เจ็ดวันผ่านไปหลังจากที่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันในตอนนี้ลั่วอู่หลินยืนมองเรือเหาะที่กำลังออกเดินทางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างสุดซึ่ง ในเมืองหลวงอาณาจักรสายลมตอนนี้มีองค์รัชทายาทลั่วหยุนซานได้ทำหน้าที่แทนองค์จักรพรรดิเป็การชั่วคราวซึ่งตบะของเขาอยู่ในระดับขั้นกลางย่อมไม่มีใครกังขา
เมื่อเรือเหาะได้ลอยหายไปจากสายตาลั่วอู่หลินก็พลันหันหลังเดินกลับไปทันทีก่อนจะสั่งคนรับใช้ประจำตำหนักว่าห้ามผู้ใดรบกวนเขาเด็ดขาด แม้คำสั่งนี้จะทำให้ข้ารับใช้เ่าั้ประหลาดใจแต่ก็ทำได้เพียงทำตามคำสั่งเท่านั้น
ชายหนุ่มเมื่อจัดการทุกๆอย่างเสร็จสิ้นก็พลันออกจากวังโดยใช้กำแพงที่เจาะรูไว้ในตอนแรกทันที การเคลื่อนไหวของเขาตอนนี้ประดุจแสงสีฟ้าที่พุ่งเร็วราวดาวตกอย่างไรอย่างนั้น
เพียงไม่ถึงครึ่งก้านธูปเขาก็เข้ามายังใจกลางป่าใหญ่ได้ในที่สุด "พี่สาวพวกเรามาถึงแล้ว ท่านจะให้ข้าทำอะไรต่อไป??"
"เ้าราชสีห์ทองคำตัวที่เคยสู้กับเ้า เราจะจัดการมันและเข้าไปยังถ้ำที่มันเฝ้าอยู่เพราะข้าััได้ถึงอะไรบางอย่งด้านในนั้น"
"ราชสีห์ทองคำ!!! แต่ข้ายังอยู่เพียงจอมพลขั้นแปดเองนะพี่สาว สู้กับมันไม่เท่ากับว่าพาตัวเองไปตายหรอกหรือ?"ลั่วอู่หลินตั้งคำถามด้วยความแปลกใจ
"แน่นอนหากว่าเข้าไปปกติย่อมมีแต่ตายกับตาย แต่อย่าลืมว่าเมื่อหนึ่งปีก่อนเ้าสิงโตนั่นโดนพิษหยินสุดขั่วเข้าไป เ้าคงไม่คิดว่าพิษของข้ากระจอกถึงขนาดที่สัตว์อสูรระดับกษัตริย์จะถอนมันได้หรอกนะ ตอนนี้จากที่ข้าคาดเดาพิษนั้นเริ่มบั่นทอนระดับของเ้าสิงโตนั่นไปมากแล้ว ตอนนี้ระดับของมันน่าจะอยู่ที่กษัตริย์ขั้นต้นซึ่งเ้ารับมือได้แน่นอน"ไฉ่เยว่เอ๋อกล่าวอธิบาย
"เช่นนั้นก็เอาตามที่ท่านว่า"ลั่วอู่หลินไม่รอช้าพุ่งตรงไปยังเขตของราชสีห์ทองคำในทันที เมื่อเดินทางเข้ามายังเขตราชสีห์ทองคำชายหนุ่มก็เตรียมการทุกอย่างอยู่พักใหญ่
ราชสีห์ทองคำตอนนี้กำลังนอนหลับไหล ตัวของมันหากสังเกตุดีๆจะมีไอร้อนออกมาเนื่องจากมันต้องใช้พลังต่อต้านพิษหยินตลอดเวลามิเช่นนั้นตัวมันจะตายอย่างไม่รู้ตัว
ลั่วอู่หลินเมื่อเห็นว่าเป็โอกาสดี เขาสร้างคันศรน้ำแข็งไว้ในมือทันทีก่อนที่จะง่างและรวบรวมพิษหยินเอาไว้ที่หัวลูกศรน้ำแข็งและยิงมันออกไป
"ฟิ้ว!"
"สวบ!"
"โฮกก!!!"
ราชสีห์ทองคำร้องคำรามโหยหวน ลั่วอู่หลินใช้โอกาสนี้สับเปลี่ยนอาวุธจากคันศรกลายเป็หอกและพุ่งเข้าหามันในทันทีด้วยย่างก้าวเงาสนทยา ในขณะเดียวกันราชสีห์ทองคำะเิพลังออกมาเปลวเพลิงสีทองลุกไหม่ไปทั่วร่าง และฟาดกรงเล็บสีทองอันแหลมคมเข้าปะทะกับหอกน้ำแข็งของลั่วอู่หลินทันทีทำให้ชายหนุ่มต้องถอยหล่นออกไปถึงสามเก้าด้วยกัน
"ฟู่ว!"
