ตอนที่ 13
เลอดาวกำมือแน่นเมื่อเห็นแผ่นป้ายไวนิลขนาดความยาวสองแขนโอบผูกติดอยู่ที่ประตูรั้วหน้าบ้าน ถ้อยคำหยาบหยามหมิ่นเกียรติหล่อนนั้นทาด้วยสีแดงเด่นหราตัวเท่าบ้าน
‘ว่าที่เมียน้อย’
ตั้งแต่ถูกตราหน้าว่าผ่านการแต่งงานอันล้มเหลวมาแล้วถึงสองครั้งโดนสายตาเหยียดหยัน โดนคำนินทาใส่ร้ายหรือถูกใครต่อใครตั้งแง่รังเกียจเดียดฉันท์แต่หล่อนก็ยังตั้งมั่นในสติไม่สนปากคนคำใครแต่นับวันหล่อนก็ยิ่งถูกคุกคามหนักข้อขึ้นทุกทีตั้งแต่ก้าวไกลเข้ามามีบทบาทในชีวิต
หล่อนเชื่อว่าต้นสายปลายเหตุจะต้องเกี่ยวพันไปยังชายหนุ่มผู้นั้นแน่แล้วฝีมือใครกันเล่าถ้าไม่ใช่ใกล้รุ่งหรือว่าหล่อนจะต้องตั้งตนเป็นศัตรูอย่างที่ปากหล่อนลั่นวาจาเอาไว้จริงๆความหงุดหงิดที่สั่งสมมาหลายคราทำให้หล่อนตรงเข้าไปดึงกระชากป้ายแผ่นนั้นแต่มันก็ไม่แกะออกง่ายนักเพราะปมที่ขมวดไว้สี่มุมค่อนข้างแน่นหนา
แต่ถ้ายังปล่อยเอาไว้นานกว่านี้ หล่อนก็จะยิ่งอับอายเพราะตอนนี้เจ้าของบ้านหลังถัดไปซึ่งเป็นสตรีสูงวัยปากมากชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านกำลังไปป่าวประกาศเรียกคนในบ้านหลังอื่นให้ออกมาเพียงครู่เดียวระหว่างที่หล่อนกำลังแกะ จึงมีผู้คนเริ่มทยอยออกมาหนาตาขึ้นพอหันไปเห็นยิ่งทำให้หล่อนอดสูแก่ใจไม่ได้ที่ต้องกลายเป็นเป้านิ่งโดยไม่มีโอกาสโต้แย้งคำใดออกไป
ได้ยินเสียงแว่วของคนกลุ่มนั้นลอยมากระทบหู...
“หน้าตาก็ดีแต่งตัวก็ดีนะ ไม่นึกว่าจะเป็นพวกเมียน้อยผู้หญิงสมัยนี้มันก็แปลก ชอบลักกินขโมยกินคงไม่รู้จักว่าต้นงิ้วหน้าตามันเป็นยังไงแล้วแหละ”
อีกคนก็ว่า “ถ้าคันแบบนี้คงต้องพึ่งตำแยแล้วนะ”
ที่เจ็บแสบไม่แพ้กันจนหล่อนลมออกหู “ฉันเคยได้ยินว่าแต่งงานมาตั้งสองครั้งแล้วนะเคยเห็นขึ้นหนังสือพิมพ์ฉาวโฉ่จะตายตอนนั้นเมียหลวงเขาก็มาลากเอาผัวกลับบ้านแทบไม่ทันนี่เห็นแวบๆว่ามีผู้ชายมาตามถึงหน้าบ้าน ไม่รู้ว่าใช่ผู้ชายคนเก่านั่นหรือเปล่านะ”
“ใช่หรือเปล่าไม่รู้นะเธอ แต่ฉันเห็นมีผู้ชายหน้าตาดียังดูหนุ่มๆเข้ามาติดพันอีกคนนะท่าทางจะแรดเงียบละสิไม่ว่า”
เสียงหัวเราะคิกคักของคนกลุ่มนั้นช่างบาดหูจนหล่อนไม่อาจระงับอารมณ์ลงได้ละมือจากป้ายตรงหน้าหันขวับไปมองตาขวาง แล้วด่าตอบโดยไม่ยี่หระเช่นกัน
“พวกคุณว่างมากหรือไงคะถึงได้สาระแนเรื่องของชาวบ้านนัก...ถ้าคิดว่าฉันชอบแย่งสามีคนอื่นก็เชิญกลับเข้าบ้านไปล่ามโซ่พวกผัวๆคุณเอาไว้แล้วกันนะคะ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
เพียงเท่านั้นกลุ่มขี้นินทาก็สลายตัวกระเจิงคงหวั่นว่าหล่อนจะทำอย่างปากพูดกระมัง...ทว่าเลือดที่ขึ้นหน้ายังไม่ทันคลายสีให้จางลงรถยนต์คันหรูของผู้ชายที่อยู่ในหัวข้อนินทาเมื่อครู่ก็โผล่หน้ามาอีกครั้งหลังเงียบหายไปจากชีวิตหล่อนหลายวันก่อน
ช่างเป็นเวลาเหมาะเจาะที่หล่อนเห็นเขาแล้วนึกพาลขึ้นมาทันที!
