“นายโจ! ถ้าเธอสอบไม่ผ่าน เตรียมเก็บของออกจากมหาลัยได้เลย!”
เสียงอาจารย์มนุษย์ประวัติศาสตร์ะโดังลั่นห้องเรียน ทำเอานักศึกษาทั้งห้องหันมามองเป็ตาเดียว
โจ หรือจิรายุทธ์ แซ่โจ นักศึกษาปีหนึ่งเทอมแรก คณะมนุษยศาสตร์ นั่งตัวแข็งทื่ออยู่แถวหลังสุด หน้าแดงก่ำเหมือนมะเขือเทศสุก มือที่จับปากกาอยู่สั่น ๆ เหงื่อแตกพลั่ก
“แม่ง….อาจารย์นี่ปากร้ายเกิน!”
โจบ่นในใจ ขณะที่เพื่อน ๆ รอบตัวเริ่มซุบซิบแล้วหัวเราะคิกคัก บางคนถึงขั้นแซวตรง ๆ
“เอ้า โจ เตรียมกระเป๋ากลับบ้านนอกยัง?”
โจอยากจะมุดโต๊ะหนีไปเลย ชีวิตปีหนึ่งเพิ่งเริ่มได้แค่สองเดือน ทำไมมันรู้สึกเหมือนหายนะแล้วล่ะเนี่ย!
โจเป็เด็กบ้านนอกจากจังหวัดที่ไม่มีใครรู้จัก หน้าตาน่ารักแบบธรรมชาติ ผิวขาวซีดเพราะไม่ค่อยออกแดด ผมดำยุ่ง ๆ ที่ตัดสั้นแบบขอไปที แต่กลับดูดีแบบไม่ตั้งใจ หุ่นผอมบาง ไม่มีกล้าม แต่ขาเรียวสวยจากการวิ่งหนีหมาน้อยที่หอพักบ่อย ๆ ส่วนแว่นกรอบดำที่ใส่เนี่ย ไม่ได้สายตาสั้นหรอก ใส่ขำ ๆ เพราะรู้สึกว่ามันทำให้ดูฉลาดขึ้น (แต่เหมือนจะไม่ช่วย)
หลังเลิกคลาส โจเดินคอตกกลับหอพัก ห้องเล็ก ๆ ที่รกเหมือนโกดังเก็บของ หนังสือเรียนกองพะเนินอยู่บนโต๊ะ แต่โจไม่เคยแตะมันเลย อ่านไปก็ไม่เข้าใจ! ศัพท์ประวัติศาสตร์โบราณยากชิบหาย (ขอโทษที่แอบหยาบ) แล้วอาจารย์ก็สอนเร็วเหมือนรถไฟชินคันเซ็น เพื่อนในคลาสบางคนจดเลคเชอร์ได้เป็หน้า ๆ ส่วนโจได้แค่รูปดาวกระจายที่วาดเล่นตอนเบื่อ
“ทำไงดีวะ…”
โจทิ้งตัวลงบนเตียง มองเพดานที่มีรอยน้ำซึมเป็วง ๆ ความกดดันมันหนักอกจนหายใจไม่ออก สอบกลางเทอมจะมาถึงในอีกสองอาทิตย์ ถ้าตกจริง ชีวิตจบเห่แน่ ๆ
จู่ ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็แม่! โจกลืนน้ำลายดังเอื๊อก กดรับสายด้วยใจระทึก
“โจ! เรียนเป็ไงบ้าง? แม่ฝากความหวังไว้ที่ลูกนะ ต้องเรียนให้จบ ไม่งั้นกลับมาเลี้ยงควายที่บ้านนอกนะลูก!”
เสียงแม่ดังแว้ดผ่านลำโพง โจอยากร้องไห้ แม่พูดจริงจังมาก ไม่มีคำว่าล้อเล่นในพจนานุกรมของผู้หญิงคนนี้
“ค…ครับแม่ เดี๋ยวผมตั้งใจเรียน!”
โจตอบเสียงสั่น ก่อนวางสายแล้วนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง ความเครียดมันพุ่งถึงขีดสุดแล้ว! เลี้ยงควายเนี่ย ไม่ใช่ว่าจะเลี้ยงไม่เป็นะ แต่โจไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตที่ต้องตื่นตีห้ามาตีควายออกทุ่งอ่ะ!
คืนนั้น โจนอนไม่หลับเลย นอนนับแกะในหัวไปเป็ร้อยตัวก็ยังตาใสเหมือนกินกาแฟสามแก้ว สุดท้ายเลยลุกไปเคาะห้องเพื่อนสนิทอย่าง “ไอ้เต๋า” ที่อยู่ห้องข้าง ๆ
“เต๋า! กูเครียดว่ะ ช่วยกูหน่อย!”
