ยามนี้เหลียนฮวาถูกอาลั่วจูงมือพาไปยังบ้านของตน เนื่องจากอาลั่วอยากแนะนำปู่กับย่าของตนให้เหลียนฮวารู้จัก
"ท่านปู่ ท่านย่า ข้าพานายหญิงมาหาพวกท่านแล้ว"
"คารวะ นายหญิง"
สองผู้เฒ่าเดินมาทำความเคารพเหลียนฮวาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
"คารวะท่านทั้งสอง"
เหลียนฮวารีบทำความเคารพกลับทันทีถึงอย่างไรท่านปู่ของอาลั่วก็เป็นผู้นำของชาวบ้าน นางไม่อยากเสียมารยาท
"นายหญิงเจ้าคะ นี่คือท่านปู่เช่อ นี่คือท่าท่านย่าเหอเจ้าค่ะ"
อาลั่วแนะนำปู่กับย่าของตนให้เหลียนฮวารู้จัก
"หัวหน้าคงหวังให้ท่านได้เป็นฮูหยินของเขาเป็นแน่ ไม่เช่นนั้นไม่พาท่านมาถึงที่นี่"
"ข้าขอพูดตามตรงว่าความจริงแล้ว ข้าพึ่งรู้จักเขาไม่นานเท่านั้น"
เหลียนฮวาตอบปู่เช่ออย่างมีสีหน้าจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย
"สงสัยคงจะเป็นหัวหน้าไปหมายปองนายหญิงก่อนเป็นแน่ ฮิฮิ"
ย่าเหอกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหยอกล้อเหลียนฮวา เหมือนเช่นคนอาบน้ำร้อนมาก่อน
"เหมือนสมัยของเราใช่หรือไม่ ยายเฒ่าเหอ"
"ตาเฒ่าเช่อ สมัยนั้นเจ้าก็หมายปองข้าก่อนเหมือนกันนั้นล่ะ ไม่รู้อะไรมาบังตาให้ข้าคล้อยตามเจ้าจนถึงทุกวันนี้"
"สุดท้ายก็หนีไม่พ้นข้าอยู่ดี"
สองเฒ่าหยอกล้อกันไปมาคล้ายยินดีจะเล่าเรื่องของตนให้คนรุ่นหลานได้ฟัง
"นายหญิงก็คงหนีหัวหน้าไม่พ้นนั้นล่ะ คนของหน่วยพยัคฆ์หมายปองผู้ใดแล้วต้องได้ผู้นั้นมาครอง ฮาฮ่าฮ่า"
"นายหญิง ท่านอย่าไปฟังตาเฒ่าเช่อพูดมากเลยเจ้าค่ะ หัวหน้าดีกว่าเขาเยอะเป็นแน่ ไม่เจ้าชู้มากรักเลย ตลอดมานี่ข้าพึ่งเห็นเขาพานายหญิงมาเปิดเผยถึงที่นี่เป็นคนแรก ท่านวางใจได้"
เหลียนฮวาไม่รู้ว่าตนควรจะตอบกลับ ย่าเหอเช่นไรแล้ว ทุกคนดูส่งเสริมนางกับหัวหน้าของพวกเขาออกหน้าออกตามาก ให้นางปฏิเสธเท่าใดก็เหมือนเดิม เหมือนกับว่ายินดีที่หัวหน้าของตนพา ผู้หญิงมาที่นี่หรือเขาขาดแคลนผู้หญิงกัน คิดไปมาก็เหนื่อยใจ เหมือนนางเป็นความหวังของหมู่บ้านโดยแท้
"นายหญิง ข้าไม่รู้จะพูดเช่นไรดี แต่ว่าถ้าอย่างไรท่านสามารถหมั้นหมายกับหัวหน้าไว้ก่อนได้เลยจะเป็นการดียิ่ง"
