กิลด์นักฆ่าทมิฬ ห้องนอนหัวหน้ากิลด์.....
"อ๊ากกกกก!!"
กันต์ที่นอนหลับอยู่จู่ๆ ก็ลุกขึ้นพรวดพราดราวกับเพิ่งฝันร้ายมาหมาดๆ ก่อนจะพยายามสงบสติอารมณ์ แล้วเริ่มมองสำรวจไปรอบๆ ช่างเป็นสถานที่คุ้นเคยจริงๆ พลางนึกขึ้นได้ว่านี่ก็คือห้องนอนของเขานั่นเอง กันต์ใช้เวลาไม่นานในการทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น
"ใบหม่อน!!"
เมื่อเริ่มนึกออกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ เขารีบลุกออกจากเตียงเพื่อที่จะไปหาใบหม่อนทันที เพราะในเวลานี้ใบหม่อนเป็นญาติเพียงคนเดียวของเขา ทว่ายังไม่ที่จะก้าวออกไปจากห้อง ก็มีคนเปิดประตูเข้ามาและหนึ่งในนั้นคือ อสูรกายในคราบเด็กสาวที่เขาพบเมื่อคืน
"แกมาอยู่ที่นี่ได้ไง!!" น้ำเสียงของกันต์ที่ถามเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างชัดเจน
ฮานะที่เดินนำเข้ามาก่อนได้ยกมือห้ามกันต์เอาไว้ ก่อนจะเอ่ยเพื่อคลายความกังวลใจของเด็กหนุ่ม "เจ้าก็ใจเย็นๆ หน่อยยัยเด็กน้อยนั่นไม่เป็นไรแล้ว"
กันต์ที่ได้ยินแบบนั้นก็เริ่มมีอาการผ่อนคลายลง แต่ยังคงมองไปที่อสูรกายในคราบเด็กสาวอย่างอาฆาต พลางเอ่ยถามฮานะ "แล้วยัยปีศาจมาอยู่นี่ได้ไง"
"หืม!! ระวังคำพูดหน่อยเจ้าเด็กน้อย แต่ถ้าอยากให้เมืองนี้ล่มสลายก็ลองด่าข้าอีกครั้งสิ" อสูรกายในคราบเด็กสาวเอ่ยอย่างเย็นยะเยือก พลางปล่อยออร่าออกมาอย่างรุนแรง ถึงแม้ว่ากันต์จะมองไม่เห็นออร่าที่ว่านั้น แต่ก็ทำให้เขารู้สึกกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"พอได้แล้วทั้งคู่เลย พวกเรามาเพื่อเจรจากันนะ" ฮานะรีบเอ่ยปากห้ามปรามในทันที ทำให้อสูรกายในคราบเด็กสาวยอมสลายออร่าไป
ส่วนกันต์ที่รู้สึกราวกับไปเฉียดประตูนรกมาได้แต่ลอบกลืนน้ำลาย ในตอนนั้นที่เขาพบอสูรกายในคราบเด็กสาวครั้งแรก เขาคิดว่าเพราะความต่างชั้นกันถึงทำให้มองไม่เห็นเธอตอนที่คิดสังหารเขา ทว่าในเวลานี้เขาแข็งแกร่งมากกว่าตอนนั้นหลายสิบเท่า แต่นั่นก็ยังไม่อาจเทียบเท่าได้กับเศษเสี้ยวของอสูรกายในคราบเด็กสาวเลยแม้แต่น้อย
ก่อนที่เขาจะนึกขึ้นได้และเปลี่ยนมาถามด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน
"ฮานะ แล้วใบหม่อนเธอเป็นยังไงบ้าง!?"
"เด็กนั่นบาดเจ็บจากฝีมือของราชาออร์ค โชคดีที่คริสไปที่นั่นเจ้าราชาออร์คถึงได้หนีไปซะก่อน ส่วนอาการบาดเจ็บก็หายดีหมดแล้ว เพียงแต่เด็กนั่นดูจะผิดหวังและท้อแท้ที่ไปพ่ายแพ้มาน่ะ" ฮานะอธิบายพลางนั่งจิบชาไปพลาง ทว่ากันต์ถึงกับขมวดคิ้วขึ้นเป็นปมแทน และเอ่ยทวนด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ดังมากนัก
"คริส!?"
