ตอนที่ 10
“อย่างนั้นแหละดนัยมืออย่าสั่นสิ เอาล่ะนั่นไงเนื้องอกอยู่นั่นติ่งเล็กๆนั่นแหละ ค่อยๆใช้กรรไกรในมือขวาตัดมันให้เป็นชิ้นเล็กๆอย่าลืมเอาถุงที่คีบอยู่ในมือซ้ายไปรองไว้ด้วยล่ะ อ้าปากถุงกว้างๆหน่อย” ฮิคาริพูดเธอมองอยู่หน้าจอเดียวกับที่ดนัยมองอยู่ในตอนนั้น
ฟู่ว !! ยากชะมัดมองภาพในจอไปด้วยแล้วขยับมือไปด้วยเนี่ยยากสุดๆเลย ดนัยพ่นลมหายใจออกมาเขาต้องใช้สมาธิเป็นอย่างมากในการขยับมือ
“อย่ามองแต่จอมากเกินไปดนัยเพ่งสมาธิไปที่มือเวลาจะขยับมือให้จินตนาการว่าเราขยับไปทางไหนกี่เซน แล้วก็พยายามขยับไปให้ได้ใกล้เคียงกับจินตนาการมากที่สุดเพราะถ้านายมัวแต่พึ่งหน้านายอาจจะพลาดได้ เพราะภาพในจอมันใหญ่” ฮิคาริบอกหลังจากเห็นดนัยเริ่มเกร็ง
“อ๊ะกล้องสูงไปหน่อย” ฮิคาริพูดพลางมองไปที่หมอมิโฮะส่วนดนัยที่ได้ยินดังนั้นก็พูดบอกหมอมิโฮะทันที
“หมอมิโฮะครับกล้องสูงไปหน่อย” ดนัยบอก
“โทษทีนะ” หมอมิโฮะพูดพลางยิ้มออกมา
จังหวะเมื่อครู่ดูเหมือนหมอมิโฮะจะตั้งใจขยับกล้องให้สูงนะ ฮิคาริมองหมอมิโฮะที่แอบยิ้มอยู่ภายใต้หน้ากากอนามัย
ฉับ !! ฉับ !! ฉับ !! เสียงดนัยขยับมือค่อยๆตัดเนื้องอกออกจากตับเขาทำตามขั้นตอนที่ฮิคาริบอกอย่างระมัดระวัง
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
“ถ้าอย่างนั้นหมอดนัยไปพักก่อนได้เลยฉันจะเอาเนื้องอกพวกนี้ไปส่งตรวจเอง” หมอมิโฮะพูด
“ครับหมอมิโฮะ” ดนัยพยักหน้าก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องพักเพื่อเขียนรายงานลงในแฟ้มประวัติคนไข้
ส่วนทางด้านหมอมิโฮะหลังจากดนัยออกจากห้องผ่าตัดไปแล้วเธอก็หันไปหาพยาบาลก่อนจะส่งถาดเนื้องอกที่ตัดออกมาให้พยาบาลไป
“เอานี่ไปส่งที่แล็ปนะฝากด้วย” หมอมิโฮะยื่นถาดให้ทำให้พยาบาลคนนั้นรับมาอย่างงงๆเพราะเมื่อครู่หมอมิโฮะยังบอกอยู่เลยว่าจะเอาไปตรวจเองแต่ไหงตอนนี้ถึงมาใช้เธอแล้วล่ะแต่ก็นะยังไม่ทันได้พูดอะไรหมอมิโฮะก็เดินออกจากห้องผ่าตัดไปเสียแล้ว
ตึก !! ตึก !! ตึก !! ตึก !! หมอมิโฮะไม่ได้มุ่งตรงกลับไปที่ห้องพักของศัลยแพทย์แต่เธอกลับขึ้นลิฟท์มุ่งขึ้นไปชั้นบนสุดของโรงพยาบาลแทน
ชั้นบนสุดนั้นคือห้องของผู้อำนวยการโรงพยาบาลหมอมิโฮะเดินไปที่หน้าห้องก่อนจะเปิดประตูเข้าไปทันทีภายในห้องมีชายสองคนกำลังนั่งคุยและดื่มชากันอยู่ที่โซฟา
