หลังจากที่หญิงสาวลงมาเดินเข้าไปในตัวโรงแรมพร้อมชายหนุ่มและตอนนี้กำลังอาบน้ำอยู่ เขาก็กำลังคิดไปยิ้มไป นี่ถ้าวันนั้นเขาไม่ยอมไปดูบ้านของอาคนหนึ่งซึ่งเป็เพื่อนของพ่อเขา เขาก็คงไม่ได้เจอหญิงสาวเพราะปรกติแล้วเขาจะดูแลโรงแรมทางตอนใต้มากกว่า และนี่ก็เป็หนึ่งในโรงแรมที่เขาเป็คนดูแล ส่วนที่กรุงเทพเขาจะเข้าไปดูบ้างบางครั้งบางคราว เขาจำได้ว่าวันแรกที่เจอเธอเขาก็ตกหลุมรักทันที วันนั้นเป็บ่ายวันเสาร์หลังจากที่คุณอาได้ว่านให้เขาไปดูบ้านหลังนั้นมานานเขาก็ได้มาดู ทุกอย่างดูโทรมมาก เพราะไม่ได้รับความดูแลอะไร จนมาถึงริมสระหลังบ้าน เขาเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ จึงเข้าไปเพื่อจะถามว่าเป็ใครถึงได้มาอยู่ที่สระหลังบ้านหลังนี้ แต่เด็กผู้หญิงคนนั้นหันกลับมาก่อนเมื่อเห็นเขาก็ใ
“หวัดดี เป็ใครมาจากไหนละ เราถึงได้เข้ามาในบ้านคนอื่น โดยที่ไม่ขออนุญาตก่อน” ถามไป ทำหน้าดุไป ้าข่มเพื่อไม่ให้เด็กสาวเข้าบ้านคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะถ้าเป็บ้านของคนร้ายกลัวว่าจะโดนทำร้ายเอา
“เอ่อ ฉัน ฉันขอโทษค่ะ ที่เข้ามาไม่ขออนุญาตก่อน พอดีเห็นว่าบ้านนี้ไม่เคยมีใครอยู่ก็เลยมานั่งเล่นนะคะ” บอกไปก้มหน้าไป เพราะตนผิดจริงๆ ที่เข้าบ้านคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตแม้ว่าเ้าของไม่อยู่ตนก็ไม่ควรเข้า
“ถึงเ้าของไม่อยู่เราก็ไม่ควรเข้ามา ถ้าเ้าของบ้านไม่พอใจหรือเป็คนนิสัยไม่ดี เราอาจจะเกิดอันตรายขึ้นมาได้” อธิบายเหตุผลให้เข้าใจเพื่อที่ครั้งหน้าจะได้ไม่เข้าไปในเขตบ้านใครสุ่มสี่สุ่มห้า ครั้งนี้ถือว่าโชคดีที่เ้าของบ้านและตนไม่ได้เป็คนไม่ดี
“ค่ะ ที่หลังฉันจะไม่ทำอีก” ตอบกลับไปและคิดในใจว่า ทำไมต้องดุด้วย เราไม่ใช่เด็กๆ นะที่ต้องบอกว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ อีกอย่างอยู่มาตั้งนานไม่เห็นมีใครมาอยู่ตนก็แค่มาเดินเล่นแล้วก็กลับไม่ได้จะมาอยู่สักหน่อย
“นั่น ยังจะพูดฉันอีก เป็เด็กเป็เล็กเวลาพูดกับผู้ใหญ่ต้องมีค่ะ ขา และแทนตัวเองว่าหนูหรือชื่อ ไม่ใช่ฉัน นี่อะไรคำก็ฉัน สองคำก็ฉัน มันไม่เพราะยิ่งเป็ผู้หญิงแล้วด้วย” พูดไปเพื่อให้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเอ่ยชื่อของตัวเองออกมาโดยที่ไม่ต้องถาม
“ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ อีกแค่ปีเดียวก็จบแล้ว” เมื่อทนฟังที่ชายหนุ่มตรงหน้าพูดไม่ไหวจึงบอกไปทันที
“ว่าไงนะ” อุทานออกมาด้วยความใไม่คิดว่าที่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเรียนใกล้จบแล้ว นี่ถ้าเธอบอกว่ายังเรียนม.ปลายเขาก็ใช่ ก็ดูใบหน้าของเธอสิ
“ที่คุณได้ยินถูกแล้ว ที่นี่ก็เลยเรียกฉันว่าหนูได้แล้ว ว่าแต่คุณเป็ใคร” เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าชายหนุ่มเข้ามาในบ้านของที่ตนชอบแอบมานั่งเล่นจึงถามทันที
“ฉัน เอ่อ พี่เป็หลานชายเ้าของบ้านนะ” เอ่ยปดทันที เพราะ้ามาอยู่ที่นี่ไม่ใช่เพราะอะไร ก็คนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้และ
“คุณเป็หลานชายเ้าของบ้านนี่เหรอคะ” ถามทันทีเมื่อรู้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเป็ถึงหลานชายเ้าของบ้าน
“ใช่ พี่ชื่อนาวิน เรียกว่าพี่วินก็ได้ แล้วเราละชื่ออะไร” เอ่ยถามทันทีเพราะไม่อยากเสียเวลาในการทำความรู้จักกับคนตรงหน้า
“ชื่อฝ้ายลดาค่ะ ว่าแต่คุณจะมาอยู่ที่นี่หรือคะ”
“ใช่ค่ะ ต่อไปนี่พี่จะมาอยู่ที่นี่ น้องฝ้ายเรียกพี่ว่าพี่วินก็พอ ไม่ต้องรียกคุณคงหรอก”
“ไม่ได้หรอกค่ะ ก็คุณ” ยังไม่ทันจบประโยคชายหนุ่มก็ขัดขึ้นมาก่อน
“นะคะ เรียกพี่วินดีกว่า เราเป็เพื่อนบ้านกันแล้วตอนนี้ เรียกคุณมันดูห่างเหินไป” ไม่ลืมอธิบายเหตุผลเพื่อที่หญิงสาวจะได้หมดข้อโต้แย้ง
“เอ่อ ก็ได้ค่ะ” ตอบกลับไปอย่างจำยอม แต่ในใจเถียงกลับว่า มันก็ไม่ได้แปลกอะไรนี้ถ้าเรียกคุณแล้วจะรู้สึกห่างเหินเพราะเราเพิ่งรู้จักและไม่ได้สนิทสนมขนาดที่จะมาเรียกชื่อเล่นกัน แต่ถ้าเถียงออกมาคงต้องฟังเขาเทศนาอีกเพราะอย่างนั้นก็ยอมๆ ไปเถอะ ครั้งหน้าเราคงไม่ได้เจอกันแล้วและเธอจะไม่มาที่นี้อีก
“ไหนลองเรียกสิ” ยิ้มรับกับคำตอบของหญิงสาวและเริ่มให้หญิงสาวเรียกให้ฟังทันที
“เอ่อ พี่วินค่ะ” เรียกออกไปอย่างงงๆ ว่าจะให้ลองเรียกทำไม
“ดีค่ะ ต่อไปนี้ฝ้ายต้องมาช่วยดูแลพี่” บอกออกไปอย่างลืมตัวว่าต้องทำความสนิทสนมให้มากกว่านี้ก่อน แต่เพราะได้ยินที่หญิงสาวเรียกเลยลืมตัว
“ดูแล" พูดออกมาด้วยความไม่เข้าใจว่าจะให้เธอดูแล ดูแลอะไร อย่างไร นี่คนที่เพิ่งเจอกัน เพิ่งรู้จักชื่อกันเขาไว้ใจถึงขนาดเอ่ยปากให้ดูแลทันทีเลยเหรอ ไม่กลัวว่าเธอจะเป็มิจฉาชีพเหรอ
