แบมขับรถมารอโนวาตามสัญญา เขาคิดว่าตัวเองไม่ได้อยากทำนักหรอก เพียงแต่เกรงใจที่โนวาทิ้งรถไว้ให้ใช้ แล้วจะปล่อยให้คนที่ไปทำงานต้องโบกแท็กซี่กลับบ้านเองก็จะดูเป็คนเนรคุณไปหน่อย
ดังนั้นบ่ายสามเขาก็มาจอดรอที่ลานจอดรถแล้ว
ไฟล์ตจากโอซาก้ามาถึงไทยบ่ายสามเหมือนกัน แต่กว่าจะเสร็จธุระต่าง ๆ กว่าจะออกมาได้ ก็น่าจะใช้เวลาอีกสักพัก
เขาถ่ายรูปหมายเลขเสาลานจอดรถไปให้โนวา อีกฝ่ายจะได้เดินมาถูก
นั่งเล่นโซเชียลรอเพลิน ๆ ไลน์ก็เด้งเข้ามา
โนวา : มาเร็วเชียว คิดถึงพี่เหรอ
แบม : ค่าจอดรถแพงดี อยากให้พี่เสียเงินเยอะ ๆ
โนวา : เป็คำว่าคิดถึงที่ยาวดีครับ
แบม : จะเดินมา หรือให้วนไปรับตรงไหน
โนวา : จอดตรงนั้นแหละ เดี๋ยวหนูเหนื่อย
โนวา : ปล. มีรุ่นน้องสจ๊วตกลับด้วย 1 คนนะคะ เขาอยู่คอนโดฯ เดียวกับเรา
แบม : รับทราบ
โนวา : เล่นบทแฟนให้เนียนหน่อยแล้วกัน พี่บอกเขาว่าแฟนมารับ
แบม : รู้น่า
โนวา : ซื้อขนมหมาเลียมาให้เต็มเลย หนูจะได้อารมณ์ดี ๆ
แบม : กูคนครับพี่
โนวา : อยากเห็นหน้าหนูโมโหแล้ว รอแป๊บนึงนะคะ
แบม : ถ้าพิมพ์อะไรกวนประสาทมาอีก เชิญกลับเองนะครับ
โนวา : *สติ๊กเกอร์กอดเข่า*
แบมกดออกจากไลน์ แล้วเข้าเกมเพื่อเล่นฆ่าเวลา เกมที่ยิงปืนหนัก ๆ ทุกลูกะุที่เล็งศัตรู ก็มีหน้าของโนวานั่นแหละเป็แบ็กกราวนด์
เขาเพลินจนรู้สึกตัวอีกทีคือมีเสียงเคาะกระจกตรงด้านที่เขานั่งอยู่ หันไปมองก็เห็นหน้าตากวนประสาทของพี่มัน
ใส่ชุดนักบินแล้วคิดว่าหล่อมากหรือไง...เออ ก็ยอมรับว่าดูดีกว่าที่เดินเป็แปะเป็ลุงอยู่ที่คอนโดฯ
แบมกดปิดเกม แล้วกดปลดล็อกให้
โนวาเดินไปเปิดท้ายรถเพื่อเอากระเป๋าเดินทางของตัวเองและออกัสเก็บ จากนั้นก็เดินวนมาเปิดประตูที่นั่งผู้โดยสารด้านหลังให้ แบมมองผ่านกระจกอยู่ พอได้เห็นหน้าคนที่โนวาพากลับด้วยกันก็พ่นลมออกจมูกเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้
หว่านเสน่ห์อยู่แน่ ๆ เดี๋ยวก็ได้ไปเย็บหัวแตกเพราะโดนอะไรปาใส่อีกหรอก
หลังจากปิดประตูให้ออกัสเสร็จ โนวาก็เปิดประตูข้างที่นั่งคนขับ
“แบมครับ ให้ออกัสกลับด้วยนะ”
“ครับ”
“สวัสดีครับ พี่แบม”
แบมรับไหว้ ซึ่งเขาคิดว่าที่จริงอาจจะรุ่นเดียวกันด้วยซ้ำ
“พี่ขับให้มั้ย หนูมานั่งฝั่งนี้”
“บินมาเหนื่อย ๆ แบมขับให้เอง พี่นั่งเงียบ ๆ เอ้ย...นั่งพักให้สบายเถอะ”
