รุ่งอรุณแรกหลังคืนวันล้างตระกูลจ้าวมาเยือนพร้อมกับสายลมตะวันออกที่พัดพาเอากลิ่นอายคาวเืและเถ้าถ่านลอยหายไปจากเมืองชิงหยาง ทรัพย์สิน คลังโอสถ และสิทธิ์ในเหมืองแร่ปราณปฐีทั้งหมดของตระกูลจ้าวถูกโอนย้ายมายังตระกูลหลินภายใต้การจัดการอันรวดเร็วของจวนเ้าเมืองหม่า ยามนี้ตระกูลหลินกลายเป็ขั้วอำนาจหนึ่งเดียวที่เมืองชายแดนแห่งนี้อย่างเบ็ดเสร็จ
ทว่า สำหรับหลินเฟิงแล้ว ทรัพย์สินอันมั่งคั่งเหล่านี้กลับเปรียบเสมือนกรวดทรายริมทาง จิตใจของเด็กหนุ่มบัดนี้ลอยล่องไปยัง **"นครหลวงตี้ตู"** ศูนย์กลางแห่งความบ้าคลั่ง อำนาจ และสายเืทรยศที่กักขังบิดาของเขาไว้ในคุก์
ภายในห้องลับใต้ดิน หลินเฟิงนั่งขัดสมาธิอยู่เบื้องหน้ากล่องไม้โบราณ พลังิญญาสีทองร้อยส่วนในร่างกำลังหมุนเวียนแผ่ขยายเข้าโอบอุ้ม **"หยกพกวิหคน้ำแข็ง์"** ครึ่งซีกที่มารดามอบให้ ทันทีที่กระแสพลังมรรคาภพัักับเนื้อหยก อักขระสีฟ้าครามบนผิวหยกพลันสว่างวาบ ปลดปล่อยไอเย็นอันบริสุทธิ์สายหนึ่งพุ่งเข้าสู่สมองของหลินเฟิง
*วูมมมมม...*
ภาพมายาในอดีตพลันปรากฏขึ้นในเนตริญญา... มันคือภาพของบุรุษชุดเกราะทองคำผู้หนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวองอาจ ในมือถือกระบี่ศึกสีครามกวัดแกว่งเข้าฟาดฟันกับยอดฝีมือนับร้อยเพื่อเปิดทางให้สตรีมีครรภ์ผู้หนึ่งหนีรอด บุรุษผู้นั้นถูกศรอาบพิษนับสิบดอกปักตรึงทั่วร่าง ทว่าดวงตาของเขากลับยังคงจ้องมองตามหลังสตรีผู้นั้นด้วยความรักและห่วงใยอันไร้ขีดจำกัด ก่อนที่เขาจะถูกโซ่ตรวนทมิฬนับร้อยเส้นพุ่งขึ้นมาจากใต้ดินเข้าฉุดลากลงสู่ความมืดมิด
"ท่านพ่อ..." หลินเฟิงหลุดปากเรียกเสียงสั่นเครือ เพลิงโทสะในอกลุกโชนจนทำให้ถ้ำศิลาโดยรอบเริ่มปริร้าว กายาัจักรพรรดิมรรคาร่ำร้องคำรามตอบรับดั่งสัตว์ร้ายที่พร้อมจะทลายกรงขัง
*‘ใจเย็นก่อนเ้าหนู... อย่าปล่อยให้จิตมารเข้าครอบงำ’* เสียงของิญญามรรคาภพดังก้องเตือนสติ ดุจดั่งน้ำเย็นชโลมใจ *‘ภาพที่เ้าเห็นคือตราประทับจิตที่พ่อของเ้าร่ายไว้ก่อนถูกจับ พลังิญญาของเขาในยามนั้นอยู่ระดับนภาขั้นสูงสุด ใกล้จะก้าวเข้าสู่ระดับ์ ทว่าเขากลับถูกสะกดได้อย่างง่ายดาย นั่นหมายความว่า ยอดฝีมือของตระกูลมู่หรงสายรองและราชสำนักที่ลงมือในยามนั้น... ต้องมีตัวตนระดับ์หรือเหนือนภาขั้นสูงหนุนหลังอยู่ไม่ต่ำกว่าสามคน!’*
"ระดับ์งั้นหรือ..." หลินเฟิงกำหมัดแน่นจนข้อข้อมือเสียงลั่น แววตาเื้ัหน้ากากเหล็กส่องประกายเหี้ยมเกรียม "ต่อให้เป็ระดับเซียนะ หากพวกมันกล้าขวางทางข้า ข้าก็จะใช้กระบี่เพลิงมรรคานี้ฟาดฟันพวกมันให้ดับสูญ!"
