ตอนที่22 : ใครคือศัตรูตัวจริง
คืนเดือนมืดในพระราชวังหานหลง
สายลมพัดแ่ผ่านกำแพงสูงและทางเดินเงียบงัน
แต่ในความเงียบ — เสียงฝีเท้าเบา ๆของขันทีคนหนึ่งดังขึ้นอย่างเร่งรีบ
เขาถือหีบไม้เล็ก ๆวิ่งตรงไปยังตำหนักขององค์ชายรอง หานอวี้หลง
ภายในหีบมีเอกสารรายชื่อคนงานและพ่อค้าหลายรายในเมืองเซี่ยงหนาน
องค์ชายรองเปิดอ่านทีละแผ่น
ริมฝีปากยกยิ้มเย็น
“ฮ่องเต้ไม่ลงโทษ...แต่ข้าจะให้ประชาลงมือแทน”
เขาหยิบพู่กันขึ้นเขียนจดหมายลับ
ส่งไปยังสำนักมือสังหารอวิ๋นเถิง —
“ภารกิจใหม่ : กำจัดผู้จัดการร้านหานเหอฟางและทำให้เกิดข่าวลือว่าองค์ชายใหญ่ซ่อนเงินในต่างเมือง”
ขณะเดียวกัน ที่ร้านหานเหอฟาง
ไป๋อวี้จิงกำลังตรวจบัญชีร่วมกับหลินเทียนและพ่อบ้านหลิว
“ยอดขายเดือนนี้เพิ่มขึ้นอีกสองส่วน”
“แต่มีกระดาษแปลก ๆ ส่งมาจากพ่อค้าเมืองเหนือ บอกว่าจะงดส่งวัตถุดิบ”
หลินเทียนขมวดคิ้ว
“แปลก... เมืองเหนืออยู่ในเขตที่องค์ชายรองคุม”
ไป๋อวี้จิงพึมพำเบา ๆ
“กลิ่นไม่ดีเลย...”
ทันใดนั้นพ่อบ้านหลิววิ่งเข้ามาอย่างร้อนรน
“คุณหญิง! มีคนแอบมาสอดแนมหลังร้านเมื่อคืน ข้าน้อยจับได้หนึ่งแต่คนอื่นหนีไปได้!”
หานอวี้จินที่เพิ่งกลับจากจวนได้ยินพอดี
เขาหยิบถุงผ้าสีดำที่พ่อบ้านนำมาให้ เปิดออก
ข้างในมี “เหรียญตรารูปัพันงู” —เครื่องหมายของสำนักมือสังหารอวิ๋นเถิง
“อวิ๋นเถิงอีกแล้ว...”
“คราวนี้ไม่ใช่เพื่อฆ่า แต่เพื่อสอดแนม...”
หานอวี้จินมองไปที่ไป๋อวี้จิง
“เ้ามีคนที่ไว้ใจได้ในเมืองหลวงหรือไม่?”
นางพยักหน้า
“มีอยู่คนหนึ่ง — สหายของบิดาข้า เป็ขันทีในตำหนักหวงหยู
ชื่อ อาเหมิน เขารู้ความเคลื่อนไหวในวังหลังดีกว่าใคร”
“ดี...ข้าอยากรู้ว่าข่าวลือเริ่มจากใคร
ถ้าเราตามเส้นทางเงินได้ เราจะรู้ว่าใครอยู่เื้ัการกล่าวหา”
นางขมวดคิ้ว
“เ้าจะให้ข้า...”
“ใช่ —เข้าไปในวังในฐานะผู้ส่งสุราไปถวายตำหนักหลวง”
ไป๋อวี้จิงอึ้งไปครู่หนึ่ง
“นั่นอันตรายนะ ท่านรู้ไหมวังหลวงไม่ใช่ที่ที่ใครจะเดินเข้าออกได้ง่าย ๆ”
“เพราะงั้น...ข้าถึงต้องให้คนที่ฉลาดที่สุดไป”
เขาพูดเรียบ ๆ แต่แฝงความห่วงใยในน้ำเสียง
ยามสามของคืน
ไป๋อวี้จิงสวมผ้าคลุมดำ ขี่ม้าขาวมุ่งหน้าสู่วังหลวง
ในรถบรรทุกขวดสุรา “สุราลมเหนือ” 12 โหลพร้อมตรา “ของถวายตำหนัก”
ประตูวังเปิดให้ผ่านอย่างราบรื่น —เพราะเอกสารที่ใช้ คือของจริงที่หานอวี้จินได้รับจากฮ่องเต้โดยตรง
เมื่อถึงประตูตำหนักหวงหยู
ขันทีอาเหมินรีบออกมาต้อนรับ
“คุณหนูไป๋! ไม่คิดว่าจะได้เห็นอีก...ได้ยินว่าตอนนี้อยู่กับองค์ชายใหญ่?”
