บทที่ 06 : ส่วนผสม
ต้นกำเนิดของ ยาประสานเื จะว่ามาจากนางพญาเม่ยก็พูดไม่ได้เต็มปากเท่าไร
เพราะในอดีตนางเคยเป็ลูกศิษย์ของเซียนโอสถมาหลายปี ก่อนที่จะเข้าร่วมารวบรวมแผ่นดินต้าฟง ในระหว่างออกรบ นางจึงดัดแปลงสูตรยาวิเศษของอาจารย์ โดยใช้วัตถุดิบที่หาง่ายและสะดวก เพื่อช่วยในการรักษาาแเล็กน้อยของทหารโดยไว ซึ่งเป็เพียงขั้นตอนรักษาเบื้องต้นเท่านั้น
กรรมวิธีการทำเริ่มมาจากการนำ ดอกไม้เืวิหค มาผสมกับ น้ำบริสุทธิ์ที่กลั่นออกมาจากพลังหยาง อันนับเป็พลังพื้นฐานที่ผู้ได้ปราณต้นกำเนิดใช้กันโดยทั่วไป แล้วจึงเข้าสู่กระบวนการหลอมโอสถจนได้ออกมาเป็ยาลูกกลอน
หลังสิ้นา สูตรของยานี้ถูกเผยแพร่ เพื่อเป็ประโยชน์ให้กับชาวบ้าน จึงเป็ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็เด็กน้อย หนุ่มสาว ผู้เฒ่าผู้แก่ต่างทานกันวันละเม็ด เพื่อบำรุงร่างกายให้แข็งแรง
แต่เมื่อเวลาผ่านไปห้าร้อยปี ยาสามัญประจำบ้านกลับแปรเปลี่ยนเป็ยาที่มูลค่าสูงลิบ!
และเหตุที่เป็เช่นนั้น เจียงซูผิงก็ไม่ต้องคาดเดานาน เพราะ เถ้าแก่ประจำร้านยังได้สาธยายความเป็มายาวเหยียด
“เ้าคงไม่รู้สินะว่า ดอกไม้เืวิหค ที่เอามาเป็ส่วนผสมของยาประสานเืล้ำค่าและหาได้ยากยิ่งแค่ไหน มีเฉพาะหอการค้าตระกูลหนิงเท่านั้นที่หามาได้ อีกทั้ง ส่วนผสมที่เป็น้ำ ก็ต้องเที่ยวถ่อไปจนถึงต้นธารของแม่น้ำกวนซีนู้น ยาประสานเืของเราจึงมีสรรพคุณชั้นเลิศเหนือกว่าที่อื่นๆ”
ผ่านมาห้าร้อยปี สภาพแวดล้อมคงเปลี่ยนแปลงไปมาก ดอกไม้เืวิหคที่หาขึ้นตามพงหญ้าข้างทางทั่วไป กลับกลายเป็ของหายาก ซึ่งนางก็พอจะเข้าใจได้
แต่ ‘น้ำจากต้นธารของแม่น้ำกวนซี’ นั่นคืออะไร?
ทำไมส่วนผสมหลักถึงผิดเพี้ยนไปได้?
มิน่าเล่า...นางถึงเห็นว่า แม้ยาเม็ดนี้จะมีลักษณะดูคุ้นเคย แต่จุดสีแดงที่กระจายกลับไม่เข้มสดเหมือนอย่างที่เคยเห็นมาก่อน
แต่ไม่แน่มันอาจเป็สูตรที่คนในยุคนี้พัฒนา จนยาประสานเืให้ผลลัพธ์ที่น่าตื่นตายอดเยี่ยมกว่าเดิมก็เป็ได้
ใจของนางอยากจะพิสูจน์ข้อเท็จจริง ทว่านางกลับไร้เงินเพียงพอที่จะซื้อ
เจียงซูผิงคิดอย่างว้าวุ่น ทันใดนั้น นางก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง
“แล้วนั่นล่ะ ราคาเท่าไร”
ขวดโหลสีใส ภายในมีตะขาบตัวเขื่องถูกดองเอาไว้ นางจำได้ดีว่านั่นคือ ยาดองตะขาบดิน สรรพคุณด้อยกว่ายาประสานเือยู่มาก มันเป็เพียงแค่ยาดองมีฤทธิ์มึนเมา ไม่ต่างอะไรจากสุราไหหนึ่งเท่านั้น แต่ชาวบ้านก็มักจะชอบดื่มกัน เนื่องจากมีรสอร่อย
ทว่า ราคาของมันทำให้เจียงซูผิงถึงกับตะลึง
“ห้าตำลึงเงิน”
...อะไรนะ!? แพงมากกว่ายาประสานเือีกหรือ
ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนถ้าอยากกิน พวกแม่บ้านก็แค่ไปขุดหาตะขาบดินตามสวน แล้วทุบเอามาใส่โหลดองได้เป็หลายร้อยตัวแล้ว
“ตะขาบดินก็หาได้ยากงั้นหรือ”
นางคาดเดาอีกทาง ไม่แน่ว่าตะขาบดินในยุคสมัยนี้ อาจลดน้อยลงไม่ต่างไปจากดอกไม้เืวิหค แต่เถ้าแก่กลับส่ายหน้าแจงข้อมูล
“หาไม่ยากหรอก เข้าไปในป่าใกล้ๆ ก็เจอ แต่พิษของมันร้ายแรงยิ่ง กว่าจะจับมาทำยาดองก็ต้องอาศัยผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปฐีขึ้นไป”
...พิษของมันร้ายแรงถึงขั้นต้องให้ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปฐีไปจับเลยหรือ?
