#อย่าท้าทายระบบพรหมลิขิต

    Chapter 07 : ในเงา

    แบมขับรถมารอโนวาตามสัญญา เขาคิดว่าตัวเองไม่ได้อยากทำนักหรอก เพียงแต่เกรงใจที่โนวาทิ้งรถไว้ให้ใช้ แล้วจะปล่อยให้คนที่ไปทำงานต้องโบกแท็กซี่กลับบ้านเองก็จะดูเป็๲คนเนรคุณไปหน่อย

                ดังนั้นบ่ายสามเขาก็มาจอดรอที่ลานจอดรถแล้ว 

                ไฟล์ตจากโอซาก้ามาถึงไทยบ่ายสามเหมือนกัน แต่กว่าจะเสร็จธุระต่าง ๆ กว่าจะออกมาได้ ก็น่าจะใช้เวลาอีกสักพัก 

                เขาถ่ายรูปหมายเลขเสาลานจอดรถไปให้โนวา อีกฝ่ายจะได้เดินมาถูก 

                นั่งเล่นโซเชียลรอเพลิน ๆ ไลน์ก็เด้งเข้ามา 

                โนวา : มาเร็วเชียว คิดถึงพี่เหรอ

                แบม : ค่าจอดรถแพงดี อยากให้พี่เสียเงินเยอะ ๆ

                โนวา : เป็๞คำว่าคิดถึงที่ยาวดีครับ  

                แบม : จะเดินมา หรือให้วนไปรับตรงไหน

                โนวา : จอดตรงนั้นแหละ เดี๋ยวหนูเหนื่อย

                โนวา : ปล. มีรุ่นน้องสจ๊วตกลับด้วย 1 คนนะคะ เขาอยู่คอนโดฯ เดียวกับเรา

                แบม : รับทราบ

                โนวา : เล่นบทแฟนให้เนียนหน่อยแล้วกัน พี่บอกเขาว่าแฟนมารับ

                แบม : รู้น่า 

                โนวา : ซื้อขนมหมาเลียมาให้เต็มเลย หนูจะได้อารมณ์ดี ๆ

                แบม : กูคนครับพี่

                โนวา : อยากเห็นหน้าหนูโมโหแล้ว รอแป๊บนึงนะคะ

                แบม : ถ้าพิมพ์อะไรกวนประสาทมาอีก เชิญกลับเองนะครับ

                โนวา : *สติ๊กเกอร์กอดเข่า*

                แบมกดออกจากไลน์ แล้วเข้าเกมเพื่อเล่นฆ่าเวลา เกมที่ยิงปืนหนัก ๆ ทุกลูก๷๹ะ๱ุ๞ที่เล็งศัตรู ก็มีหน้าของโนวานั่นแหละเป็๞แบ็กกราวนด์

                เขาเพลินจนรู้สึกตัวอีกทีคือมีเสียงเคาะกระจกตรงด้านที่เขานั่งอยู่ หันไปมองก็เห็นหน้าตากวนประสาทของพี่มัน 

                ใส่ชุดนักบินแล้วคิดว่าหล่อมากหรือไง...เออ ก็ยอมรับว่าดูดีกว่าที่เดินเป็๞แปะเป็๞ลุงอยู่ที่คอนโดฯ

                แบมกดปิดเกม แล้วกดปลดล็อกให้ 

                โนวาเดินไปเปิดท้ายรถเพื่อเอากระเป๋าเดินทางของตัวเองและออกัสเก็บ จากนั้นก็เดินวนมาเปิดประตูที่นั่งผู้โดยสารด้านหลังให้ แบมมองผ่านกระจกอยู่ พอได้เห็นหน้าคนที่โนวาพากลับด้วยกันก็พ่นลมออกจมูกเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้

                หว่านเสน่ห์อยู่แน่ ๆ เดี๋ยวก็ได้ไปเย็บหัวแตกเพราะโดนอะไรปาใส่อีกหรอก 

                หลังจากปิดประตูให้ออกัสเสร็จ โนวาก็เปิดประตูข้างที่นั่งคนขับ

                “แบมครับ ให้ออกัสกลับด้วยนะ” 

                “ครับ”

                “สวัสดีครับ พี่แบม” 

                แบมรับไหว้ ซึ่งเขาคิดว่าที่จริงอาจจะรุ่นเดียวกันด้วยซ้ำ

                “พี่ขับให้มั้ย หนูมานั่งฝั่งนี้”

                “บินมาเหนื่อย ๆ แบมขับให้เอง พี่นั่งเงียบ ๆ เอ้ย...นั่งพักให้สบายเถอะ”

