แม้หน่วยหมาป่าทมิฬที่ไล่ตามมาติดๆ ยังไม่อาจใช้ธนูโจมตีเฟยฮุ่ยได้ เนื่องจากยังอยู่นอกระยะยิงหวังผล แต่หากเฟยฮุ่ยหยุดเร่งฝีเท้าม้าแม้อึดใจเดียว ก็อาจเปิดโอกาสให้พวกมันลงมือได้ทันที
"อีกนิดเดียว แต่ว่าถ้าพวกมันตามข้าขึ้นสะพานไปด้วยล่ะ ที่ทำมาก็สูญเปล่า" เฟยฮุ่ยพยายามคิดหาทางขัดขวางหรือทิ้งห่างพวกมันให้มากกว่านี้ แต่สถานการณ์คับขันจวนตัวเช่นนี้ นางคิดหาวิธีอะไรไม่ได้จริงๆ จนกระทั่งอีกไม่ถึงหนึ่งลี้ก็จะขึ้นสะพานแล้ว
"ถ้าเทียนเสียงอยู่ด้วย ต้องคิดวิธีพิสดารออกแน่ หึหึ"
พลันสายตานางก็หันไปเห็นเทียนเสียงยืนทำอะไรสักอย่างอยู่ริมข้างทางเข้าจริงๆ
"ข้าตาฝาดงั้นหรือ" เฟยฮุ่ยบอกกับตัวเอง แต่คล้อยหลังมาได้อึดใจก็มีเสียงประทัดดังขึ้นชุดใหญ่ จนฝูงม้าของหน่วยหมาป่าทมิฬ ชะงักและชะลอฝีเท้าม้าลง
หนิงเฟิ่งและศิษย์สำนักเฟยหลงที่ดักรออยู่จึงออกมา พร้อมกับใช้ธนูเล็งยิงไปที่ผู้ไล่ล่าจนาเ็ล้มตายไปนับสิบ
หน่วยหมาป่าทมิฬ เสียรูปขบวน หัวหน้าพวกมันจึงสั่งถอยให้พ้นระยะยิง แต่ไม่นานนักพวกมันก็ปรับรูปขบวนได้ใหม่ ในเวลาอันรวดเร็ว จากการปล่อยทิ้งศพเพื่อนที่ตาย ผู้าเ็สาหัส และนำไปแต่ผู้าเ็เพียงเล็กน้อย
"พวกเรารีบข้ามสะพานกันได้แล้ว มันรวมตัวกันเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้" หนิงเฟิ่งไม่คิดว่ากองกำลังที่ไล่ล่าพวกเขาจะแข็งแกร่งมากด้วยประสบการณ์เพียงนี้
ขณะที่ทุกคนพากันกลับมา เฟยฮุ่ยที่มาถึงสะพานแล้วเริ่มเดินลมปราณโคจรพลังให้ถึงขั้นที่สี่อีกครั้ง โดยคิดใช้ัไร้ลักษณ์ครั้งที่สาม และนางคงเหลือกำลังใช้ได้อีกครั้งเดียวเท่านั้น
"น้องฮุ่ย ทำไมเ้ายังไม่รีบข้ามไปอีก" หนิงเฟิ่งะโถาม
"พวกท่านข้ามไปก่อน ข้าจะหยุดพวกมันเอง" เฟยฮุ่ย พยายามโคจรพลังให้ถึงขั้นสี่เตรียมตัวสู้ศึก
"ครั้งนี้พี่ขอช่วยเ้า เราต้องไปพร้อมกัน ถ้าจะตายก็ตายด้วยกัน" หนิงเฟิ่งเตรียมใจไว้แล้ว
"พี่หนิงเฟิ่ง.." เฟยฮุ่ยพูดไม่ออกได้แต่น้ำตาซึม
"ข้าด้วย"จิวซิน ขออยู่ช่วยอีกแรง จนกระทั่งศิษย์คนอื่นๆ ก็พร้อมใจกันอยู่ช่วยนาง