โจร้องโอดครวญหน้าประตู เต๋าเปิดประตูออกมา หน้าตาง่วง ๆ แต่ก็ยิ้มแหล่
“อะไรของมึงอีกวะ โจ มาปลุกกูตีสองเนี่ยนะ?”
“กูกลัวสอบตก! อาจารย์ขู่มาว่าถ้าตกก็จบเห่ แม่ก็ขู่ให้กลับไปเลี้ยงควาย ชีวิตกูพังแน่!”
โจเล่าด้วยน้ำเสียงสุดดราม่า
เต๋าฟังไปก็ขำไป จนโจต้องตีแขนมันหนึ่งที
“ใจเย็น ๆ ดิ มึงรู้ป่ะ มหาลัยของเรามีตำนานลับอยู่นะ”
เต๋าทำท่าลึกลับ กระซิบเสียงเบาเหมือนกลัวใครได้ยิน
“ถ้ามึงไปบนบานกับรูปปั้นโรมันเปลือยในสวนหลังตึกเรียนเนี่ย มึงจะสอบผ่าน!”
โจชะงัก มองหน้าเต๋าด้วยสายตาแบบ ‘มึงปัญญาอ่อนรึเปล่า’
“อะไรนะ? รูปปั้นเปลือย? บนบาน? มึงล้อกูเล่นใช่มั้ย?”
“จริงว่ะ! รุ่นพี่เล่าต่อ ๆ กันมา รูปปั้นนั้นชื่อ ‘โรมัน’ นะ ไม่รู้ใครตั้งให้ มันเป็รูปปั้นผู้ชายเปลือยสไตล์โรมันโบราณ กล้ามแน่น ๆ หล่อแบบเทพเ้ากรีกอะไรประมาณนั้น ถ้ามึงไปขอพรแล้วเอาเครื่องเซ่นไปวาง เช่น ขนมปังหรือน้ำส้ม มันจะช่วยให้สอบผ่าน!”
เต๋าเล่าด้วยสีหน้าจริงจัง แต่โจฟังแล้วอยากหัวเราะก๊าก
“ปัญญาอ่อน! ใครจะไปเชื่อวะ รูปปั้นมันจะมาช่วยกูได้ไง? มันแค่หิน!”
โจโบกมือไล่ แต่ในใจก็แอบคิด… ถ้าตกจริง ๆ ล่ะ? ถ้ามันมีโอกาสแค่ 1% ที่จะรอด มันก็คุ้มที่จะลองป่ะ?
เต๋ายิ้มเ้าเล่ห์
“ไม่เชื่อก็แล้วแต่ แต่รุ่นพี่ที่เล่าให้กูฟังเนี่ย สอบผ่านทุกคนเลยนะเว้ย”
โจกลับห้องตัวเองด้วยความรู้สึกสับสน รูปปั้นโรมันเนี่ยนะ? โจเคยเห็นมันตอนเดินผ่านสวนหลังตึกเรียน มันเป็รูปปั้นชายเปลือยที่ตั้งเด่นอยู่บนแท่นหิน ถ้ารูปปั้นนั้นเป็คนและไม่นับแท่นก็น่าจะเท่ากับคนที่สูงประมาณ 185 ซม. กล้ามเนื้อปั้นจากหินอ่อนสีขาวมันดูสมจริงจนโคตรน่าขนลุก หน้าตาคมเข้มแบบฝรั่งโบราณ ผมหยักศกสั้น ๆ ที่ถึงจะเป็หินแต่ก็ดูนุ่ม ๆ แปลก ๆ แล้วที่สำคัญ… อวัยวะทุกส่วนของมันเห็นชัดมาก! ติดตาชะมัด โจเคยแอบมองแล้วหน้าแดง ไม่รู้จะมองตรงไหนดี
“บ้าไปแล้ว ใครจะไปคุยกับรูปปั้น!”
โจบ่นกับตัวเอง แต่ก็อดนึกถึงหน้าตาของ “โรมัน” ไม่ได้ มันหล่อแบบ… ไม่น่าใช่แค่รูปปั้นอ่ะ ถ้ามันมีชีวิตได้คงเป็พระเอกซีรีส์ฝรั่งแน่ ๆ
คืนนั้น โจนอนฝันถึงรูปปั้นโรมันที่จู่ ๆ ก็ขยับได้แล้วเดินมาบอกว่า
“มาสิ ฉันจะช่วยเ้าให้สอบผ่าน”
ด้วยเสียงทุ้ม ๆ
โจสะดุ้งตื่นตอนตีห้า หน้าแดงก่ำ มือไม้สั่น
“กูบ้าไปแล้วแน่ ๆ”
โจบ่น แต่ในใจก็เริ่มคิดว่า… หรือจะลองไปดูรูปปั้นนั้นสักหน่อยดี?