เสียงปืนกลก้องสะท้อนในอากาศ “ดรึดดรึดดรึดดรึด!” กระหน่ำเข้าใส่บ้านของแคสซิดี้อย่างไม่หยุดยั้ง ะุพุ่งทะลุผนังและหน้าต่าง เศษกระจกแตกกระจายทั่วทั้งบ้าน ราวกับพายุเหล็กเข้าถล่ม เฟอร์นิเจอร์ในบ้านแตกพัง ขณะที่แคสซิดี้หมอบต่ำข้างโซฟา มือของเขายังคงควานหาปืนพกที่อยู่ไม่ไกลนัก ทว่าการเคลื่อนไหวในตอนนี้เป็ไปไม่ได้ เสียงฝีเท้าหนักของนักฆ่ากลุ่มหนึ่งเริ่มเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ พวกมันย่างกรายเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ แสงไฟจากรถที่จอดด้านนอกสะท้อนให้เห็นนักฆ่าหน้าสิงโต ผู้นำการออกล่าของพวกมัน เขายืนนิ่ง มองตรงไปที่บ้านอย่างแน่วแน่
“พวกมัน้าอะไรกันแน่!” แคสซิดี้สบถกับตัวเอง พลางใช้เวลาหายใจอย่างหนัก
จากนั้น เสียงปืนสองนัดก็ดังขึ้น “ปัง! ปัง!” ปืนพกในมือของแคสซิดี้ยิงสวนกลับไปที่นักฆ่าสองคนที่กำลังบุกเข้ามา ร่างของพวกมันทรุดลงกับพื้น ขณะที่แคสซิดี้กลิ้งตัวไปหลบหลังกำแพง เขาหยิบปืนกลขึ้นมา กระโจนออกจากมุมห้อง ยิงกราดใส่นักฆ่าที่เหลือในบ้าน ะุทะลุร่างของพวกมันทีละคน
ทันใดนั้น “บรึ้ม!” เสียงรถยนต์ดังเข้ามาขัดจังหวะ รถสีดำคันหนึ่งพุ่งเข้าชนกลุ่มนักฆ่าที่อยู่หน้าประตู ร่างของพวกมันลอยกระเด็น โอลิเวอร์ น็อกซ์ วิหคเหล็กผู้มากประสบการณ์ ะโลงจากรถด้วยท่าทางไม่รีบร้อน เขาหยิบปืนพกคู่ที่เหน็บข้างลำตัวออกมาและเริ่มยิงนักฆ่าที่เหลืออย่างแม่นยำ ะุพุ่งทะลุหัวของนักฆ่าคนหนึ่งก่อนที่โอลิเวอร์จะพลิกตัวหลบหลังรถ
ภายในบ้าน แคสซิดี้วิ่งลงจากบันได ปืนกลในมือยิงกราดใส่นักฆ่าที่เหลือ พวกมันล้มตายไปทีละคน เสียงปืนดังสะท้อนออกมาจากทุกมุมของบ้าน แต่การต่อสู้ยังไม่จบ นักฆ่าหน้าสิงโตยืนอยู่ตรงกลางถนน โอลิเวอร์และแคสซิดี้ยืนประจันหน้ากับเขา เส้นด้ายเหล็กถูกดึงออกจากเสื้อของนักฆ่า หน้าสิงโตฟาดเส้นด้ายเข้าหาโอลิเวอร์อย่างรวดเร็ว แต่โอลิเวอร์ใช้ทักษะที่มากประสบการณ์หลบได้ทัน เขาสวนกลับด้วยหมัดหนักที่ชายโครงของนักฆ่า แต่เส้นด้ายเหล็กกลับเคลื่อนมารัดเข้าคอของเขา
ขณะที่ด้ายเหล็กของนักฆ่าหน้าสิงโตรัดแน่นที่คอของโอลิเวอร์ สายตาของเขาเริ่มพร่ามัว แต่ด้วยสัญชาตญาณนักสู้ที่สั่งสมมานาน เขารวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย เขารู้ว่าอีกไม่กี่วินาทีก็จะหมดสติแล้ว ข้อศอกขวาของโอลิเวอร์ฟาดเข้าใส่ชายโครงของนักฆ่าเต็มแรง นักฆ่าหน้าสิงโตเสียการทรงตัวชั่วครู่ ด้ายเหล็กคลายออกเล็กน้อยพอให้โอลิเวอร์สูดลมหายใจได้หนึ่งเฮือก
ในจังหวะนั้นเอง โอลิเวอร์ไม่รีรอ เขาจับด้ายเหล็กด้วยมือทั้งสองข้าง แล้วกระชากมันไปในทิศทางตรงข้าม สร้างแรงดึงให้ด้ายเหล็กหลุดออกจากคอของเขา เมื่อปลดปล่อยตัวเองได้ โอลิเวอร์ถีบเข้าที่ท้องนักฆ่าหน้าสิงโต ส่งร่างของศัตรูล้มกระแทกพื้น แต่แม้จะอยู่ในสภาวะเสียเปรียบ นักฆ่าหน้าสิงโตกลับดีดตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โอลิเวอร์ถอยหลังไปตั้งหลักพร้อมรับมือกับการโจมตีครั้งต่อไป ขณะเดียวกัน แคสซิดี้ที่เพิ่งเข้ามาถึง เตรียมที่จะเข้าช่วยพ่อตน