"ใช่ๆ ท่านย่าพูดถูก ท่านรีบหมั้นหมายเสีย รู้หรือไม่มีหญิงในหมู่บ้านนี้จ้องมองหัวหน้าตาเป็นมันหลายคน แต่หัวหน้าไม่เคยสนใจเลย ตลอดมายังมีข่าวซุบซิบว่าเขาไม่สนใจสตรีด้วยเจ้าค่ะ"
"อาลั่ว เจ้าไปฟังข่าวเหล่านั้นมาจากที่ใด ข้าเป็นชายแท้ยังดูออกว่าเขาน่ะชอบผู้หญิงแต่ยังไม่พบคนที่พึงใจจริงๆเท่านั้น"
เหลียนฮวาฟังสามคนนี้ผลัดกันเล่าเรื่องราวของอาชางก็รู้สึกว่าเหตุใดทุกคนดูจะกระตือรือร้นอยากให้นางเป็นนายหญิงเช่นนี้ หรือจริงๆแล้วเขาแค่เอานางมาเป็นตัวยืนยันให้คนในหมู่เชื่อว่าเขานั้นไม่ได้ชอบเพศเดียวกัน แต่คงจะไม่น่าใช่ เขาถึงกับถ่อไปถึงเมืองหลวงเพื่อสุ่มมาโดนนางก็มีคนตั้งมากมาย หรือว่าเขาสนใจนางจริงๆกัน คิดถึงตรงนี้ก็รู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาเสียอย่างนั้น
เหลียนฮวารีบเอามือยกขึ้นมากุมตรงอกเพื่อระงับอาการของตนหลังจากพบความจริงข้อนี้ ไม่ได้สิ นางพึ่งจะรู้จักอาชางไม่นานเท่านั้น แล้วที่มาที่ไปของเขาก็ไม่ชัดเจนสักอย่าง เขาเป็นเพียงแค่ตัวละครในนิยายเท่านั้น นางจะไปใจเต้นกับเขาได้อย่างไรกัน หรือที่นางมีอาการเช่นนี้กับอาชางเป็นเพราะว่านางไม่รับรู้ความเป็นไปของตัวเขากันนะ หากนางรู้เรื่องราวของเขาจากการอ่านนิยายมาก่อนก็จะเหมือนกับเซียวซีเหยียนและเว่ยอวิ๋นข่ายที่แม้ให้อยู่ใกล้ชิดเพียงใดก็ไม่อาจรู้สึกพิเศษขึ้นมาได้เพราะนางเหมือนคนเฝ้าดูการเป็นไปของพวกเขาแต่กับอาชางนั้นนางไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาสักอย่างรู้อย่างเดียวว่าเขาคือหน่วยพยัคฆ์
เหลียนฮวายามนี้ตกใจกับตัวเองมากหัวใจที่เต้นแรงขึ้นและสีหน้าที่ซีดขึ้นมาทันที เหลียนฮวาพยายามทำความเข้าใจความรู้สึกของตัวเองทันที สิ่งที่นางเป็น สิ่งที่นางอยู่คือเพียงแค่นิยายเรื่องหนึ่งเท่านั้น นางจะมีความรู้สึกกับตัวละครในนิยายได้อย่างไรกัน เป็นไปไม่ได้ ตลอดมานางมีตัวแบ่งขั้นความรู้สึกระหว่างตนกับตัวละครอื่นๆในนิยายเสมอจึงไม่อาจจะรู้สึกเกินเลยกับผู้ใดได้แต่กับอาชางนั้นแปลกมาก เขาสามารถทำให้นางรู้สึกเช่นนี้ได้อย่างไร
