรงที่สุด ใครที่มีความมืดในใจหรือพลังไม่บริสุทธิ์จะถูกบีบจนิญญาแตกสลาย
คิรินถอนหายใจพลางจิบน้ำชาที่เพิ่งฮีลมาจากใบไม้แห้ง "บทเพลงศักดิ์สิทธิ์? เสียงมันช่าง... เบาบางเหลือเกินครับ"
คิรินไม่ได้ร่ายมนต์ตอบโต้ด้วยความโกรธ เขาเพียงแค่เคาะคทาลงบนพื้นเบาๆ หนึ่งครั้ง
"มหาเวทเสียง์: ทะเลแห่งความเมตตา (Ocean of Mercy)"[ ผลของ Overflow: ส่งคลื่นพลังรักษาที่รุนแรงและบริสุทธิ์ยิ่งกว่าบทเพลงศักดิ์สิทธิ์หมื่นเท่า ]
เปรี้ยงงงงงง!
เสียงสวดมนตร์ของผู้าุโหายวับไปทันที แทนที่ด้วยคลื่นเสียงสีทองที่นุ่มนวลแต่ทรงพลังจนทำให้ชุดคลุมหรูหราของพวกเขากลายเป็เศษผ้าในพริบตา พลังมานาในร่างของผู้าุโที่เคยพยายามจะกดดันคิริน กลับถูก 'ฮีล' จนพุ่งทะลุขีดจำกัดที่ร่างกายมนุษย์จะรับไหว
"อ๊ากกกก! พลัง... พลังมันล้นออกมาจากตัวข้า! หยุดเดี๋ยวนี้!" แต่ละคนหน้าแดงก่ำ ตัวลอยเคว้งกลางอากาศเพราะพลังมานาในตัวมัน "หนาแน่น" เกินไปจนขยับไม่ได้
"ผมก็แค่ช่วย 'เติม' พลังศรัทธาที่เหือดแห้งของพวกคุณให้เต็มเปี่ยมไงครับ" คิรินยิ้มกวนๆ "ถ้าอยากอยู่สงบๆ ก็กลับไปซ่อมชุดกันซะ แล้วอย่ามาตวาดใส่เ้าของบ้านคนใหม่แบบนี้อีก เพราะครั้งหน้าผมจะฮีลให้จนิญญาพวกคุณหลุดออกมาจากร่างเลยทีเดียว"
คิรินสะบัดมือเบาๆ คลื่นพลังก็ผลักร่างของเหล่าผู้าุโกระเด็นกลับไปยังวิหารกลางเมืองราวกับใบไม้ที่ถูกพายุพัด
เขานั่งลงบนโซฟาตัวใหม่ที่เพิ่งคืนสภาพเสร็จ "เอาล่ะเอเลน่า... พรุ่งนี้เราไปหาซื้อของแต่งบ้านเพิ่มกันเถอะ ผมอยากได้เตียงที่นอนแล้วแผลเป็หายไวๆ หน่อย"
เอเลน่ายืนนิ่ง มองดูนักบุญของเธอที่เพิ่งเป่าสภาผู้าุโกระเด็นหายไปเหมือนเป่าฝุ่น "ข้าว่า... เมืองลูมินัสคงจะไม่สงบสุขไปอีกนานเลยค่ะท่านคิริน"