โนวามันเขี้ยวแบมแล้ว แต่ก็ยอมเก็บมือไม่ยื่นไปขยี้ผมเด็กดื้อ
“กลับคอนโดฯ เลยใช่มั้ยครับ จะแวะไหนก่อนมั้ย”
“ออกัสจะแวะที่ไหนก่อนมั้ยครับ” โนวาหันไปถามตามมารยาท ซึ่งแน่นอนว่ารุ่นน้องทรงลูกแมวน้อยก็ยิ้มตาหยีแล้วส่ายหน้า
แบมหันมามองหน้าโนวาอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ต้องแวะที่ไหน ก็ขับรถตรงกลับคอนโดฯ
โนวาสงบปากสงบคำ ทั้งที่คันยุบยิบอยากกวนประสาทคนที่ห่างกันไปเป็วันเป็คืนใจจะขาด เพราะเขารู้ว่าถ้าเริ่มพูดปุ๊บ แบมก็จะเริ่มด่าปั๊บ
เดี๋ยวสถานะแฟนปลอม ๆ จะโป๊ะแตกเสียก่อน
แบมขับรถกลับถึงคอนโดฯ อย่างนุ่มนวล โนวาบอกลาออกัสตรงโถงลิฟต์ เพื่อที่จะแยกย้ายกันไปห้องใครห้องมัน เพราะอยู่คนละชั้น
เมื่อลิฟต์เคลื่อนมาถึงชั้นของโนวาก่อน นักบินหนุ่มก็ยกมือ
บ๊ายบายรุ่นน้องสจ๊วตอีกที แล้วก็โอบเอวแบมออกมาจากลิฟต์ แน่นอนแบมตัวแข็งทื่อเตรียมคิดบัญชีพี่มันแล้ว
“ปล่อยนะครับ โอบนานไปแล้ว” ยังเดินไปไม่ทันถึงห้องแบมก็ทัก
“โทษทีจ้ะ” โนวาทำหน้าสำนึกผิดได้ไม่น่าเชื่อถือที่สุดอะ
“สเป็กเลยดิ”
“หึง ?”
“แค่ี้เีพาไปเย็บแผลที่โรงพยาบาลอีก”
“ั้แ่มาเจอหนู พี่ก็ไม่เคยมองใครอีกเลยค่ะ”
“มองบ้าง เดี๋ยวเดินชน”
โนวาขำก๊ากกับมุกของแบม
“หิวอะ ลืมสั่งตอนนั่งรถ ไม่งั้นถึงแล้วจะได้กินเลย”
“ต้มมาม่าให้เอามั้ย มีหมูสับ เต้าหู้ ไข่ไก่ในตู้เย็น”
“หนูซื้อไว้เหรอ”
“มันลอยมาเองมั้ง”
“อย่าดุนักซี เค้ากลัวตัวสั่นไปหมดแล้ว”
“เชื่อก็บ้าแล้ว”
สองคนเถียงกันไปจนถึงห้อง โนวารีบหิ้วกระเป๋าขึ้นไปเก็บบนห้องนอน เขาแยกของฝากที่เป็ของกินออกมาวางไว้ก่อน จากนั้นก็ไปอาบน้ำชำระสิ่งสกปรก เตรียมลงมากินมื้อเย็นฝีมือแบม
แบมต้มมาม่าหม้อใหญ่ส่งกลิ่นหอมฉุยไปทั้งห้อง โนวาที่สวมเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นสบาย ๆ หอบขนมมากมายลงมาด้วย
“ซื้อมาให้หนู”
“หนูไหน”
“หนูแบมค่ะ”
“ผมไม่ชอบกินขนม”
“เออ...กูซื้อไปให้หนูออกัส สาแก่ใจมึงยังตอบแบบนี้”
คราวนี้แบมหัวเราะบ้าง เขาก็สนุกเหมือนกันที่ทำให้พี่มันหน้ายู่คิ้วย่นได้
“มายกมาม่าไปตั้งโต๊ะ ผมเก็บขนมเข้าตู้ก่อน”
โนวาทำท่าสะบัดสะบิ้งเดินไปดูของบนเตา หน้าตามันดูพรีเมียม
มาก หมูสับเคลือบไข่นัว ๆ ลอยท็อปอยู่บนมาม่าที่เดาว่าน่าจะต้มเกินสองซอง แล้วก็มีเต้าหู้ไข่ เห็ดเข็มทอง และผักกาดขาวด้วย