*‘หึหึ สะใจยิ่งนัก! สมกับเป็ผู้สืบทอดของข้า!’* ิญญาโบราณหัวเราะลั่นอย่างชอบใจ *‘ยามนี้พลังบ่มเพาะของเ้าอยู่ที่ระดับแก่นแท้ขั้นต้น แม้จะมีรากฐานร้อยส่วนและกายาัจักรพรรดิคอยหนุนหลังจนสามารถฆ่าระดับนภาขั้นต้นได้ แต่มันยังไม่พอหากต้องเผชิญหน้ากับระดับ์ ข้าจะช่วยเ้าสกัดและหลอมรวม "แก่นแท้วิหคน้ำแข็ง" จากหยกครึ่งซีกนี้เข้าสู่ทะเลิญญาของเ้า มันจะช่วยให้เ้าบรรลุสู่ระดับแก่นแท้ขั้นกลาง และะเิพลังสายธาตุน้ำแข็งสุดขั้วได้!’*
"ลงมือเถอะครับท่านผู้เฒ่า!"
หลินเฟิงกางฝ่ามือออก ทันใดนั้น เปลวไฟสีแดงสลับทองจากกระบี่เพลิงมรรคาพุ่งเข้าห่อหุ้มหยกพกวิหคน้ำแข็ง หลอมละลายเนื้อหยกชั้นนอกจนกลายเป็ของเหลวสีฟ้าครามบริสุทธิ์ ลอยเข้าสู่หน้าผากของหลินเฟิงโดยตรง ความเย็นะเืดั่งน้ำแข็งหมื่นปีแล่นพล่านเข้าสู่เส้นชีพจริญญาทันที มันปะทะเข้ากับเพลิงมรรคาอันร้อนแรงจนทำให้ร่างกายของเด็กหนุ่มสั่นสะท้านดั่งถูกสับแบ่งเป็สองซีก
"อึ่ก... อ๊ากกกกกกก!"
ความทรมานของการหลอมรวมพลังสองขั้วสายฟ้าและน้ำแข็ง เพลิงและเหมันต์ เดือดพล่านอยู่ในท้องทะเลิญญาร้อยส่วน รอยสักัทองที่แผ่นหลังของหลินเฟิงพลันแปรเปลี่ยนเป็รูปัทองพันกายล้อมรอบวิหคน้ำแข็ง์ แผ่รังสีพลังงานอันมหาศาละเิทะลักออกมานอกถ้ำจนเกิดพายุหิมะเพลิงพัดกระหน่ำไปทั่วน่านฟ้าคฤหาสน์ตระกูลหลิน!
ในเวลาเดียวกัน ณ ลานกว้างส่วนหน้าของคฤหาสน์ตระกูลหลิน บรรยากาศที่เคยสงบสุขกลับถูกทำลายลงด้วยการมาเยือนของกลุ่มคนในชุดเกราะไหมสีทองขลิบดำ... พวกมันคือ **"กองกำลังองครักษ์เสื้อแพรพิฆาต"** หน่วยรบพิเศษสายตรงของราชสำนักต้าเซี่ย!
