หนิงฮวากลับบ้านมา พบข่าวร้ายแบบไม่ทันตั้งตัว เธอแทบจะิญญาหลุดออกจากร่าง แม่ของเธอที่ไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วยเนี่ยนะ จะจากไปอย่างกะทันหันแบบนี้ หญิงสาวเสียใจมาก จนทำอะไรไม่ถูก
พ่อกลับมาบ้านเพื่อจัดการ การเสียชีวิตของแม่เธออย่างรวดเร็ว ดูเหมือนเขาจะไม่ได้เศร้ามากนัก เพราะบางครั้งเธอเห็นเขาแอบยิ้ม ในตอนที่ไม่มีใครสังเกต
หากเทพสาวรู้ความคิดของหนิงฮวา คงจะะโบอกเธอไปว่า ‘มันยิ้มดีใจั้แ่อยู่ในโรงจอดรถของบ้านเ้าแล้วสาวน้อย!!’
ด้วยเพราะนางรู้ว่าหนิงฮวาเป็คนช่างสังเกต เธอให้ความสำคัญกับแม่มาก เพราะใกล้ชิดกับแม่มากกว่า แต่ใช่ว่าเธอจะไม่สนใจพ่อของเธอเลยเสียทีเดียว พอเหลือเพียงแค่พ่อ หนิงฮวาจึงให้ความสนใจกับเขามากขึ้น นั่นเป็เื่ดี ที่ทำให้หนิงฮวาเริ่มสงสัย และไม่ไว้ใจพ่อของตนเองมากเกินไป
งานศพของเจียวเหม่ยจบลงอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความเสียใจของหนิงฮวาและครอบครัวของจงเจียวโจว พี่ชายของเจียวเหม่ย เพราะ สองพี่น้องรักใคร่สนิทสนมกันมาก ทำให้จงเจียวโจวเกิดความสงสัยเื่การเสียชีวิตของน้องสาวตนขึ้นมา แต่ก็ไม่สามารถทราบรายละเอียดมากนักเนื่องจากแพทย์ให้การยืนยัน ว่าน้องสาวของเขานั้นมีภาวะหัวใจล้มเหลวและจากไปอย่างสงบ
หลังจากงานศพจบลงไป เฉิงเจี๋ยผู้ที่เสียภรรยาไปอย่างกะทันหัน ได้ให้ทนายเปิดพินัยกรรมของภรรยาผู้ล่วงลับ โดยมีเขากับหนิงฮวาที่อยู่ฟังในทันที ในห้องมีทีมทนายของเจียวเหม่ย เฉิงเจี๋ย เฉิงหนิงฮวา และหานเฟิงบอดี้การ์ดของหนิงฮวา ที่ผู้เป็ลุงให้ไว้ดูแลความปลอดภัย และอยู่เป็เพื่อนหลานสาวของตน
หลังจากทนายแจ้งรายละเอียดของพินัยกรรมทั้งหมดของเจียวเหม่ยเป็ที่เรียบร้อยแล้ว นั่นทำให้เฉิงเจี๋ยรู้สึกเหมือนฟ้าผ่าลงมากลางศีรษะของตนก็ไม่ปาน เจียวเหม่ยยกทุกอย่างให้หนิงฮวาทั้งหมด รวมถึงหุ้นส่วนของบริษัทของเธอด้วย เธอไม่ให้อะไรเขาสักอย่าง ทุกอย่างที่สร้างด้วยกันมาและเป็ชื่อของเธอ เธอให้หนิงฮวาทั้งหมด
แล้วเขาเล่า เขาทำงานสร้างบริษัทมาพร้อมกับเธอ ทำไมเธอไม่แบ่งหุ้นนั้นให้เขาด้วย แต่กลับให้ลูกสาวทั้งหมด แบบนี้ก็กลายเป็หนิงฮวาเป็ ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของบริษัทแล้วน่ะสิ
เฉิงเจี๋ยมองไปยังลูกสาวของตน ด้วยสายตาที่แปลกออกไปจากปกติ เขามองด้วยความคับข้องใจ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้า และส่งยิ้มอ่อนโยนให้ ลูกสาว