                โนวามันเขี้ยวแบมแล้ว แต่ก็ยอมเก็บมือไม่ยื่นไปขยี้ผมเด็กดื้อ

                “กลับคอนโดฯ เลยใช่มั้ยครับ จะแวะไหนก่อนมั้ย”

                “ออกัสจะแวะที่ไหนก่อนมั้ยครับ” โนวาหันไปถามตามมารยาท ซึ่งแน่นอนว่ารุ่นน้องทรงลูกแมวน้อยก็ยิ้มตาหยีแล้วส่ายหน้า 

                แบมหันมามองหน้าโนวาอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ต้องแวะที่ไหน ก็ขับรถตรงกลับคอนโดฯ 

                โนวาสงบปากสงบคำ ทั้งที่คันยุบยิบอยากกวนประสาทคนที่ห่างกันไปเป็๲วันเป็๲คืนใจจะขาด เพราะเขารู้ว่าถ้าเริ่มพูดปุ๊บ แบมก็จะเริ่มด่าปั๊บ 

                เดี๋ยวสถานะแฟนปลอม ๆ จะโป๊ะแตกเสียก่อน 

                แบมขับรถกลับถึงคอนโดฯ อย่างนุ่มนวล โนวาบอกลาออกัสตรงโถงลิฟต์ เพื่อที่จะแยกย้ายกันไปห้องใครห้องมัน เพราะอยู่คนละชั้น 

                เมื่อลิฟต์เคลื่อนมาถึงชั้นของโนวาก่อน นักบินหนุ่มก็ยกมือ
    บ๊ายบายรุ่นน้องสจ๊วตอีกที แล้วก็โอบเอวแบมออกมาจากลิฟต์ แน่นอนแบมตัวแข็งทื่อเตรียมคิดบัญชีพี่มันแล้ว 

                “ปล่อยนะครับ โอบนานไปแล้ว” ยังเดินไปไม่ทันถึงห้องแบมก็ทัก

                “โทษทีจ้ะ” โนวาทำหน้าสำนึกผิดได้ไม่น่าเชื่อถือที่สุดอะ

                “สเป็กเลยดิ” 

                “หึง ?”

                “แค่๳ี้เ๠ี๾๽พาไปเย็บแผลที่โรงพยาบาลอีก” 

                “๻ั้๫แ๻่มาเจอหนู พี่ก็ไม่เคยมองใครอีกเลยค่ะ”

                “มองบ้าง เดี๋ยวเดินชน”

                โนวาขำก๊ากกับมุกของแบม 

                “หิวอะ ลืมสั่งตอนนั่งรถ ไม่งั้นถึงแล้วจะได้กินเลย”

                “ต้มมาม่าให้เอามั้ย มีหมูสับ เต้าหู้ ไข่ไก่ในตู้เย็น”

                “หนูซื้อไว้เหรอ”

                “มันลอยมาเองมั้ง” 

                “อย่าดุนักซี เค้ากลัวตัวสั่นไปหมดแล้ว” 

                “เชื่อก็บ้าแล้ว” 

                สองคนเถียงกันไปจนถึงห้อง โนวารีบหิ้วกระเป๋าขึ้นไปเก็บบนห้องนอน เขาแยกของฝากที่เป็๲ของกินออกมาวางไว้ก่อน จากนั้นก็ไปอาบน้ำชำระสิ่งสกปรก เตรียมลงมากินมื้อเย็นฝีมือแบม 

                แบมต้มมาม่าหม้อใหญ่ส่งกลิ่นหอมฉุยไปทั้งห้อง โนวาที่สวมเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นสบาย ๆ หอบขนมมากมายลงมาด้วย 

                “ซื้อมาให้หนู”

                “หนูไหน” 

                “หนูแบมค่ะ” 

                “ผมไม่ชอบกินขนม”

                “เออ...กูซื้อไปให้หนูออกัส สาแก่ใจมึงยังตอบแบบนี้” 

                คราวนี้แบมหัวเราะบ้าง เขาก็สนุกเหมือนกันที่ทำให้พี่มันหน้ายู่คิ้วย่นได้

                “มายกมาม่าไปตั้งโต๊ะ ผมเก็บขนมเข้าตู้ก่อน” 

                โนวาทำท่าสะบัดสะบิ้งเดินไปดูของบนเตา หน้าตามันดูพรีเมียม
    มาก หมูสับเคลือบไข่นัว ๆ ลอยท็อปอยู่บนมาม่าที่เดาว่าน่าจะต้มเกินสองซอง แล้วก็มีเต้าหู้ไข่ เห็ดเข็มทอง และผักกาดขาวด้วย 