“พ่อเป็ไงบ้าง” แคสซิดี้ถามด้วยความเป็ห่วง
“มีเืออกนิดหน่อยไม่เป็อะไรมาก”โอลิเวอร์เช็ดเืที่ซึมออกมาจากรอยถลอกที่คอแล้วจ้องตรงไปที่นักฆ้าหน้าสิงโตสัญญาณชัดเจนว่าการต่อสู้ยังไม่จบ
ทั้งสองพ่อลูกหันหลังชนกัน พร้อมตั้งท่าเตรียมวิ่งเข้าใส่นักฆ่าหน้าสิงโต แรงบีบคั้นจากสถานการณ์ทำให้การต่อสู้ดุเดือดยิ่งขึ้น เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังกึกก้อง ทั้งสามพุ่งเข้าปะทะกันอีกครั้ง
นักฆ่าหน้าสิงโตแกว่งด้ายเหล็กอย่างชำนาญ ฟาดเข้ามาโดยไม่ให้ตั้งตัว โอลิเวอร์หลบฉากได้ทันอย่างหวุดหวิด แต่สายเหล็กก็เฉียดใบหน้าไปอย่างน่าหวาดเสียว ขณะเดียวกัน แคสซิดี้ตัดสินใจพุ่งเข้าไปประชิดนักฆ่า แต่ฝ่ายตรงข้ามมีปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็วผิดปกติ ฟาดศอกเข้าใส่หน้าอกแคสซิดี้เต็มแรง ทำให้เขาถอยไปสองก้าว
โอลิเวอร์ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย เขาพุ่งเข้าใช้หมัดขวาอัดเข้าที่กรามนักฆ่า การปะทะนี้ส่งแรงมหาศาล แต่นักฆ่าหน้าสิงโตก็กลับมายืนได้
อย่างรวดเร็ว ความชำนาญในการต่อสู้และความแข็งแกร่งของเขาไม่ธรรมดา เขาสะบัดด้ายเหล็กกลับมาอีกครั้ง หมายจะรัดคอโอลิเวอร์
ขณะที่ด้ายเหล็กใกล้รัดคอ โอลิเวอร์ใช้ทักษะการต่อสู้ระยะประชิด จับด้ายเหล็กนั้นด้วยมือเปล่า ดึงเข้าใกล้เพื่อปิดระยะห่าง นักฆ่าหน้าสิงโตไม่คาดคิดว่าโอลิเวอร์จะสามารถควบคุมด้ายเหล็กของตนได้ โอลิเวอร์ใช้แรงทั้งหมดหมุนตัว นักฆ่าหน้าสิงโตเสียการทรงตัวล้มลง แคสซิดี้เห็นช่องโหว่ เขาะโพุ่งเข้าใช้หมัดซ้ายอัดเข้าที่กลางท้องนักฆ้าหน้าสิงโตจนอีกฝ่ายเซไป
ทั้งสองพ่อลูกยังคงต่อสู้ด้วยมือเปล่า การโจมตีสลับกับการหลบหลีกทำให้การต่อสู้นั้นรุนแรงและดุเดือด นักฆ่าหน้าสิงโตแม้จะฝีมือเก่งกาจ แต่พละกำลังแคสซิดี้และความชำนาญของโอลิเวอร์เป็สิ่งที่เขายากจะต่อกรได้
สุดท้าย โอลิเวอร์ล็อกตัวนักฆ้าไว้จากด้านหลัง ขณะที่แคสซิดี้ต่อยเข้าเต็มหน้าอีกครั้ง แต่ก่อนที่ทั้งสองจะจับตัวนักฆ้าหน้าสิงโตได้เด็ดขาด มันก็ใช้แรงเฮือกสุดท้าย ดิ้นหลุดจากการล็อกของโอลิเวอร์ และพุ่งตัววิ่งออกจากบ้านหายไปในความมืด ทิ้งให้ทั้งสองพ่อลูกยืนหอบมองตามด้วยความเสียดาย
จากความตึงเครียดมากมายทุกอย่างก็ค่อยๆเข้าที่เข้าทางทุกเงียบสงัดเสียงจิ้งหรีดที่ถูกกลบด้วยเสียงะุก็กลับมาร้องท่ามกลางเเสงจันทร์อีกครั้ง
โอลิเวอร์สูดหายใจลึก เมื่อแคสซิดี้พูดด้วยความเสียดายว่า “เวรเอ้ยใกล้จับมันได้แล้วแท้ๆ” เขาพยายามสงบจิตใจและตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
“จับไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก รีบเก็บของซะ เราจะหนีออกจากที่นี่” เขาพูดพลางเดินเข้าไปในบ้าน สะพายกระเป๋าเดินทางพร้อมเก็บสิ่งของที่จำเป็ติดมือไปด้วย
“พ่อหมายความว่ายังไงว่าไม่มีประโยชน์” แคสซิดี้ถามอย่างไม่เข้าใจ ความสงสัยค้างอยู่ในน้ำเสียง ขณะที่โอลิเวอร์นิ่งเงียบไปสักครู่ ก่อนน้ำตาจะคลอขึ้นมา “พ…พ่อถูกไล่ออกจากหน้าที่แล้ว” เสียงของเขาแ่เบาแต่หนักแน่นพอที่จะแสดงถึงความจริงที่ทำให้หัวใจแหลกสลาย
แคสซิดี้หยุดนิ่งด้วยความใ ก่อนจะเก็บความรู้สึกนั้นไว้ในใจ เขาสูดหายใจลึก พยายามรักษาความสงบในตัวเองไว้และรีบช่วยพ่อบุญธรรมเก็บของ ทุกการกระทำเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะไม่ปล่อยให้ความอ่อนแอมาทำลายความหวัง “อย่าแสดงความอ่อนแอ พ่อดูออกนะ” โอลิเวอร์พูดด้วยน้ำเสียงเข้มขรึม จ้องไปที่แคสซิดี้อย่างหนักแน่น เขาััได้ถึงความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินคำบรรยายของลูกชาย
“ครับ พ่อ” แคสซิดี้ตอบด้วยความมั่นคง พวกเขารีบเก็บข้าวของที่จำเป็ทั้งหมดเข้าไปในรถเก๋งสีดำ และในที่สุด ก็ขับออกจากบ้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำ ทั้งความรัก ความผูกพัน
ท่ามกลางความมืดมิดของถนนที่ทอดยาว เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มเบาๆ ไปตามทาง สองพ่อลูกนั่งอยู่ในรถเก๋งสีดำที่กำลังเคลื่อนผ่านไฟถนนสีเหลืองอันโดดเดี่ยว ความเงียบอึดอัดทำให้แคสซิดี้รู้สึกกระวนกระวาย ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว หันไปเปิดบทสนทนากับโอลิเวอร์
“พ่อ คนพวกนั้นมันเป็ใคร แล้วพ่อรู้ได้ไงว่าพวกมันจะมาบุกบ้าน?”
โอลิเวอร์ที่ยังคงขับรถอยู่เงียบๆ ตอบด้วยเสียงเคร่งขรึม “พ่อได้ยินพวกมันคุยกันเื่ที่ลูกไปสืบคดีวันนี้ แล้วพวกมันจะส่งนักฆ่ามาจัดการ”
แสงไฟจากถนนลอดเข้ามาในรถ เผยให้เห็นสีหน้าของโอลิเวอร์ที่เต็มไปด้วยความกังวลและความโศกเศร้า
“พวก Volk Legion เป็องค์กรใหญ่ เต็มไปด้วยนักฆ่ามือฉมังและการค้ามนุษย์กับอาวุธ ลูกไปเจาะจงผิดคน คนที่เราต่อสู้ด้วยคือLion นักฆ่าฝีมือดีของกลุ่มนี้ เขาแทนที่คนที่ชื่อTiger ซึ่งหายตัวไปอย่างปริศนา…” เสียงของโอลิเวอร์เริ่มเคร่งเครียดยิ่งขึ้น
แคสซิดี้นิ่งฟังด้วยความสงสัย “แล้วคดีที่ผมสืบมันเกี่ยวอะไรกับTiger?”
“ความจริงคือ ลูกกำลังสืบคดีที่พวก Volk Legion ้าปิดเงียบ ไทเกอร์ถูกตั้งค่าหัวสูงถึง 20 ล้านดอลล่าร์ และคนที่ลงมือฆ่าเขาก็คือ โลแกน แฟรงค์ กับแบรด ฟอร์ด เ้าหน้าที่ที่คอยปกปิดเื่ราวทั้งหมด” โอลิเวอร์เผลอกัดฟันแน่น ขณะที่เขาขับรถต่อไป
เมื่อเขาเอ่ยถึงการถูกไล่ออก เสียงสั่นเล็กน้อย แต่แคสซิดี้จับได้ชัดเจน “พ่อถูกสั่งพักงานแบบถาวร… ไม่มีโอกาสกลับไปแล้ว”
ความเงียบแผ่ขยายอีกครั้ง ก่อนที่แคสซิดี้จะถามสิ่งที่เก็บไว้นานเกิน 30 ปี “พ่อ… ทำไมพ่อถึงรับเลี้ยงผม?”