เหลียนฮวานั้นรีบเดินออกจากบริเวณนั้นโดยไม่สนเสียงเรียกของอาลั่ว นางเปลี่ยนจากเดินเป็นวิ่ง ไปเรื่อยๆจนไปถึงน้ำตกแห่งหนึ่ง นางรีบคุกเข่าลงเอาน้ำมาล้างหน้าตนเองทันที หัวที่คิดเรื่องมากมายเมื่อครู่ถึงได้สงบลงได้บ้าง คิดได้ถึงขั้นนี้เกี่ยวกับอาชางนางจะทำหน้าเช่นไรเมื่ออยู่ต่อหน้าเขากัน เป็นชายที่ลึกลับขนาดนั้น หน้าเขาเป็นเช่นไรนางยังไม่เคยเห็นเลย
"ไยถึงวิ่งมาถึงที่นี่"
เหลียนฮวาหันไปมองเสียงทุ้มต่ำของคนด้านหลังทันทีพร้อมกับลุกขึ้นยืน
"ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร"
"ตามเจ้ามาอย่างไร"
"ท่านกลับไปก่อนเถอะ ข้าอยากคิดอะไรหน่อย"
"เป็นอะไรไป"
"อาชางกล่าวจบก็รีบเดินเข้ามาใกล้เหลียนฮวา"
"ไม่ต้อง ท่านกลับไปก่อน"
เหลียนฮวารีบขยับตัวถอยหลังเพื่อออกห่างจากอาชางทันทีแต่ไม่ทันไรนางรีบเกินไปจึงไม่ระวังว่าข้างหลังเป็นริมแม่น้ำข้างน้ำตกเกือบจะตกน้ำ แต่ยังดีที่อาชางเร็วกว่านั้นนักเขาพุ่งเข้าหาเหลียนฮวาแล้วโอบนางไว้กับอกแกร่งของเขาคล้ายกลัวนางจะตกน้ำลงไปจริงๆ ดูเหมือนเขาจะตกใจมากเช่นกัน
"ขอบใจท่านมาก"
"เจ้าเป็นอะไรหรือไม่"
"ไม่ ข้าปลอดภัยแล้ว ท่านปล่อยข้าได้แล้วกระมัง"
"จะได้อย่างไร ถ้าเจ้าตกน้ำลงไปอีกข้าคงทำใจไม่ได้"
"แล้วถ้าไม่ปล่อย ท่านจะยืนโอบกอดข้าเช่นนี้ไปถึงเมื่อไหร่กัน"
เหลียนฮวาจากตอนแรกตกใจตอนนี้พอได้พูดกับคนตรงหน้านางชักหมั่นไส้เสียแล้วจะหลอกเตะต้องตัวนางเสมอเลยหรืออย่างไร พอได้แล้วกระมัง
อาชางยังคงยืนนิ่งภายใต้หน้ากากนั้นของเขาก็ทำให้เหลียนฮวาไม่รู้ว่าเขามีสีหน้าเช่นไร แต่ในหัวนางนึกว่าเขาคงมีสีหน้ายิ้มกรุ้มกริ่มเป็นแน่ คิดได้ดังนี้ก็ผลักตัวเขาออกแล้วเดินออกห่างทันที
"ข้าเป็นห่วงเจ้าเท่านั้น"
อาชางกล่าวเสร็จก็จะเดินมาใกล้นางอีกครั้งเหมือนจะจับมือนางจูงไปกับเขาด้วย
"เหลียนฮวาเห็นดังนั้นก็เกินออกห่างทันที"
"ท่านไม่ต้องมาใกล้ข้ามากก็ได้ ต่างคนต่างกลับเถอะ"
กล่าวเสร็จเหลียนฮวาก็รีบเดินไวไวสุดท้ายกลายเป็นวิ่งหนีคนข้างหลังแทน
อาชางไม่เข้าใจว่าเหตุใดนางมีท่าทีแปลกไปเช่นนี้ตอนนี้ในใจเขาเริ่มรู้สึกมีความไม่สบายใจสายหนึ่งเกิดขึ้นเสียแล้ว เมื่อก่อนเหลียนฮวาให้เขาจูงหรือสัมผัสบ้างนางก็ไม่เคยมีท่าทีเช่นนี้ นางเข้าใจอะไรในตัวเขาผิดไปหรือ ในดวงตาของอาชางมีความขรึมขึ้นทันที
"อาซื่อ ออกมา!"