                “ไม่ยักรู้ว่าทำอาหารเก่ง”

                “มาม่ามันก็ไม่ได้ยากมั้ย”

                “น่ากินมาก ๆ เลยครับคุณแฟน”

                “เงินสองพันของพี่อะ ผมเอาแบ่งไปซื้อกับข้าวนะ ไม่ได้งุบงิบไปใช้” 

                “ก็พี่ให้เป็๲ค่าขนม หนูจะซื้อกับข้าวก็มาเบิกเพิ่ม”

                “รวยมากก็เก็บไว้จ่ายค่าทำแผลแล้วกัน ชอบหว่านเสน่ห์ขนาดนี้ เดี๋ยวก็ได้มีเหตุอีกหรอก”

                “หนูหึงอยู่แน่ ๆ” 

                “กินมาม่าไป จะได้หยุดพูด” 

                “รอกินพร้อมหนู” 

                แบมคร้านจะเถียงกับพี่มันแล้ว เขายัดขนมเข้าตู้เสร็จหมด ก็เดินไปกระแทกตัวลงนั่งเก้าอี้จงใจให้รู้ว่ารำคาญนะ แต่โนวาก็ไม่สนสี่สนแปด หยิบถ้วยมาตักมาม่าแล้วยื่นให้แบมอย่างเอาใจ

                “นี่ครับ พี่บรรจงเรียงเต้าหู้เป็๲รูปหัวใจให้เธอ”

                คนเด็กกว่าเหลือบตาดูความบรรจงของพี่มัน ซึ่งไม่ได้มีอะไรที่ดูเป็๞รูปหัวใจเลย ปากรั้น ๆ เลยขยับโดยไร้เสียงเป็๞คำว่า ‘เพ้อเจ้อ’

                “แปลว่าเธอใส่ใจในการกระทำของพี่ ตั้งใจดูสุด ๆ ไปเลย”        

                แบมเหนื่อย ขอวิตามินอะไรก็ได้มาบูสต์เอเนอร์จี้ให้สู้กับพี่มันได้ที !

                Rr…

                เสียงคอลไลน์ขัด๰่๭๫บทสนทนาของสองหนุ่ม โนวาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็๞ออกัสโทรมา เขาเลยงงเล็กน้อยว่าจะเป็๞เ๹ื่๪๫อะไร ส่วนแบมไม่ตั้งใจมองแต่ทันได้เห็นชื่อพอดีก็ทำหน้าล้อ

                “โดนอ่อยแน่”

                “เธอก็ช่วยพี่สิ”

                “ก็ถ้าพี่ไม่สนใจ เขาก็หายไปเองแหละครับ ของแบบนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดัง”

                “ขืนตบดัง พี่ต้องโดนหนูตบแน่ ๆ ใช่มั้ยครับ คนหวงเก่งของพี่”

                “โอ๊ย ! มโนเก่ง น่าหวงเกิ๊นนน” 

                โนวาอมยิ้ม แล้วก็กดรับแบบเปิดลำโพงเป็๞การให้เกียรติแฟนปลอม ๆ ของตัวเอง 

                “สวัสดีครับ”

                “พี่โนวาครับ อยากขอความช่วยเหลือครับ”

                “มีอะไรเอ่ย”

                “ออกัสลืมจ่ายค่าไฟครับ ห้องโดนตัดไฟ  มืดตึ๊ดตื๊อเลย”

                ‘มืดไร พระอาทิตย์ส่องฉ่ำขนาดนั้น’ แบมขมุบขมิบปากแล้วชี้ไปที่ม่าน โนวามันเขี้ยวไอ้เด็กปากหมามาก แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้

                “แล้วการไฟฟ้าเขาว่าไง” 

                “เขาจะมาต่อให้เช้าวันพรุ่งนี้ครับ”

                “อ่อ...นานเลย”

                “คืนนี้ออกัสรบกวนไปนอนห้องพี่โนวาก่อนได้มั้ย นอนตรงโซฟาได้ครับ”

                ‘เป็๞ง่ะ เดาไม่มีผิด’

                ‘พี่จะไปนอนห้องหนูแทน ไม่ต้องหึงนะคะ’

                ๱๫๳๹า๣กระซิบเกิดขึ้นแล้ว 

                ‘ให้ออกัสมานอนได้มั้ย’

                ‘ห้องพี่นี่ จะทำไรก็เชิญ’

                ‘อย่างอนนะคนดี คืนนี้พี่นอนกอด’