โอลิเวอร์ถอนหายใจยาว สายตาจับจ้องไปยังถนนที่ทอดยาวเบื้องหน้า “เพราะพ่อรู้ว่าการเป็เด็กกำพร้ามันรู้สึกยังไง… แล้วพ่อก็รู้ว่าใครฆ่าพ่อแม่แท้ๆ ของลูก คือพวก Volk Legion เป็คนบงการ… เหตุการณ์ในห้างตอนนั้น พวกมันคือคนของ Volk Legion ทั้งนั้น”
น้ำเสียงของโอลิเวอร์เคร่งเครียดขึ้น สายตาของเขาจับจ้องไปยังถนนราวกับว่าเห็นภาพในอดีตชัดเจน “จำไว้ ไม่ว่าแกจะเป็ยังไง แกก็คือลูกของพ่อเสมอ”
ความเงียบโรยตัวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ต่างไป เพราะน้ำตาของแคสซิดี้ไหลออกมาไม่หยุด “พ่อ… พ่อคือพ่อที่ดีที่สุดของผม”
ทั้งสองเลือกที่จอดรถไว้ข้างทางและหลับพักผ่อนในรถคันนั้น
ใน่กลางดึก ขณะที่แคสซิดี้และโอลิเวอร์นอนพักอยู่ในรถ เสียงโทรศัพท์ของแคสซิดี้ดังขึ้นอย่างกะทันหัน เขารับสายอย่างรวดเร็วเพราะคาดเดาได้ว่าน่าจะเป็เื่สำคัญ
“แคสซิดี้” เสียงจากปลายสายเป็ของเจมส์ นายของเขา “ตอนนี้ผมรู้สถานการณ์ทั้งหมดแล้ว ผมจะไม่ไล่คุณออกจากงานแน่นอน”
“คุณเป็เป้าหมายที่พวก Volk legion ้ากำจัด”
เจมส์พูดต่อ “คุณต้องหนีไปให้พ้น ผมขอให้คุณไปตามเส้นทางธรรมชาติ ไปยังหมู่บ้าน Verdant Meadows ก่อน ที่นั่นคุณจะได้ซ่อนตัวและรวบรวมคนที่อยู่นอกกฎหมาย เพื่อเตรียมโต้กลับกับตำรวจที่อยู่ในเครือข่ายนี้ให้ได้”
แคสซิดี้เงียบฟังด้วยความจริงจัง เจมส์อธิบายเพิ่มเติม “ทางรัสเซียและรัฐบาลของเรากำลังร่วมมือกันโค่นล้ม Volk legion แต่เครือข่ายของพวกมันใหญ่เกินกว่าจะจัดการโดยตรง ผมอยากให้คุณช่วยทำลายเครือข่ายภายในที่พวกมันมี”
“พรุ่งนี้มาเจอผมที่โรงงานร้างในเขตนอกเมือง ผมจะส่งตำแหน่งให้คุณ” เจมส์ทิ้งท้าย
“ครับ หัวหน้า” แคสซิดี้ตอบรับอย่างมุ่งมั่น
รุ่งเช้า แคสซิดี้และโอลิเวอร์ขับรถไปตามที่นัดหมาย เมื่อมาถึงโรงงานร้าง โอลิเวอร์จอดรถในมุมอับ เพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็น ขณะที่แคสซิดี้ในชุดทำงานใหม่ลงจากรถ เดินตามหาเจมส์ ชายสวมแว่นดำและเสื้อคลุมสีน้ำตาลยืนรออยู่ด้วยท่าทางสงบนิ่ง
เจมส์ยื่นซองสีน้ำตาลให้เเคสซิดี้พร้อมบอกกับแคสซิดี้ “ของทุกอย่างอยู่ในซองนี้ฉันเตรียมหมดแล้ว”
“เเคสซิดี้จำไว้น่ะเก็บสิ่งนี้ไว้” เจมส์ยื่นตรารัฐบาลรูปเหยี่ยวสีเงินให้กับแคสซิดี้
“ใช้เมื่อยามจำเป็ถ้าเจอตำรวจที่ซื่อสัตย์แสดงตรานี้นายจะร่วมมือกับพวกตำรวจได้” เจมส์พูดด้วยความจริงใจ
แคสซิดี้ขึ้นรถโอลิเวอร์ “พ่อผมตัดสินใจได้แล้ว พวกเราไปอยู่ที่Verdant Meadowsก่อนเราจะผ่านเส้นทางธรรมชาติไป”
“ตัดสินใจได้ดีแต่ตอนนี้เราต้องหาที่พักชั่วคราวก่อน”
พวกเขาทั้งสองตัดสินใจไปกบดาลที่โรงงานร้างที่อยู่ไม่ไกลจากโรงจอดรถร้างแห่งนั้น
แคสซิดี้เปิดซองสีน้ำตาลที่เขาได้รับจากเจมส์ของส่วนใหญ่ภายในนั้นประกอบไปด้วย บัตรประชนปลอมของเขา เงินจำนวนหนึ่งและแผนที่ที่จะพาเขาออกจากเมือง
หลังจากที่แคสซิดี้และโอลิเวอร์มาถึงโรงงานร้าง พวกเขาตัดสินใจที่จะพักอยู่ที่นั่น เพื่อรอการเคลื่อนไหวครั้งต่อไป สถานที่ดูเงียบสงบและไม่มีใครสังเกต แต่ความเงียบนี้ไม่ใช่ความสงบที่แท้จริง
ในขณะเดียวกัน ทางด้าน Lion นักฆ่าหน้าสิงโต ได้แกะรอยตามพวกเขามาจนถึงโรงงาน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและติดต่อไปหาแบรดฟอร์ด