"ระวังนั่นคือเพลิงอสูรราชสีห์ทองคำ น่าจะเป็ไม้ตายของมัน หากโดนเข้าไปแม้จะเป็เ้าก็ยากจะทานทนความเสียหายได้"ไฉ่เยว่เอ๋อกล่าวเตือน
"เช่นนั้นข้าเองก็ข้าขอลองวิชาใหม่ที่ท่านสอนให้หน่อยก็แล้วกัน"ดวงตาของชายหนุ่มพลันเปลี่ยนเป็สีม่วงทอประกาย ไม่ว่าจะเป็จุดตาย กล้ามเนื้อ เส้นลมปราณ รวมไปถึงเส้นเื ชายหนุ่มก็มองมันออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
หอกในมือปักลงยังพื้น ก่อนที่มือสองข้างผสานกันเป็รูปแบบแปลกประหลาด ทันใดนั้นมีดบินน้ำแข็งนับร้อยเล่มปรากฏอยู่ทั่วผืนฟ้าบริเวณคมมีดทุกเล่มหากสังเกตุดีๆจะมีประกายสายฟ้าสีดำปกคลุมเอาไว้
"ทักษะร้อยคมเขี้ยวผนึกเหมันต์"
ชายหุ่มชี้นิ้วไปทางสิงโตทองคำมีดบินน้ำแข็งร้อยเล่มก็พุ่งทะยานไปในทิศทางเดียวกันในทันที ทางด้านเ้าราชสีห์ทองคำมีหรือที่จะยอมง่ายๆตัวมันกระทืบพื้นดินหนึ่งครั้งเปลวเพลิงสีทองพุ่งทะยานกลายเป็กำแพงเพื่อป้องกันมีดบินน้ำแข็งเ่าั้ พร้อมกับเสียงคำรามอย่างได้ใจ
ลั่วอู่หลินยกยิ้มเย็นลากนิ้วขึ้นฟ้าเมื่อมีดน้ำแข็งใกล้จะปะทะกับเปลวเพลิงมันก็เปลี่ยทิศทางและพุ่งขึ้นท้องนภาเหมือนกับที่ลั่วอู่หลินสั่งการ ก่อนที่ชายหนุ่มจะกดมันลงมายังเบื้องล่างซึ่งเป็ช่องโหว่เดียวของราชสีห์ทองคำตัวดี
"สวบ!!"การโจมตีนับร้อยพุ่งเข้าหาร่างสีทองใหญ่โตไม่ขาดสาย ลั่วอู่หลินไม่วายคว้าหอกน้ำแข็งที่อยู่ข้างๆพุ่งเข้าตรงไป ดวงตาสีม่วงกวาดไปมาเพื่อหาจุดอ่อนที่เหมาะสม ซึ่งก็ระบุได้อย่างรวดเร็วว่าเป็บริเวณดวงตาของมัน ชายหนุ่มไม่รีรอสร้างชุดเกราะน้ำแข็งขึ้นมาทั่วร่างทั้งยังผสานพลังสายฟ้าทมิฬเพื่อเร่งความเร็วให้ถึงขีดสุดฝ่าทะลุกำแพงเพลิงอสูรของเ้าราชสีห์ท้องคำและแทงหอกเข้าสู่ดวงตาของมันจนหมดมิดและะโออกมาทันใด
เกราะน้ำแข็งที่สร้างเมาเอาไว้รับมือเพลิงอสูรพันละลายอย่างง่ายดายจากการโดนความร้อนแผดเผา ทางฝั่งราชสีห์ทองคำนั้นเรียกได้ว่าเ็ปอย่างสุดแทนแต่พลังของมันก็มิอาจจะต้านพิษหยินที่สะสมรวมกันได้อีกต่อไป
"โฮก!!"
มันโห่ร้องคำรามและดิ้นรนเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่จะขาดใจตายและกลายเป็น้ำแข็งไป ชายหนุ่มที่เห็นว่าศัตรูไม่มีลมหายใจแล้วเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก การต่อสู้ในครั้งนี้แม้จะเห็นว่าฝั่งลั่วอู่หลินได้เปรียบอย่างท่วมท้น แต่ความจริงแล้วหากการโจมตีสุดท้ายไม่ได้ผลคนที่ตายอาจจะเป็ชายหนุ่มเองก็เป็ได้ เพราะหอกสุดท้ายที่เขาใช้นั่นคือการบีบอัดพลังปราณและพิษหยินเกือบทั้งหมดของเขาแล้ว
"เห้อ ความสามารถข้าตอนนี้แทบจะสู้กับระดับกษัตริย์ไม่ได้จริงๆ"ลั่วอู่หลินถอนหายใจและเดินที่ร่างของราชสีห์ทองคำก่อนที่เอาแกนอสูรของมันออกมา แต่ทว่าที่เขาพบเจอไม่ใช่เพียงแค่แกนอสูรเท่านั้นมันยังมีสิ่งของแปลกประหลาดอีกสองอย่างด้วยกัน หนึ่งคือเปลวเพลิงสีทอง สองคือสิ่งที่คล้ายกระดูกแต่กลับเป็รูปลักษณ์ของคล้ายหัวราชสีห์ทองคำ