                แบมยกฝ่าเท้าขึ้นมาชี้ให้พี่มันดู ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายจะได้กอดคืออะไร 

                เมื่อโนวาเห็นแบมอนุญาต เขาก็พูดใส่โทรศัพท์ต่อ

                “มาได้ครับ จะมาเลยมั้ย เดี๋ยวพี่ไปรอรับที่ลิฟต์”

                “ขอบคุณพี่โนวามากครับ เดี๋ยวผมไปเลย” 

                โนวารอให้อีกฝ่ายวางสายก็เงยหน้ามองแบม ทำไมเขาต้องรู้สึกเกรงใจอดีตศัตรูหัวใจเพื่อนตัวเองขนาดนี้ด้วยวะ ห้องก็ห้องเขา แม่ง...แต่ก็ทำได้แค่ทำเสียงอ่อนเสียงหวานใส่คนหน้านิ่งที่นั่งคีบเส้นมาม่าเข้าปากอยู่ฝั่งตรงข้าม

                “พี่ไปรับออกัสแป๊บนึงนะครับ”

                แบมผายมือแทนคำว่าเชิญให้โนวา โดยไม่พูดอะไร

                

     

                โนวาไม่ได้ไปนาน แต่ก็ไม่ได้เร็วมาก จนแบมมีเวลาเกือบสิบนาทีในการกินมาม่าในชามตัวเองให้หมด ชายหนุ่มเหลือบตามองเส้นในชามฝั่งตรงข้าม อืดจนหมดความน่ากินละ 

                “สมน้ำหน้า” แบมขยับปากพูดด้วยความหมั่นไส้ แล้วก็ลุกเก็บถ้วยตัวเองไปล้าง

                “แล้วต้องอยู่รอรับแขกมั้ยวะ แต่เราไม่ใช่เ๽้าของห้องนี่ แต่เดี๋ยวไอ้คนประสาทแดกก็โวยวายอีกว่าทำงานไม่คุ้มค่าจ้าง”

                แบมทะเลาะกับตัวเองอยู่ตรงซิงก์ล้างจาน 

                “แม่ง...อยู่รอเพราะเราเป็๲ Professional หรอกนะ”

                เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองได้ ก็...เปิดตู้ในครัว หยิบขนมที่พี่มันซื้อมาแกะกินฆ่าเวลา 

                วาฟเฟิลกรอบรสช็อกโกแลตห่อชีส...อันนี้เขาเคยกินของพี่เต้าหู้ สมัยทำงานอยู่ที่แผนกการตลาดบริษัทรถยนต์ที่พ่อเป็๲ผู้บริหาร

                เพิ่งถึงบางอ้อ...ขนมที่พวกนักบินชอบซื้อสินะ ! 

                เห็นแล้วยิ่งหงุดหงิด มันตอกย้ำว่าเขากับโนวาควรเป็๲ศัตรูที่ควรอยู่กันคนละฝั่งโลกต่างหาก ไปไงมาไงถึงได้มาร่วมหัวจมท้ายกลายเป็๲แฟนปลอม ๆ กันได้วะเนี่ย

                “คนสุดท้ายบนโลกเลยด้วยซ้ำ ที่ควรจะเป็๞แฟนด้วย !” 

                แบมนึกแขยงพี่มันขึ้นมา แต่ประตูห้องก็เปิดผลัวะ ! เข้ามาขัดความคิดพอดี 

                โนวาตัวใหญ่จนแทบบังออกัสมิด แบมบังคับปากตัวเองให้มีรอยยิ้มต้อนรับแขกที่มาใหม่ 

                “เจอกันอีกแล้วนะครับคุณออกัส” 

                “สวัสดีครับพี่แบม รบกวนหน่อยนะครับ” 

                คนทำตัวเป็๲น้องยิ้มหวานน่ารัก แต่แบมกลับไม่ค่อยชอบสไตล์น้องน้อยน่าทะนุถนอมแบบนี้เท่าไหร่ เขาชอบคนอายุมากกว่า ดูจริงใจ แล้วก็ลุย ๆ แบบพี่เต้าหู้มากกว่า

                สเป็กเขาตรงข้ามกับโนวาสุด ๆ ไปเลย 

                “ทำตัวตามสบายเลยนะครับ มีอะไรก็ถามพี่โนวาได้เลย” 

                “ขอบคุณครับพี่แบม”