“ฉันเจอพวกมันแล้ว ขอการสนับสนุนหน่อย” น้ำเสียงของเขาหนักแน่น เต็มไปด้วยความมั่นใจ
“เข้าใจแล้ว Lion” แบรด ฟอร์ดตอบกลับอย่างรวดเร็ว “ฉันจะนำทีมไปด้วยตัวเอง” ทันทีที่วางสาย แบรด ฟอร์ด ติดต่อไปหา the Shadow ซึ่งเป็ผู้บัญชาการเงาของ Volk Legion
“ขอกำลังเสริมครับ ตอนนี้ Lion แกะรอยเจอพวกมันแล้ว”
“ฉันจะส่งกำลังเสริมไป จัดการพวกมันให้หมด อย่าให้รอดสักคน” the Shadow สั่งการอย่างเ็า
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ณ โรงงานร้าง บรรยากาศภายนอกเริ่มตึงเครียด กลุ่มนักฆ่าของ Volk Legion เคลื่อนตัวอย่างเงียบงันเข้าไปใกล้โรงงาน เหล่ามือสังหารที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีแทรกตัวอยู่ในความครึ้มมืด Lion ยืนสั่งการอยู่ด้านนอก รอคำสั่งขั้นสุดท้ายจากแบรด ฟอร์ด ก่อนจะบุกเข้าโจมตี
“บุกเข้าไปได้” คำเดียวของแบรดฟอร์ดที่สั่งกลุ่มนักฆ่าติดอาวุธครบมือบุกเข้าโจมตีโรงงานร้าง
แคสซิดี้และโอลิเวอร์ได้ยินเสียงฝีเท้ามากมายที่กรูเข้ามาในโรงงานพวกเขาตั้งหลักหยิบอาวุธที่มีเพียงปืนพกออกมา
“เข้ามาเลย” ทั้งคู่กล่าวขึ้นพูดขึ้นด้วยความฮึกเหิม
พวกนักฆ่าสาดะุมาใส่พวกเขาทั้งสองทำให้ทั้งสองะโแยกย้ายไปคนล่ะทิศล่ะทาง
แคสซิดี้เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วหลบเข้าที่กำบัง หัวใจเต้นแรงขณะที่เขาใช้ความได้เปรียบจากซอกมุมและความซับซ้อนของโรงงานเก่า เขาเผชิญหน้ากับนักฆ่าผู้ไม่ปรานี ก่อนที่เขาจะจัดการนักฆ่าไปได้สองคนอย่างเงียบๆ พวกเขาล้มลงโดยไม่ทันรู้ตัว ขณะที่เขาหยิบอาวุธของพวกมันขึ้นมาไว้ในมือ มองไปรอบๆ เพื่อวางแผนขั้นถัดไป
ด้วยความรวดเร็วและความเชี่ยวชาญในปักจะสิลัต แคสซิดี้ปีนขึ้นไปบนโครงเหล็กสูงเพื่อมองเห็นการเคลื่อนไหวของนักฆ่าทั้งหมดที่อยู่ด้านล่าง เสียงะุปืนสาดกระจายเหมือนฝนตก แต่เขาไม่หวั่น เขารู้ว่าต้องใช้ประโยชน์จากความสูงและความเหนือกว่า
“ะเิ!!!” เสียงแคสซิดี้ะโออกมาด้วยความมั่นใจ ขณะที่โอลิเวอร์ได้ยินเสียงและเข้าใจถึงความหมาย เขาก็ไม่รอช้า ใช้มีดพกที่หยิบได้จากนักฆ่าที่เขาสังหารไปเมื่อครู่ ฟันไปยังศัตรูที่อยู่ใกล้ที่สุด และรีบวิ่งหลบไปยังที่กำบังอื่น
แคสซิดี้หันกลับมามองยังนักฆ่าที่อยู่เบื้องล่าง ก่อนจะโยนลูกะเิที่เขาหยิบมาจากศพนักฆ่า ััของเขาแน่นอน สายตาของเขามั่นคงขณะที่ะเิลอยไปในอากาศ
ตู้ม!!! เสียงะเิดังสนั่นก้องไปทั่วอาคารโรงงาน เกิดพายุไฟและควัน พลังะเิทำให้เศษซากอาคารถล่มลงมาอย่างรุนแรง เมื่อควันเริ่มจางไป แคสซิดี้เงยหน้าขึ้น เขาเห็นนักฆ่าที่อยู่ในบริเวณนั้นล้มลงหมดสิ้น ทั้งโรงงานก้องด้วยเสียงที่น่าสยดสยอง และทำให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความตึงเครียดในชัยชนะที่เขาเพิ่งได้มา
ในตอนนั้นมีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นก้องกังวานในอากาศที่ไปด้วยควันและฝุ่น
แคสซิดี้หันไปมองพร้อมเตรียมรับมือกับเสียงชายที่อยู่ตรงหน้า แบรดฟอร์ดยืนอยู่ท่ามกลางซากอาคารพร้อมจ้องมองมายังแคสซิดี้อย่างเ็า
“เก่งดีนิใช้ะเิจัดการพวกมือสังหารได้แต่กับฉันคงยากกว่ามือสังหารพวกนั้นน่ะ” เสียงแบรดฟอร์ดพูดพร้อมกับยิ้มเยาะ