“ไม่ยักรู้ว่าทำอาหารเก่ง”
“มาม่ามันก็ไม่ได้ยากมั้ย”
“น่ากินมาก ๆ เลยครับคุณแฟน”
“เงินสองพันของพี่อะ ผมเอาแบ่งไปซื้อกับข้าวนะ ไม่ได้งุบงิบไปใช้”
“ก็พี่ให้เป็ค่าขนม หนูจะซื้อกับข้าวก็มาเบิกเพิ่ม”
“รวยมากก็เก็บไว้จ่ายค่าทำแผลแล้วกัน ชอบหว่านเสน่ห์ขนาดนี้ เดี๋ยวก็ได้มีเหตุอีกหรอก”
“หนูหึงอยู่แน่ ๆ”
“กินมาม่าไป จะได้หยุดพูด”
“รอกินพร้อมหนู”
แบมคร้านจะเถียงกับพี่มันแล้ว เขายัดขนมเข้าตู้เสร็จหมด ก็เดินไปกระแทกตัวลงนั่งเก้าอี้จงใจให้รู้ว่ารำคาญนะ แต่โนวาก็ไม่สนสี่สนแปด หยิบถ้วยมาตักมาม่าแล้วยื่นให้แบมอย่างเอาใจ
“นี่ครับ พี่บรรจงเรียงเต้าหู้เป็รูปหัวใจให้เธอ”
คนเด็กกว่าเหลือบตาดูความบรรจงของพี่มัน ซึ่งไม่ได้มีอะไรที่ดูเป็รูปหัวใจเลย ปากรั้น ๆ เลยขยับโดยไร้เสียงเป็คำว่า ‘เพ้อเจ้อ’
“แปลว่าเธอใส่ใจในการกระทำของพี่ ตั้งใจดูสุด ๆ ไปเลย”
แบมเหนื่อย ขอวิตามินอะไรก็ได้มาบูสต์เอเนอร์จี้ให้สู้กับพี่มันได้ที !
Rr…
เสียงคอลไลน์ขัด่บทสนทนาของสองหนุ่ม โนวาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็ออกัสโทรมา เขาเลยงงเล็กน้อยว่าจะเป็เื่อะไร ส่วนแบมไม่ตั้งใจมองแต่ทันได้เห็นชื่อพอดีก็ทำหน้าล้อ
“โดนอ่อยแน่”
“เธอก็ช่วยพี่สิ”
“ก็ถ้าพี่ไม่สนใจ เขาก็หายไปเองแหละครับ ของแบบนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดัง”
“ขืนตบดัง พี่ต้องโดนหนูตบแน่ ๆ ใช่มั้ยครับ คนหวงเก่งของพี่”
“โอ๊ย ! มโนเก่ง น่าหวงเกิ๊นนน”
โนวาอมยิ้ม แล้วก็กดรับแบบเปิดลำโพงเป็การให้เกียรติแฟนปลอม ๆ ของตัวเอง
“สวัสดีครับ”
“พี่โนวาครับ อยากขอความช่วยเหลือครับ”
“มีอะไรเอ่ย”
“ออกัสลืมจ่ายค่าไฟครับ ห้องโดนตัดไฟ มืดตึ๊ดตื๊อเลย”
‘มืดไร พระอาทิตย์ส่องฉ่ำขนาดนั้น’ แบมขมุบขมิบปากแล้วชี้ไปที่ม่าน โนวามันเขี้ยวไอ้เด็กปากหมามาก แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้
“แล้วการไฟฟ้าเขาว่าไง”
“เขาจะมาต่อให้เช้าวันพรุ่งนี้ครับ”
“อ่อ...นานเลย”
“คืนนี้ออกัสรบกวนไปนอนห้องพี่โนวาก่อนได้มั้ย นอนตรงโซฟาได้ครับ”
‘เป็ง่ะ เดาไม่มีผิด’
‘พี่จะไปนอนห้องหนูแทน ไม่ต้องหึงนะคะ’
ากระซิบเกิดขึ้นแล้ว
‘ให้ออกัสมานอนได้มั้ย’
‘ห้องพี่นี่ จะทำไรก็เชิญ’
‘อย่างอนนะคนดี คืนนี้พี่นอนกอด’