“ฮวาฮวาลูกรัก ถ้าลูกรู้สึกว่าการเข้าไปบริหารบริษัทเป็เื่ที่ยากเกินไปสำหรับลูกก็เซ็นเอกสารยินยอมให้พ่อ เป็ผู้ดูแลหุ้นในส่วนของลูกไปก่อนก็ได้นะลูก”
เฉิงเจี๋ยพยายามเกลี้ยกล่อมให้ลูกสาว โอนสิทธิ์การดูแลหุ้นให้ตน เพื่อที่ตนจะได้มีสิทธิ์ขาดในทุกเื่ในบริษัท ในการตัดสินใจ เพราะตอนนี้ผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ ในบริษัทส่วนใหญ่ ก็เป็คนรู้จักของครอบครัวเจียวเหม่ยที่อยากสนับสนุนธุรกิจของเจียวเหม่ย ในตอนก่อตั้งบริษัททั้งนั้น
ที่เขาอยากดูแลหุ้นในส่วนของลูกสาว ก็เพื่อให้ตนมีอำนาจเด็ดขาด อีกเื่ คือเขารู้ความจริงจากปากภรรยาอีกคนของเขาแล้ว ว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่ทำให้เจียวเหม่ยจากไป
นั่นหมายความว่าหากความจริงเปิดเผย ยังไงเขาที่เป็สามีเธอ ย่อมมีส่วนรู้เห็นกับฉินลู่หลินที่เป็ภรรยาลับ ในการวางยาภรรยาหลวงของตน ถึงตอนนั้นผู้ถือหุ้นในบริษัทและหนิงฮวา ต้องรุมทึ้งปลดเขาออกจากตำแหน่ง ั้แ่ยังไม่เริ่มดำเนินคดีแน่
หนิงฮวามองหน้าของพ่อตนด้วยแววตาหม่นหมอง เธอเอะใจว่าทำไมแม่ถึงทำพินัยกรรมยกทุกอย่างให้เธอ ก่อนที่จะจากไปเพียงไม่กี่วัน ต้องมีอะไรเกิดขึ้นก่อนที่แม่เธอจะเสียชีวิตแน่ ๆ แต่หญิงสาวก็ไม่รู้เช่นกัน ว่ามันคือเื่อะไร
“คุณเฉิงไม่ต้องกังวล เื่หุ้นของคุณเจียวเหม่ย ที่ตอนนี้เป็ของคุณหนูหนิงฮวาแล้วนั้น ทางผมจะติดต่อนายท่านจง ให้ท่านเลือกผู้มีประสบการณ์มาดูแลให้เองครับ ทางตระกูลจงกลัวว่า การให้คุณเฉิงดูแลหุ้นของคุณหนูเพิ่มไปด้วย จะเป็การสร้างภาระหนักมากเกินไป สำหรับคุณที่บริหารทั้งบริษัทอยู่แล้วด้วย” หานเฟิงบอดี้การ์ดจากตระกูลจง พูดขัดเฉิงเจี๋ย
เฉิงเจี๋ยชะงักไปครู่หนึ่ง หลังได้ฟังคำตอบของหานเฟิง
“ฮวาฮวาลูกคิดยังไง ลูกตัดสินใจได้เลย ว่าอยากให้คนของคุณลุงของลูกเข้ามาดูแล หรือจะให้พ่อเป็คนดูแลหุ้นของลูกไปก่อน” เขาถามอย่างมั่นใจ เพราะว่ายังไงลูกสาวของเขาก็ต้องให้เขาผู้เป็พ่อ ดูแลหุ้นส่วนนี้ให้แน่นอน
หญิงสาวมองหน้าพ่อของตนด้วยแววตาลึกซึ้ง ก่อนเอ่ยปาก
“พี่เฟิงช่วยรบกวนคุณลุงหาคนให้หน่อยแล้วกันค่ะ หนูไม่อยากรบกวนคุณพ่อ เพราะงานคุณพ่อหนักมากแล้ว คนของคุณลุงจะได้เข้ามาช่วยคุณพ่อดูแลบริษัทอีกทีด้วย เพราะหลังจากงานศพคุณแม่ คุณพ่อยังไม่ได้พักเลย คุณพ่อควรจะหาเวลาพักผ่อนบ้างนะคะ”