“แกมันก็แค่สุนัขรับใช้พวกชาติชั่ว” แคสซิดี้พูดพร้อมหมุนตัวตั้งท่าเตรียมต่อสู้
แบรดฟอร์ดหัวเราะในลำคอ“แกไม่เข้าใจหรอกคิดว่าโลกใบนี้มันยุติธรรมขนาดไหนกันอย่าโลกสวยเกินไปหน่อยเลยมีแต่คนที่เอาตัวรอดเป็ถึงจะอยู่รอดได้” เขาเริ่มยืนในท่าที่พร้อมสู้ เท้าของตำรวจเลวตั้งมั่นอยู่บนพื้นดิน
แคสซิดี้ก้าวเข้ามาใกล้ แสงที่ลอดผ่านซากอาคารทำให้เขาเห็นความตั้งใจในดวงตาของแบรดฟอร์ดอย่างชัดเจน
สิ่งที่เขาทิ้งท้ายให้แบรดฟอร์ดก็คือคำว่า“ไปตายซะ”
ทันทีที่จบประโยคแคสซิดี้เคลื่อนไหวอย่างว่องไวเขาแทงหมัดเข้าไปที่ชายโครงของแบรดฟอร์ดเสียงหมดกระทบกันย้ำๆจนสร้างความเ็ปให้กับอีกฝ่ายแบรดฟอร์ดทำได้เพียงเอามือมาปัดป้องหมัดที่คอยพุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ทันใดนั้นภาพในหัวเเบรดฟอร์ดก็เเหงนขึ้นไปมองฝ้าเพดานโดยที่เขาไม่รู้ตัวแคสซิดี้ถีบเท้าขึ้นเข้าไปที่ปลายคางของเขาเสียงกรามหักดังกังวาลในหัวแบรดฟอร์ดล้มนอนหงายคมำลงกับพื้นเหล็ก
แคสซิดี้ไม่รอช้ารีบขึ้นคร่อมเพื่อจะปิดการต่อสู้ลงอย่างโดยเร็วในขณะที่เขาคร่อมตัวในชั่วครู่คมมีดสีเงินตัดเดินทางผ่านเป็เเนวตรงตัดผ่านเส้นผมของแคสซิดี้ไปนิดเดียวเขารีบกระโจนออกมาจากตัวของเเบรดฟอร์ด
แบรดฟอร์ดหยิบมีดพกออกมาตั้งท่าต่อสู้อีกมือข้างซ้ายของเขาก็ดัดกรามที่บิดเบี้ยวให้กลับเข้ารูปให้กลับมาเป็ปกติ
มีเพียงจิตสังหารของเเบรดฟอร์ดที่โพยพุ่งออกมาแววตาของเขามีแต่ดุร้ายราวสัตว์ป่า
แบรดฟอร์ดพุ่งตัวฟาดฟันมีดพกเข้าใส่แคสซิดี้เสียงมีดเฉือนมืดกระทบกับลมแบรดฟอ์ดพยายามแทงเข้าที่ร่างของแคสซิดี้เขาต้องะโหลบแต่ความไวมีดก็ไว้จนทำให้ไหล่ซ้ายของเขาทำให้มีกระแสเืซิบออกมา
ใน่ที่แบรดฟอร์ดพยายามจะแทงซ้ำแคสซิดี้ก็กระโจนเข้าใกล้ เขาตัดสินใจเสี่ยงโชคแคสซิดี้ใช้มือว่องไวของเขาฉวยมีดพกออกจากมือของแบรดฟอร์ดได้อย่างเฉียบขาดเขากดคอของแบรดฟอร์ดให้กระแทกลงกับพื้น
ร่างแคสซิดี้กดทับร่างของแบรดฟอร์ดที่นอนแน่นิ่งกับพื้น ร่างของเขาสั่นเท่าด้วยาแและความโกรธจากการต่อสู้ที่ผ่านมา
“นี่คือสิ่งพวกชั่วอย่างแกควรได้” แคสซิดี้พูดด้วยน้ำเสียงที่ต่ำเเน่น ขณะที่มือของเขากดมีดลงไป
ฉึบ! เสียงของมีดแทงเข้าไปในเนื้อหนังดังก้องในหู ทั้งโลกดูเหมือนจะหยุดนิ่งขณะที่เืสดไหลออกมาจากลำคอของแบรดฟอร์ด กระเซ็นไปตามผนังโรงงานร้าง สายเืเปรอะเปื้อนพื้นในขณะที่แบรดฟอร์ดเริ่มเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ราวกับว่าเขากำลังพยายามพูด แต่เสียงที่หลุดออกมานั้นเบาบางและไม่ชัดเจน
แคสซิดี้ยืนอยู่ที่นั่น โดยรู้ว่าตอนนี้เขาได้ลงโทษคนที่เขาเกลียดที่สุด คนที่คิดว่าตนสามารถซื้อทุกสิ่งด้วยอำนาจและเงินตรา ใบหน้าของแบรดฟอร์ดซีดเซียวและเต็มไปด้วยความเ็ป สายตาที่เคยหยิ่งผยองของเขากำลังค่อยๆ ปิดลง
“ไปซะ” แคสซิดี้กล่าว พร้อมกับดึงมีดออกจากลำคอของแบรดฟอร์ดอีกครั้ง ให้สายเืไหลออกมาอีกระลอก ร่างของแบรดฟอร์ดค่อยๆ หลุดจากความเป็อยู่ จมลงไปกับความเงียบสงัดของโรงงานที่เต็มไปด้วยความตาย
หลังจากแคสซิดี้สังหารแบรดฟอร์ดไปได้ไม่นานเขาได้เดินไปหาโอลิเวอร์ที่หลบซ่อนตัวอยู่ใต้โครงเหล็กทั้งสองเลือกที่จะออกจากโรงงานแห่งนี้เขาพยุงตัวโอลิเวอร์ออกมาจากโรงงานแห่งนั้นแต่ทว่า...