แบมยกฝ่าเท้าขึ้นมาชี้ให้พี่มันดู ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายจะได้กอดคืออะไร
เมื่อโนวาเห็นแบมอนุญาต เขาก็พูดใส่โทรศัพท์ต่อ
“มาได้ครับ จะมาเลยมั้ย เดี๋ยวพี่ไปรอรับที่ลิฟต์”
“ขอบคุณพี่โนวามากครับ เดี๋ยวผมไปเลย”
โนวารอให้อีกฝ่ายวางสายก็เงยหน้ามองแบม ทำไมเขาต้องรู้สึกเกรงใจอดีตศัตรูหัวใจเพื่อนตัวเองขนาดนี้ด้วยวะ ห้องก็ห้องเขา แม่ง...แต่ก็ทำได้แค่ทำเสียงอ่อนเสียงหวานใส่คนหน้านิ่งที่นั่งคีบเส้นมาม่าเข้าปากอยู่ฝั่งตรงข้าม
“พี่ไปรับออกัสแป๊บนึงนะครับ”
แบมผายมือแทนคำว่าเชิญให้โนวา โดยไม่พูดอะไร
โนวาไม่ได้ไปนาน แต่ก็ไม่ได้เร็วมาก จนแบมมีเวลาเกือบสิบนาทีในการกินมาม่าในชามตัวเองให้หมด ชายหนุ่มเหลือบตามองเส้นในชามฝั่งตรงข้าม อืดจนหมดความน่ากินละ
“สมน้ำหน้า” แบมขยับปากพูดด้วยความหมั่นไส้ แล้วก็ลุกเก็บถ้วยตัวเองไปล้าง
“แล้วต้องอยู่รอรับแขกมั้ยวะ แต่เราไม่ใช่เ้าของห้องนี่ แต่เดี๋ยวไอ้คนประสาทแดกก็โวยวายอีกว่าทำงานไม่คุ้มค่าจ้าง”
แบมทะเลาะกับตัวเองอยู่ตรงซิงก์ล้างจาน
“แม่ง...อยู่รอเพราะเราเป็ Professional หรอกนะ”
เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองได้ ก็...เปิดตู้ในครัว หยิบขนมที่พี่มันซื้อมาแกะกินฆ่าเวลา
วาฟเฟิลกรอบรสช็อกโกแลตห่อชีส...อันนี้เขาเคยกินของพี่เต้าหู้ สมัยทำงานอยู่ที่แผนกการตลาดบริษัทรถยนต์ที่พ่อเป็ผู้บริหาร
เพิ่งถึงบางอ้อ...ขนมที่พวกนักบินชอบซื้อสินะ !
เห็นแล้วยิ่งหงุดหงิด มันตอกย้ำว่าเขากับโนวาควรเป็ศัตรูที่ควรอยู่กันคนละฝั่งโลกต่างหาก ไปไงมาไงถึงได้มาร่วมหัวจมท้ายกลายเป็แฟนปลอม ๆ กันได้วะเนี่ย
“คนสุดท้ายบนโลกเลยด้วยซ้ำ ที่ควรจะเป็แฟนด้วย !”
แบมนึกแขยงพี่มันขึ้นมา แต่ประตูห้องก็เปิดผลัวะ ! เข้ามาขัดความคิดพอดี
โนวาตัวใหญ่จนแทบบังออกัสมิด แบมบังคับปากตัวเองให้มีรอยยิ้มต้อนรับแขกที่มาใหม่
“เจอกันอีกแล้วนะครับคุณออกัส”
“สวัสดีครับพี่แบม รบกวนหน่อยนะครับ”
คนทำตัวเป็น้องยิ้มหวานน่ารัก แต่แบมกลับไม่ค่อยชอบสไตล์น้องน้อยน่าทะนุถนอมแบบนี้เท่าไหร่ เขาชอบคนอายุมากกว่า ดูจริงใจ แล้วก็ลุย ๆ แบบพี่เต้าหู้มากกว่า
สเป็กเขาตรงข้ามกับโนวาสุด ๆ ไปเลย
“ทำตัวตามสบายเลยนะครับ มีอะไรก็ถามพี่โนวาได้เลย”
“ขอบคุณครับพี่แบม”
“แบม...หนูอิ่มแล้วเหรอ” โนวาเดินเข้ามาโอบเอวเขา แล้วชี้ไปที่หม้อมาม่าบนโต๊ะอาหาร
