เกรซตื่นขึ้นมาตอนเช้าตรู่ สภาพร่างกายเปลือยเปล่า หล่อนนอนอยู่บนเตียงขาวที่มีเลือดสีแดงเปรอะเปื้อน กลิ่นบางอย่างกระแทกเข้าจมูกอย่างจังเมื่อลืมตาได้ที่ ครั้นเห็นชายหนุ่มที่นอนอยู่ข้างๆ จึงเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“เมื่อคืนนี้...เราทำกับเขาแบบนั้นจริงดิ...” เกรซจับหน้าตัวเองที่กำลังร้อนผ่าว เมื่อคืนนี้ค่อนข้างเมา ไม่สิความจริงก็มีสตินั่นแหละเพียงแต่ไม่คิดว่าตัวเองจะใจกล้า ถึงขนาดทำอย่างว่ากับเขาทั้งคืน
“อูย...เจ็บชะมัด ไหงมันบวมได้ละเนี่ย” เกรซอยากจะลุกไปล้างหน้าล้างตา แต่พอลุกขึ้นได้ไม่ทันไรหล่อนกลับเซ โดยเฉพาะด้านล่างตรงอวัยวะเพศ ตอนนี้สภาพบวมแดงแม้จะถูกปกคลุมด้วยป่าหนาทึบก็ตาม
หันไปมองชายหนุ่มที่ยังนอนไม่ตื่น เธอถึงกับใจเต้นตูมตามเมื่อเห็นสิ่งนั้น ที่แท้น้องชายยาวใหญ่ของเขาเข้ามาในร่างกายเธอ มิน่าถึงได้บวมและแสบแทบเดินไม่ได้ ทั้งยังทำให้เธอจุกจนแน่นท้อง ยิ่งคิดถึงเรื่องเมื่อคืนมากเท่าไหร่ใบหน้าร้อนผะผ่าว
“ตื่นแล้วเหรอ ไม่นอนต่ออีกหน่อย?” เจมส์มีปฏิกิริยาตอบสนองค่อนข้างสูง ดังนั้นแค่การขยับเพียงเล็กน้อยก็ปลุกให้เขาตื่นได้
เกรซเอามือซ้ายปิดกุหลาบบวมแดง ส่วนอีกมือใช้แขนทาบสองเต้าอวบอึ๋ม
“ฉันก็ตื่นเช้าเป็นปกตินั่นแหละ เพราะเมื่อก่อนต้องสอนจะเข้าวิทยาลัยสายได้ยังไง ว่าแต่เธอนั่นแหละตื่นขึ้นมาทำไม!”
“เพราะคุณขยับตัวผมเลยตื่นน่ะ” เขาหาวหวอด ในสภาพนั่งอยู่บนเตียงแก้ผ้าล่อนจ้อน อวัยวะเพศตั้งชูชัน เกรซไม่รู้ว่ามันแข็งตัวเต็มที่หรือยังแต่ที่แน่ๆ หล่อนรับไม่ไหวหากเขาต้องการมื้อเช้าเป็นสิ่งนั้น
“อาบน้ำก่อนนะ!” เกรซรีบไปที่ห้องน้ำ เพราะไม่ต้องการมองเขามากไปกว่านี้ อีกอย่างคือหล่อนกลัวว่าสงครามจะเกิดขึ้นในห้องอีกครั้ง
ชายหนุ่มหัวเราะมุมปาก เดินเข้าไปในห้องน้ำพร้อมกับหล่อน
เกรซอยากจะขัดขืนแต่ก็เปล่าประโยชน์ สุดท้ายเขาจึงช่วยอาบให้ ถูทุกซอกทุกมุมอย่างหน้าไม่อาย
ใบหน้าร้อนผ่าวเหมือนคนเป็นไข้ ในจังหวะที่เขาใช้สองมือโอบเล้าส่วนต่างๆ ของร่างกาย กอปรกับบั้นท้ายโดนอวัยะเพศลำยาวนั้นถูไถ อารมณ์ยิ่งมายิ่งมาก
อยากสัมผัสมันให้มากกว่านี้!