“เอ่อ พี่หมายถึงเื่ต่างๆ ที่พี่ไม่รู้นะคะ พอดีพี่พึ่งมาจากเกาะห่างไกลผู้คนไม่ค่อยรู้อะไรมาก” รีบแก้ต่างทันทีก่อนที่หญิงสาวจะสงสัย หวาดระแวงแล้วระวังตัวจนไม่ยอมเข้าใกล้
“ได้สิค่ะ ถ้ามีอะไรที่ฝ้ายช่วยได้ ฝ้ายก็ยินดีช่วยค่ะ” ตอบกลับไปทันทีที่เข้าใจในสิ่งที่เขาบอก
“ว่าแต่ฝ้ายอยู่บ้านหลังไหนคะ” ถามออกไปให้แน่ใจ ทั้งที่คิดว่าคงเป็บ้านหลังข้างๆ นี้แหละ
“หลังข้างๆ นี้ค่ะ” พร้อมชี้ไปที่บ้านหลังสีขาวข้างๆ มีต้นไม้ที่คงใหญ่น่าดูเพราะแผ่กิ่งก้านมาถึงฝั่งนี้ตรงที่พวกเราสองคนยืนอยู่
“อืม ค่ะ” เขาตอบรับและมันก็จริงอย่างที่คิดไว้จริงๆ
หลังจากนั้นเขากับหล่อนก็สนิทกันมากขึ้น เขาขอคบเป็แฟนและเธอเองก็ตอบตกลงเพราะเขาถือเป็คนดีคนหนึ่งและมักจะเป็ที่ปรึกษาในเื่ต่างๆ ให้กับเธอด้วย ทั้งทีจริงๆ อยากหมั้นกับหล่อนมากกว่าเพราะ้าให้ใครๆ ก็รับรู้ว่าหล่อนเป็ของเขาแล้ว แต่อีกใจคิดว่าที่หล่อนปฏิเสธก็ดีเหมือนกันจะได้ลองใจคนบ้านนั้นไปด้วย เพราะเขาไม่ได้บอกกับหล่อนว่าจริงๆ แล้วเขาเป็ใคร และหล่อนเองก็ไม่ได้ถามอะไรมาก จึงคิดว่าหล่อนคงไม่รักชอบคนที่ฐานะหรอก เพราะแบบนั้นทำให้ชายหนุ่มลืมคิดไปว่าหญิงสาวไม่สนใจเื่ฐานะก็จริงดูจากที่ยอมคบกับเขาแต่หญิงสาวต้องไม่พอใจที่เขาปกปิดมันมากกว่า
“พี่วินกำลังยิ้มอะไรอยู่เหรอคะ” หญิงสาวถามขึ้นเมื่ออาบน้ำเสร็จเดินออกมาเห็นอีกฝ่ายนั่งยืนอย่างมีความสุขอยู่คนเดียว
“เปล่าค่ะ พี่กำลังคิดอะไรไปเรื่อยๆ แล้วนี่อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอคะ” แทนที่เขาจะตอบแต่กลับถามหญิงสาวแทน
“ค่ะ” ตอบออกไปเดินเช็ดผมให้แห้ง
“หิวยังคะ เดียวพี่สั่งอาหารมากินบนนี้นะคะ” ถามอย่างเข้าใจ
“อย่าเลยค่ะ แพง แล้วไหนจะค่าที่พักอีก จริงๆ เราพักบังกะโลก็ได้ ไม่แพง” บอกกลับไปอย่างเกรงใจในความเข้าใจใส่ของเขา
“ไม่เป็ไรวันนี้พี่อย่างให้ฝ้ายมีความสุขที่สุข” เขาบอกและส่งยิ้มออกมา
“ขอแค่ฝ้ายได้อยู่กับพี่วิน ก็มีความสุขแล้วค่ะ ไม่จำเป็ต้องดี ต้องแพงหรอกค่ะ” เธอบอกย่างจริงใจเพราะสำหรับเธอขอแค่มีเขาอยู่ด้วยมันก็ดีมากๆ แล้ว
“ก็ได้ค่ะ วันหลังพี่จะขออนุญาตคุณผู้หญิงก่อนว่าอะไรเหมาะอะไรไม่เหมาะ ดีไม่คะ” แกล้งถามให้หญิงสาวเขินอาย
“พี่วินอะ ฝ้ายไม่คุยด้วยแล้ว” และเป็อย่างที่ชายหนุ่ม้า หญิงสาวเขินแล้วเดินออกไปที่ระเบียงยิ้มมองตามยิ้มๆ แล้วเข้าไปอาบน้ำไม่อยากให้แหย่ให้เธอเขินไปมากกว่านี้