ยอดฝีมือองครักษ์สิบคนยืนเรียงรายแผ่กลิ่นอายพลังระดับหลอมรวมขั้นสูงสุด และผู้ที่ยืนนำหน้าคือบุรุษร่างสูงโปร่งในชุดขุนนางขั้นสาม ใบหน้าเกลี้ยงเกลาไร้หนวดเครา แววตาเต็มไปด้วยความจองหองและดูแคลน... มันคือ **"ขันทีเกา"** ยอดฝีมือระดับนภาขั้นกลาง ผู้รับใช้ใกล้ชิดของอัครมเหสีมู่หรงแห่งราชสำนัก (ผู้นำตระกูลมู่หรงสายรองในปัจจุบัน)
"หลินซู่ซู่! จงออกมาคุกเข่ารับราชโองการสีเืจากองค์จักรพรรดิบัดนี้!" เสียงแหลมสูงแฝงพลังิญญาของขันทีเกาดังก้องกังวาน บดขยี้แผ่นกระเื้ัคาคฤหาสน์ตระกูลหลินจนแตกกระจาย คนงานและบ่าวไพร่ตระกูลหลินต่างถูกแรงกดดันระดับนภาจนทรุดลงไปนอนราบกับพื้นดิน
ประตูเรือนหลักเปิดออกช้า ๆ หลินซู่ซู่ในชุดผ้าไหมสีฟ้าก้าวเท้าออกมา ใบหน้างดงามแฝงความเ็าแผ่กลิ่นอายพลังระดับหลอมรวมขั้นสูงสุดเข้าต้านทานแรงกดดันอย่างไม่เกรงกลัว "ขันทีเกา... พวกสุนัขรับใช้ตระกูลมู่หรงสายรองเช่นพวกเ้า ช่างดมกลิ่นไวไม่เบานี่ ผ่านไปไม่ถึงเจ็ดวันก็แจ้นมาถึงเมืองชายแดนแห่งนี้แล้วรึ?"
ขันทีเกาแค่นเสียงหัวเราะ *ฮิฮิ* อย่างน่าเกลียด แววตาสายตาจ้องมองหลินซู่ซู่ดั่งงูพิษพบเหยื่อ "หลินซู่ซู่... เ้าแสร้งทำเป็คนพิการตบตาพวกเรามานับสิบปี ทว่ายามนี้กลิ่นอายสายเืวิหคน้ำแข็งของเ้ากลับตื่นขึ้นจากการลงมือสังหารคนตระกูลจ้าว คิดรึว่าข่ายอาคมตรวจจับในเมืองหลวงจะไม่รับรู้? อัครมเหสีทรงมีพระราชโองการ... ยามนี้ตระกูลหลินสายย่อยก่อฏ สังหารขุนนางตระกูลจ้าว จงมอบตัวหลินเฟิงไอ้ขยะลูกฏนั่นมาซะ และเ้าต้องกลับไปรับโทษทัณฑ์ชำแหละเนื้อที่เมืองหลวง!"
"หากข้าบอกว่า... ไม่ล่ะ?" หลินซู่ซู่กำหมัดแน่น ไอเย็นรอบตัวเริ่มจับตัวเป็ศรน้ำแข็ง
"หึ! ไม่รึ? เช่นนั้นพวกข้าก็จะล้างบางคฤหาสน์แห่งนี้ให้กลายเป็ทะเลเืซะ! ทหาร! จับตัวนางแพศยานี่ซะ!" ขันทีเกาสั่งการเสียงเฉียบขาด
องครักษ์เสื้อแพรห้าคนชักดาบโค้งิญญาออกมา พลังปราณสีดำทมิฬะเิพุ่งเข้าล้อมหลินซู่ซู่หมายจะเผด็จศึกในกระบวนท่าเดียว ทว่าในยามที่พวกมันกำลังจะก้าวเท้าเข้าสู่ระยะสังหาร...
*ตูมมมมมมมมม!*
ประตูหอคัมภีร์ด้านหลังคฤหาสน์ะเิแตกกระจายกลายเป็เศษหินปลิวว่อน คลื่นพลังงานสองสีแดงเพลิงและฟ้าครามพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ควบแน่นกลายเป็ร่างของพญาัเหมันต์เพลิงขนาดั์ร่อนทะลวงลงมาจากฟากฟ้า แรงกดดันิญญาอันหนักแน่นและบริสุทธิ์ร้อยส่วนแผ่กระจายออกไป บดขยี้ร่างขององครักษ์เสื้อแพรทั้งห้าคนจนกระดูกแหลกเหลว ปลุกละลิ่วกระแทกกำแพงดับสูญไปในพริบตาโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะส่งเสียงร้อง!
