“หลักฐานแห่งความบริสุทธิ์ต้องส่งเข้าวังหลวงให้ไทเฮา เมื่อราชสำนักได้รับสิ่งนี้ยืนยัน ชื่อของเจ้าถึงจะปรากฏบนแผนผังราชวงศ์เคียงคู่กับข้าอย่างเป็นทางการ”มู่เลี่ยงหรงอมยิ้มน้อยๆ พร้อมตอบคำถามของนาง ถึงแม้นางจะเป็นสะใภ้หลวง แต่ยังไม่ได้เข้าหอกับเขาไทเฮาจึงยังไม่ทรงให้การยอมรับ แต่ครานี้ทุกอย่างถูกต้องสมบูรณ์แล้ว
เยี่ยนเยว่ฉีรู้สึกไม่ชอบมาพากลปากเขาบอกว่ารอได้ แต่กลับพกผ้ารองพรหมจรรย์มาล่าสัตว์ด้วยเนี่ยนะ “ท่านพี่เตรียมเอาไว้ก่อนที่จะชวนข้ามาดูหิ่งห้อยหรือ”
“อ่อ...ข้าติดตัวไว้ตลอดเผื่อต้องใช้น่ะ”มู่เลี่ยงหรงตอบหน้าตาเฉย เหมือนเป็นสิ่งที่ควรจะทำ
หญิงสาวเบิกดวงตาจ้องเขาด้วยความตื่นตกใจ “เช่นนั้นท่านตั้งใจจะทำแบบนี้กับข้าแต่แรกอยู่แล้วสินะ”
“มิได้เจ้ากล่าวหาข้าหนักไปแล้ว เดิมตั้งใจจะพาเจ้ามาชมเพียงหิ่งห้อยแล้วพากลับจริงๆ” เมื่อเห็นคนรักเข้าใจผิดชายหนุ่มก็รีบอธิบายว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์
“ท่านจะบอกว่าพกมันติดตัวไปทุกที่เลยหรือไง”เยี่ยนเยว่ฉียังไม่อยากจะเชื่อว่าท่านอ๋องไม่ได้คิดแผนร้าย
“ใช่เพราะไม่รู้ว่าเจ้าจะหายป่วยตอนไหน หรือจะอดกลั้นไม่กินเจ้าทั้งตัวได้ถึงเมื่อใด”เขาส่งยิ้มหยอกเย้า ดึงนางเข้าไปกอดแนบกาย
“ร้ายนักเชียว”เยี่ยนเยว่ฉีต่อว่าเสียงอู้อี้ในลำคอ
“ร้ายแล้วเจ้ายังรักข้าหรือไม่เล่าหืม” เขากระซิบถามอย่างนุ่มนวล
“แหม...รักสิเพคะ”นางตอบด้วยน้ำเสียงออดอ้อนราวกับแมวน้อย
มู่เลี่ยงหรงเอื้อมมือไปหยิบหยกประดับของตนบนกองอาภรณ์ก่อนปลดสลักเล็กๆ บนนั้น และแล้วหยกสีขาวมันแพะล้ำค่าพลันแบ่งออกเป็นสองชิ้น
“เสี่ยวเยว่นี่คือป้ายพยัคฆ์คู่ มันสามารถแยกออกจากกันได้ ชิ้นหนึ่งยังคงเป็นของข้าอีกชิ้นหนึ่งนั้นต้องมอบให้กับฉินหวางเฟยบัดนี้เจ้าเป็นภรรยาของข้าโดยสมบูรณ์แล้วย่อมต้องพกติดกาย”ท่านอ๋องหนุ่มจุมพิตบนหยกประดับครั้งหนึ่งแล้วยื่นให้กับนาง
“สวยยิ่งนัก”เยี่ยนเยว่ฉีแม้จะอ่อนแรงแต่ก็อดชมเครื่องประดับโบราณล้ำค่าชิ้นนี้ไม่ได้หยกสลักสีขาวเรียบลื่นปรากฏรูปพยัคฆ์ซึ่งก็คือสัญลักษณ์ของฉินอ๋อง
“ข้าคือพยัคฆ์ตัวผู้ส่วนของเจ้าก็ตัวเมียเมื่อนำหยกทั้งสองชิ้นมาต่อกันเช่นเดิมจะแลเห็นเป็นพยัคฆ์คู่ดังชื่อ” บุรุษหนุ่มยิ้มกริ่มนิ้วเรียวไล้ปอยผมที่หลุดร่วงทัดบนหูให้กับนาง
“ขอบพระทัยเพคะท่านอ๋องเยว่ฉีจะรักษาหยกชิ้นนี้ไว้เป็นอย่างดี”นางยิ้มหวานแล้วกอบกุมสิ่งแทนใจของเขาอย่างหวงแหน