“อ้าวหมอมิโฮะมาแล้วเหรอผ่าตัดเสร็จแล้วสินะ” หมออิจิโนเสะวางแก้วชาลงก่อนจะทักทายหมอมิโฮะ
“ค่ะฉันผ่าตัดเสร็จแล้วว่าแต่ผู้อำนวยการกลับมาเมื่อไหร่คะเนี่ยไม่เห็นแวะมาที่แผนกบ้างเลย” หมอมิโฮะพูดพลางเดินไปนั่งลงข้างๆหมออิจิโนเสะ
“กลับมาเมื่อคืนน่ะ นี่หมออิจิโนเสะก็กำลังคุยเรื่องหมอดนัยอยู่เลยเป็นไงบ้างล่ะ” ผู้อำนวยการถามเขาเป็นชายแก่อายุหกสิบกว่าๆ
“อย่างที่หมออิจิโนเสะสงสัยเลยค่ะหมอดนัยยังเป็นมือใหม่อยู่ แต่ก็สามารถผ่าตัดสำเร็จได้ฉันล่ะไม่เข้าใจเลยว่าเขาทำได้ยังไงกัน เพราะจากตอนที่ฉันดูตอนผ่าตัดวันนี้มีหลายครั้งที่หมอดนัยลังเล แต่เมื่อลงมือไปแล้วกลับถูกต้อง ระหว่างผ่าตัดฉันลองแกล้งขยับกล้องให้สูงกว่าปกติ ตอนนั้นหมอดนัยก็รีบเตือนฉันทันทีว่ากล้องสูงไปการที่หมอดนัยเตือนฉันได้แบบนี้แสดงว่าต้องมีประสบการณ์ในการผ่าตัดแบบส่องกล้องมาก่อนแต่จากประวัติหมอดนัยเขาไม่เคยผ่าตัดใหญ่มาก่อนไม่ใช่เหรอคะ” หมอมิโฮะไม่เข้าใจเลยเพราะทุกอย่างที่ดนัยแสดงออกมาวันนี้มันดูย้อนแย้งไปหมด
“ถ้าจากแฟ้มประวัติของหมอดนัยล่ะใช่เขาไม่เคยผ่าตัดใหญ่มาก่อนแต่ไม่แน่บางทีแฟ้มนั่นอาจจะปลอมขึ้นมาก็ได้นะ” หมออิจิโนเสะพูด
“ไม่มีทางก่อนที่ฉันจะรับหมอดนัยเข้าทำงานฉันตรวจสอบมาทุกอย่างแล้วแฟ้มประวัติของเขาเป็นของจริงฉันลองให้เพื่อนหมอที่อยู่ที่ประเทศไทยเช็คดูให้แล้วด้วยดูเหมือนเขาจะมีเรื่องกับหลานของผู้ถือหุ้นทำให้เขาโดนกลั่นแกล้งจนไม่มีโอกาสได้ผ่าตัดคนไข้เลย” ผู้อำนวยการพูด
“ที่แท้ที่หมอดนัยไม่มีเคสผ่าตัดใหญ่ในประวัติเลยก็เพราะโดนกลั่นแกล้งนี่เอง” หมออิจิโนเสะพยักหน้าเข้าใจ
“แล้วนี่หมออิจิโนเสะจะอนุญาติให้หมอดนัยผ่าตัดต่อไปจริงๆเหรอคะ” หมอมิโฮะถาม
“อืมถ้าเขาสามารถช่วยคนไข้ได้ทำไมจะไม่อนุญาตล่ะ” หมออิจิโนเสะพยักหน้า
“เข้าใจแล้วค่ะ” หมอมิโฮะพยักหน้าก่อนจะขอตัวกลับไปที่ห้องพักแพทย์เพราะตอนบ่ายเธอมีผ่าตัดต่อ
แกร๊ก !! ปัง !! ประตูห้องผู้อำนวยการถูกปิดลงทิ้งไว้เหลือแต่ผู้อำนวยการและหมออิจิโนเสะ
“เธอเป็นยังไงบ้างหมออิจิโนเสะ” ผู้อำนวยการถาม
“อาการยังทรงตัวอยู่ครับ” หมออิจิโนเสะตอบ
“เหรอแล้วยังหาสาเหตุของอาการไม่ได้เลยงั้นเหรอ” ผู้อำนวยการพูด