อยากเพียะมือพี่มันมาก จั๊กจี้สุด ๆ
“ถ้วยพี่เส้นอืดหมดแล้ว จะอุ่นใหม่เติมน้ำมั้ย”
“ไม่เป็ไรค่ะ อืด ๆ เหมือนความรักของเราที่พองตัวจนเต็มที่ดี”
แบมได้แต่ถามว่า ‘What ?’ ในใจ ด้วยการคีพใบหน้าไม่ให้ยู่ยี่
“กินมื้อเย็นกันอยู่เหรอครับ” ออกัสพยายามเข้าร่วมบทสนทนาด้วย
“ผมกินเสร็จแล้ว แต่มาม่าในหม้อยังมีพอแบ่งอีกถ้วย คุณออกัสรับด้วยมั้ยครับ”
“ทำไมพี่แบมพูดจาห่างเหินจัง ไม่ต้องเรียกว่าคุณหรอกครับ เรียกออกัสเฉย ๆ ก็พอ เป็พี่ชายออกัสนะครับ”
ที่จริงเขาไม่ใช่คนเฟรนด์ลี่นัก และอยากเป็คนน่ารักเฉพาะกับคนที่อยากให้รักเท่านั้นด้วย เมื่อก่อนตอนทำงานบริษัทเลยทำตัวให้เป็รุ่นน้องที่น่าคบหากับพี่ ๆ ในแผนก ซึ่งค่อนข้างใช้พลังงานไปมากโขอยู่เหมือนกัน
“พอดีสนิทกับคนยากน่ะ ขอโทษด้วยนะ” แบมพูดออกไปตามความจริง เขาคิดว่าต้องโดนโนวาดุ แต่คนพี่กลับหัวเราะ
“ถือว่าพี่โชคดีสิ ที่หนูสนิทด้วย”
แบมหันไปสบตาโนวา
ตาหวานเยิ้มอย่างกับน้ำผึ้ง ไม่แปลกใจอะ...ที่รถไฟจะมาชนกันอยู่บ่อย ๆ
“แล้วกว่าจะสนิท พี่เหนื่อยมั้ยครับในการทำความรู้จักกัน”
โนวายังยิ้มอยู่ แล้วพูดจาเสียงอ่อนเสียงหวาน
“คุ้มเหนื่อยค่ะ”
ถ้าไม่คิดว่านี่เป็การแสดง คนที่เป็แฟนโนวาจริง ๆ ต้องเป็เบาหวานไปวันละสองสามร้อยรอบอะ...ตาพี่มันหวาน ปากก็หวาน ยิ้มก็หวาน
“เอ่อ...ออกัสตามสบายเลยนะ น่าจะหิวแล้ว รีบกินมาม่าเหอะ ก่อนมันจะอืดจนกินไม่ได้”
แบมเปลี่ยนเื่แล้วบิดตัวออกจากอ้อมแขนโนวาที่เคยโอบเอวเขาอยู่ หยิบถ้วยใบใหม่กับตะเกียบและช้อนไปวางที่โต๊ะอาหาร
โนวาเดินเข้าไปหยิบทั้งหมดออกจากมือแบม เป็นัยว่าเขาทำให้เอง
“พี่จะให้คุณออกัสนอนที่ไหน แบมจะไปจัดที่นอนให้”
ฟังอีกฝ่ายพูดแล้วรู้สึกคันยิบ ๆ ในใจ ทำไมเวลาพูดจาน่ารักแล้วมันรู้สึกน่ารักจริง ๆ เลยวะ หรือต้องโอนให้วันละหมื่นจ้างให้พูดจาเสียงอ่อนเสียงหวานน่าฟังแบบนี้ตลอดไป
“นอนห้องข้างบนก็ได้ค่ะ แล้วพี่ลงมานอนกับหนูข้างล่าง”
โนวาคิดว่าแบมคงไม่สะดวกที่จะให้คนนอกมายุ่งกับห้องส่วนตัวเลยตัดสินใจแบบนั้น
“พวกพี่สองคนแยกกันนอนเหรอครับ”
ออกัสถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแสนสงสัยระหว่างรับถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาจากมือโนวา
โนวาไม่ทันสังเกตว่าปลายนิ้วอีกฝ่ายััโดนปลายนิ้วเขาด้วย
“ครับ พี่เป็บาร์เทนเดอร์น่ะ กลับบ้านดึก ไม่อยากรบกวนพี่โนวาเขาต้องตื่นดึก ๆ เพราะต้องนอนหลับให้เพียงพอก่อนไปบิน”
“อ๋อ...ครับ”
“แต่วันไหนพี่ไม่มีบิน พี่ก็ย่องมานอนกอดพี่แบมบ่อย ๆ ครับ พี่ติดแฟน”
แบมหันไปมองพี่นักบินคลั่งรัก ฝ่ายนั้นก็ยักคิ้วมาให้ทีหนึ่ง เออ...เป็ห่วงแฟนตัวจริงของนางนะ หมอเบาหวานอาจจะต้องเข้าจริง ๆ
“งั้นแบมไปเปลี่ยนผ้าปูที่นอนข้างบนให้ก่อนนะครับ”
“พี่ไปช่วยค่ะ”
“จะให้ออกัสอยู่คนเดียวได้ไง” แบมถลึงตาดุเ้าของบ้าน
“น้องออกัสคิดซะว่าที่นี่เป็ห้องตัวเองได้เลยครับ พี่ขึ้นไปเตรียมห้องให้แป๊บนึงนะ”
“แล้วไม่กินมาม่าเหรอ อืดหมดแล้วนั่น” แบมชี้ไปในชาม
“เดี๋ยวค่อยลงมากิน อืด ๆ อร่อย”
“เอ้า”
แบมตามใจพี่มันไม่ทันแล้ว รู้ตัวอีกทีก็โดนหิ้วข้อมือเดินดุ่ย ๆ ขึ้นไปชั้นสอง
“กลัวผมขโมยของในห้องหรือไง ต้องตามมาเฝ้า”
พอเข้าไปในห้องได้ก็เปิดฉากทันที
“ไม่ใช่ กลัวหาของไม่เจอแล้วโป๊ะต่างหาก รู้เหรอว่าพี่เก็บผ้าปู
ที่นอน หรือของใช้ไว้ตรงไหนบ้าง”
“ไม่รู้”
แบมก็เพิ่งเคยเข้ามาในห้องหอม ๆ นี่เป็ครั้งแรก หอมเหมือนกลิ่นสะอาดที่อยู่บนตัวโนวา เดาว่าคงเพราะฉีดน้ำหอมกลิ่นเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน ละอองความหอมจึงเกาะติดอยู่ในห้องนี้เสียแล้ว แถมห้องยังตกแต่งเป็โทนขาวเทาดำ ดูเท่ และมีสเน่ห์สะท้อนตัวตนของเ้าของห้องได้ดี
โนวาไปเปิดตู้ หยิบผ้าปูที่นอนผืนใหม่ออกมา แบมเดินเข้าไปจะช่วย แต่โนวาส่ายหน้า
“ปูเป็หรอ” รุ่นน้องถาม
“แม่พี่เปิดรีสอร์ตอยู่ที่เชียงใหม่ เคยช่วยทำบ้างสามสิบปี สองครั้ง”
แบมว่า...พี่มันเกือบจะดีแล้ว
“ล้อเล่น ทำได้ ๆ นั่งเฉย ๆ ค่ะเดี๋ยวเหนื่อย”
แบมเลยหาเก้าอี้นั่งกอดอกดูพี่มันทำ ก็ทำได้คล่องแคล่วสมราคาคุย โนวาหยิบหมอนใบใหม่จากในตู้ออกมา รวมถึงผ้านวมด้วย ส่วนชุดที่ตัวเองใช้อยู่ทุกวัน ก็พับแล้วขนเต็มไม้เต็มมือ แบมกลัวมันจะบังสายตาจนพาพี่มันตกบันได เลยช่วยหยิบหมอนมาถือไว้เอง
“เหมือนคนถือหมอนในวันบวชเลย”
โนวาพูดขึ้นมา
“เข้าวัดได้ด้วยเหรอ ไม่ร้อนหรอ”
แบมไม่รับมุก
“คนถือหมอนให้ในวันบวชเขาว่าเป็แฟนนะ”
“ก็แฟนไง รับค่าจ้างมาแล้วตั้งหลายบาท ทำงานคุ้มหรอกน่า”