"ก็นั่งอยู่นั่นไง!!" ฮานะกล่าวพลางชี้ไปที่อสูรกายในคราบเด็กสาว ที่กำลังนั่งจิบกาแฟดำด้วยสีหน้าเรียบเฉย
กันต์ที่เริ่มจะเข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาบ้าง ได้แต่หันไปทางคริสแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด "ขอโทษนะที่ผมเข้าใจเธอผิดไป แล้วก็ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือครั้งนี้"
"ข้าไม่รับคำขอโทษและคำขอบคุณ" คริสตอบหน้าตายพลางจิบกาแฟดำต่อ ทำเอากันต์ถึงกับหน้าเหวอไปเล็กน้อย เพราะจะโทษเธอก็ไม่ได้เป็นเขาเองที่บ้าดีเดือดไปโจมตีเธอก่อนเอง
ส่วนฮานะได้แต่ยิ้มอย่างขำๆ ก่อนจะเริ่มเอ่ยเข้าประเด็น
"ที่พวกเรามารวมตัวอยู่กันที่นี่ก็เพื่อเจรจา ฉะนั้นอย่าเพิ่งเอาเรื่องอื่นๆ เข้ามาพัวพัน"
"เจรจา!? เจรจาอะไร!?" กันต์ถามขึ้นอย่างสงสัย
"สำหรับข้ากับเจ้าคือข้อมูลกับความร่วมมือ ส่วนของคริสก็ให้เธอบอกเจ้าเองแล้วกัน" ฮานะตอบอย่างหน่ายๆ ทำเอากันต์ถึงกับงงหนักยิ่งกว่าเดิม ได้แต่เอ่ยถามอย่างสงสัย
"ข้อมูลเราก็แลกเปลี่ยนกันหมดแล้วไม่ใช่หรอ แล้วความร่วมมือที่เธอว่าหมายถึงอะไร"
"คิก คิก เจ้านี่ตลกดีนะ ถึงแม้เจ้าจะเล่ารายเอียดของโลกใบนี้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเจ้า แต่ยังมีข้อมูลอีกมากมายที่เจ้าปิดบังอยู่ ข้าเองก็ทำเช่นเดียวกันกับเจ้า ความเจ้าเล่ห์ไม่ได้มีเฉพาะมนุษย์เท่านั้นหรอกนะ" ฮานะเอ่ยตอบราวกับเป็นเรื่องปกติ ทำเอากันต์กระอักกระอ่วนเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะพูดขึ้นต่อ
"ส่วนเรื่องความร่วมมือก็แค่เรื่องง่ายๆ เจ้าต้องการให้เผ่าพันธุ์ของเจ้าดำรงสืบต่อไป ข้าเองก็ต้องการเช่นเดียวกัน ข้าต้องการตามหาพี่น้องในเผ่าพันธุ์ของข้า ด้วยการตามเจ้าออกสู่โลกภายนอก และนำพาเผ่าพันธุ์ของข้ากลับอาศัยอยู่ร่วมกันกับพวกเจ้า"
"เรื่องนี้ฟังดูแปลกๆ นะ ด้วยความแข็งแกร่งของเธอ มีมากกว่ามนุษย์เสียด้วยซ้ำไป ทำไมถึงคิดมาอยู่ร่วมกันกับพวกเรากันล่ะ" กันต์เริ่มเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึม และถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
"หึ!! เจ้าคิดว่าช่วง 3 ปีที่ผ่านมาข้าและเผ่าพันธุ์ต้องพบเจอกับอะไรมาบ้าง แล้วสูญเสียกันไปมากน้อยเพียงใด ในบรรดาพื้นที่และดินแดนที่ข้าไปเหยียบมา มีที่นี่เท่านั้นที่ดูจะปลอดภัยมากที่สุด"
"แล้วผมจะมั่นใจได้ยังไงว่าถ้าเธอมาอยู่ร่วมกัน แล้วจะไม่หักหลังคิดร้ายพวกเรา" กันต์ถามขึ้นอย่างไม่มั่นใจ เพราะเขาไม่กล้าเอาชีวิตมนุษย์จำนวนมาก มาเสี่ยงกับการตัดสินใจของเขาเพียงคนเดียว
"ความแข็งแกร่งของข้าและเผ่าพันธุ์ถูกจำกัดเอาไว้ ไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้เหมือนกับพวกมนุษย์ ในภายภาคหน้ามนุษย์จะมีความแข็งแกร่งมากกว่าพวกเรา แต่โลกภายนอกยังมีสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่าพวกเราอีกมากมาย ฉะนั้นการผูกมิตรกับพวกเจ้าที่สื่อสารได้ดูจะเป็นทางรอดที่ดีกว่า" ฮานะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
"ข้าขอปรึกษากับหลายๆ ฝ่ายก่อนแล้วกัน อีกสามวันจะให้คำตอบ" กันต์วิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนก่อนจะเอ่ยออกไป พลางหันไปถามทางด้านคริสต่อทันที
"แล้วเธอล่ะ ต้องการจะเจรจาเรื่องอะไร!?"
