ที่อำเภอติดกันสว่างไสวไปด้วยแสงไฟหลากสี เสียงประกาศจากเวทีดนตรีพื้นบ้านดังแข่งกับเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ และเสียงตามซุ้มเกมต่าง ๆบรรยากาศแบบนี้เต็มไปด้วยความครึกครื้น ระหว่างที่เชิดเดินดูงานอยู่เงียบ ๆ สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับร่างของ คุณอ้อนลูกสาวคนโตของกำนันเก่ง ที่วันนี้มาเที่ยวกับกลุ่มเพื่อน ๆ เธอสวมชุดนักเรียนพละสีขาวและกางเกงขาสั้นสีฟ้าเข้มดูเรียบง่ายแต่ก็เย้ายวนภายใต้แสงไฟหลากสีของงานกาชาดขับให้เธอดูสดใสเกินวัย รอยยิ้มของอ้อนที่ส่งให้เพื่อน ๆ เวลาหัวเราะนั้น กลับกลายเป็เหมือนแสงไฟที่แยงตาเชิด เชิดหลบมุมยืนมองอยู่ห่าง ๆ ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมา “นี่แหละ…หนึ่งในวิธีที่จะทำให้มันเ็ปที่สุด”
เชิดเดินตามและคอยแอบมองห่าง ๆ จนเวลาผ่านไปจนกลุ่มเพื่อนของอ้อนแยกย้ายกันกลับและบ้างก็ไปเล่นที่จุดอื่น เชิดจึงสบโอกาสเดินเข้าไปใกล้ ตอนที่อ้อนกำลังยืนลุ้นเกมปาโป่งอยู่คนเดียว เสียงทักทายของเชิดทำให้อ้อนสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันมายิ้มบาง ๆ
“พี่เชิด… มาคนเดียวเหรอคะ” เสียงใสถามขึ้น
เชิดยิ้มมุมปาก ไม่ตอบตรง ๆ แต่ยืนอยู่ข้าง ๆ อ้อน ราวกับกำลังคุ้มกันเธอจากแสงไฟและผู้คนที่ผ่านไปมา มือหนาของเขายื่นไปช่วยจับลูกดอก แอบโน้มตัวเข้ามาประกบใกล้ตอนสอนวิธีเล็ง กลิ่นกายของเชิดทำเอาอ้อนหน้าแดงโดยไม่รู้ตัว เมื่อปาโป่งสำเร็จ อ้อนหัวเราะคิกคัก กอดตุ๊กตาที่ได้มาแน่น แต่เชิดกลับก้มลงกระซิบชิดหูเบา ๆ น้ำเสียงทุ้มเต็มไปด้วยเลศนัย “ถ้าอยากได้ของจริงกว่านี้…พี่พาไปได้นะ”
อ้อนเงยหน้ามองเชิดด้วยดวงตาที่สั่นไหว ใจเธอเต้นแรง ไม่รู้ว่าเพราะความหมายของคำพูด หรือเพราะสายตาที่กำลังจับจ้องเธออยู่อย่างลึกล้ำกันแน่
ทั้งคู่ค่อย ๆ เดินแยกจากแสงไฟและเสียงเพลง ออกไปยังซอกเงียบ ๆ ด้านข้างงานที่ซึ่งความลับเริ่มก่อตัวขึ้น
หลังเสียงเพลงและเสียงหัวเราะจากงานกาชาดเริ่มแ่ลง เชิดและอ้อนเดินออกจากฝูงชน เขาพาเธอเข้ามาที่มุมมืดของอาคารเก่าด้านหลังงาน ที่แทบไม่มีคนผ่าน พื้นไม้กรอบและแสงไฟสลัว ๆ ทำให้บรรยากาศทั้งเงียบสงัดและลึกลับ อ้อนยืนตัวสั่นเล็กน้อย ใบหน้าแดงระเรื่อทั้งเพราะความเหน็ดเหนื่อยและเพราะใจเต้นแรง
“ทำไมพี่เชิดพามาที่นี่…?” เธอถามเสียงเบา
เชิดไม่ตอบ แต่เพียงแค่ยืนใกล้ ๆ จนเงาร่างของเขาทาบบนตัวเธอ พลังดึงดูดที่อยู่ระหว่างทั้งคู่เริ่มชัดเจนขึ้น ร่างสูงของเขาแตะกับอ้อนเพียงนิดเดียว แต่ความใกล้ชิดนั้นทำให้หัวใจเด็กสาวเต้นแรงเกินจะควบคุม เขายื่นมือไปจับมือเธอเบา ๆ ราวกับสอนให้เธอมั่นคงบนพื้นไม้ที่เอียงเล็กน้อย อ้อนเงยหน้ามองเชิด ดวงตากว้างเต็มไปด้วยความรู้สึกสับสน
“พี่เชิด…อ้อน…เอ่อ..ทำได้ใช่ไหมคะ” เสียงเธอแ่เบาลงกว่าเดิม แต่ก็พอให้เชิดได้ยิน เขายิ้มมุมปาก แววตาคมกริบแต่แฝงด้วยความอ่อนโยน
“ได้สิ… ไม่มีใครเห็น…และก็ไม่มีใครเข้าใจคุณอ้อนเท่าใจตัวเองหรอกครับ”
สายตาของเขาจับจ้องใบหน้าสวยของอ้อน มือหนาลูบผ่านแขนเรียวบางอย่างแ่เบา แต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด เธอไม่ถอยหนี…กลับยอมให้มือของเขาััอย่างช้า ๆ และเน้นหนักขึ้นเมื่อััไล้ไปตาม่เอวและแผ่นหลัง ความเงียบล้อมรอบทั้งคู่ เวลาหยุดชั่วคราวในค่ำคืนที่แสงไฟสลัว พื้นที่ตรงนั้นกลายเป็โลกเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครอื่นเข้าถึง และแล้ว…เมื่อความใกล้ชิดถูกปรับระดับขึ้น อ้อนเผลอครางอือออในลำคอ เมื่อถูกลิ้นสอดส่ายพันพัวอยู่กับลิ้นของเธอในปาก มือกอดก่ายเชิดโดยไม่ตั้งใจ ร่างกายสั่นระริกและหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมา เธอปล่อยตัวโอนอ่อนไปกับัันั้น เสียงหัวใจของทั้งสองดังก้องในความเงียบ พื้นที่มืดตรงซอกหลังอาคารทำให้ทุกอย่างรู้สึกเหมือน “โลกทั้งใบเป็ของพวกเขา”
แต่เชิดก็หยุดอยู่เพียงเท่านั้น เพียงมอบรสจูบและการััทางกาย คืนนั้น คุณอ้อนนอนกระสับกระส่ายทั้งคืน เธอได้เรียนรู้ว่า…ความใสซื่อของเธอเริ่มสั่นคลอน รสจูบของชายหนุ่มชื่อเชิดช่างหอมหวาน และความลับนี้…เธอคงเก็บไว้เพียงคนเดียว