ตอนที่ 2 เด็กผู้ถูกเลือก
เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้น แสงทองสาดส่องจากฟากฟ้านภาลัย มายังหมู่เกาะใต้หล้า สะท้อนเป็นประกายระยิบระยับเมื่อตกกระทบกับผิวน้ำคราม จะมองเห็นเป็นระลอกๆ สะท้อนกับแสงทอง ส่องให้เห็นฟอกฟองเล็กๆ จับกลุ่มกันเป็นก้อนเป็นเรียกทะเลลูกคลื่นเล็กๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้น และกระทบสาดฟัดเข้าชายฝั่ง
“บ้านไหนที่มีเด็ก ไม่ว่าจะเด็กทารก หรือ แม้แต่เด็กแรกเกิดก็ตามแต่ ที่รู้ตัวว่า เด็กๆ พวกเขาเหล่านั้น ไม่ใช่คนปกติ หรือ มีร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ จะพูดให้เข้าใจง่ายๆ อย่างไม่รักษาน้ำใจกัน ก็คือ บ้านไหน ที่มีลูกพิการ ไม่ว่าจะพิการด้านไหนก็ตาม เช่น หูหนวก ตาบอด เป็นใบ้ อาการเช่นนี้คือตัวอย่างของเด็กที่ทางการต้องการตัว และนี้คำสั่ง ที่มีตราสัญลักษณ์รับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ข้อความที่จากรึกบนแผ่นกระดาษนี้คือคำสั่งของกษัตริย์ผู้เป็นหนึ่งเดียวในแผ่นดินนี้ ที่พึ่งจะป่าวประกาศออกไป ขอให้ผู้ปกครองของเด็กเหล่านั้นให้ความร่วมมือ และออกมายอมรับพร้อมเซ็นต์เอกสารยินยอมส่งตัวมอบเด็กๆ ให้กับทางการ ส่วนเหตุผลนั้น ทางการต้องการจะรับเลี้ยงเด็กๆ เหล่านี้ เด็กที่มีร่างกายไม่สมบูรณ์ ไม่สมประกอบ เช่นนี้ เอาไว้ และต้องการให้พวกเขามีอนาคตที่ดี เพราะฉะนั้นเมืองหลวง มีทุกสิ่งที่เอื้ออำนวยทุกอย่าง แต่ที่นี้ไม่มี นั้นและจึงคือเหตุผล และแล้วพอวันหนึ่งที่พวกเขาเติบโตขึ้นมา พวกเขาจะกลับมา พัฒนาหมู่บ้านแห่งนี้ และนำความเจริญมาสู่ที่นี้”
น้ำเสียงดังก้องกังวานของท่านนายพล ท่ามกลางที่ประชุมรวม ทันทีที่อ่านสารนั้นจบลง ชาวบ้านทุกคนก็เริ่มพากันพูดคุยจอแจ ทั้งเสียงคัดค้าน ที่สะท้อนผลตอบรับออกมา จนเข้าหูของท่านนายพลเข้า
“เงียบก่อน ๆ ท่านทั้งหลาย เราเองก็รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะตัดใจ และทำอะไรได้เร็วรวดตามต้องการ แต่พวกท่านลองคิดดูซิว่า ถ้าเด็กๆ พวกเขาเหล่านี้เติบโตขึ้นมา นั้นหมายถึงพวกท่านทั้งหลาย ที่เป็นพ่อคน แม่คน ตอนนี้ ก็ต้องแก่ชราภาพลงตามกาลเวลา เมื่อถึงตอนนั้น ลูกๆ ของพวกท่านเขาก็โตเต็มวัยแล้ว แล้วพวกเขาจะใช้ชีวิตดำรงอยู่อย่างไร ถ้าพวกเขายังไม่ได้รับการดูแล การฝึกสอนพิเศษที่แตกต่างจากคนปกติ พวกท่านอย่าลืมซิ ......ว่าพวกเขาไม่ใช่เด็กๆ ปกติเหมือนเด็กคนอื่นๆ ทั่วไป พวกเขาต้องได้รับการฝึกสอนที่ถูกต้อง การใช้ชีวิต การเอาตัวรอด พวกท่านอย่าเห็นแก่ตัว จนเอาคำ รัก มาทำลายอนาคตลูกของตัวเองเช่นนั้นหรือ พวกท่านจะยอมตัดอนาคตลูกของตัวเองจริงๆ เช่นนั้น”
ท่านนายพลเริ่มเกลี้ยกล่อม ประโลมเบาๆ ให้ชาวบ้านรู้สึกเอนเอียงและค่อยๆ ซึมซับ ความต้องการที่แท้จริงที่พวกเขามาที่นี้