สุดท้ายในห้องน้ำจบด้วยเรื่องอย่างว่า
หล่อนถูกเขาอุ้มออกมา เนื้อตัวเปียกปอนโดยเฉพาะจุดลับที่เผยสีแดงสด
เกรซรีบสวมใส่เสื้อผ้า เพราะไม่อยากเปลือยมากไปกว่านี้ ประเดี๋ยวทั้งวันจะไม่ได้ทำอะไร
ถ้ามีเซ็กส์ทั้งวันคงขาดใจกันพอดี
ไม่สิความจริงหล่อนกลัวต่างหาก กลัวว่าหากทำแบบนั้นเรื่อยๆ กลัวว่าจะเสพติดเขาไปในที่สุด ถึงตอนนั้นคงน่าหงุดหงิดที่เขาไปกับผู้หญิงอื่นโดยไม่สนใจเธอ
เจมส์อยู่ในชุดเมื่อวาน หลังจากแต่งตัวเสร็จทั้งคู่ก็ออกไปหาอาหารเช้าทาน
“จริงสิ คุณคิดชื่อร้านได้หรือยัง” ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ เจมส์ถาม
เกรซจับปอยผมตัวเอง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้ม “ฉันคิดไว้แล้ว Cloudy Cafe เธอคิดว่าเป็นยังไง ดีไหม”
“ก็ดีนะครับ เดี๋ยวกินข้าวเสร็จผมจะได้สั่งให้ทอยทำให้”
“ขอบใจนะ...แล้วหลังจากนั้นเธอจะไปไหนล่ะ วันนี้มีเรียนหรือเปล่า”
“วันนี้ไม่มีเรียน ก็เลยจะแวะไปดูร้านแฮมเบอร์เกอร์ที่เปิดให้แม่สักหน่อย”
“เอ๋...เธอเปิดร้านแฮมเบอร์เกอร์ให้แม่เหรอ อยากลองทานดูจัง” เกรซไม่ได้อยากกินจริงๆ หรอก ก็แค่ต้องการสนิทแม่แฟนเท่านั้นเอง เผื่อในอนาคตยายเบียร์กับมิวสิคผนึกกำลังกันขึ้นมา เธอจะได้มีแรงโต้กลับ
เจมส์พยักหน้า “ได้สิ แต่ตอนนี้ร้านกำลังเพิ่งแต่งเติม อีกไม่กี่วันก็น่าจะเปิด แต่ราคาแฮมเบอร์เกอร์ค่อนข้างแพงนะ ราคาต่อชิ้นถูกสุดอยู่ที่ 179 บาท”
“แพงจริงด้วย มันทำมาจากเนื้ออะไร ต่างจากที่ขายในห้างเหรอ?” เกรซเบิกตาโพลง หล่อนเคยกินแฮมเบอร์เกอร์มาเหมือนกันแต่ร้านของเจมส์เพิ่งเปิด มาถึงก็ขายแพงแล้วแบบนี้จะมีคนซื้อกินเหรอ
“ขนมปัง”
“ขนมปัง...ยังไงอะ ฉันอยากจะรู้แล้วละสิ”
เจมส์เริ่มเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับร้านแฮมเบอร์เกอร์ หลังจากได้ฟังเกรซเริ่มมองเขาในมุมที่ต่างออกไปจากเมื่อก่อน
“เธอนี่สุดยอดจริงๆ ถึงกับทำให้ขนมปังมีรสชาติเหมือนเนื้อได้ งั้นก็ไม่แปลกที่มันจะแพง ยังไงซะของประเภทนี้ก็มีกลุ่มลูกค้าอยู่แล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นพวกกระเป๋าหนักและรักในสุขภาพ” ตอนแรกเกรซยังเป็นห่วงเรื่องราคา แต่พอได้ฟังคำตอบเธอจึงเข้าใจเรื่องราวทุกอย่าง
“ผมสุดยอดอยู่แล้ว ไม่งั้นจะเอาอาจารย์มาเป็นเมียได้เหรอ?” ชายหนุ่มหัวเราะมุมปาก
เกรซหน้าร้อนผ่าว โต้ตอบไปว่า “เดี๋ยวเถอะ ตอนนี้ฉันไม่ใช่อาจารย์แล้วนะ อีกอย่างคือ...อย่าเรียกเมีย”