ในตอนที่ทั้งสองกำลังจะออกจากโรงงานเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาหาพวกเขาสองพ่อลูก เสียงฝนตกปรอยๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศดูมืดหม่นและกดดันเมื่อทั้งสองหันไปมอง พวกเขาเห็น Lion เดินออกมาจากเงามืดของตึก ดวงตาของเขาเ็ามีเพียงจิตสังหารที่เเรงกล้าโพยพุ่งออกมามือของเขาถือด้ายเหล็กคมเหมือนตอนที่พวกเขาเคยเจอกับสัตว์ร้ายตัวนี้ครั้งแรก
“ด้านหลังพ่อมี P92 ลูกหยิบเลย” โอลิเวอร์กล่าวก่อนที่ความวุ่นวายทุกอย่างจะปะทุขึ้น
Lion ไม่พูดอะไรยิ้มเ็าเเละพุ่งสะบัดด้ายเหล็กมาทางแคสซิดี้และโอลิเวอร์ ทั้งสองะโแยกกันไปคนละทิศละทาง แคสซิดี้พยายามจะยิงปืนสกัดแต่เ้ากรรมปืน P92 ของเขาดันด้านเนื่องจากเปียกโชคน้ำฝน
ในชั่วพริบเส้นเหล็กที่แสนคมเฉือนผ่านใบหน้าของเขาอย่างรวดเร็ว ทิ้งรอยแผลยาวบนแก้ม เืเริ่มไหลซึมออกมาแคสซิดี้ทุรนทุรายกับเเผลลึกที่ใบหน้า
“แคส!” โอลิเวอร์ะโ พร้อมกับชักปืนยิงใส่ Lion เส้นด้ายเหล็กหลุดออกจากมือของ Lion ทันที กระเด็นไปตกไกลจากตัวเขา
Lion ถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างไม่พอใจ ขณะที่เขาหยิบมีดพกออกมา โอลิเวอร์พยายามยิ่งะุใส่แต่ะุของวิหคเหล็กหมดไปั้แ่ก่อนหน้านี้แล้ว โอลิเวอร์ไม่มีทางเลือกมากเขาจับหัวปืนพกพร้อมกับวิ่งเข้าหา Lion อย่างไม่กลับอาวุธของอีกฝ่ายเขาสับด้ามปืนเข้าใส่บริเวณศรีษะ Lion
ทำให้เขาเซไปด้านซ้ายโอลิเวอร์พยายามจะวิ่งเข้าไปแย่งมีดแต่ทันใดนั้น Lion ตั้งสติกลับมาใช้ความเร็วะโไปทางซ้ายพร้อมกับหันหลังแทงไปที่หน้าท้องของโอลิเวอร์ในจังหวะเดียว โอลิเวอร์เซถอยไป มือกุมท้องที่มีเืไหลไม่หยุดทำให้เขาทรุดลงกับพื้น
ตอนนั้นแคสซิดี้ที่นอนดิ้นเพราะความเ็ปได้เห็นเหตุการ์ณที่อยู่ตรงหน้าความแสบและเ็ปที่อยู่ตอนนี้เลือนหายไปในทันทีเขาะโด้วยความโกรธพร้อมกับหยิบมีดพกที่ใช้สังหารแบรดฟอร์ดเข้าไปหมายจะจัดการกับคนที่แทงพ่อบุญธรรมของเขา
“แคส....อย่าหยุด...สู้ต่อไป” โอลิเวอร์ะโด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง
แคสซิดี้มองหน้า Lion ด้วยความเดือดสุดขีด เขาไม่สนใจาแบนหน้าอีกต่อไป สิ่งเดียวในหัวของเขาคือการแก้แค้น เขาพุ่งเข้าใส่ Lion อย่างรวดเร็ว ทั้งคู่แลกการโจมตีในจังหวะที่ดุดัน มีดปะทะกับมีด เสียงโลหะกระทบกันกึกก้องท่ามกลางสายฝนที่ตกพรำทั่วบริเวณ
Lion โจมตีด้วยการแทงตรงที่หน้าท้อง แต่แคสซิดี้เบี่ยงตัวหลบเฉียดไปเพียงนิดเดียว รอยแผลที่แก้มยังแสบแต่เขาไม่สนใจ ในจังหวะที่ Lion เงื้อมีดขึ้นอีกครั้ง แคสซิดี้ใช้โอกาสนี้หมุนตัวแล้วใช้แขนล็อคข้อมือของ Lion ทั้งสองออกแรงดันกันอย่างดุเดือด จนสุดท้ายแคสซิดี้สามารถแย่งมีดมาได้
Lion ใที่เสียอาวุธไป แคสซิดี้ไม่รอช้า เขาฟันมีดเข้าไปที่หน้า Lion แผลฉีกผ่านดวงตาเป็แนวเฉียง เืพุ่งกระจายออกมาจากดวงตาที่เสียหาย Lion ล้มลงกับพื้น มือกุมดวงตาที่าเ็ เขาร้องด้วยความเ็ป ความมั่นใจที่เคยมีกลับหายไปหมดสิ้น Lion เริ่มเห็นทุกอย่างพร้ามัวก่อนที่เขาจะหมดสติล้มลงไปที่พื้น