“ยังเลยครับถึงแม้ผมจะเป็นศัลยแพทย์ระบบประสาทที่เป็นหนึ่งในหมอที่เก่งอันดับต้นๆของญี่ปุ่นก็ยังหาสาเหตุไม่ได้เลยว่าทำไมเธอถึงหลับไป” หมออิจิโนเสะพูดพลางยกชาขึ้นจิบ
“งั้นเหรอถ้าอย่างนั้นไปดูเธอกันหน่อยแล้วกัน ท่านประธานอยากจะเห็นหน้าเธอ” ผู้อำนวยการพูดก่อนจะลุกขึ้นและหยิบมือถือออกมาก่อนจะโทรออกไปหาใครบางคนในโหมดวีดีโอ
ฮาโหลนั่นผู้อำนวยการโฮใช่มั้ย เสียงปลายสายพูดหลังจากรับโทรศัพท์
“ครับผมโฮชิเองท่านประธานท่านเป็นยังไงบ้างครับ” ผู้อำนวยการถามพลางมองไปในจอที่มีชายแก่คนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงที่จมูกของชายแก่คนนี้มีท่อช่วยหายใจเสียบเอาไว้อยู่
ก็ยังสบายดีอยู่แต่ไม่รู้จะทนได้อีกแค่ไหนที่โทรมานี่หรือจะมีข่าวดี ปลายสายถาม
“ยังครับเธอยังไม่ฟื้นผมโทรหาท่านประธานเพราะเผื่อท่านจะอยากเห็นเธอ” ผู้อำนวยการพูด
เอาสิฉันเองก็อยากเห็นเธอเหมือนกัน ปลายสายพยักหน้าเบาๆ
“ไปกันเถอะหมออิจิโนเสะ” ผู้อำนวยการหันไปบอกหมออิจิโนเสะ
“ครับ” หมออิจิโนเสะพยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นและเดินไปที่ห้องอีกห้องหนึ่งซึ่งห้องนี้นั้นอยู่ข้างๆห้องผู้อำนวยการ
ติ๊ดๆๆๆ !! หมออิจิโนเสะกดรหัสเพื่อปลดล็อกประตูซึ่งสำหรับห้องผู้ป่วยนั้นถือว่าเป็นห้องที่มีความปลอดภัยสูงเป็นอย่างมากมันสูงจนเกินไป
ครืด !! ประตูห้องผู้ป่วยค่อยๆเปิดออกหมออิจิโนเสะพาผู้อำนวยการเดินเข้าไปในห้องบนเตียงมีผู้หญิงอายุน่าจะราวๆยี่สิบกว่าๆคนหนึ่งนอนหลับตาพริ้มผมของเธอยาวเสียจนมันแทบจะตกลงมาที่พื้น ผิวของเธอซีดขาวเป็นอย่างมากซึ่งบ่งบอกว่าเธอไม่ได้ออกไปไหนมาเป็นเวลานาน ข้างๆเตียงมีเครื่องมือต่างๆมากมายถูกตั้งเอาไว้
ผู้อำนวยการมองเด็กผู้หญิงที่อายุรุ่นหลานคนนี้ก่อนจะยื่นมือถือในมือออกไป
เป็นยังไงหลานปู่ไม่เจอกันสักพักแล้วนะสบายดีมั้ย ดูผอมลงไปนิดหน่อยหรือเปล่าครึ่งปีแล้วสินะที่หลานหลับไปอย่างนี้ รีบๆตื่นขึ้นมาได้แล้วหลานรักปู่ไม่รู้จะรอหลานได้อีกนานแค่ไหน รีบๆตื่นขึ้นมาเสียทีสิ ...... !! เสียงประทานปลายสายพูดกับร่างของเธอที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงแต่ทว่าประโยคที่พูดชื่อของเธอนั้นกลับเบาจนแทบไม่ได้ยินตอนนั้นเองก็มีเสียงผู้หญิงแทรกเข้ามา
ท่านประทานหลับไปแล้วค่ะท่านผู้อำนวยการ เป็นเสียงของพยาบาลส่วนตัวของท่านประทานนั่นเอง