ถ้าโลกนี้ไม่วิวัฒนาการจนผิดเพี้ยน ก็มีแต่ตัวนางนี่แหละที่ผิดเพี้ยนไปเอง
เจียงซูผิงผู้ยังมึนงง ตั้งใจอยากจะสำรวจข้าวของต่างๆ เพิ่มเติม หากเถ้าแก่กลับเป็ฝ่ายหมดความอดทนเสียก่อน
“ถ้าไม่ซื้อก็อย่าถามให้มากความ ข้ามีลูกค้าคนอื่นต้องดูแลอีก”
เอ่ยจบเพียงแค่นั้น เถ้าแก่ก็เลิกให้ความสนใจนาง เดินจากไปบริการลูกค้ามาใหม่ ผู้เป็คุณชายเ้าสำอางดูท่าทางกระเป๋าหนักแทน ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่น
“อ้าว นั่นซูผิงไม่ใช่หรือ”
เจียงหลี่เว่ย หรือคุณชายรองของตระกูลเจียง เอ่ยทักนางอย่างแปลกใจเมื่อสังเกตเห็น
“คารวะพี่รอง”
ซูผิงทักทายกลับอย่างเป็มารยาท ท่ามกลางสายตาสำรวจของอีกฝ่ายที่นึกสงสัย
“เ้ามีธุระอะไรที่หอการค้าตระกูลหนิง”
“ข้ามาซื้อของ”
“ซื้ออะไรล่ะ”
ยังไม่ทันที่นางจะอ้าปากตอบ เถ้าแก่ฟันม้าก็เสนอหน้าเข้ามาพูดแทน
“เรียนคุณชาย คุณหนูสนใจยาประสานเืและยาดองตะขาบดินขอรับ”
พอเห็นว่า หญิงสาวสวมชุดโทรมๆ มีความสัมพันธ์เป็ถึงพี่น้องสกุลใหญ่ เถ้าแก่หัวการค้าก็เปลี่ยนท่าทีฉับพลันรีบเข้ามาประจบประแจง ซ้ำยังเปลี่ยนคำเรียกชื่อนางอย่างอ่อนหวาน
แต่พฤติกรรมของเถ้าแก่ไม่น่าตื่นใ เท่ากับการกระทำของ หลี่เว่ยที่พยักหน้าออกคำสั่งอย่างใจกว้าง
“อ๋อ งั้นเถ้าแก่จัดให้สักชุดสิ ข้าจะมอบมันให้น้องสาว”
สิ่งหนึ่งที่คุณชายมีเหมือนกับซูเหมยน้องสาวร่วมสายเื คือ การเสแสร้งทำตัวเป็คนจิตใจดี เพื่อให้ได้รับการยกย่องต่อหน้าสาธารณชน
ตามความทรงจำในร่างเดิมของเจียงซูผิง ทราบดีว่าคุณชายรองหลี่เว่ยสนิทสนมกับลูกหลานของหอการค้าตระกูลหนิง เหตุก็เพราะเ้าตัวทุ่มทรัพย์สินที่มีอยู่ เพื่อใช้เงินซื้อความสนใจจนกลายเป็ลูกค้าชั้นเยี่ยม
ฉะนั้น เพื่อรักษาสถานะของตนเอง จึงไม่สามารถปล่อยให้น้องสาวยาจกทำลายชื่อเสียงของตระกูลเจียงที่สู้อุตส่าห์สั่งสมบารมีเอาไว้ได้ ต่อให้ต้องเสียเงินเสียทองซื้อของล้ำค่าให้กับคนไร้พลังปราณก็ต้องจำใจยอมจ่ายไป
ฝ่ายเจียงซูผิง แม้จะเล็งเห็นว่าตนเองถูกเล่นละครใช้ประโยชน์ แต่เมื่อได้ของดีมาฟรีๆ แล้ว ใยจะไม่รับเอาไว้ จึงยอบกายลงระบายยิ้มยินดี