ท่ามกลางกลุ่มฝุ่นควันที่คละคลุ้ง เงาร่างในชุดดำสวมหน้ากากเหล็กก้าวเดินออกมาช้า ๆ ทุกย่างก้าวที่เขาเหยียบลงบนพื้น ดินจะสลับระหว่างรอยไหม้เกรียมและน้ำแข็งขั้วโลก พลังบ่มเพาะของเขาบัดนี้ทะลวงเข้าสู่ **ระดับแก่นแท้ขั้นกลาง** อย่างสมบูรณ์ รากฐานแ่าจนแผ่แรงกดดันเทียบเท่าระดับนภาขั้นสูงสุด!
"เฟิงเอ๋อร์!" หลินซู่ซู่ร้องด้วยความยินดี ยามััได้ถึงพลังอันไร้เทียมทานของลูกชาย
"ท่านแม่... ลูกบอกแล้วอย่างไรเล่าว่าต่อจากนี้ไป จะไม่มีสุนัขตัวใดมารังแกท่านได้อีก" หลินเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะหันกลับมาจับจ้องขันทีเกาและองครักษ์ที่เหลือ แววตาหลังหน้ากากเหล็กเปลี่ยนเป็สีแดงฉานดั่งโลหิต
"แก... แกคือหลินเฟิงรึ?! พลังระดับนี้มัน... มันไม่ใช่ระดับแก่นแท้แล้ว! นี่มันระดับนภาชัด ๆ!" ขันทีเกาหน้าถอดสี ถอยหลังไปสามก้าวด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ข้อมูลจากเมืองชิงหยางบอกว่าหลินเฟิงเป็เพียงระดับแก่นแท้ขั้นต้น ทว่ายามนี้พลังตรงหน้ามันกลับน่าสะพรึงกลัวปานจอมทัพไร้พ่าย!
"รับราชโองการสีเืงั้นรึ?" หลินเฟิงแค่นเสียงเย็น ขยับมือขวาชักกระบี่เพลิงมรรคาออกจากฝักช้า ๆ ทันใดนั้น ใบกระบี่พลันส่องประกายสลับระหว่างเพลิงกัลป์และน้ำแข็งขั้วโลก อักขระโบราณสี่ตัวส่องสว่างเจิดจ้า "พวกสุนัขตอนจากเมืองหลวง... วันนี้ข้าจะใช้เืของพวกเ้า ชโลมป้ายราชโองการฉบับนี้เอง!"
"สามหาวนัก! จัดการมัน!" ขันทีเกาะโลั่น รีดเค้นพลังระดับนภาขั้นกลางทั้งหมดควบแน่นกลายเป็ฝ่ามือพิษสีเขียวคล้ำขนาดสิบเมตร พุ่งเข้าซัดใส่หลินเฟิงสุดแรงเกิด
หลินเฟิงยืนนิ่งสงบ ไม่ขยับเขยื้อนหลบแม้แต่น้อย เขาเพียงสะบัดกระบี่เพลิงมรรคาออกไปตรง ๆ เป็เส้นตรง กระบวนท่าเรียบง่ายทว่าแฝงไปด้วยสัจธรรมแห่งมรรคาภพ **"เพลงกระบี่มรรคาภพ: ตัดอัมพรเหมันต์!"**
*ซับ!*
ประกายกระบี่สีฟ้าครามแฝงเพลิงสีทองวาดผ่านอากาศดั่งสายฟ้าแลบ ตัดผ่านฝ่ามือพิษสีเขียวจนแยกเป็สองซีกก่อนจะแช่แข็งและเผาทำลายพลังงานนั้นจนสลายหายไปในอากาศ ความเร็วของประกายกระบี่ยังคงพุ่งทะยานต่อไป เจาะทะลวงผ่านร่างขององครักษ์เสื้อแพรที่เหลืออีกห้าคนจนร่างกายของพวกมันถูกแช่แข็งกลายเป็ประติมากรรมน้ำแข็งสีเื ก่อนจะะเิแตกกระจายเป็เศษเนื้อแหลกเหลวในเสี้ยววินาที!