คริสส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะกล่าวขึ้น "ไม่ใช่การเจรจา แต่เป็นสิ่งที่เจ้าต้องทำ หากขัดขืนข้าจะทำลายเมืองนี้ให้ราบเป็นจุล"
"ลำพังเธอคนเดียว" กันต์ถามด้วยน้ำเสียงที่มีอารมณ์เล็กน้อย
"ลองดูไหมล่ะ" คริสยังคงตอบหน้าตาย
"อะแฮ่ม!! คริสเธอสามารถทำได้อย่างที่พูดจริง ถึงข้าอยากปกป้องเมืองนี้กับพวกเจ้า แต่ว่าต่อให้พวกเราทั้งหมดร่วมมือกัน ก็ยังไม่สามารถเอาชนะเธอไม่ได้หรอกนะ" ฮานะต้องรีบห้ามปรามทันที เพราะเธอไม่อยากให้เมืองที่เป็นสถานที่อาศัยของเธอและเผ่าพันธุ์ในภายภาคหน้าต้องพินาศลง
กันต์รู้สึกแปลกใจกับอาการของฮานะเล็กน้อย แม้เขาจะไม่รู้ว่าคริสเก่งกาจแค่ไหน แต่จะเอาชนะคนทั้งเมืองได้จริงรึ ทว่าเขาเองก็ไม่อยากที่จะทดลองเช่นกัน ก่อนจะถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
"จะให้ผมทำอะไร!?"
"แข็งแกร่ง รวบรวม ล้างแค้น สืบทอด กำเนิด" คริสเอ่ยอย่างเย็นชา สายตาพลันเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม ราวกับเกลียดชังบางอย่าง พลางจิตสังหารพลันเอ่อล้นขึ้นมาอย่างท่วมท้น
กันต์ถึงกับสั่งสะท้านไปด้วยความหวาดกลัว เขาไม่นึกว่าเด็กสาวตัวเล็กๆ จะมีจิตสังหารที่รุนแรงถึงเพียงนี้ แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะฆ่าคนและอสูรไปมากมาย แต่จิตสังหารของเขาเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ ราวกับเป็นเพียงแค่เศษธุลี ฮานะที่พอจะเข้าใจสถานการณ์อยู่บ้าง จึงต้องร้องทักเอ่ยเตือน
"ใจเย็นสิคริส ขืนเจ้ายังเป็นแบบนี้ไม่มีทางบรรลุเป้าหมายแน่!!"