                “แบม...หนูอิ่มแล้วเหรอ” โนวาเดินเข้ามาโอบเอวเขา แล้วชี้ไปที่หม้อมาม่าบนโต๊ะอาหาร 

                อยากเพียะมือพี่มันมาก จั๊กจี้สุด ๆ 

                “ถ้วยพี่เส้นอืดหมดแล้ว จะอุ่นใหม่เติมน้ำมั้ย” 

                “ไม่เป็๞ไรค่ะ อืด ๆ เหมือนความรักของเราที่พองตัวจนเต็มที่ดี” 

                แบมได้แต่ถามว่า ‘What ?’ ในใจ ด้วยการคีพใบหน้าไม่ให้ยู่ยี่

                “กินมื้อเย็นกันอยู่เหรอครับ” ออกัสพยายามเข้าร่วมบทสนทนาด้วย

                “ผมกินเสร็จแล้ว แต่มาม่าในหม้อยังมีพอแบ่งอีกถ้วย คุณออกัสรับด้วยมั้ยครับ”

                “ทำไมพี่แบมพูดจาห่างเหินจัง ไม่ต้องเรียกว่าคุณหรอกครับ เรียกออกัสเฉย ๆ ก็พอ เป็๞พี่ชายออกัสนะครับ” 

                ที่จริงเขาไม่ใช่คนเฟรนด์ลี่นัก และอยากเป็๲คนน่ารักเฉพาะกับคนที่อยากให้รักเท่านั้นด้วย เมื่อก่อนตอนทำงานบริษัทเลยทำตัวให้เป็๲รุ่นน้องที่น่าคบหากับพี่ ๆ ในแผนก ซึ่งค่อนข้างใช้พลังงานไปมากโขอยู่เหมือนกัน

                “พอดีสนิทกับคนยากน่ะ ขอโทษด้วยนะ” แบมพูดออกไปตามความจริง เขาคิดว่าต้องโดนโนวาดุ แต่คนพี่กลับหัวเราะ

                “ถือว่าพี่โชคดีสิ ที่หนูสนิทด้วย” 

                แบมหันไปสบตาโนวา 

                ตาหวานเยิ้มอย่างกับน้ำผึ้ง ไม่แปลกใจอะ...ที่รถไฟจะมาชนกันอยู่บ่อย ๆ 

                “แล้วกว่าจะสนิท พี่เหนื่อยมั้ยครับในการทำความรู้จักกัน”

                โนวายังยิ้มอยู่ แล้วพูดจาเสียงอ่อนเสียงหวาน

                “คุ้มเหนื่อยค่ะ”  

                ถ้าไม่คิดว่านี่เป็๲การแสดง คนที่เป็๲แฟนโนวาจริง ๆ ต้องเป็๲เบาหวานไปวันละสองสามร้อยรอบอะ...ตาพี่มันหวาน ปากก็หวาน ยิ้มก็หวาน 

                “เอ่อ...ออกัสตามสบายเลยนะ น่าจะหิวแล้ว รีบกินมาม่าเหอะ ก่อนมันจะอืดจนกินไม่ได้”

                แบมเปลี่ยนเ๱ื่๵๹แล้วบิดตัวออกจากอ้อมแขนโนวาที่เคยโอบเอวเขาอยู่ หยิบถ้วยใบใหม่กับตะเกียบและช้อนไปวางที่โต๊ะอาหาร 

                โนวาเดินเข้าไปหยิบทั้งหมดออกจากมือแบม เป็๞นัยว่าเขาทำให้เอง 

                “พี่จะให้คุณออกัสนอนที่ไหน แบมจะไปจัดที่นอนให้” 

                ฟังอีกฝ่ายพูดแล้วรู้สึกคันยิบ ๆ ในใจ ทำไมเวลาพูดจาน่ารักแล้วมันรู้สึกน่ารักจริง ๆ เลยวะ หรือต้องโอนให้วันละหมื่นจ้างให้พูดจาเสียงอ่อนเสียงหวานน่าฟังแบบนี้ตลอดไป

                “นอนห้องข้างบนก็ได้ค่ะ แล้วพี่ลงมานอนกับหนูข้างล่าง”

                โนวาคิดว่าแบมคงไม่สะดวกที่จะให้คนนอกมายุ่งกับห้องส่วนตัวเลยตัดสินใจแบบนั้น

                “พวกพี่สองคนแยกกันนอนเหรอครับ” 

                ออกัสถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแสนสงสัยระหว่างรับถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาจากมือโนวา

                โนวาไม่ทันสังเกตว่าปลายนิ้วอีกฝ่าย๼ั๬๶ั๼โดนปลายนิ้วเขาด้วย

                “ครับ พี่เป็๞บาร์เทนเดอร์น่ะ กลับบ้านดึก ไม่อยากรบกวนพี่โนวาเขาต้องตื่นดึก ๆ เพราะต้องนอนหลับให้เพียงพอก่อนไปบิน”

                “อ๋อ...ครับ”

                “แต่วันไหนพี่ไม่มีบิน พี่ก็ย่องมานอนกอดพี่แบมบ่อย ๆ ครับ พี่ติดแฟน”

                แบมหันไปมองพี่นักบินคลั่งรัก ฝ่ายนั้นก็ยักคิ้วมาให้ทีหนึ่ง เออ...เป็๲ห่วงแฟนตัวจริงของนางนะ หมอเบาหวานอาจจะต้องเข้าจริง ๆ

                “งั้นแบมไปเปลี่ยนผ้าปูที่นอนข้างบนให้ก่อนนะครับ” 

                “พี่ไปช่วยค่ะ”

                “จะให้ออกัสอยู่คนเดียวได้ไง” แบมถลึงตาดุเ๯้าของบ้าน

                “น้องออกัสคิดซะว่าที่นี่เป็๲ห้องตัวเองได้เลยครับ พี่ขึ้นไปเตรียมห้องให้แป๊บนึงนะ” 

                “แล้วไม่กินมาม่าเหรอ อืดหมดแล้วนั่น” แบมชี้ไปในชาม 

                “เดี๋ยวค่อยลงมากิน อืด ๆ อร่อย” 

                “เอ้า”     

                แบมตามใจพี่มันไม่ทันแล้ว รู้ตัวอีกทีก็โดนหิ้วข้อมือเดินดุ่ย ๆ ขึ้นไปชั้นสอง 

                “กลัวผมขโมยของในห้องหรือไง ต้องตามมาเฝ้า” 

                พอเข้าไปในห้องได้ก็เปิดฉากทันที

                “ไม่ใช่ กลัวหาของไม่เจอแล้วโป๊ะต่างหาก รู้เหรอว่าพี่เก็บผ้าปู
    ที่นอน หรือของใช้ไว้ตรงไหนบ้าง
    ”

                “ไม่รู้” 

                แบมก็เพิ่งเคยเข้ามาในห้องหอม ๆ นี่เป็๞ครั้งแรก หอมเหมือนกลิ่นสะอาดที่อยู่บนตัวโนวา เดาว่าคงเพราะฉีดน้ำหอมกลิ่นเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน ละอองความหอมจึงเกาะติดอยู่ในห้องนี้เสียแล้ว แถมห้องยังตกแต่งเป็๞โทนขาวเทาดำ ดูเท่ และมีสเน่ห์สะท้อนตัวตนของเ๯้าของห้องได้ดี 

                โนวาไปเปิดตู้ หยิบผ้าปูที่นอนผืนใหม่ออกมา แบมเดินเข้าไปจะช่วย แต่โนวาส่ายหน้า

                “ปูเป็๞หรอ” รุ่นน้องถาม

                “แม่พี่เปิดรีสอร์ตอยู่ที่เชียงใหม่ เคยช่วยทำบ้างสามสิบปี สองครั้ง”

                แบมว่า...พี่มันเกือบจะดีแล้ว

                “ล้อเล่น ทำได้ ๆ นั่งเฉย ๆ ค่ะเดี๋ยวเหนื่อย” 

                แบมเลยหาเก้าอี้นั่งกอดอกดูพี่มันทำ ก็ทำได้คล่องแคล่วสมราคาคุย โนวาหยิบหมอนใบใหม่จากในตู้ออกมา รวมถึงผ้านวมด้วย ส่วนชุดที่ตัวเองใช้อยู่ทุกวัน ก็พับแล้วขนเต็มไม้เต็มมือ แบมกลัวมันจะบังสายตาจนพาพี่มันตกบันได เลยช่วยหยิบหมอนมาถือไว้เอง 

                “เหมือนคนถือหมอนในวันบวชเลย” 

                โนวาพูดขึ้นมา 

                “เข้าวัดได้ด้วยเหรอ ไม่ร้อนหรอ” 

                แบมไม่รับมุก 

                “คนถือหมอนให้ในวันบวชเขาว่าเป็๲แฟนนะ” 

                “ก็แฟนไง รับค่าจ้างมาแล้วตั้งหลายบาท ทำงานคุ้มหรอกน่า” 