หนิงฮวาตอบออกไปอย่างมีเหตุผล แต่ในใจลึก ๆ เธอกลับรู้สึกว่าพ่อของเธอไม่ค่อยจะพอใจในคำตอบสักเท่าไหร่
‘ฉลาดมากเด็กน้อย เ้าอย่าให้พ่อเ้าแตะต้องของที่เป็ของเ้าเชียว’ ิญญาเทพพฤกษาพยักหน้าด้วยความพอใจ
หลังจากได้คำตอบของหนิงฮวาแล้ว เฉิงเจี๋ยก็พูดคุยกับทีมทนายพอเป็พิธีอีกไม่กี่ประโยค และขอตัวออกไปบริษัท ทิ้งให้หนิงฮวาส่งทนายและจัดการทางบ้านต่อเพียงคนเดียว
เมื่อส่งทนายกลับเรียบร้อยแล้ว หนิงฮวาหันมามองบอดี้การ์ดของตัวเอง ที่เพิ่งได้รับมาจากคุณลุงหลังงานศพคุณแม่จบไปไม่นาน
หานเฟิงเป็คนที่ตระกูลจงเลี้ยงมาั้แ่เด็ก ฝึกทักษะจำเป็ทุกอย่าง เพื่อเป็มือขวาของนายใหญ่ตระกูลจงคนต่อไป เพราะคนที่สอนงานทุกอย่างให้เขา คือมือขวาคนสนิทข้างกายนายใหญ่ จงเจียวโจวนั่นเอง
คนที่ตระกูลจงให้ความไว้ใจ และจงรักภักดีกับตระกูลจงอย่างยิ่งอย่างหานเฟิง ไม่ต้องบอกก็รู้ ว่าเขาจะภักดีกับเธอ ซึ่งเป็คนตระกูลจงอยู่ครึ่งหนึ่งอยู่มากเหมือนกัน แต่ลุงของเธอกลับยกเขาให้ดูแลเธอ หลังจากที่แม่เธอจากไป นั่นหมายความว่าเขาไม่ไว้ใจความปลอดภัยของเธอ หรือไม่เขาก็อาจจะไม่้าให้เธอโศกเศร้าอยู่เพียงลำพัง ในตอนที่พวกเขาต้องไปคุยงานที่ต่างประเทศ่นี้ก็เป็ได้
“พี่เฟิง พี่คิดยังไงกับเื่พินัยกรรมนี้คะ” หนิงฮวาเอ่ยปากถาม
“แปลกมากครับคุณหนู เื่ที่คุณผู้หญิงยกทุกอย่างให้กับคุณหนูทั้งหมด แทนที่จะแบ่งให้สามีด้วยก็แปลก เพราะจากประสบการณ์ของผม คุณผู้หญิงน่าจะแบ่งบางส่วน ไม่มากก็น้อย ให้กับสามีของเธอ ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ยังไงผมจะนำเื่นี้ไปปรึกษาทางตระกูลจงอีกทีหนึ่ง แล้วมาบอกคุณหนูนะครับ ตอนนี้คุณหนูก็ทำใจให้สบาย พยายามใช้ชีวิตให้มีความสุขนะครับ คุณผู้หญิงจะได้จากไปอย่างสงบ” หานเฟิงบอกคุณหนูอย่างใจเย็น
หานเฟิงมีอายุ 27 ปีแล้ว เขาเป็พี่หนิงฮวาหลายปี จึงมองเธอเป็ทั้งเ้านายและน้องสาว เพราะเขาเหมือนเห็นเธอโตมากับตา เพราะเจียวเหม่ยมักพาหนิงฮวา กลับไปเยี่ยมตระกูลจงบ่อย ๆ ่ที่เธอยังมีชีวิตอยู่
นายท่านจงเพียงแค่แปลกใจ กับการจากไปอย่างรวดเร็วของน้องสาวเพียงเท่านั้น แต่เขาก็ไม่ได้คิด ว่าเื่นี้เป็เื่ที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน ดังนั้นตอนนี้เขาจึงกังวล เพียงว่าหลานสาวคนเดียวจะเกิดเื่อะไร หรืออาจจะเศร้าใจจนทำสิ่งที่ไม่คาดคิดเข้า จึงส่งคนในตระกูลมาอยู่เป็เพื่อน แต่เหมือนกับว่า หานเฟิงเองกำลังพบเจอเื่แปลก ๆ ของตระกูลเฉิงเข้าให้เสียแล้ว