ค่าที่หล่อนคิดว่าคนที่จ้อง ‘ทำลาย’ กันลับหลังแบบนี้ คงรู้มูลเหตุในอดีตของหล่อน ซึ่งมีต้นขั้วมาจากเขา...ตราบุญก้าวลงมาจากรถยนต์ด้วยสีหน้าแย้มยิ้มที่ได้พบเจอต่างจากหล่อนที่กำลังขึ้งเครียดจนอยากจะบีบคอเขาให้แหลกคามือจึงเป็นฝ่ายสาดเสียงใส่เขา
“คุณบุญยังมีหน้าโผล่มาที่นี่อีกหรือไง”
ตราบุญซึ่งอยู่ในชุดทำงานเสื้อเชิ้ตสีขาวเนกไทสีน้ำตาลเข้มกำลังจะก้าวเข้ามาหาพอรับรู้ในอารมณ์ของหล่อนได้ก็หยุดกึกแล้วดึงเนกไทออกจากคอคงนึกเข็ดในครั้งก่อนที่ถูกกระชาก เสร็จแล้วจึงก้าวมาหาด้วยท่าทีหวาดระแวงอยู่บ้าง
“ทำไมดาวจะต้องใส่อารมณ์กับผมทุกครั้งที่เจอกันเลยนะ”
“ไสหัวคุณไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน”
หล่อนกลับไปแกะปมข้างสุดท้ายของป้ายไวนิลออกเขาจึงกวาดตามองไปยังป้ายแผ่นนั้นตาม เมื่อเห็นตัวอักษรสีแดงบนป้ายผืนนั้นเขาก็เข้ามาคลี่อ่านโดยที่หล่อนปัดมือเขาออกอย่างหัวเสียจัด
“อย่ามายุ่งนะคะ!”
“นั่นใครกล้าดีทำป้ายพวกนี้มาให้ร้ายดาวกัน”
เลอดาวเชิดหน้าขึ้นทันควัน มือข้างที่ยังกำป้ายนั้นจิกแน่นตวาดเสียงเขียวใส่ตราบุญ “ใครจะทำก็ช่างหัวมันปะไรแต่คนที่ทำให้ชีวิตฉันต้องเจอแต่เรื่องพวกนี้ก็เป็นเพราะคุณนั่นแหละ”
หล่อนใช้มือข้างหนึ่งผลักอกเขาเต็มแรงแล้วกระชากป้ายแผ่นนั้นลากไปตามพื้น เปิดประตูรั้วได้ก็จ้ำเข้าบ้านโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองตราบุญที่ตอนนี้มีสีหน้าว้าวุ่นใจไม่น้อยซึ่งเขาเองก็เข้าใจว่าป้ายผืนนี้อาจเป็นฝีมือของภรรยาอย่างเข็มแดงนั่นเอง
//////////////////////////////////////
เลอดาวไม่รู้เลยว่าพริบตาเดียวมือดีได้นำภาพถ่ายป้ายผืนนั้นที่ประตูรั้วหน้าบ้านของหล่อนไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์จนขยายเป็นวงกว้างแล้วนภาเองก็คือหนึ่งในผู้ที่ได้เห็นภาพนั้น จึงไม่เสียเวลาที่จะต่อสายมาหาทันใด ทำให้หล่อนต้องจำใจออกจากบ้านอีกครั้งเมื่อแง้มดูหลังผ้าม่านจนมั่นใจว่าไร้เงาของตราบุญ
เพียงแค่หล่อนโผล่หน้าเข้าไปในบ้านนภาซึ่งกำลังปักดอกกุหลาบลงในแจกันก็วางมือจากทุกสิ่งหน้านิ่วคิ้วมุ่นจนเลอดาวจำต้องผ่อนอารมณ์ระหว่างกันด้วยการแสร้งหยิบกุหลาบก้านที่ใกล้มือที่สุดขึ้นมาจับมีดปลายแหลมมาลิดหนามคมจนเกลี้ยง ขณะที่ปากก็ชวนคุยโดยทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
“นึกยังไงคะพี่ภา ถึงได้ลุกมาจัดแจกันดอกไม้”
นภาจ้องหน้าผู้เป็นน้องเขม็งเห็นหล่อนทำเป็นเมินเฉยต่อเรื่องร้อนหูร้อนตาที่เพิ่งเกิดขึ้น ก็ส่งเสียงจิ๊จ๊ะขึ้นมา