“อ้าวก็ว่าทำไมเสียงท่านถึงเบาลงที่แท้ท่านก็หลับไปนี่เอง เอาล่ะถ้าอย่างนั้นทางนี้ไม่รบกวนแล้วเอาไว้มีโอกาสจะโทรไปใหม่” ผู้อำนวยการพยักหน้าก่อนจะวางสายไป
“หวังว่าเธอจะฟื้นขึ้นมาก่อนที่ท่านประทานจะเป็นอะไรไปนะ อนาคตของโรงพยาบาลทาเคนะกะขึ้นอยู่กับเธอแล้ว” ผู้อำนวยการพูดพลางภาวนาให้ผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงฟื้นขึ้นมาไวๆ
“เธอจะต้องฟื้นขึ้นมาแน่ๆครับเพราะเธอเป็นเพียงคนเดียวที่มีสิทธิสืบทอดอันชอบธรรม” หมออิจิโนเสะพูด
“ฉันก็หวังอย่างนั้นตอนนี้ทางฝ่ายนั้นเริ่มเคลื่อนไหวแล้วด้วยโรงพยาบาลที่ฮอกไกโดตอนนี้ถูกฝั่งนั้นกลืนไปหมดแล้วอีกไม่นานโรงพยาบาลนั่นคงถูกทุบทิ้งแล้วสร้างเป็นห้างสรรพสินค้า” ผู้อำนวยการบอกทำให้หมออิจิโนเสะตกใจทันทีเพราะว่าที่ฮอกไกโดนั้นโรงพยาบาลใหญ่ๆมีโรงพยาบาลทาเคนากะเท่านั้นถ้าโรงพยาบาลทาเคนากะถูกปิดไปล่ะก็ผู้ป่วยจะไปใช้บริการที่ไหนล่ะ
ทางด้านดนัย
“เฮ้อเหนื่อยจัง” ดนัยถอนหายใจออกมาหลังจากเขียนรายงานเสร็จ
“ผ่าตัดแค่นี้ก็บ่นเป็นคนแก่เสียแล้วนายนี่ปวกเปียกจริงๆเลย แล้วแบบนี้ผ่าตัดวันมะรืนจะไหวมั้ยเนี่ย” ฮิคาริพูดอย่างดูถูก
“นั่นสิผ่าตัดวันมะรืนเป็นการผ่าตัดเปิดช่องท้องเสียด้วยจะไหวมั้ยนะ” ดนัยนึกถึงการผ่าตัดที่จะมาถึง
“ถ้านายมัวแต่นั่งอยู่อย่างนี้ก็ไม่ไหวหรอก มีเวลาอีกตั้งเกือบสองวันนายเอาเวลานี้ไปศึกษาวิธีการผ่าตัดดีกว่านะในห้องนั้นน่าจะมีวีดีโอการผ่าตัดเก่าๆอยู่ไปเอามานั่งดูซะ” ฮิคาริชี้ไปที่ห้องเก็บของข้างๆซึ่งเป็นห้องโสตที่มีก๊อปปี้วีดีโอการผ่าตัดเก็บเอาไว้ให้หมอคนอื่นๆศึกษา
“อืม...นั่นสินะ” ดนัยพยักหน้า
นั่นสิเอาแต่นั่งอยู่อย่างนี้ก็ไม่ได้อะไรสู้เราไปนั่งดูวีดีโอศึกษาการผ่าตัดของหมอคนอื่นๆดีกว่า ดนัยคิดในใจก่อนจะลุกขึ้นไปที่ห้องด้านข้างทันทีโดยไม่ลืมหยิบหนังสือและข้าวกล่องที่ทำเอาไว้มาด้วยวันนี้เขาจะกินข้าวและอยู่มันในห้องโสตนี่แหละ
“ผ่าตัดช่องท้อง ผ่าตัดช่องท้อง ผ่าตัดช่องท้อง !!” ดนัยมองหาวีดีโอการผ่าตัดช่องท้องทั้งหมดก่อนจะเจออยู่หลายสิบแผ่นเขาหยิบพวกมันออกมาทั้งหมดก่อนจะเริ่มเปิดและนั่งดูทันที
“โอ้นี่วีดีโอของหมอมิโฮะแทบทั้งนั้นเลยนี่นา” ดนัยพูดหลังจากเห็นว่าผู้ผ่าตัดคือหมอมิโฮะ
ฉึบ !! เสียงมีดกรีดลงไปบนท้องของคนไข้