แคสซิดี้คิดว่า Lion ตายแล้วจึงรีบวิ่งเข้าไปหาโอลิเวอร์ที่สภาพกำลังโรยริน ชายหนุ่มรีบมาดูอาการพ่อของเขาแต่มันเสียเเล้วโอลิเวอร์กำลังจะหมดลมหายใจ
โอลิเวอร์ยื่นมือที่อ่อนระทวยมาจับใบหน้าของลูกบุญธรรมครั้งสุดท้าย “ห....หยิบเสื้อคลุมของพ่อไป....พ่อบันทึกหลักฐานทุกอย่างไว้หมดแล้ว”
เขาพูดครั้งสุดท้ายก่อนที่จะสิ้นใจภายใต้รอยยิ้มที่ได้เห็นหน้าลูกชายบุญธรรมสิ้นสุดตำนานวิหคเหล็ก ณ ที่ตรงนั้น
เเคสซิดี้หยิบเสื้อคลุมสีดำโลหะปืนนี้ขึ้นมาแววตาของเขาไม่เหลือความกลัวเขาขับรถหนีออกจากโรงงานมุ่งหน้าไปที่เมืองชนบท Verdant Meadows
ณ เมืองVerdant Meadows
แคสซิดี้เดินทางผ่านภูมิประเทศที่ยากลำบากในสภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยาแ ใบหน้าที่ถูกพันแผลอย่างเรียบร้อยบ่งบอกถึงการาเ็จากการต่อสู้ที่ผ่านมา เขาต้องลุยผ่านช่องทางธรรมชาติที่ลำบาก แต่ในหัวใจของเขาเต็มไปด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน ภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากโอลิเวอร์คือสิ่งเดียวที่เขาคิดถึงตลอดการเดินทาง
หลังจากเดินทางยาวนาน เขาก็มาถึงป่าลึก ปกคลุมด้วยต้นไม้สูงใหญ่จนดูเหมือนว่าแสงแดดไม่สามารถส่องทะลุลงมาได้ การเดินตามแผนที่พาเขาไปยังบ้านสองชั้นเก่าๆ ในป่าลึก มันดูรกร้างแต่ยังมีร่องรอยการอยู่อาศัย เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไป ภายในบ้านมีอาหารและน้ำพร้อมใช้ รวมถึงไฟฟ้าที่ยังใช้งานได้ เขาตัดสินใจพักที่นั่นเพื่อฟื้นฟูร่างกาย
แคสซิดี้นั่งลงที่โต๊ะอาหาร ค่อยๆ เปิดคลิปเสียงที่โอลิเวอร์มอบให้ เขาฟังเสียงของพ่ออย่างตั้งใจ เนื้อหาของคลิปนั้นเต็มไปด้วยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลุ่ม Volk Legion ซึ่งเป็เครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่มีอิทธิพลมหาศาล การศึกษาข้อมูลในคลิปทำให้แคสซิดี้เข้าใจถึงแผนการทั้งหมดของ Volk Legion เขาเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า
End part 3
ยังไม่จบน้าาา มีฉากที่ทิ้งท้ายเื่นี้ไว้อยู่
ณ โรงงานร้าง
ตอนนี้เงียบสงัดแต่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังจากการต่อสู้ เสียงหายใจแ่ๆ ของ Lion ดังขึ้น เขาใช้มือที่เปื้อนเืค่อยๆ ยกตัวขึ้นมาจากกองเศษซาก ขณะที่ดวงตาของเขาที่เสียหายยังคงแสบชา แต่หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น เขาเปิดโทรศัพท์มือถือแล้วต่อสายถึง The Shadow ซึ่งเป็หัวหน้าของ Volk Legion
“พวกมันหนีไป… แต่ผมจะไม่ยอมแพ้” Lion พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจากความเ็ป
เสียงของ The Shadow ตอบกลับมาจากปลายสายด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “คริสโตเฟอร์ แคสซิดี้… ข้าจะตั้งค่าหัวมัน 500,000 ดอลลาร์ ใครก็ตามที่จับหรือฆ่ามันได้ จะได้รับรางวัลนี้”
ภาพของ Lion นั่งพิงเศษซากอย่างอ่อนแรง แต่ดวงตาของเขายังคงสะท้อนถึงความอาฆาต พร้อมกับคำสั่งของ The Shadow ที่กำลังแผ่ขยายออกไปทั่วโลกของนักฆ่า แคสซิดี้ตอนนี้ถูกหมายหัวแล้ว เป็เป้าหมายที่ใครๆ ก็้าไล่ล่า
The End