ฉัตรชฎาเดินออกมาจากห้องทำงานของรองประธานบริษัทด้วยความรู้สึกงงๆก่อนหน้านี้เธอได้มายื่นใบสมัครงานในตำแหน่งเลขาที่บริษัทนี้ไว้ วันนี้เธอถูกเรียกตัวให้มาสัมภาษณ์งาน แต่เธอก็ได้งานมาแบบไม่ต้องสัมภาษณ์เลยก็ว่าได้ เพราะคนที่ทำการสัมภาษณ์ไม่ได้ถามอะไรเธอเลยสักคำ สรุปว่าทั้งความรู้และคำตอบต่างๆมากมายมหาศาลที่เธอเพียรท่องเพียรจำเพียรทำการบ้านมาเป็แรมเดือนนั้นก็ไม่ได้ใช้อะไรเลย
“อ้าว...”
พี่เลขาคนเก่าซึ่งกำลังจะลาออกไปในไม่ช้านี้อุทานอย่างงงๆพร้อมสีหน้าที่งงมากกว่าเมื่อเห็นฉัตรชฎาเดินกลับออกมาจากห้องทำงานของรองประธานบริษัทภายในเวลาอันรวดเร็ว
ไม่ถึงนาทีก็ว่าได้
“บอสเล็กว่าไงบ้างคะ”
สาวใหญ่ถามสาวน้อยที่เข้ามาสมัครงานในตำแหน่งแทนตน
“บอกว่ารับหนูเข้าทำงานค่ะ”
สาวน้อยตอบ พี่เลขาคนเก่าพยักหน้ารับรู้แล้วก็เรียกฉัตรชฎาให้ไปนั่งฟังเธอสอนงาน
ระหว่างที่นั่งฟังพี่เลขาสอนงาน จิตใจของฉัตรชฎาก็แอบเฝ้าครุ่นคิดอย่างหนัก เธอมั่นใจว่าเธอจำเขาได้ดี แม้จะเคยเจอเขาแค่ใน่เวลาสั้นๆและเวลานั้นก็ผ่านพ้นมาเดือนเศษแล้ว แต่ทำไมเขาถึงทำเหมือนจำเธอไม่ได้ เป็ไปได้ยังไงกัน ก็เธอกับเขาไม่ใช่แค่เจอกันธรรมดานะ แต่ยังมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งต่อกันอีกด้วย หรือว่าเธอคิดไปเองคนเดียวว่านั้นคือเื่สำคัญที่น่าจดจำ ในขณะที่สำหรับเขามันอาจจะเป็เื่ที่ธรรมดาสามัญเอามากๆก็เป็ได้ จึงไม่จำเป็ต้องจดจำไว้ให้รกสมอง
คิดแล้วก็พาลขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาทีเดียว เหมือนๆว่าน้ำตาจะไหล ไม่นะ เธอสัญญากับแม่ไว้แล้วว่าจะไม่อ่อนแอ เธอต้องทำให้ได้สิ
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
วันนี้เป็การทำงานวันแรกของฉัตรชฎา สาวน้อยมาถึงที่ทำงานช้าเล็กน้อยเพราะมัวเสียเวลากับการวนหาที่จอดรถ ก็บอกแล้วไงว่าวันแรก
เดินเข้าไปที่โต๊ะทำงานอย่างรีบเร่ง พอไปถึงก็เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะทำงานโดยมีที่ทับกระดาษทับเอาไว้ ข้อความในนั้นเขียนไว้ว่า“มาถึงแล้วก็เข้ามาในห้องหน่อย ลงชื่อ รองประธาน”
เด็กสาวััได้ทันทีถึงรังสีอัมหิตที่แผ่ออกมาจากข้อความสั้นๆนั้น แต่จะหลีกเลี่ยงได้อย่างไร วางสัมภาระส่วนตัวลงบนโต๊ะทำงานแล้วร่างบางก็รีบเดินเข้าไปในห้องทำงานของคนที่พนักงานเกือบทั้งบริษัทเรียกเขาว่า”บอสเล็ก”ทันที
“ที่บ้านไม่มีนาฬิกาเหรอ”
แค่คำถามแรกก็ทำเอาเลขาคนใหม่ถึงกับสะอึกเลยทีเดียว
“เอ่อ...คือ...”
“ไม่ต้องมาแก้ตัวอะไรทั้งนั้น ที่นี่้าคนที่มีความรับผิดชอบสูงๆไม่ใช่คนที่มีแต่คำแก้ตัว”
“ดิฉันไม่ได้จะแก้ตัวนะคะ แค่จะอธิบายว่าเช้านี้รถติดมากเพราะเป็เช้าวันจันทร์ แล้วก็ต้องมาขับรถวนหาที่จอดรถอีก”
“บ้านของผมอยู่ห่างจากบริษัทมากกว่าคุณ แต่ผมมาถึงที่นี่ก่อนสองโมงเช้า”
ริมฝีปากจิ้มลิ้มน่ารักที่อ้าขึ้นจะอธิบายสาเหตุถึงกับอ้าค้างไปอีก พอตั้งหลักได้ ว่าจะพูดอีกเขาก็รีบชี้นิ้ว
“ไป ออกไปทำงานได้แล้ว อ๋อ วันนี้ฉันไม่รับแขกนะ ไม่ต้องให้ใครเข้ามา”
วันแรกของการทำงาน มาสายแล้วก็โดนดุ แถมคนที่ดุยังเป็คนที่มีอิทธิพลต่อใจของสาวน้อยเอามากๆอีกด้วย นี่ทำไมเขาต้องใจร้ายกับเธอขนาดนี้ด้วยนะ เขาจำเธอไม่ได้จริงๆเหรอ