ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 112 ได้มาครอบครอง

            ผู้เฒ่าท่าทีตื่นเต้นของผู้คนทั้งบนทั้งล่างพลันออกอาการเบื่อหน่ายกระแอมแล้วเอ่ย

            “นี่คือไข่อ่อนของหมาป่าเลือดสีขาวเนื่องจากราคาที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นทางงานประมูลจึงตัดสินใจเปลี่ยนเป็นการแลกเปลี่ยนแทนขอเพียงท่านใดที่สามารถนำของที่มีราคาเท่ากันออกมาได้ หลังจากผ่านการพิจารณาของโรงประมูลเจ็ดดวงดาราแล้วไข่อ่อนหมาป่าเลือดสีขาวใบนี้ก็จะตกเป็นของคนนั้นทันที”

            พอเอ่ยจบคำพูดนี้ ผู้คนต่างแตกตื่นกัน

            นึกไม่ถึงว่าไข่อ่อนขั้นแปดใบนี้กลับใช้เงินตรามาตีราคาไม่ได้เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ได้สนใจเงินทอง แต่ก็ไม่แปลก เพราะของบางอย่างนั้นไม่สามารถใช้เงินตราซื้อได้อีกอย่างหากเปลี่ยนเป็นพวกเขา ก็คงตัดสินใจทำแบบเดียวกัน

            หลิงเซียวที่อยู่ชั้นสองก็นึกไม่ถึงเช่นกันลำพังไข่อ่อนขั้นแปดต้องใช้ของมีค่าเท่าเทียมมาแลกเปลี่ยน แต่พอคิดดูก็ไม่รู้สึกแปลกใจอะไรเพราะที่นี่สัตว์ปีศาจขั้นแปดนั้นค่อนข้างหายาก

            คิดเช่นนี้แล้ว สายตาหลิงเซียวก็ฉายแสงประกายวับขณะเดียวกันก็หันไปมองโหยวเสี่ยวโม่ หากไม่ใช้เงินตราในการประมูลคงไม่ต้องเปลืองแรงเขาเท่าไร

            “ศิษย์น้องเล็ก เจ้าอยากได้ไข่อ่อนใบนั้นรึเปล่า?”

            ขณะที่โหยวเสี่ยวโม่กำลังดูอย่างจดจ่อ ก็ได้ยินเสียงหลิงเซียวดังขึ้นจากด้านหลังเอะใจครู่หนึ่งจึงถาม “หมาป่าเลือดสีขาว? แต่ว่าผู้เฒ่านั่นบอกว่าต้องใช้ของมีค่าทัดเทียมกันเป็นการแลกเปลี่ยนนี่นาข้าไม่มีของมีค่าอะไรมาแลกหรอก”

            “ใครบอกว่าเจ้าไม่มีกันเล่า” หลิงเซียวสายตามองแก้มเขา ยิ้มมุมปาก “เจ้าลืมน้ำปราณเมื่อครู่ไปรึเปล่า? ของพวกนั้นอาจไม่มีประโยชน์สำหรับเจ้า แต่กับนักหลอมโอสถหรือนักฝึกตนนั่นคือยาวิเศษเลยก็ว่าได้ทุกคนล้วนใจเต้นเพราะมัน”

            โหยวเสี่ยวโม่ชะงัก ตาเป็นประกายทันใด “ศิษย์พี่หลิงงั้นพวกเราต้องใช้น้ำปราณเท่าไหร่เพื่อแลกกับพวกเขาล่ะ?”

            หลิงเซียวคำนวณ “หนึ่งร้อยหยดก็พอ”

            โหยวเสี่ยวโม่ลองตีราคาเป็นเงินดูคร่าวๆ หนึ่งร้อยหยดก็เท่ากับสิบล้านหากประมูลขายคงได้ถึงยี่สิบล้าน น้ำลายไหลเยิ้ม…

            คำพูดผู้เฒ่าพึ่งจะจบไปครู่เดียว มู่อวิ๋นเทียนที่อยู่บนที่นั่งฝั่งแขกพิเศษก็ลุกยืนขึ้นเห็นเพียงเขามองไปทางเวทีท่าทีนิ่งเฉย จากนั้นเอ่ยเสียงขรึม “ข้าแลกกับยาทะลวงจันทราชั้นสูงหนึ่งเม็ดและยาเมฆาสีม่วงชั้นสูงอีกหนึ่งเม็ด”

            สิ้นเสียงคำเสนอของเขา คนทั้งหมดหันไปมองทางมู่อวิ๋นเทียนเป็นสายตาเดียวคนส่วนใหญ่ต่างตกตะลึง เพราะยาทะลวงจันทรานับว่าเป็นยาเซียนตันขั้นห้า สรรพคุณยานี้ช่วยเรื่องเพิ่มพลังในการบรรลุชั้นจันทราขึ้นไปสู่การเป็นจอมยุทธ์ชั้นดวงดารา อีกทั้งไม่มีผลข้างเคียงตามมา ดังนั้นจึงเป็นยาเซียนตันขั้นห้าที่มีค่าสูงสุด