"ข้าด้วยนะ" หานเทียนเสียงขออยู่ด้วย
"ไม่ได้! เ้ารีบข้ามสะพานไปเลย!" เฟยฮุ่ยชี้นิ้วให้เขารีบไป
"ทำไมล่ะ ทุกคนพร้อมร่วมเป็ตายกับเ้า แล้วข้าทำไมอยู่ด้วยไม่ได้"
"เ้าอยาก เห็นข้าห่วงหน้าพะวงหลัง จนถูกพวกมันฆ่าตายอย่างนั้นหรือ" เฟยฮุ่ยพูดกดดันหานเทียนเสียง จนเขาเดินคอตกข้ามสะพานไป
"เอาล่ะ ทุกคนฟังข้าก่อน ข้ามีแผนดังนี้..." เลี่ยงจิน ที่มากประสบการณ์ที่สุดขอเสนอแผนเอง
"ให้กำลังแข็งแกร่งที่สุดอยู่ตรงกลาง ซึ่งประกอบด้วย เฟยฮุ่ย และหนิงเฟิ่งกับศิษย์ที่ฝีมือดีอีกสามคน ตั้งรับตรงกลางสะพานเพื่อบีบพื้นที่การโจมตีของพวกมันให้น้อยลง ส่วนศิษย์สำนักที่เหลือให้แบ่งเป็สองฝั่ง และซุ่มรอที่คอสะพาน ให้จิวซินเป็ผู้นำเข้าโจมตีกระหนาบพวกมันเข้ามาจากด้านข้าง เมื่อพวกมันส่วนหนึ่งเข้าปะทะกับพวกของเฟยฮุ่ยแล้ว หากมันรับศึกสองทางก็จะทำให้มันห่วงหน้าพะวงหลังจนเสียทีเราได้..." เลี่ยงจินมั่นใจในแผนการนี้เป็อย่างมาก เพราะแม้หน่วยหมาป่าทมิฬ จะผ่านประสบการณ์รบมาโชกโชน แต่ก็บอบช้ำจากการโจมตีของเฟยฮุ่ยและศิษย์สำนักเฟยหลงถึงสองครั้ง กำลังพลนั้นเล่าก็ลดลงไปอีกกว่าครึ่งหนึ่ง
"แล้วท่านล่ะ ท่านอาเลี่ยง" เฟยฮุ่ย ถาม เพราะไม่เห็นว่ามีเขาอยู่ในแผนการ
"ข้าก็จะรอที่สะพานฝั่งนู้นอย่างไรเล่า"เลี่ยงจินตอบตามตรง เพราะเขาถือว่าตนเองเป็ผู้ว่าจ้าง
"ข้าเข้าใจแล้ว...ตกลงตามนี้นะทุกคน" เฟยฮุ่ยยอมรับแผนการทุกอย่าง เพราะอย่างไรก็คือคนนอก จะหวังให้เลี่ยงจิน ร่วมหัวจมท้ายกับ สำนักเฟยหลงคงเป็ไปไม่ได้
เมื่อทุกคนทราบแผนดีแล้ว ก็เข้าประจำตำแหน่งของตนเอง
และเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าม้าใกล้เข้ามาเท่าไหร่ ทุกคนยิ่งใจเต้นรัว เพราะทั้งสำนักคงมีแต่เฟยฮุ่ยเท่านั้นที่ผ่านประสบการณ์การต่อสู้แบบเดิมพันด้วยชีวิตมาแล้ว แต่ในความเป็จริง กระทั่งตัวของเฟยฮุ่ยเอง ก็ยังไม่ชินนัก ด้วยครั้งนี้นอกจากสู้เพื่อรักษาชีวิตของตัวนางเองแล้ว นางยังต้องแบกภาระไปถึงชีวิตของศิษย์สำนักทุกคนอีกด้วย