“โอ้...คุณทำให้ผมเสียใจนะเนี่ย” เขาถอนหายใจ สีหน้าเศร้าหมอง
“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แค่..ยังไม่ชินน่ะ ก็เลยรู้สึกขนลุก แต่ถ้าอยู่ในห้องกันสองต่อสอง จะเรียกเท่าไหร่ก็ได้นะ” เกรซแทบอยากจะเอาหน้ามุดใต้โต๊ะหลังจากพูดบ้าๆ ออกไปกับเด็กหนุ่มอายุน้อยกว่า
“โอ้..เป็นแบบนี้นี่เอง งั้นเย็นนี้ผมว่าคุณคงได้เรียกอีกแน่ๆ”
“อะไรนะ จะไม่ให้ฉันพักเลยเหรอ!”
.........
เจมส์ปล่อยให้ทอยจัดการเรื่องร้าน ตอนนี้เดินทางมาที่โรงงานอุตสาหกรรมในสัตหีบ
พื้นที่โดยส่วนใหญ่ถูกปรับปรุงจนแล้วเสร็จ รวมถึงอาคารโรงงานได้ถูกดึงออกมาจากหน้าหนังสือ
พวกผู้เชี่ยวชาญที่คังแทฮีนำมาก็ทำงานได้เยี่ยม ฝีมือแตกต่างจากลูกศิษย์อาจารย์เกรียงไกรลิบลับ เรียกได้ว่าเทียบกันไม่ติด
“คุณยังไม่กลับเหรอ งานเสร็จแล้วนี่นา” ระหว่างตรวจสอบโรงงานแปรรูปอาหาร เจมส์พบกับนักรบที่กำลังเดินอยู่กับคนกลุ่มหนึ่ง
“แค่ตรวจสอบนิดหน่อย ผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบไร่คุณอีก” นักรบตอบ
“อย่างนี้นี่เอง แต่เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะ ผมไม่คิดอะไรหรอก อ้อจริงสิแล้วนี่บลูเบลล์ไปไหน ปกติพวกคุณตัวติดกันจะตายนี่นา” เจมส์สำรวจคนที่มากับนักรบ โดยส่วนใหญ่เป็นชายสูงวัยและมีอายุประมาณ 35 ปี แต่ไม่มีผู้หญิงในกลุ่ม
“เธอ...ไปดีแล้ว” น้ำเสียงของเขาฟังดูเศร้าหมอง บรรยากาศรอบกายทวีความเย็นเยียบ คล้ายกับพื้นที่โดยรอบถูกแช่แข็ง
“ผมขอโทษ...เสียใจด้วยนะ” เจมส์ตั้งตัวไม่ทัน เขาไม่คิดเลยว่าช่วงที่ยุ่งอยู่กับร้านอาหาร เหตุการณ์น่าสลดจะเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว
“ไม่เป็นไร” นักรบตบไหล่อย่างคนกันเอง “โรงงานนี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว และผมก็แปลกใจนะที่อยู่ๆ โรงงานก็ถูกยกมาไว้ที่นี่ คุณนี่ทรงพลังอย่างที่พ่อผมบอกจริงๆ สงสัยหลังจากนี้ต้องมองคุณใหม่แล้วละ”
“ขอบคุณ” เจมส์ไม่มีอารมณ์มาหลงตัวเอง
เขามองนักรบเดินจากไปพร้อมกับกลุ่มคนด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
ความจริงเขาสามารถย้อนเวลากลับไปเพื่อช่วยชีวิตบลูเบลล์ได้
แต่อย่างใดก็ตามเวลาเพียงหนึ่งวันเท่ากับต้องสูญเสียอายุขัย 1 ปี ซึ่งมันมากเกินไป
และถ้าหากเธอเสียไปเป็นเดือน นั่นไม่เท่ากับว่าต้องใช้อายุขัย 30 ปีแลกเลยเหรอ?