            ส่วนยาเมฆาสีม่วงนั้นมีค่ามากกว่าไปอีก เพราะมันคือยาเซียนตันขั้นหกการใช้ยาเซียนตันนี้จะเพิ่มพลังได้หนึ่งถึงสองดาว ยกตัวอย่างเช่น จอมยุทธ์ชั้นดวงดาราหนึ่งดาวหากใช้ยาเมฆาสีม่วงเข้าไป พลังก็จะเพิ่มเป็นสองดาวถึงสามดาว แต่มีข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือจอมยุทธ์ที่มีพลังสูงอยู่แล้ว หากใช้ยานี้เข้าไปเพิ่มพลังก็จะยิ่งด้อยลง

            มู่อวิ๋นเทียนออกโรงแล้ว คนอื่นๆ ก็ไม่รีรอ

            มู่เหยานั้นควัก ‘เคล็ดวิชาการควบคุมไฟ’ คัมภีร์เล่มนี้คือวิชายุทธ์ ขั้นกลางชั้นสูง สามารถควบคุมเปลวไฟในการโจมตีผู้อื่นระดับขั้นของพลังไฟยิ่งสูง การโจมตีก็ยิ่งรุนแรง อีกทั้งหากมีเปลวไฟหลายชนิด สามารถรวมร่างเป็นค่ายกลเปลวไฟที่เป็นกระบวนท่าที่มีพลังโจมตีร้ายกาจหากไม่ใช่เพราะไข่อ่อนขั้นแปด พรรคเซียวเหยาคงไม่มีทางเอาคัมภีร์เล่มนี้ออกมาแน่

            แน่นอนว่า พรรคเซียวเหยาจงใจใช้วิชายุทธ์เล่มนี้แลกเปลี่ยนเพราะพวกเขารู้ว่าเจ้าเมืองฮุยจี๋นั้นเป็นจอมยุทธ์ที่ควบคุมไฟ พลังของเขาเก่งกาจนักแต่ที่ขาดไปเพียงอย่างเดียวก็คือเคล็ดวิชายุทธ์ดีๆ สักเล่ม

            หลังจากมู่เหยาลงมือ ก็ถึงตาสำนักเซวี่ยซ่าลุกขึ้นมาบ้างเขาเสนอยาเซียนตันเพียงเม็ดเดียว แต่หากพูดถึงเรื่องราคานั้น แลดูจะสูงกว่ายาเซียนตันของมู่อวิ๋นเทียนอยู่มากโขทีเดียวผลลัพธ์ของยาเซียนตันคล้ายกับยาทะลวงจันทรา แต่ชั้นที่บรรลุไม่ใช่ชั้นจันทรา ปากแต่เป็นชั้นดวงดาราอีกทั้งยานี้ยังไม่มีผลข้างเคียงอีกด้วย ขณะบรรลุขั้นพลังยังช่วยรวบรวมพลังทุกชั้นเข้าไว้ด้วยกันแต่โอกาสในการบรรลุขั้นจะน้อยกว่ายาทะลวงจันทรา

            เมื่อเทียบกับยาเซียนตันของมู่อวิ๋นเทียนเคล็ดวิชาควบคุมเปลวไฟของมู่เหยา ยาเซียนตันเม็ดนี้มีค่าสูงกว่าอย่างชัดเจน เพราะหากบรรลุได้ก็จะกลายเป็นจอมยุทธ์ชั้นรุ่งสาง ถึงว่าสำนักเซวี่ยซ่าไยจึงกล้าเอามันมาแลกเปลี่ยน

            มู่อวิ๋นเทียนกับมู่เหยาสีหน้าเปลี่ยนทันใดท่าทีพลันสงบนิ่งลง

            ตอนนี้เอง คนชุดดำผู้นั้นที่อยู่ท่ามกลางคนดูก็ลุกขึ้นต่อจากสำนักเซวี่ยซ่ากระนั้นสายตาผู้คนก็ไปหยุดที่เขาพร้อมกัน พลางคาดเดาว่าคนชุดดำผู้นี้จะมีสิ่งน่าตื่นตาตื่นใจอะไรมาให้พวกเขาดูชมอีก

            “หญ้าเซียนแลกได้รึเปล่า?”