โนวาไปต่อไม่เป็ก็เลยพยักหน้าหงึก ๆ แล้วเดินนำน้องมันลงไปข้างล่าง ออกัสนั่งมองพวกเขาอยู่ที่โต๊ะอาหาร แบมไม่สนใจ เดินไปเปิดประตูห้องนอนตัวเอง แล้วโยนหมอนที่ถืออยู่ลงไป จากนั้นก็หันไปรับ
ผ้านวมในอ้อมแขนโนวา โยนลงไปบ้าง
“ข้างบนพร้อมแล้ว คุณออกัสขึ้นไปอยู่ได้เลยนะครับ”
“ขอบคุณครับ”
ออกัสไม่ได้อยู่วอแวโนวานานเหมือนที่แบมคิด ประมาณสองทุ่มอีกฝ่ายก็ขอตัวเข้านอน ด้วยให้เหตุผลว่าบินมาจากญี่ปุ่นยังเหนื่อยอยู่ ส่วนแบมคืนนี้ไม่ต้องไปทำงาน เพราะเป็วันหยุดเลยนอนเล่นเกมอยู่ที่โซฟาห้องนั่งเล่น รอให้โนวาอาบน้ำเสร็จ ตนก็ลุกไปอาบน้ำบ้าง
เมื่อถึงเวลาต้องมาอยู่ในห้องนอนสองคน โนวาก็ดูจะเหมือนทำตัวไม่ค่อยถูกเหมือนกัน
“เดี๋ยวพี่นอนข้างเตียงเอง หนูนอนบนเตียงไปคนเดียวนั่นแหละ จะได้นอนสบาย ๆ”
แบมฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว
“พื้นแข็ง ๆ เนี่ยนะ จะนอนยังไง”
“ม้วน ๆ ตัวอยู่ในผ้านวม”
“นอนบนเตียงด้วยกันได้ ผมนอนไม่ดิ้นหรอก”
“กลัวหนูนอนไม่สบาย”
“อย่ามาคนดีเวอร์เกินได้ปะ ไม่เข้ากับหน้า”
เอ้า...เป็งั้นไป
แบมชี้ให้โนวานอนชิดฝั่งหน้าต่าง ส่วนเขาขยับหมอนตัวเองมาชิดฝั่งผนังห้องแทน จากที่ปกตินอนกลางเตียงห้าฟุตคนเดียว
ผู้ชายตัวใหญ่สองคนนอนเตียงไซซ์นี้ด้วยกัน...ก็ถือว่าแทบไม่มีพื้นที่ให้ขยับแล้ว
“จะนอนยัง”
โนวามองนาฬิกา ยังไม่สี่ทุ่มเลย แต่...เขาก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้ว ปกติคืนที่ว่างแบบนี้ จะเอาตัวเองไปฝากไว้ที่บาร์เหล้าสักแห่งหนึ่ง แล้วถ้าอารมณ์ดีก็จะเกี่ยวเอวใครสักคนไปค้างที่โรงแรมด้วยกัน
แต่ั้แ่มีแบมอยู่ห้อง เขาก็ไม่นึกอยากออกไปไหนอีก
“คิดนานจังอะ”
“ใจร้อนจริง ๆ”
“ถ้าไม่ทำไรแล้ว ก็ปิดไฟนอน”
“ครับ” โนวารับคำอย่างว่าง่าย เขารอให้แบมขึ้นเตียงให้เสร็จ ตัวเองก็ปิดไฟจนความมืดอาบไปทั่วห้อง
โชคดีที่ผ้าม่านยังมีรอยแง้มอยู่บ้าง ทำให้แสงสว่างของเมืองหลวงลอดมาพอให้เขาเห็นลาง ๆ ในห้อง
โนวาเดินไปขึ้นเตียงอีกฝั่งหนึ่งแล้วก็ทิ้งตัวลงนอน
นอนสองคนแบบตัวตรง ๆ ไม่ได้โอบกอดลูบไล้ กระโจนเข้านัวเนียกันกับคนข้าง ๆ แบบนี้โนวาไม่ค่อยชิน แต่เขาก็ต้องปรับตัว
เขาไม่ได้คิดกับแบมแบบนั้นอยู่แล้ว น้องมาทำงานเป็ไม้กันหมาให้เขาก็ต้องให้เกียรติ
อีกอย่างนะ ไอ้เด็กหน้าหมาที่เขาไม่ชอบหน้าด้วยั้แ่แรกเห็น ให้นึกว่าต้องทำเื่แบบนั้นกัน...ไม่มีทาง !