นั่นคือการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม
ของทุกอย่างบนโลกใช่ว่าจะไปฝืนมันได้ โดยเฉพาะเรื่องการเกิดและตาย
.......
เจมส์เดินทางกลับบ้านที่พัทยา
พริบตาก็ถึงวันเปิดร้านของแม่และแฟนสาวอย่างเกรซ
เจมส์เดินทางไปที่ร้าน Cloudy Cafe ก่อน ที่นั่นได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก ด้วยการตกแต่งร้านที่หลุดออกมาจากเทพนิยาย มันได้กลายเป็นไวรัลโด่งดังในโลกอินเตอร์เน็ตเพียงไม่กี่วัน
ซึ่งแน่นอนทุกคนที่เข้ามาทานต่างก็สนใจความแปลกใหม่ของร้านเท่านั้น
พวกเขาไม่สนใจหรอกว่ารสชาติจะอร่อยหรือแย่ แค่หามุมถ่ายรูปสวยๆ ไว้อวดเพื่อนแค่นั้นเอง
เกรซในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่นชอบการถ่ายรูป มีเหรอจะไม่เข้าใจถึงจุดประสงค์ของคนที่มา ดังนั้นหล่อนจึงค่อนข้างกดดัน กลัวว่าจะทำไม่อร่อย ลูกค้าจะไม่กลับเข้ามาในร้านอีก
“ไม่ต้องกังวล คนที่ผมนำมาเป็นลูกมือให้คุณมีแต่มือฉมังทั้งนั้น เพราะงั้นวางใจได้ แต่ถ้าหากคุณทำให้ยอดขายแย่ขึ้นมา ระวังนะน้องสาวอาจจะบวมแดง...” เจมส์เข้ามากระซิบข้างหู จากนั้นก็เดินหลบฉากออกไป ปล่อยให้เธอหน้าขึ้นสียืนรับออเดอร์ลูกค้าหน้าเคาน์เตอร์
“ตาบ้า ขืนให้ทำแบบนั้นอีกตายแน่ ตอนนี้ฉันไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเธอมีผู้หญิงกี่คน กลับกันอยากให้มีเยอะๆ จะได้แบ่งเบาภาระ” เกรซบ่นกับตัวเอง และในขณะเดียวกันก็ต้องรับมือกับลูกค้าภายในร้าน
หุ่นแองเจิ้ล 21 ถูกดึงออกมาเป็นพนักงานในร้าน
พวกหล่อนอยู่ในชุดยูนิฟอร์มสีขาวสะอาด ด้านหลังมีปีกเล็กๆ เหมือนนางฟ้า แน่นอนว่าเกรซเองก็อยู่ในชุดนั้น
ปฏิเสธไม่ได้ว่า Cloudy Cafe เป็นคาเฟ่ที่หลุดมาจากเทพนิยาย ดังนั้นการแต่งตัวของพนักงานจึงต้องโดดเด่น จะธรรมดาแบบร้านทั่วไปได้ยังไง
ในฐานะผู้บริหาร เจมส์เข้าใจถึงเรื่องนี้ดี แม้บางคนอาจจะมองว่ามันไม่จำเป็นเลยที่ต้องทำ รสชาติสิสำคัญกว่า
แต่สำหรับเจมส์ทั้งภาพลักษณ์และรสชาติเราไม่สามารถทำอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ทั้งสองต้องดีเลิศ ห้ามมีข้อบกพร่องโดยเด็ดขาด
ช่วงบ่ายเจมส์เดินทางไปที่ร้าน Burger Queen หากเทียบกับคาเฟ่ ที่นี่ค่อนข้างเงียบ ไม่มีลูกค้าเลยสักคน