“และอีกอย่างครอบครัวไหนที่มีเด็กที่ถูกเลือก ครอบครัวนั้นจะได้ของขวัญเป็นรางวัลจากทางการมอบให้ตอบแทน ทั้งทองคำ และ เงินทอง สมบัติล้ำค่าเหล่านี้จะเป็นของพวกท่าน เอาล่ะทหารออกไปตรวจตราตามบ้านเรือนต่างๆ ”สิ้นสุดน้ำเสียงแห่งการตัดสินจากผู้มาเยือน มันเหมือนดั่งราวคำพิพากษา ที่โปรยปรายว่านล้อมไปด้วยความหวังของทั้งคนหมู่บ้าน ที่มีคำมั่นสัญญาตราตรึง คือการพัฒนาประเทศ และ อนาคตของลูกๆ ของพวกเขา ถ้ายังอยู่ภายใต้การปกครองนี้ คำสั่งนั้นย่อมมิอาจจะคัดได้
ทุกคนเริ่มแยกย้ายจากที่ประชุม เพื่อกลับไปยังบ้านเรือนของตัวเอง และหมู่นายทหารนับสิบนายก็แยกย้ายออกตรวจตราตามคำสั่ง นายพลผู้ตรึงตราไปด้วยอำนาจ และอิทธิพลห้อมล้อมไปด้วยบารมีและความสุขสบาย ด้วยตราสัญลักษณ์ที่ขรึงติดตรึงอยู่บนบ่าของเขาทั้งสองข้าง มันบ่งบอกถึงยศถาบรรดาศักดิ์ ว่าเขานั้นมิใช่พลทหารธรรมดาทั่วไป ทุกฝีก้าวที่เขาก้าวเดินย่อมทำให้ชาวบ้านทุกคนเข้าถึงความต้องเกรงกลัว เขาถือเอกสารสำคัญที่มีบันทึกประวัติของเด็ก ที่มีรายชื่อว่าร่างกายไม่สมบูรณ์ หรือ พิการ นั้นเอง อยู่ในมือ เอกสารสำคัญนี้บอกรายละเอียดทุกอย่าง ข้อมูลของเด็ก ตั้งแต่เกิด จวบจนประวัติต่างๆ ของเด็ก และผู้ปกครองของเด็กเอง มันจึงไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก เพราะเขาเองแค่ไปตามที่อยู่ในเอกสารนั้น แล้วก็จะพบเจอตัวเด็กๆ ที่ต้องการ
“ไอ้หนู มาแล้ว”
นายพลเอ่ยเสียงใส เขากำลังสื่อสารกับเด็กชายที่แอบซ่อนอยู่หลังแม่ ใบหน้านั้นดูใสซื่อบริสุทธิ์ ไร้เดียงสา แต่แววตากลับแดงกร่ำเหมือนกำลังจะร้องไห้โฮ่ ออกมา แล้วยังแสดงความรู้สึกรับรู้ได้ถึงความเว้าวอน ความเห็นใจ ในแววตาคู่นั้น
“เอาล่ะ.....ไปจับตัวเด็กมา”
ชายพลเพียงสะบัดหน้า เป็นสัญญาณบอกนายทหารที่อยู่เบื้องหลัง ทันทีที่ได้รับคำสั่ง นายทหารสองนายก็พุ่งเข้าหาเด็กชายอย่างเร็วรวด ชั่วพริบตาเด็กชายก็ถูกนายทหารแบกขึ้นบ่า แล้วเดินจากไปโดยที่ตัวเด็กเอง ไม่มีเสียงอื้ออือใดๆ เล็ดออกมา ก็เขาใช้ผ้าเช็ดหน้าที่อาบยาสลบปิดปากเด็กไว้ เด็กชายนั้นจึงหลับใหลไปเสียแล้ว
“ทหาร กล่องสมบัติ”
นายพลกล่าวสั่งนายทหาร นายทหารพากันแบกกล่องสมบัติที่บรรจุหีบห่อของมีค่า ทั้งทองคำ และ เงินตรา ย้ายมันเข้ามาตั้งในบ้านของผู้ปกครองของเด็ก
“ไม่ต้องห่วงนะ ลูกๆ ของพวกท่าน จะได้รับการฝึก และการสอนที่ดี และวันหนึ่งพวกเขาจะกลับมาหาพวกท่าน”
สิ้นเสียงสั่งลา เด็กชาย เด็กหญิง ราว 3-4 คน ถูกนำตัวขึ้นเรือลำใหญ่ของทางการ และเขาทั้งหมดนั้นก็ตกอยู่ในการปกครองของทางการเรียบร้อยแล้ว
เอาล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น กับเด็กๆ เหล่านี้ ร่วมไปผจญภัยกับพวกเขากันได้เลย
เราจะอยู่ด้วยกันในโลกจินตนาการและสุดท้ายนี้รู้สึกอย่างไร เอามาแชร์กัน