“เลือดไม่ออก !!” ดนัยอุทานออกมาหลังจากเห็นว่ามีดที่หมอมิโฮะกรีดลงไปนั้นไม่มีเลือดออกเลยซักนิด
“นี่คือการกรีดผิวหนังชั้นนอกยังไงล่ะ นายเองเวลาผ่าตัดก็ต้องกรีดแบบนี้เพื่อที่จะได้ไม่ทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ที่ร่างกายคนไข้” ฮิคาริอธิบายหลังจากเห็นว่าดนัยไม่รู้จักวิธีนี้จริงๆ
“แบบนี้นี่เองกรีดที่ผิวหนังในแนวระนาบเดียวกับรอบพับของหน้าท้องก่อนจะเปิดผิวหนังชั้นนอกออกแล้วค่อยกรีดลงไปในเนื้อปกติ วิธีนี้จะทำให้ไม่ทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้สินะ” ดนัยพนักหน้าเข้าใจ
“ใช่ถึงแม้รอยแผลจากการผ่าตัดจะไม่สามารถปกปิดได้ทั้งหมดแต่วิธีนี้เวลานั่งจะมองไม่เห็นแผลเป็นเลยล่ะ” ฮิคาริพูด
“อ๊ะนี่มันผ่าตัดลำไส้นี่นา !!” ดนัยพึ่งจะเห็นว่าเป็นการผ่าตัดลำไส้
“ใช่จากวีดีโอนี้นายบอกได้มั้ยว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน” ฮิคาริถาม
“น่าจะตรงนี้ล่ะมั้ง” ดนัยชี้ไปในจอ
“ใช่ที่ไหนเล่าตรงนี้ต่างหากไม่ได้เรื่องเล้ย !!” ฮิคาริพูดอย่างหงุดหงิดหลังจากเห็นดนัยบอกจุดผิด
“ทะ ทะ โทษที” ดนัยรีบขอโทษ
“นี่คือโรคลำไส้อักเสบเฉียบพลันเป็นโรคที่อันตรายมากสาเหตุเกิดจากตรงนี้เห็นมั้ยแล้วหนังสือที่เอามาด้วยนั่นทำไมไม่เปิดล่ะในหนังสือก็มีบอกนะ” ฮิคาริพูด
“โอ้ว !!” ดนัยตอบพลางรีบเปิดหนังสือเกี่ยวกับโรคอาการทางลำไส้ทันที
ดนัยและฮิคาริใช้เวลาด้วยกันในห้องโสตแคบๆจนกระทั่งฟ้ามืดลงแน่นอนหมอคนอื่นๆตอนแรกก็ตามหาดนัยอยู่หรอกแต่พอเห็นว่าดนัยอยู่ในห้องโสตตั้งใจศึกษาวีดีโอการผ่าตัดอยู่พวกเขาก็ไม่ได้มารบกวนดนัยเพราะแต่ก่อนพวกเขาก็เป็นอย่างนี้ตั้งหน้าตั้งตาศึกษาการผ่าตัดจากวีดีโอจนลืมเวลา
ระหว่างที่ดนัยอยู่ในห้องโสตนั้นมีหลายครั้งที่เขาวิ่งออกมาเอาอุปกรณ์การผ่าตัดเข้าไปด้วยไม่ว่าจะมีดหรือกรรไกร ดนัยเอาพวกมันไปใช้ทดลองผ่าตัดตามวีดีโอที่ได้ดูอยู่ในนั้นคนเดียว
“ดูยังไงๆก็มือใหม่ชัดๆ ไม่เข้าใจหมอดนัยเลยว่าการผ่าตัด 2 เคสนั้นทำได้ยังไง” หมอมิโฮะที่แอบมองอยู่ด้านนอกพูด
“แต่ว่าหมอดนัยนี่ปกติหรือเปล่านะ เห็นพูดอยู่คนเดียวได้สักพักแล้ว” หมอมิโฮะมองดูอาการของหมอดนัยที่ชอบพูดคนเดียวในบางจังหวะแต่เนื่องจากเธอแอบมองอยู่นอกห้องจึงไม่ได้ยินว่าหมอดนัยพูดอะไร
จบ...