"ขอรับ หัวหน้า"
อาซื่อที่กำลังจากติดตามเหลียนฮวาไปได้ยินหัวหน้าตนเรียกตัวไว้ก่อนจึงรีบออกมาขานรับทันที ยิ่งเสียงที่แสดงออกถึงความไม่สบอารมณ์นั้นอีก
"เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเหลียนฮวามาให้ข้าทั้งหมด"
"ขอรับ"
อาซื่อรีบเล่าเรื่องต่างๆของเหลียนฮวาภายในวันนี้ให้อาชางฟังทุกสิ่งคล้ายว่าถ้าเล่าตกหล่นไปตรงใด เขาอาจจะถูกลงโทษได้ ยิ่งสายตากดดันนั้นของหัวหน้านั้นอีก ช่างทำให้เขาตอนนี้เหมือนยืนอยู่บนสะพานเชือกเส้นเดียวปานนั้นเลย
"นายหญิงพูดคุยกับท่านปู่เช่อ ท่านย่าเหอ และอาลั่วก็วิ่งออกมาที่นี่เลยขอรับ"
อาซื่อเล่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นให้หัวหน้าของเขาฟังทุกคำพูดของทุกคนก็ไม่หายแม้แต่ประโยคเดียว
"เจ้าบอกว่านางรู้แล้วว่ามีหญิงหลายคนในหมู่บ้านหมายปองข้าเช่นนั้นหรือ"
"ขอรับ"
อาชางมีสีหน้าหนักใจขึ้นมาทันที ที่นางมีท่าทีเปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้เป็นเพราะเข้าใจเขาผิดไปหรือไม่ เรื่องหญิงพวกนั้นแม้นางจะรู้ว่าเขาไม่สนใจแต่ตัวเขามีอายุมากกว่านางเพียงนี้ นางอาจจะไม่เชื่อว่าเขาไม่สนใจหญิงพวกนั้นจริงๆ นางรงไม่คิดว่าเขาเป็นชายมากรักหลายใจไปแล้วหรือไม่ นางเข้าใจเขาผิดไปแล้วจริงหรือ ไม่ได้การแล้วถึงอย่างไรก็ต้องรีบไปอธิบายให้นางเข้าใจในตัวเขา อาชางรีบเดินตามเหลียนฮวาไปทันทีโดนไม่สนใจอาซื่อที่ก้มหน้าคุกเข่าอยู่
"อาซื่อ หัวหน้ากับนายหญิงทะเลาะกันหรือ หัวหน้าดูไม่สบอารมณ์มากเลย"
อาลั่วที่เดินออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งรีบเดินมาหาอาซื่อที่ตอนนี้ก็ลุกขึ้นแล้ว
"ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน ทั้งสองคนคงมีเรื่องไม่เข้าใจกันเท่านั้นกระมัง"
"อาซื่อ เหตุใดเจ้าดูผอมลงเพียงนี้"
"ข้าก็มีรูปร่างเช่นนี้มานานแล้วนะ อาลั่วเจ้าอย่าได้กังวลอันใดมากมายเลย"
"ก็ข้าไม่ได้พบเจ้านานแล้วนี่ ถึงจะอยู่ใกล้กันแต่เจ้าก็ตามติดนายหญิงกับพบแค่หัวหน้า"
"ข้าทำหน้าที่ของข้าอยู่นะ อาลั่ว"
"ข้ารู้ว่าเจ้าทำหน้าที่ของเจ้า แล้วข้าเล่า"
"ข้าเคยบอกกับเจ้าแล้วว่าข้าทำหน้าที่ที่อันตรายมาก ข้าเป็นคู่หมั้นที่ไม่ดีพอสำหรับเจ้า ไม่สามารถยืนยันอนาคตของเราได้"
"ไม่เป็นไรข้ารอเจ้าได้"
"อาลั่วเจ้าเป็นหญิงที่ดีและงดงามทั้งกายและใจ ข้ารู้ว่ามีคนที่เหมาะสมกับเจ้ามากกว่าข้า"
อาซื่อไม่อาจยืนยันว่าชีวิตนี้ของเขาจะอยู่รอดดูแลอาลั่วได้ตลอดไป เขากลัวว่าต่อไปหากเขาจากไปเพราะหน้าที่ที่ทำอยู่นั้น นางจะลำบากเขาจึงไม่อยากให้นางรอเขา
"ไม่ฟังแล้ว เลิกพูดเหมือนข้ากับเจ้าจะไม่ได้แต่งงานกันอีก ห้ามพูดว่าข้าเหมาะสมกับคนอื่น เจ้าไม่มีสิทธิ"