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ โนวากำลังจะเคลิ้มหลับ เพราะความเหนื่อยล้าจากการขับเครื่องบิน ก็ต้องสะดุ้งตื่นตามคนข้าง ๆ
แบมผุดลุกขึ้นนั่ง ทำให้โนวาต้องลืมตาตาม
เขามองแบม แล้วก็เห็นแสงขาวจากด้านนอกแลบแปลบปลาบลามมาถึงในห้องนอน ตามด้วยเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นราวกับท้องนภาเบื้องบนจะถล่มลงมาให้ได้
โนวาจำได้ว่าแบมกลัว
“หูฟังอยู่บนห้องเสียด้วย พี่ลืมเอาลงมาให้”
“มะไม่เป็ไร” แบมหลับตาปี๋ พยายามจะพลิกตัวไม่ให้ต้องเห็นแสง โนวาเองก็ไปขยับปิดม่านให้ไม่เหลือรอยแหวก
แต่...ท้องฟ้าภายนอกก็แปรปรวนเกินไป จนแสงยังพยายามลอดรอยม่านเข้ามาจนได้
“แบมครับ พี่อยู่ตรงนี้ ไม่ต้องกลัว” เขาขยับตัวเข้าไปใกล้น้อง
แต่เหมือนอีกฝ่ายจะหูดับไปแล้วไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น โนวาไม่รู้จะต้องทำยังไงดี เขาไม่คิดมาก่อนว่าแบมจะกลัวขนาดนี้
ครั้งหนึ่งสมัยแบมยังตามจีบเต้าหู้ แฟนของเพื่อนเขา
น้องมันเคยใช้มุกนอนคนเดียวกลางคืนไม่ได้ ต้องไปขอนอนกับเต้าหู้ เขาเองก็เป็คนแยกมันให้ต้องไปนอนคนเดียว โดยไม่รู้เลยว่าถ้าคืนนั้นฟ้าแปรปรวนหนักเหมือนคืนนี้ แบมจะนอนยังไง
เปรี้ยง !!
ฟ้าเหมือนจะผ่าดังขึ้นอีกจนแบมตัวสั่นไปหมดแล้ว
“มะ...แม่...แม่อย่าทิ้งแบมไปนะ มะไม่เอา...ไม่อยากเห็น”
โนวาคิดว่าไม่ได้การณ์แล้ว ก่อนที่แบมจะจิตหลุดไปมากกว่านี้ เขารีบเอาผ้านวมคลุมตัวแบมไว้ แล้วให้อีกฝ่ายขี่หลังตัวเองออกไปที่ห้องนั่งเล่น
ตรงนั้นอยู่ห่างจากหน้าต่าง แบมน่าจะสบายใจกว่า
“ไม่เป็ไรแบม พี่อยู่ อยู่กับแบมนะ”
โนวาใช้เสียงนุ่มนวลพูดให้คนน้องผ่อนคลาย และพอสังเกตจึงได้เห็นว่าใบหน้าลูกหมาน้อยของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยคราบน้ำตา
นักบินหนุ่มไม่รู้ว่า...แบมเคยมีความหลังอะไรท่ามกลางสายฟ้า จึงทำให้น้องทั้งกลัว และเศร้าสร้อยได้ขนาดนี้
“ให้พี่กอดแบมนะครับ”
แบมไม่ปฏิเสธ โนวาจึงถือเอาว่าอีกฝ่ายอนุญาตจึงขยับตัวไปสวมกอดแบมไว้ กดหน้าน้องให้จมอยู่กับอกเขาแล้วพยายามใช้ตัวเองกำบังเสียงให้แบม
“พี่อยู่ตรงนี้แล้ว ไม่ต้องกลัวอะไรแล้วนะแบม”
คนน้องเหมือนเจอที่พึ่งอันอบอุ่นท่ามกลางพายุฝนกระหน่ำที่ปะทะร่างจนหนาวเหน็บ ยอมซุกตัวนิ่งอยู่กับอกกว้างของโนวา
บางทีพวกเขาคงลืมไป ว่าค่ำคืนนี้ยังมีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ร่วมในคอนโดฯ ด้วย
ดวงตาแบบลูกแมวน้อยที่โนวาเคยชื่นชมในใจ บัดนี้กลับมองฝ่าความมืดมาด้วยความแข็งกร้าว
‘อย่าคิดว่าจะได้รักกันสบาย ๆ เลยพวกมึง’