“พี่ไม่เข้าใจว่าทำไมดาวถึงทำเหมือนไม่เป็นทุกข์เป็นร้อนกับชีวิตบ้างเลยรู้ไหมว่าการที่ดาวปล่อยให้ผู้ชายคนนั้นไปมาหาสู่ด้วยความสนิทสนมเขาคนนั้นจะสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้กับดาวไม่จบไม่สิ้นพี่เชื่อว่าคนที่ปล่อยภาพนี้ก็น่าจะเป็นคนเดียวกับที่เอาป้ายไปแขวนหราไว้หน้าบ้านของดาว”
นภาเปิดให้หล่อนดูภาพในจอมือถือซึ่งเป็นภาพที่หล่อนก็คาดเดาเอาไว้ในใจ...มันเป็นเหตุการณ์ที่ละม้ายกับคลิปหลุดของหล่อนที่ถูกนิธานกอดไม่ผิดเพี้ยน
“พี่ภาคิดว่าดาวอยากให้มันเกิดเรื่องแบบนี้หรือคะ”
“แต่ดาวก็หลีกเลี่ยงได้นี่”
เลอดาวยังคงทำเหมือนทองไม่รู้ร้อนคว้ากุหลาบสีแดงตูมขึ้นมาอีกดอกแล้วลิดหนามออกเหมือนเมื่อครู่“คนอย่างดาวเดินหน้าแล้วไม่มีทางถอยหลังกลับหรอกค่ะ”
คราวนี้นภาเสียงอ่อนลง เอื้อมมือมาวางทับบนข้อมือจนหล่อนต้องชะงักจำต้องวางมีดและกุหลาบในมือ
“ดาวรู้หรือเปล่าว่าผู้ชายคนนั้นแวะมาหาพี่ที่นี่เห็นนิ่งๆอย่างนั้นแต่พี่ว่าท่าทางเขาก็ดื้อรั้นพอตัวทีเดียว พี่ขอร้องให้เขาเลิกมาวอแวกับดาวแต่เขาก็ไม่รับปากมีทางเดียวคือพี่ต้องขอร้องดาว...พี่อยากให้ดาวเลิกติดต่อกับผู้ชายคนนั้นเถอะไม่อย่างนั้นชีวิตของดาวจะต้องยุ่งเหยิงไปกว่านี้”
“แหม...พี่ภาก็อย่าไปคิดมากสิ ชีวิตคนเรามันก็ต้องมีสีสันกันบ้าง”
นภาถอนหายใจอย่างหนัก
“ถ้าวันนี้พวกนั้นยังกล้าประจานให้ดาวต้องอับอายพี่เชื่อว่าวันข้างหน้าเขาต้องทำเรื่องที่มันเลวร้ายไปมากกว่านี้แน่ๆ”
“ถ้ามันจำเป็นดาวจะไม่ทนอยู่นิ่งๆให้ถูกกระทำฝ่ายเดียวแน่...ดาวจะเอาคืนให้สาสมทบต้นทบดอกเลยทีเดียวคอยดูเถอะค่ะ”
การสนทนาคงจะยืดยาวกว่านี้ ถ้าไม่มีเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอดภายในอาณาเขตรั้วครู่เดียวเด็กหญิงฟ้าฝันก็วิ่งกึ่งเดินเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มยกมือสวัสดีหล่อนกับแม่เสร็จก็ลงนั่งใกล้หล่อนเพื่อประจบตามลักษณะนิสัยขี้อ้อนของเด็กหญิง
“วันนี้น้าดาวแวะมาได้ยังไงคะนี่ อยู่ทานข้าวเย็นกับฝันก่อนนะคะฝันไม่ได้เจอหน้าน้าดาวตั้งหลายวันแล้ว คิดถึงจะแย่ค่ะ”
นภาปรามลูกสาวทางสายตา “มาถึงเหนื่อยๆเหนียวเนื้อเหนียวตัวไหมลูก...ไปล้างหน้าล้างตาหน่อยไหมเดี๋ยวแม่จะไปเตรียมอาหารว่างมาให้ทานเล่นนะ”
ฟ้าฝันอิดออด “เดี๋ยวก่อนได้ไหมคะแม่ ฝันอยากคุยกับน้าดาวค่ะ”
ดุจเดือนซึ่งเป็นผู้อาสาขับรถไปรับหลานสาวเดินถือถุงใส่ผลไม้สองสามอย่างตามเข้ามาได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงตัวน้อยกำลังออดอ้อน ก็อดสัพยอกไม่ได้
“พอเจอป้าก็อ้อนป้า...พอเจอน้าก็อ้อนน้า...หลานป้าคนนี้นี่ช่างขี้อ้อนเสียจริงเชียวไม่รู้ไปได้นิสัยแบบนี้ติดใครมานะ”
เด็กหญิงหันไปย่นจมูกแบบเด็กขี้งอนใส่ผู้เป็นป้า“ขี้อ้อนแต่ก็น่ารักน่าเอ็นดูใช่ไหมคะป้าเดือน”
“จ้ะ...ถ้าหลานป้าไม่น่ารัก ก็คงไม่มีคนมาชอบหรอกใช่ไหม”
con...