กระบวนท่าเดียว... องครักษ์เสื้อแพรระดับหลอมรวมสิบคน ดับสูญสิ้น!
ยามนี้ สวนหน้าคฤหาสน์เหลือเพียงขันทีเกาคนเดียวที่ยืนตัวสั่นทึ่มดั่งลูกนกต้องพายุ ใบหน้าขาวซีดขยับปากพะงาบ ๆ ทว่าไม่มีเสียงหลุดออกมา ความมั่นใจและจองหองในฐานะคนของราชสำนักมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณความกลัวตายที่กุมหัวใจไว้แน่น
"ได้โปรด... ได้โปรดอย่าฆ่าข้า! ข้าเป็เพียงผู้ส่งสาส์นตามพระราชโองการของอัครมเหสีเท่านั้น!" ขันทีเกาทรุดเข่าลงโขกศีรษะอ้อนวอน แววตาไร้ซึ่งศักดิ์ศรี
หลินเฟิงก้าวเท้ามาหยุดตรงหน้ามัน ปลายกระบี่เย็นเยียบแตะอยู่ที่ลำคอของขันทีเฒ่า "บอกมา... ยามนี้ท่านพ่อของข้าถูกคุมขังอยู่ที่คุก์ชั้นที่เท่าไหร่? และผู้ใดคอยเฝ้าเวรยามอยู่ที่นั่น?"
ขันทีเกาสั่นสะท้านรีบสารภาพคำพูดออกมาดั่งทำนบแตก "สารภาพแล้ว! ข้าสารภาพแล้ว! แม่ทัพหลินเทียนห่าวถูกคุมขังอยู่ที่คุก์ชั้นที่เจ็ด... ถูกตรึงด้วย 'โซ่ตรวนสะกดิญญาเก้าอัปสร' ผู้ที่คอยเฝ้าดูแลคุก์ยามนี้คือ **'มู่หรงชาง'** ผู้าุโสามตระกูลมู่หรงสายรอง ยอดฝีมือระดับนภาขั้นสูงสุด!"
"ระดับนภาขั้นสูงสุดงั้นหรือ..." หลินเฟิงแค่นเสียงเย็น แววตาฉายรังสีอำมหิตลึกล้ำ "แล้วอัครมเหสีมู่หรงของพวกเ้า ยามนี้มีพลังบ่มเพาะอยู่ในระดับใด?"
"พระนาง... พระนางเพิ่งทะลวงเข้าสู่ **ระดับ์ขั้นต้น** เมื่อสามปีก่อนขอรับ! ยามนี้ทรงควบคุมอำนาจเบ็ดเสร็จในราชสำนัก... ได้โปรดละเว้นชีวิตสุนัขเฒ่าตัวนี้ด้วยเถิด!" ขันทีเกาโขกศีรษะจนเือาบหน้าน่าสมเพช
"ข้าเคยบอกไว้แล้ว... ใครที่คิดร้ายต่อครอบครัวของข้า มันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเลือกความตายของตัวเอง!"
หลินเฟิงขยับเท้าซ้ายเตะเข้าที่จุดตันเถียนของขันทีเกาอย่างรุนแรง พลังิญญาเหมันต์เพลิงพุ่งเข้าแช่แข็งและแผดเผาเส้นชีพจริญญาทั้งหมดของมันจนแหลกสลายกลายเป็คนพิการไร้ค่าในพริบตา ก่อนที่หลินเฟิงจะสะบัดมือขวาซัดฝ่ามือประทับ **"ตราประทับิญญามรรคา"** เข้ากลางหน้าผากของมัน
"ข้าจะยังไม่ฆ่าเ้ายามนี้... เ้าจงคลานกลับไปบอกอัครมเหสีและตระกูลมู่หรงสายรองในเมืองหลวงซะ... ว่าข้า หลินเฟิง ลูกชายของหลินเทียนห่าว กำลังจะเดินทางไปเหยียบนครหลวงตี้ตูในอีกไม่ช้า! จงเตรียมคอพวกมันไว้รอคมกระบี่ของข้าได้เลย!" หลินเฟิงตวาดเสียงต่ำ
"อ๊ากกกกกก!" ขันทีเการ้องลั่นด้วยความเ็ปปางตาย ร่างกายถูกตราประทับควบคุมสติสัมปชัญญะ มันกระเสือกกระสนคลานสี่ขาออกจากคฤหาสน์ตระกูลหลินกลับมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงดั่งสุนัขรับใช้ที่น่าสมเพชที่สุด
หลังจากความวุ่นวายสิ้นสุดลง หลินเฟิงหันกลับมาหาหลินซู่ซู่ แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "ท่านแม่... ยามนี้ความลับของพวกเราถูกเปิดเผยแล้ว ข้าไม่อาจปล่อยให้ท่านอยู่ที่เมืองชิงหยางแห่งนี้เพียงลำพัง ข้าจะจัดส่งคนของหอโอสถ์และจวนเ้าเมืองคอยคุ้มกันท่านลี้ภัยไปอยู่ที่มณฑลส่วนตัวของมู่หรงชิงเพื่อความปลอดภัย ส่วนตัวข้า... จะมุ่งหน้าสู่นครหลวงตี้ตูในคืนนี้ทันที!"
หลินซู่ซู่มองดูลูกชาย ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและปนเปไปด้วยความห่วงใย นางเดินเข้ามาสวมกอดหลินเฟิงแน่น "เฟิงเอ๋อร์... แม่รู้ว่าไม่อาจห้ามเ้าได้ ัย่อมต้องทะยานสู่ชั้นฟ้า จงระวังตัวให้มาก เมืองหลวงแห่งนั้นเต็มไปด้วยเสือหมอบัซ่อนและค่ายกลลวงตา... แม่จะรอฟังข่าวชัยชนะของเ้าและท่านพ่ออยู่ที่นี่"
"ขอรับท่านแม่... ลูกสัญญา ข้าจะพาตัวท่านพ่อกลับมาหาท่านอย่างปลอดภัยแน่นอน!" หลินเฟิงให้คำมั่นสัญญาเสียงหนักแน่น
ค่ำคืนนั้น หลังจากการจัดแจงความปลอดภัยให้แก่มารดาเรียบร้อยแล้ว หลินเฟิงในชุดคลุมสีดำสนิท สะพายกระบี่เพลิงมรรคา และสวมหน้ากากเหล็กธรรมดา เดินก้าวออกจากประตูเมืองชิงหยางเพียงลำพัง ท่ามกลางเสียงกระแสลมราตรีที่พัดหวีดหวิว
*‘หึหึ เ้าหนู... การเดินทางครั้งนี้สนุกแน่! นครหลวงตี้ตูแห่งนั้นมีกลิ่นอายของสมบัติโบราณและทะเลิญญาหนาแน่นกว่าเมืองชายแดนแห่งนี้นับร้อยเท่า มันจะเป็ลานประลองชั้นดีให้เ้าได้ทะลวงเข้าสู่ระดับหลอมรวมและระดับนภา!’* เสียงิญญามรรคาภพดังก้องชี้นำด้วยความตื่นเต้น
"มุ่งหน้าสู่นครหลวงตี้ตู... ล้างแค้นทวงคืนเื!"
หลินเฟิงเปิดใช้งาน **"ย่างก้าวมรรคาไร้ลักษณ์"** ขั้นที่สอง ร่างของเขาเลือนหายไปจากหน้าประตูเมืองชายแดน ปรากฏตัวห่างออกไปนับสิบลี้ในพริบตา ทะยานมุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางมณฑลจักรพรรดิด้วยพายุโทสะและบารมีราชันที่พร้อมจะพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์อาณาจักรต้าเซี่
ยให้สั่นะเืเลื่อนลั่นไปชั่วกาลนาน!