            ผู้เฒ่าบนเวทีชะงัก พลันส่ายหัวปฏิเสธ “ขออภัยพวกเราไม่รับแลกเปลี่ยนหญ้าเซียน”

            คนชุดดำนิ่งเงียบทันใด ดูไม่ออกว่านั่นคือท่าทีผิดหวังหรือคาดคิดไว้ก่อนแล้วจากนั้นนั่งลงกับที่ เห็นทีว่าจะไม่แก่งแย่งกับพวกเขาแต่อย่างใด

            จากนั้น นอกจากเจ้าอำนาจทั้งสามนั้น ก็มีหลายคนที่หวังอยากได้ไข่อ่อนใบนั้นพลันหยิบเอาของรักของหวงของตนออกมายื่นเสนอรวมถึงบรรดาเคล็ดวิชายุทธ์ต่างๆ นานา

            ผู้เฒ่ารออยู่ครู่หนึ่ง เมื่อไม่เห็นมีใครเสนอเพิ่มเติมกำลังหันหลังจะลงไปเจรจากับคณะของตน ทันใดนั้นบนชั้นสองก็มีชายผู้หนึ่งยืนขึ้น ชายผู้นั้นทั่วทั้งร่างนั้นแผ่รัศมีความสง่าสูงส่งสร้างภาพประทับใจแก่ทุกคนยิ่งนัก เขาคือหลิงเซียวนั่นเอง ซึ่งถูกโหยวเสี่ยวโม่คะยั้นคะยอให้ลุกขึ้น

            หลิงเซียวหัวเราะแล้วเอ่ยน้ำเสียงนิ่มนวลชวนฟัง “ไม่ทราบว่าน้ำปราณหนึ่งร้อยหยดจะสามารถแลกเปลี่ยนของชิ้นนี้ได้หรือไม่?”

            คำพูดของเขานั้นราวกับการโยนก้อนหินลงไปในบึงน้ำที่นิ่งสงบจากนั้นทั่วทั้งลานประมูลก็ฮือฮาเสียงดังเป็นระลอก หลายคนคิดไปถึงน้ำปราณที่พึ่งขายประมูลไปแปดสิบแปดหยดแต่คนผู้นี้กลับเสนอน้ำปราณหนึ่งร้อยหยด หรือว่าน้ำปราณแปดสิบแปดหยดก่อนหน้าก็มาจากเขานั่นเอง?

            แม้ว่าไม่มีใครให้คำตอบได้ แต่ชายหนุ่มนั้นท่าทีมั่นอกมั่นใจรู้คำตอบชัดเจนอยู่แล้ว

            มู่เหยาที่อยู่ตรงข้ามถึงกับตะลึงงัน ดวงตาคู่นั้นพลันเปล่งประกายสายตาที่จ้องมองหลิงเซียวยิ่งร้อนแรงมากขึ้น ราวกับพบเจอของต้องใจหลังจากผิดหวังมาก่อนหน้านี้

            เมื่อได้ยินน้ำปราณหนึ่งร้อยหยด ผู้เฒ่าถึงกับตัวสั่นสายตาฉายแววความตื่นเต้นบ้าคลั่งจนควบคุมไม่อยู่ ความเป็นจริงนั้น ท่านเจ้าเมืองของพวกเขานั้นสนใจน้ำปราณพอๆกับไข่อ่อนขั้นแปดใบนี้ แต่เสียดายตรงที่น้ำปราณก่อนหน้านั้นเป็นสินค้าประมูล โรงประมูลเจ็ดดวงดารานั้นแม้จะสนใจสินค้ามากเพียงใดก็มิอาจทำลายชื่อเสียงตนเองได้ ท้ายสุดจึงได้แต่ถอดใจ

            แต่กลับคาดไม่ถึงว่า เจ้าของน้ำปราณนั้นยังมีน้ำปราณเหลืออยู่อีกแถมตั้งหนึ่งร้อยหยด จากราคาของมัน ผู้เฒ่าแทบไม่ต้องคิดก็ตัดสินใจได้เลย

            “หากว่าไม่มีท่านไหนเสนอสินค้าเพิ่มเติมงั้นข้าขอประกาศผู้ที่จะได้ครอบครองไข่สัตว์ปีศาจขั้นแปดนี้” ผู้เฒ่ากวาดตามองผู้ชมในลานประมูลเพื่อเพิ่มอรรถรส หยุดไปชั่วขณะ พลันเอ่ยอย่างยิ้มแย้ม “การประมูลประจำรอบนี้ ผู้ที่ได้ครอบครองไข่อ่อนปีศาจขั้นแปดก็คือ…ท่านชาย แขกพิเศษหมายเลขสิบ”

            พอกล่าวจบ บรรยากาศในลานประมูลเงียบสงัดทันใดคนทั้งหมดหันไปยังหลิงเซียวที่อยู่ชั้นสอง โหยวเสี่ยวโม่ที่คลานอยู่ตรงคานกั้นก็ถูกเมินไปโดยปริยาย