“ขอบคุณเ้าค่ะพี่รอง”
“ไม่เป็ไร ตระกูลเจียงไม่ขาดแคลนเื่เงินทองอยู่แล้ว ต่อจากนี้ ถ้าเ้าอยากได้อะไรอีกก็ไปสอบถามแม่รองดูนะ คลังในจวนมีสมบัติให้ใช้สอยอีกมาก เ้าร่างกายอ่อนแอ จะได้ไม่ต้องลำบากออกมาซื้อของถึงที่นี่”
หลี่เว่ยเอ่ยอย่างไม่ถือสา ซ้ำยังถือโอกาสโอ้อวดตระกูลแบบอ้อมๆ พร้อมกับทิ้งท้ายด้วยการเตือนซูผิงอยู่ในที
เหตุการณ์ในวันนี้ คุณชายรองย่อมต้องเอาไปบอกฮูหยินรอง ไม่ใช่เพื่อให้ฮูหยินรองแบ่งปันสมบัติให้คุณหนูใหญ่ แต่เพื่อใช้อำนาจสั่งห้ามนางไม่ให้มาเหยียบที่หอการค้าตระกูลหนิงอีกต่างหาก
อย่างไรก็ตาม ซูผิงไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจ ในเมื่อนางได้ของที่้าสำหรับการนำไปตรวจสอบแล้วก็คงไม่มีธุระอะไรกับที่นี่อีก
“ข้าทราบแล้ว ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวกลับบ้านก่อนนะเ้าคะ”
หญิงสาวเอ่ยคำอำลา ก่อนเดินออกจากหอการค้าไปพร้อมกับยาสองชนิด ในใจก็คิดจะมุ่งตรงกลับจวนราชครูไปตามที่เคยกล่าว
แต่แล้วระหว่างทาง ดวงตาของนางก็เหลือบไปเห็นต้นหญ้าลู่ลมแทรกตามโขดหินหน้าเรือนร้างหลังหนึ่ง
“ไป๋หลัน หญ้านี้คืออะไร”
“ก็แค่หญ้าหางหนูเ้าค่ะ มันมักขึ้นอยู่ริมทางเป็หญ้าที่พวกวัวพวกแพะชอบ”
บ่าวรับใช้ตอบตามความจริง หญ้าชนิดนี้พบเห็นได้ทั่วไป และมีขึ้นอยู่มากโดยเฉพาะตามบ้านนอก จึงเหมาะแก่การเอาไปเป็อาหารเลี้ยงสัตว์
หากสิ่งที่ไป๋หลันคิดไม่ถึง คือการที่จู่ๆ คุณหนูของนางก็ถลกแขนเสื้อ แล้วย่อตัวลงไปเริ่มขุดหญ้าหางหนูขึ้นมา ทำเอาบ่าวถึงกับใร้องเสียงหลง
“ว๊าย! คุณหนูจะทำอะไรเ้าคะ”
ทว่า คำตอบประโยคถัดมาของคุณหนูผู้บอบบาง กลับทำให้ ไป๋หลันยิ่งหวีดเสียงร้องดังกว่าเดิม
“ข้าจะเอาไปปลูกที่เรือน”
“อะไรนะเ้าคะ!?”
ꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥ
Writer's Talk
นิยายแนวนี้จะพลาดการปลูกผักไปได้อย่างไร (ฮาา)
แต่รับรองว่าไม่ปลูกผักกันนานค่ะ มีอะไรอีกมากมายให้เจียงซูผิงต้องทำ
เนื้อเื่จะดำเนินไปไม่ช้าไม่เร็ว กับความยาวกว่า 200 ตอน
เส้นทางยังอีกยาวไกล หวังว่าทุกคนจะอยู่ไปด้วยกันจนถึงปลายทางนะคะ