“ชายารักเจ้าคงเหนื่อยแล้วพักผ่อนเถิด ความจริงข้าอยากจะบรรเลงเพลงรักกับเจ้าเสียทั้งคืนแต่พรุ่งนี้ต้องออกไปล่าสัตว์ หากใช้แรงเสียหมดตอนนี้คงไม่ดีเป็นแน่เอาไว้ข้าจะชดเชยให้เจ้าตอนกลับจวนของเราก็แล้วกัน” รอยยิ้มหยอกเย้าปรากฏที่มุมปากอีกครา
“ทะ...ท่านพี่พูดอะไรก็ไม่รู้”นางหน้าแดงซ่าน เอามือน้อยๆ ทุบอกเขาไปทีหนึ่งเพื่อแก้เขิน
เมื่อเห็นสตรีแสนรักขวยอายมู่เลี่ยงหรงก็อดหัวเราะไม่ได้เขาโอบกอดนางไว้แนบแน่น จุมพิตแผ่วเบาบนริมฝีปากอย่างเนิ่นนาน
หญิงสาวซุกกายหาความอบอุ่นอิงซบอกแกร่งของบุรุษอันเป็นที่รัก เมื่อขยับจนอยู่ในท่าที่สบายสุดก็พากันเข้าสู่นิทราชื่นสุขอย่างอ่อนเพลีย
สองร่างตระกองกอดแนบสนิทชิดเสน่หาตลอดทั้งราตรี
เมื่อฟ้าใกล้จะสางมู่เลี่ยงหรงจึงรีบทะยานพาเยี่ยนเยว่ฉีกลับไปยังที่พักของลานล่าสัตว์หลวง นางหลับสนิทตลอดทางชายหนุ่มยังไม่อยากปลุกภรรยาจึงถือวิสาสะพากลับเข้ากระโจมอย่างเงียบเชียบ
ถางซือเซียนสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงบุรุษเรียกอยู่แว่วๆนางรีบลุกขึ้นจากฟูกนอน จึงเห็นมู่เลี่ยงหรงอุ้มสตรีนางหนึ่งเดินเข้ามา
“เลี่ยงหรงเกอเกอพี่เยว่ฉีเป็นอะไรไป” นางตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเยี่ยนเยว่ฉีหมดสติไม่รู้เรื่อง
“ชู่ว์!นางแค่หลับไป ข้าไม่อยากปลุก” เขากระซิบเสียงเบาเพราะกลัวคนงามจะรู้ตัวตื่น
ถางซือเซียนรีบขยับกายเปิดทางให้ชายหนุ่มอุ้มร่างงามไปยังฟูกนอนอันอ่อนนุ่ม ถึงจะเพิ่งถึงวัยปักปิ่น แต่นางก็พอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับทั้งสองคนจึงได้แต่ยืนอมยิ้มนิ่งๆ ไม่พูดอะไรอีก
“เจ้ายิ้มอะไรนักหนา”เป็นมู่เลี่ยงหรงที่กระดากอายเสียเอง
“นั่นเป็นเรื่องของข้าเชิญท่านอ๋องออกไปจากกระโจมสตรีได้แล้ว” สาวน้อยไม่ตอบ แต่กลับไล่เขาออกไปเมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่อ้อยอิ่ง
มู่เลี่ยงหรงสาวเท้าเดินจากไปแต่ก่อนจะพ้นประตูเขายังหันมากำชับกับถางซือเซียนอีกคำรบหนึ่ง “ฝากเจ้าดูแลชายาของข้าด้วย”
“เพคะหม่อมฉันยินดีรับใช้ท่านอ๋องกับหวางเฟย” ปากตอบรับคำสั่ง แต่มือยังคงโบกไล่
มู่เลี่ยงหรงออกมาอย่างเสียมิได้จากนั้นก็เดินกลับที่พำนักของตนอย่างเบิกบาน ตั้งใจจะพักสักครู่หนึ่ง เพราะวันนี้เขาจะยิงเสือขาวสักตัวมาเป็นของขวัญให้เมียรักให้จงได้
เงาร่างหนึ่งปรากฏอยู่ไม่ไกลมองเห็นทุกการกระทำของฉินอ๋องที่กำลังสุขสำราญ
“ข้าคงต้องดำเนินแผนต่อไปแล้วสินะ”คนผู้นั้นพูดพลางหัวเราะเบาๆ แล้วเร้นกายหายไปในทันที