"หึ!!" คริสพลันสลายจิตสังหารไป ก่อนจะพยายามสงบสติอารมณ์ ส่วนกันต์ที่ยังงงๆ กับคำพูดของคริสก็อดที่จะถามต่ออย่างหงุดหงิดไม่ได้
"แล้วอะไรคือแข็งแกร่ง รวบรวม ล้างแค้น สืบทอด กำเนิด บอกแบบนี้ใครจะไปเข้าใจเล่า"
คริสที่พยายามสงบสติอารมณ์อยู่ไม่ได้เอ่ยตอบอะไร ทำให้ฮานะต้องเป็นคนอธิบายแทน
แข็งแกร่ง ก็คือ ฝึกฝนเพื่อเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ ให้ทะลุถึงขีดสุดของร่างกายรวบรวม ก็คือ ตามหาเผ่าปีศาจที่กระจัดกระจายไปทั่วโลก และนำพาปีศาจทุกตนล้างแค้น ก็คือ แก้แค้นแทนเผ่าปีศาจที่ถูกสังหารไปสืบทอด ก็คือ รับตำแหน่งผู้นำจอมมาร และก้าวขึ้นมาปกครองเผ่าปีศาจอย่างเต็มตัว
เมื่อฮานะอธิบายมาถึงจุดนี้ก็พลันเงียบไปซะเฉยๆ กันต์ที่กำลังทำความเข้าใจกับสิ่งที่เขาต้องทำ ก็อดที่จะงงงวยไม่ได้ เพราะเขานั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเผ่าปีศาจสักหน่อย แล้วทำไมถึงต้องไปตามหาพวกปีศาจ ล้างแค้นแทนพวกปีศาจ และไหนจะต้องมารับตำแหน่งจอมมารบ้อบอนี่อีก
ก่อนจะเริ่มฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ฮานะเคยบอกเขาว่าหนึ่งในของที่เขารูดทรัพย์คริสมา มันมีแหวนของผู้นำจอมมารติดมาด้วย พลางหยุดความคิดของเขาไปดื้อๆ และเอ่ยถามอย่างร้อนรน
"เดี๋ยวนะฮานะ!! เป็นเพราะแหวนผู้นำจอมมารงั้นหรอ ที่ทำให้ผมต้องมาทำอะไรแบบนี้น่ะ"
"ไม่ใช่หรอก!! ตอนแรกข้าเข้าใจว่ามันคือแหวนของผู้นำจอมมาร แต่จริงๆ แล้วมันคือแหวนคู่พันธะสัญญา" ฮานะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
"แล้วทำไมผมจะต้องมาทำเรื่องบ้าบอพวกนี้ด้วย" กันต์เริ่มหัวเสียมากขึ้นเรื่อยๆ
"นั่นก็เพราะว่า....." ขณะที่ฮานะจะตอบนั้น ก็ถูกคริสเอ่ยแทรกขึ้นทันที
"เพราะแหวนคู่พันธะสัญญาที่สวมอยู่ที่นิ้วของเจ้า จะไม่มีใครดึงมันออกมาได้จนกว่าเจ้าจะตาย หากเจ้าไม่สวมแหวนคู่พันธะสัญญานั่น ข้าคงจะฆ่าเจ้าตายไปนานแล้ว ตามกฏของเผ่าปีศาจ ผู้นำจอมมารถูกกำหนดให้เพศผู้เป็นหลัก แต่เมื่อมีจอมมารเพศเมียจักต้องไร้คู่ ยามใดมีคู่จะสูญเสียฐานะผู้นำจอมมารให้กับคู่ไป"
กันต์เริ่มตะหงิดๆ ถึงลางร้ายครั้งใหญ่ของเขาแล้ว แต่ก็ยังหวังว่ามันอาจจะไม่ใช่อย่างที่เขาคิดก็เป็นได้ พลางเอ่ยถามด้วยความหวัง
"คงไม่บอกว่าข้าเป็นคู่ของเจ้าหรอกนะ!?"
"ใช่ ข้าได้สูญเสียฐานะผู้นำจอมมารให้กับเจ้าไปแล้ว ฉะนั้นเจ้าจะต้องทำทุกอย่างเพื่อเผ่าปีศาจของข้า และสิ่งสุดท้ายที่ฮานะยังไม่ได้บอกกับเจ้าคือ กำเนิด หมายถึง เจ้าจะต้องมอบบุตรให้แก่ข้า" คริสเอ่ยตอบด้วยสีหน้าตายด้าน ส่วนฮานะได้แต่หันมองไปทิศทางอื่น ราวกับเรื่องนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเธอ
กันต์รู้สึกราวกับวิญญาณหลุดออกไปจากร่างชั่วขณะนึงถึง ก่อนจะพลันได้สติและตะโกนออกมาทันที
"ม่ายยยยยยยยยย.....!!!!!"