            หลิงเซียวยิ้มมุมปากเบาๆ แล้วนั่งลงกับที่

            การประมูลที่สามปีมีครั้งของโรงประมูลเจ็ดดวงดาราในที่สุดก็จบลงอย่างเหนือความคาดหมาย เจ้าอำนาจทั้งสามนั้นถูกม้ามืดสองคนก้าวข้ามเป็นที่เรียบร้อยของล้ำค่าสองชิ้นสุดท้ายกลับไม่ได้มาสักอย่าง ผลลัพธ์นี้สร้างความตึงเครียดให้กับทั้งสามสำนักสายตามีพลังหลายคู่จ้องมองคนชุดดำและหลิงเซียว สายตาแฝงด้วยความอำมหิตคิดไม่ซื่อ แม้ว่าของจะถูกพวกเขาประมูลไปแต่ยังมีบางคนที่ยังไม่ถอดใจ สายตาเหมือนกำลังวางแผนชั่วอะไรอยู่

            หลิงเซียวกลับไม่รู้สึกรู้สาอะไร มุมปากยังคงแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มบางๆตลอดเวลา

            โหยวเสี่ยวโม่ยิ่งไม่ได้รับรู้อะไรเลยกับบรรยากาศรอบข้างที่เปลี่ยนไปตอนนี้ยังคงตกอยู่ในภวังค์แห่งความดีใจที่ได้ไข่อ่อนสัตว์ปีศาจมาครอบครอง ดึงแขนเสื้อหลิงเซียว “ศิษย์พี่หลิงเราไปรับของได้เมื่อไหร่?”

            หลิงเซียวเม้มปาก แล้วหันไปมองทางผู้เฒ่าที่เป็นพิธีกรงานประมูล

            โหยวเสี่ยวโม่หันขวับไปดู ผู้เฒ่าก็สั่งให้คนเก็บไข่อ่อนลงจากเวทีแล้วใบหน้ายิ้มแย้มหันกลับมายังเบื้องหน้าฝูงชน หัวเราะแล้วเอ่ย “ทุกท่านการประมูลสามปีมีหนของเราในครั้งนี้เป็นอันยุติลง ขอขอบพระคุณทุกท่านที่มาร่วมการประมูลนี้ต่อจากนี้คนที่ประมูลสินค้าครั้งนี้ได้ สามารถเลือกเวลามารับของด้านหลังเวทีได้ทุกเมื่อ”

            เมื่อผู้เฒ่าพูดจบก็เดินลงจากเวที ผู้ชมชั้นหนึ่งและชั้นสองต่างก็ลุกขึ้นเพื่อออกจากลานประมูลคนชุดดำนั้นจากไปเมื่อใดไม่มีใครรู้ ทว่าฝั่งแขกพิเศษนั้นไม่ได้รีบร้อนแต่อย่างใด คิดว่าคงสั่งให้คนตามดูเขาไว้แล้ว

            หลิงเซียวลุกขึ้นแล้วเอ่ยกับโหยวเสี่ยวโม่ “ศิษย์น้องเล็กเราไปกันเถอะ”

            โหยวเสี่ยวโม่ปัดก้นแล้วเดินตามออกไป เขายังไม่รู้ว่าครั้นเมื่อออกจากเมืองฮุยจี๋แล้วมีคนมากมายที่ต้องการแย่งชิงไข่อ่อนจากเขา แต่หารู้ไม่ว่าในสายตาเขานั้น ไข่อ่อนใบหนึ่งเทียบอะไรกับเงินทองพวกนั้นไม่ได้เลยต่างจากคนอื่นๆ

            หลิงเซียวกับโหยวเสี่ยวโม่รีบไปรับของที่ประมูลได้ทันที

            ผู้เฒ่าคนนั้นยืนรอพวกเขาอยู่แล้ว เมื่อเห็นพวกเขาเดินมาพลันมีท่าทีอบอุ่นต้อนรับ กล่าวทักทายไม่กี่คำ จึงนำของที่พวกเขาประมูลได้ออกมา เตาหลอมอเวจีทองกับกล่องหยกที่มีไข่อ่อนสัตว์ปีศาจขั้นแปดแล้วก็เงินจำนวนสิบเก้าล้าน แต่หักค่าธรรมเนียมออกไปร้อยละห้า ดังนั้นจึงเหลืออยู่สิบแปดล้านห้าหมื่นถ้วนจากนั้นหยิบของใส่ถุงเก็บของพร้อมกับยื่นทั้งถุงเก็บของนั้นให้กับโหยวเสี่ยวโม่

            เมื่อรับของมาแล้ว หลิงเซียวจึงพาโหยวเสี่ยวโม่กลับโรงเตี๊ยมเจ็ดดวงดารา

            พอพวกเขากลับมา ก็มีคนได้รับข่าวทันที

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592