"เ้าหนูรีบสร้างกล่องน้ำแข็งออกมาแล้วเก็บเปลวเพลิงนั่นเอาไว้ ส่วนกระดูกนั่นก็เก็บใส่แหวนมิติซะ"ไฉ่เยว่เอ๋อกล่าวด้วยท่าทีตื่นเต้น ลั่วอู่หลินรีบทำตามที่นางกล่าวทันทีและชักนำเปลวเพลิงสีทองเข้ากล่องน้ำแข็งไป ส่วนกระดูกชิ้นนี้เขาก้เก็บใส่แหวนมิติเช่นเดียวกันแม้จะไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่หากไฉ่เยว่เอ๋อตื่นเต้นขนาดนี้แสดงว่ามันต้องล้ำค่าอย่างแน่นอน
"เรียบร้อยที่เหลือก็แค่เข้าไปด้านในถ้ำสินะ"เมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้น ชายหนุ่มก็หันกายพุ่งไปยังถ้ำทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้เนื่องจากเขาอยากจะไปยังมิติที่พวกลู่ฟางหนิงไปเต็มแก่แล้ว
ด้านในถ้ำเมื่อชายหนุ่มก้าวเข้ามาเขาราวกับหลุดไปอีกโลกหนึ่งไอปราณฟ้าดินในถ้ำนี้นับว่าหนาแน่นอย่างยิ่งจนลั่วอู่หลินแทบไม่อยากจะเชื่อมาว่าสถานที่เช่นนี้อยู่
ชายหนุ่มยังคงเดินเข้าไปลึกขึ้นดวงเนตรอสรพิษ์กวาดสายตามองรอบๆเพื่อตรวจสอบความผิดปกติ ทุกฝีก้าวในการเดินเต็มไปด้วยความระมัดระวังจนในที่สุดพวกเขาก็พบเข้ากับต้นตอของไอปราณฟ้าดินที่หนาแน่นเหล่านี้
"มะ มันคือ?"
"มันคือสายแร่หินปราณใต้พิภพ"ไฉ่เยว่เอ๋อกล่าวตอบ
"หินปราณมันคืออะไร?"
"มันคือสิ่งที่ก่อเกิดจากการสะสมของพลัง์และโลก ซึ่งเ้าสามารถดูดซับโดยตรงได้โดยไม่ต้องใช้จิตอสูรเทวะเพราะมันบริสุทธิ์อยู่แล้ว.........อย่ามัวแต่ถามให้มากความรีบนั่งลงและบ่มเพาะได้แล้ว ด้วยสายแร่ขนาดนี้เพียงพอให้เ้าบรรลุระดับจักรพรรดิได้เลยทีเดียว"ชายหนุ่มเมื่อได้ยินก็ไม่รอช้า เขานั่งลงหลับตาและเริ่มกระบวณการดูดกลืนในทันทีโดยที่ไฉ่เยว่เอ๋อกางม่านพลังปิดปากถ้ำเอาไว้ให้
ต้องบอกก่อนว่าการที่ได้พบเจอสายแร่หินปราณขนาดนี้นับว่าเกินกว่าที่ไฉ่เยว่เอ๋อคาดการเอาไว้มาก ตอนแรกนางคิดว่าด้านในถ้ำนี้ต้องมีสมบัติสักชิ้นสองชิ้นก็เพียงเท่านั้น อีกทั้งด้วยจำนวนที่เยอะขนาดนี้หากเป้นคนอื่นคงจะบรรลุระดับบรรพชนได้เลยทีเดียวแต่ด้วยลั่วอู่หลินมีตันเถียนที่ใหญ่เกินไปจึงทำได้แค่ระดับจักรพรรดิขั้นต้นเพียงเท่านั้น
"หุหุ ช่างเป็เด็กน้อยที่น่าดูชมซะจริง บรรลุระดับเร็วๆก็ดีบนโลกใบนี้ยังมีสิ่งที่เ้าต้องเรียนรู้อีกมากนัก"นางเซียนกล่าวจบก็กลับไปยังทะเลแห่งจิตใจของชายหนุ่มนั่งลงและช่วยดูดกลืนพลังปราณฟ้าดินในทันที หากมีนางคอยช่วยเหลือย่อมประหยัดเวลาไปได้มาก
ในขณะที่นางกำลังเข้าสู่กระบวณการดูดกลืนสายตาก็พลันชำเลืองมองไปยังราชันัสายฟ้าที่ตอนนี้ก็ไม่ได้หลับไหลอีกต่อไปแต่กลับกำลังช่วยลั่วอู่หลินในการดูดกลืนปราณฟ้าดินเช่นเดียวกับที่นางกำลังจะทำ หญิงงามที่เห็นพลันยกยิ้มหากเป็แบบนี้เวลาที่ใช้ก็จะยิ่งลดลงไปอีก นี่คงเป็ข้อได้เปรียบของคนที่มีดวงจิตอสูรเทวะแฝดกระมัง ยิ่งสายฟ้าสีดำของราชันัสายฟ้าตัวนี้ก็มีองค์ประกอบเป็ความมืดที่จัดเป็ธาตุหยินด้วยแล้วมันยิ่งเป็ผลดีต่อการบ่มเพาะของชายหนุ่มเอามากๆ