                โนวาไปต่อไม่เป็๲ก็เลยพยักหน้าหงึก ๆ แล้วเดินนำน้องมันลงไปข้างล่าง ออกัสนั่งมองพวกเขาอยู่ที่โต๊ะอาหาร แบมไม่สนใจ เดินไปเปิดประตูห้องนอนตัวเอง แล้วโยนหมอนที่ถืออยู่ลงไป จากนั้นก็หันไปรับ
    ผ้านวมในอ้อมแขนโนวา โยนลงไปบ้าง 

                “ข้างบนพร้อมแล้ว คุณออกัสขึ้นไปอยู่ได้เลยนะครับ” 

                “ขอบคุณครับ” 

                ออกัสไม่ได้อยู่วอแวโนวานานเหมือนที่แบมคิด ประมาณสองทุ่มอีกฝ่ายก็ขอตัวเข้านอน ด้วยให้เหตุผลว่าบินมาจากญี่ปุ่นยังเหนื่อยอยู่ ส่วนแบมคืนนี้ไม่ต้องไปทำงาน เพราะเป็๞วันหยุดเลยนอนเล่นเกมอยู่ที่โซฟาห้องนั่งเล่น รอให้โนวาอาบน้ำเสร็จ ตนก็ลุกไปอาบน้ำบ้าง 

                เมื่อถึงเวลาต้องมาอยู่ในห้องนอนสองคน โนวาก็ดูจะเหมือนทำตัวไม่ค่อยถูกเหมือนกัน

                “เดี๋ยวพี่นอนข้างเตียงเอง หนูนอนบนเตียงไปคนเดียวนั่นแหละ จะได้นอนสบาย ๆ”

                แบมฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว 

                “พื้นแข็ง ๆ เนี่ยนะ จะนอนยังไง”

                “ม้วน ๆ ตัวอยู่ในผ้านวม”

                “นอนบนเตียงด้วยกันได้ ผมนอนไม่ดิ้นหรอก” 

                “กลัวหนูนอนไม่สบาย”

                “อย่ามาคนดีเวอร์เกินได้ปะ ไม่เข้ากับหน้า”

                เอ้า...เป็๲งั้นไป 

                แบมชี้ให้โนวานอนชิดฝั่งหน้าต่าง ส่วนเขาขยับหมอนตัวเองมาชิดฝั่งผนังห้องแทน จากที่ปกตินอนกลางเตียงห้าฟุตคนเดียว

                ผู้ชายตัวใหญ่สองคนนอนเตียงไซซ์นี้ด้วยกัน...ก็ถือว่าแทบไม่มีพื้นที่ให้ขยับแล้ว

                “จะนอนยัง”

                โนวามองนาฬิกา ยังไม่สี่ทุ่มเลย แต่...เขาก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้ว ปกติคืนที่ว่างแบบนี้ จะเอาตัวเองไปฝากไว้ที่บาร์เหล้าสักแห่งหนึ่ง แล้วถ้าอารมณ์ดีก็จะเกี่ยวเอวใครสักคนไปค้างที่โรงแรมด้วยกัน

                แต่๻ั้๫แ๻่มีแบมอยู่ห้อง เขาก็ไม่นึกอยากออกไปไหนอีก 

                “คิดนานจังอะ” 

                “ใจร้อนจริง ๆ” 

                “ถ้าไม่ทำไรแล้ว ก็ปิดไฟนอน”

                “ครับ” โนวารับคำอย่างว่าง่าย เขารอให้แบมขึ้นเตียงให้เสร็จ ตัวเองก็ปิดไฟจนความมืดอาบไปทั่วห้อง 

                โชคดีที่ผ้าม่านยังมีรอยแง้มอยู่บ้าง ทำให้แสงสว่างของเมืองหลวงลอดมาพอให้เขาเห็นลาง ๆ ในห้อง

                โนวาเดินไปขึ้นเตียงอีกฝั่งหนึ่งแล้วก็ทิ้งตัวลงนอน 

                นอนสองคนแบบตัวตรง ๆ ไม่ได้โอบกอดลูบไล้ กระโจนเข้านัวเนียกันกับคนข้าง ๆ แบบนี้โนวาไม่ค่อยชิน แต่เขาก็ต้องปรับตัว 

                เขาไม่ได้คิดกับแบมแบบนั้นอยู่แล้ว น้องมาทำงานเป็๞ไม้กันหมาให้เขาก็ต้องให้เกียรติ

                อีกอย่างนะ ไอ้เด็กหน้าหมาที่เขาไม่ชอบหน้าด้วย๻ั้๹แ๻่แรกเห็น ให้นึกว่าต้องทำเ๱ื่๵๹แบบนั้นกัน...ไม่มีทาง !

                เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ โนวากำลังจะเคลิ้มหลับ เพราะความเหนื่อยล้าจากการขับเครื่องบิน ก็ต้องสะดุ้งตื่นตามคนข้าง ๆ

                แบมผุดลุกขึ้นนั่ง ทำให้โนวาต้องลืมตาตาม

                เขามองแบม แล้วก็เห็นแสงขาวจากด้านนอกแลบแปลบปลาบลามมาถึงในห้องนอน ตามด้วยเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นราวกับท้องนภาเบื้องบนจะถล่มลงมาให้ได้ 

                โนวาจำได้ว่าแบมกลัว 

                “หูฟังอยู่บนห้องเสียด้วย พี่ลืมเอาลงมาให้” 

                “มะไม่เป็๲ไร” แบมหลับตาปี๋ พยายามจะพลิกตัวไม่ให้ต้องเห็นแสง โนวาเองก็ไปขยับปิดม่านให้ไม่เหลือรอยแหวก 

                แต่...ท้องฟ้าภายนอกก็แปรปรวนเกินไป จนแสงยังพยายามลอดรอยม่านเข้ามาจนได้

                “แบมครับ พี่อยู่ตรงนี้ ไม่ต้องกลัว” เขาขยับตัวเข้าไปใกล้น้อง

                แต่เหมือนอีกฝ่ายจะหูดับไปแล้วไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น โนวาไม่รู้จะต้องทำยังไงดี เขาไม่คิดมาก่อนว่าแบมจะกลัวขนาดนี้ 

                ครั้งหนึ่งสมัยแบมยังตามจีบเต้าหู้ แฟนของเพื่อนเขา 

                น้องมันเคยใช้มุกนอนคนเดียวกลางคืนไม่ได้ ต้องไปขอนอนกับเต้าหู้ เขาเองก็เป็๞คนแยกมันให้ต้องไปนอนคนเดียว โดยไม่รู้เลยว่าถ้าคืนนั้นฟ้าแปรปรวนหนักเหมือนคืนนี้ แบมจะนอนยังไง 

                เปรี้ยง !! 

                ฟ้าเหมือนจะผ่าดังขึ้นอีกจนแบมตัวสั่นไปหมดแล้ว 

                “มะ...แม่...แม่อย่าทิ้งแบมไปนะ มะไม่เอา...ไม่อยากเห็น” 

                โนวาคิดว่าไม่ได้การณ์แล้ว ก่อนที่แบมจะจิตหลุดไปมากกว่านี้ เขารีบเอาผ้านวมคลุมตัวแบมไว้ แล้วให้อีกฝ่ายขี่หลังตัวเองออกไปที่ห้องนั่งเล่น

                ตรงนั้นอยู่ห่างจากหน้าต่าง แบมน่าจะสบายใจกว่า

                “ไม่เป็๞ไรแบม พี่อยู่ อยู่กับแบมนะ”

                โนวาใช้เสียงนุ่มนวลพูดให้คนน้องผ่อนคลาย และพอสังเกตจึงได้เห็นว่าใบหน้าลูกหมาน้อยของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยคราบน้ำตา

                นักบินหนุ่มไม่รู้ว่า...แบมเคยมีความหลังอะไรท่ามกลางสายฟ้า จึงทำให้น้องทั้งกลัว และเศร้าสร้อยได้ขนาดนี้

                “ให้พี่กอดแบมนะครับ”

                แบมไม่ปฏิเสธ โนวาจึงถือเอาว่าอีกฝ่ายอนุญาตจึงขยับตัวไปสวมกอดแบมไว้ กดหน้าน้องให้จมอยู่กับอกเขาแล้วพยายามใช้ตัวเองกำบังเสียงให้แบม 

                “พี่อยู่ตรงนี้แล้ว ไม่ต้องกลัวอะไรแล้วนะแบม”

                คนน้องเหมือนเจอที่พึ่งอันอบอุ่นท่ามกลางพายุฝนกระหน่ำที่ปะทะร่างจนหนาวเหน็บ ยอมซุกตัวนิ่งอยู่กับอกกว้างของโนวา

                บางทีพวกเขาคงลืมไป ว่าค่ำคืนนี้ยังมีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ร่วมในคอนโดฯ ด้วย 

                ดวงตาแบบลูกแมวน้อยที่โนวาเคยชื่นชมในใจ บัดนี้กลับมองฝ่าความมืดมาด้วยความแข็งกร้าว 

                ‘อย่าคิดว่าจะได้รักกันสบาย ๆ เลยพวกมึง’