“ใช่ข้ามีเื่ต้องสืบ — แต่ไม่ใช่เพื่อองค์ชาย... เพื่อแผ่นดิน”
ขันทีอาเหมินพยักหน้า รีบนำทางเข้าสู่ห้องเก็บเอกสารลับของฝ่ายใน
ในนั้นมีกองเอกสารนับร้อย
อาเหมินหยิบแฟ้มหนึ่งออกมา
“นี่คือรายงานลับที่เสนาบดีจางเหว่ยยื่นต่อองค์ชายรอง
มีชื่อพ่อค้า แรงงาน และคนงานจากร้านท่านด้วย...แต่ชื่อบางคนถูกปลอม!”
ไป๋อวี้จิงเบิกตากว้าง
“พวกมันสร้างหลักฐานเท็จ...เพื่อป้ายร้าย!”
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากนอกห้อง
ขันทีอีกกลุ่มหนึ่งในชุดสีดำบุกเข้ามา
“หยุดเดี๋ยวนี้! ใครให้เ้ามายุ่งกับเอกสารหลวง!”
อาเหมินรีบปกป้องไป๋อวี้จิง
“อย่ายิง! นางมีตราขององค์ชายใหญ่!”
แต่ยังไม่ทันพูดจบมีดสั้นพุ่งมาจากความมืด — ฉึก!
อาเหมินถูกปาดแขน เืสาดลงบนโต๊ะ
ไป๋อวี้จิงกัดฟันใช้ขวดสุราฟาดเข้าที่ข้อมือของคนร้าย
เสียงแตกดัง เป๊าะ!
ไอสุรากลั่นหอมลอยขึ้น กลิ่นแรงแสบจมูก
นางโยนโคมไฟลงพื้น —
ฟุ่บ! ไฟลุกขึ้นทันทีกลั่นสุรากลายเป็เชื้อเพลิงชั่วพริบตา
แสงไฟแผดเผาทางออกจนมือสังหารถอยหนี
“หนีเร็ว!”อาเหมินะโ
ทั้งคู่พุ่งออกจากทางลับใต้ตำหนัก ก่อนที่ไฟจะลุกทั่วห้อง
คืนนั้นเองหานอวี้จินยืนรออยู่หน้าทางเข้าป่าด้านหลังวัง
เมื่อเห็นนางกลับมาพร้อมรอยแผลถากบนแขน เขารีบเข้าประคองทันที
“เ้าเป็อะไรไหม!?”
“ข้าไม่เป็ไร...แต่อาเหมินเจ็บหน่อยหนึ่ง
แต่เราได้หลักฐานมาแล้ว”
นางยื่นแผ่นกระดาษที่ไหม้เกือบครึ่งให้เขาดู
ชื่อ “จางเหว่ย” และตรา “องค์ชายรอง” ยังคงปรากฏชัด
หานอวี้จินมองแล้วพูดเสียงต่ำ
“อย่างที่ข้าคิด —เขาใช้เสนาบดีสร้างข่าวเท็จ ป้ายสีให้ข้าเป็คนฉ้อโกงแผ่นดิน”
ไป๋อวี้จิงยิ้มมุมปาก
“แต่ครั้งนี้ เราจะไม่รอให้พวกเขาโจมตีก่อนอีกแล้ว”
“เ้ามีแผน?”
“ข้ามีคน...ที่อยากให้ท่านได้พบ”
รุ่งเช้า
ในจวนของหานอวี้จิน ปรากฏชายชราร่างผอมสูงในชุดนักปราชญ์สีเทา
เขาโค้งคำนับอย่างสง่างาม
“ข้าน้อย ‘อวิ๋นเซิง’ อดีตเสนาบดีฝ่ายธรรมบัญญัติถูกปลดเมื่อสิบปีก่อน
ได้รับคำเชิญจากคุณหนูไป๋ ให้มาพบท่านหานอวี้จิน”
หานอวี้จินมองชายชรานั้นแววตาเต็มไปด้วยประกายปัญญา
“์ยังเมตตา...ส่งคนที่เคยรักษากฎหมายให้ข้ามาสู้กับคนที่บิดเบือนมัน”
อวิ๋นเซิงตอบอย่างสงบ
“หากฟ้าส่งเสียงกระซิบมา...จงฟังด้วยหัวใจ ไม่ใช่หู
และจงใช้ความจริงตอบคำเท็จด้วยแสง”
ลมเหนือพัดเบา ๆ ผ่านลานจวน
ไป๋อวี้จิงมองภาพนั้น ยิ้มเงียบ —
เงาของพายุการเมืองกำลังใกล้เข้ามาอีกครั้ง...
แต่ครั้งนี้ หานอวี้จินไม่ใช่ผู้ที่ยืนเดียวดายอีกต่อไป