อาลั่วรีบเดินเข้าไปหาอาซื่อแล้วยกมือขึ้นทุบตีไปที่หน้าอกของเขาทันที แต่ทุบเท่าไหร่เขาก็ไม่ร้องออกมาสักนิดมีเพียงนางที่น้ำตาไหลลงมาแทน นางรอเขามาตลอด ชีวิตนี้ไม่มีใครที่จะเข้ามาในหัวใจนางได้อีก มีเพียงเขามาโดยตลอด ทำไมต้องพูดเช่นนี้ด้วย
"อาลั่ว พอแล้ว ข้าเจ็บที่เห็นเจ้าร้องไห้เพราะข้า"
อาซื่อกล่าวเช่นไรอาลั่วก็ไม่หยุดตีเขา จนสุดท้ายเขาต้องดึงนางเขามากอดไว้หลวมๆแต่อาลั่วดันกอดเขาแน่นขึ้นกว่าเดิมทั้งยังร้องไห้ไม่หยุดปากก็บอกว่าคนใจร้ายซ้ำๆ บอกว่าเขาใจดำบ้างล่ะ
อาซื่อจนใจจึงต้องตบหลังอาลั่วเบาๆเป็นการปลอดใจนางให้สงบลง
"ห้ามพูดเช่นนี้อีก ข้าเป็นคนของเจ้าตลอดชีวิตห้ามจากข้าไปที่ใดห้ามให้ข้าไปเป็นของผู้อื่น"
"แต่ข้ามีภารกิจที่เสี่ยงอันตรายเจ้าก็รู้เรื่องนี้ดี"
"ข้าบอกแล้วไงว่าจะรอ เข้าใจหรือไม่"
"เฮ้อ เข้าใจแล้ว แต่ว่าตอนนี้ข้าต้องไปตามนายหญิงก่อน เจ้าปล่อยข้าก่อนดีหรือไม่"
"ไม่ปล่อย ข้าคิดถึงเจ้ามาก แล้วเจ้าจะไปหานายหญิงยามนี้เพื่ออะไรกัน หัวหน้าอยู่กับนายหญิงแล้ว เจ้าจะเข้าไปชมดูพวกเขาทั้งสองหรือ เรื่องของเจ้ากับข้ายังไม่จบด้วย ข้าไม่ให้เจ้าไป"
"อาลั่ว ถ้าเจ้ายังกอดข้าแบบนี้ เจ้าจะเสียหายนะถ้ามีคนมาเห็นเข้า"
"เห็นแล้วอย่างไร ข้าไม่สนใจ เจ้าเป็นคู่หมั้นของข้า"
"ปู่กับย่าของเจ้าก็ไม่สนหรือ"
"ห้ามเอาปู่กับย่าของข้ามาขู่ข้านะ ไม่งั้นข้าจะไปฟ้อน ปู่กงกับท่านอาซุนว่าเจ้าทำข้าร้องไห้"
"ท่านปู่กับท่านพ่อข้า เข้าข้างเจ้าถึงเพียงนั้นเจ้าไม่ต้องฟ้องพวกเขาก็คงมาแหกอกข้าก่อนแน่ ขอบใจเจ้าที่ดูแลท่านปู่กับท่านพ่อของข้านะ อาลั่ว"
"สำนึกแล้วก็ทำตัวดีๆกับข้าเสีย อย่าขัดใจข้าอีก"
อาซื่อฟังอาลั่วก็พยายามเอาตัวเองออกห่างจากอาลั่วเพราะนางเกาะเขาแน่นไม่ปล่อยด้วยตนก็กลัวว่าจะมีคนมาพบเห็นเข้าจะทำให้นางเสื่อมเสียชื่อเสียง สุดท้ายเขาก็หลุดจากการเกาะกุมของนาง แม้อาลั่วจะไม่ถือสาแต่ว่าเขาก็ไม่ควรฉวยโอกาสกับความไว้วางใจที่นางมีให้เขา
"ตอนนี้เจ้าว่างแล้ว เจ้าตามข้าไปหาท่านปู่กงกับท่านอาซุนเถอะ พวกเขาคงอยากเจอเจ้าด้วยเหมือนกัน"
อาลั่วรีบเข้าไปจูงมืออาซื่อทันทีแล้วพาเขาวิ่งไปยังบ้านของเขาที่อยู่ในหมู่บ้าน
"อาลั่ว ข้ายังต้องไปทำหน้าที่นะ"
"ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าหัวหน้าดูแล นายหญิงอยู่เจ้าอย่าไปก่อกวน"
อาลั่วเปลี่ยนจากจูงมือมาเป็นเกาะแขนเขาอีกครั้งทันที อาซื่อนั้นไม่อยากทำร้ายจิตใจอาลั่วอีกจึงไม่อาจใช้วิชายุทธของตนกระโดดหายตัวไปได้จึงต้องทำตามใจนางไปก่อน มิเช่นนั้นคงได้ร้องไห้ฟูมฟายเพราะเขาอีกเป็นแน่