หลังจากเสร็จสิ้นเื่พินัยกรรม หนิงฮวากลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติ ไปเรียน กลับบ้าน และคิดถึงแม่ของเธอ มันช่างเงียบเหงาและโดดเดี่ยวจริง ๆ สำหรับเธอ เพราะั้แ่การเปิดพินัยกรรมจบลง เธอก็ไม่เห็นพ่อของเธอกลับบ้านอีกเลย
เช้าวันนี้เป็วันหยุดของเธอ เธอไม่มีเรียนจึงพักผ่อนอยู่บ้าน แต่เช้าวันนี้ดูจะแปลกไปนิดหน่อย ตรงที่บ้านเธอมีแขกมา ซึ่งก็คือผู้หญิงวัยกลางคนกับเด็กสาวที่อายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ
“ฮวาฮวา นี่คือน้าฉิน เธอจะเข้ามาดูแลลูกและบ้านหลังนี้ ส่วนเด็กสาวคนนี้ เธอชื่อหนิงอ้าย เป็น้องสาวของลูก” เฉิงเจี๋ยบอกลูกสาวของตนเสียงเรียบ ไม่สนใจความรู้สึกของลูกสาวสักนิดเดียว
“พ่อหมายความว่ายังไงคะ พวกเธอคือ….” หนิงฮวาถามเสียงสั่น
“เธอเป็ภรรยาและลูกสาวของพ่อ ลูกอาจจะยังใแต่พ่ออยากให้ลูกเข้าใจ ว่าน้าฉินลำบากอยู่ด้านนอกมามาก พ่ออยากดูแลเธอและหนิงอ้ายเพื่อชดเชย่เวลาที่ผ่านมา” เฉิงเจี๋ยกล่าว
หญิงสาวเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนเอ่ยปาก
“หนูเข้าใจแล้วค่ะ” หนิงฮวากล่าวกับพ่อของเธอ และเดินจากไปโดยไม่ชายตามองสองแม่ลูกนั้นสักนิดเดียว
“พี่สาวคงจะไม่ชอบหนูกับแม่มากแน่เลยค่ะคุณพ่อ เธอไม่มองคุณแม่กับหนูเลย” หนิงอ้ายแสร้งเอ่ยเสียงเศร้ากับเฉิงเจี๋ย ซึ่งนั่นทำให้เขามีสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ที่หนิงฮวาเมินสิ่งที่เขากำลังทำ
“เธออาจจะยังใ เพราะเราบอกเธอกะทันหันไปหน่อย ลูกไม่ต้องเสียใจไปนะ พี่สาวลูกไม่ได้เป็คนเลวร้ายอะไร” เขาปลอบหนิงอ้ายอย่างอ่อนโยน
“ค่ะคุณพ่อ” หนิงอ้ายเอ่ยเสียงเศร้า ๆ ก่อนจะซบเข้าไปในอ้อมกอดของผู้เป็พ่อ แต่สายตาเธอกลับมองตามหลังหนิงฮวาด้วยความเกลียดชัง
‘เ้าช่างเหมือนนางร้ายในนิยายที่หนิงฮวาอ่านยิ่งนัก เสแสร้งดียิ่ง’
เทพพฤกษามองดูอย่างขัดใจ ทำไมนางไม่มีพลังิญญาติดมาบ้างนะ อย่างน้อยคงเขกหัวนังเด็กเสแสร้งนี้ได้สักทีสองที
มามิติอื่นกลับเป็ิญญาโง่ ๆ ลอยไปลอยมาเท่านั้น หงุดหงิดจริง ๆ
*น้องปรับตัวให้เข้ากับยุคนี้โดยการอ่านนิยายและน่าจะดูทีวีด้วยสินะ
(❍ᴥ❍)
#คอมเม้นทักทายติชมเข้ามาได้นะคะ
ʕ•ᴥ•ʔ