ตอนที่ 15 ตั้งชื่อว่าอันซินกรุ๊ป (2)
เธอต้องพยายามเพื่อความฝันของเธอให้ได้!
“ฉันจะไปหาเฉินหลงเฟยเดี๋ยวนี้ แม้ว่าการ์ตูนเื่นี้จะถูกแบนลงต่อไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ต้องล้างมลทินข้อหาลอกเลียนแบบออกไปจากตัวฉันให้ได้!”
เสียง ‘ปัง’ ดังขึ้น กู้อันซินปิดประตูจากไปอย่างรวดเร็วราวกับสายลม
หลิงเย่ว์ “...”
นี่เป็ครั้งแรกที่เขามอบอะไรให้ผู้หญิงแล้วถูกปฏิเสธ
โทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง หลิงเย่ว์มองหมายเลขผู้โทรและพบว่าเป็กู้อันซินที่เพิ่งออกไป
“พี่สาม ลืมบอกไปว่าวันนี้คุณย่าถังเพื่อนบ้านจะห่อเกี๊ยว บอกให้พวกเราไปกินด้วยกัน ถ้าฉันยังไม่กลับมา นายก็ไปเถอะ คนแก่อย่างแกอยู่บ้านไม่มีใครพูดคุยด้วย น่าสงสารมาก”
กู้อันซินกำชับแล้วก็วางสายไป
หลิงเย่ว์โยนโทรศัพท์ลงบนโซฟาและขมวดคิ้ว
ถึงเขาจะเป็เหลยเฟิง[1] ก็จะไม่ไปกินเกี๊ยวเป็เพื่อนหญิงชราข้างบ้านเด็ดขาด!
ครู่หนึ่งเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก หลิงเย่ว์คิดว่าเป็กู้อันซิน หลังรับโทรศัพท์จึงพูดทันทีว่า “ฉันไม่อยากกินเกี๊ยว อยากไปเธอก็ไปเองสิ!”
ปลายสายเงียบไป หลิงเย่ว์ถึงได้ตระหนักว่าตนเองอาจพลาดไปแล้ว และก็เป็ดั่งคาด เขามองดูหมายเลขโทรศัพท์ที่แสดงบนจอเป็หมายเลขโทรศัพท์ของเซียวอีซาน
“ฮ่าๆๆๆ!” เซียวอีซานที่อยู่ปลายสายหัวเราะลั่น “พี่สาม นายคิดว่าเป็โทรศัพท์ของของคุณกู้ใช่ไหม พี่สามของฉันไม่อยากกินเกี๊ยว ทำยังไงดี น่าสงสารจริงๆ ฮ่าๆๆๆ!”
น้ำเสียงอดสูไม่อยากกินเกี๊ยวของหลิงเย่ว์ผู้สร้างความฮือฮาในแวดวงการเงินโลกสามารถสร้างรอยยิ้มให้เซียวอีซานได้หนึ่งปี!
“หุบปาก” น้ำเสียงของหลิงเย่ว์เ็าในพริบตา “เซียวอีซาน ลองหัวเราะอีกครั้งดูสิ!”
เสียงหัวเราะของเซียวอีซานหยุดลงทันที ภาพหลิงเย่ว์ใช้ะุปืนพกทำเขาหัวโกร๋นยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำ เมื่อเซียวอีซานคิดได้ก็เริ่มกลัวขึ้นมานิดๆ จึงไม่กล้าหัวเราะอีก
เขารีบกลั้นหัวเราะและพูดว่า “พี่สามๆ อย่าเพิ่งโกรธ ฉันมีเื่สำคัญจะบอกนาย”
“เื่อะไร” หลิงเย่ว์ไม่อยากเสียเวลาพูดจาไร้สาระกับเขาแม้แต่วินาทีเดียว
“เื่ของเครือบริษัทนายไง นายมอบให้ฉันกับอลิซจัดการไม่ใช่เหรอ ตอนนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบชื่อบริษัท นายอยากตั้งชื่อว่าอะไร”
ชื่อเครือบริษัทงั้นเหรอ
หลิงเย่ว์เงยหน้าเล็กน้อย มองเห็นหวีไม้เล็กๆ ของกู้อันซินวางไว้บนโต๊ะน้ำชา หลิงเย่ว์ค่อยๆ พูดว่า “อันซินกรุ๊ป”
“อันซินกรุ๊ปเหรอ” เซียวอีซานที่อยู่ปลายสายพูดซ้ำด้วยความใ “นี่มันชื่อของคุณกู้ไม่ใช่เหรอ”
เมื่อได้สติ เซียวอีซานก็เข้าใจและพูดว่า “ได้เลยพี่สาม ฉันเคยคิดมาตลอดว่าไม่มีผู้ชายคนไหนในโลกนี้ที่โรแมนติกเท่าฉัน แต่ครั้งนี้ฉันยอมคุกเข่ายอมแพ้นายแล้ว!”
หลิงเย่ว์ “...”
เมื่อกี้ชื่อของกู้อันซินผุดขึ้นมาในสมองของเขาอย่างฉับพลัน บวกกับเมื่อเช้าเธอตัดสินใจยืนหยัดความชอบและความฝันของเธอ ซึ่งหลิงเย่ว์รู้สึกว่ามันสอดคล้องกับสิ่งที่เขาจะทำต่อไป
อันซินกรุ๊ปเป็ความหวังในการบุกทะลวงหลิงเทียนกรุ๊ปของเขา สิ่งที่เขา้าก็คือการยึดมั่นและเด็ดเดี่ยว
“ไปจัดการเถอะ” หลิงเย่ว์พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“แต่อันซินกรุ๊ปฟังดูเหมือนขายผ้าอนามัยเลย พี่สาม นาย้าจะทำให้บริษัทซอฟต์แวร์ไฮเทคของพวกเราเป็แบรนด์ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้หญิงงั้นเหรอ” เซียวอีซานฝืนข่มกลั้นและพูดอย่างจริงจัง
สีหน้าของหลิงเย่ว์เปลี่ยนไปในพริบตา เขาพ่นคำออกมาจากริมฝีปากบางสีกุหลาบว่า “ไสหัวไปซะ!”
เชิงอรรถ
^ เหลยเฟิงคือ คนยากจนจากหูหนาน เป็นเด็กกำพร้าตอนอายุเจ็ดขวบ หลังจากการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เข้าร่วมกลุ่มเยาวชนคอมมิวนิสต์จีนและเข้าร่วมกองทัพปลดปล่อยประชาชน มีนิสัยใจกว้างไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ช่วยเหลือผู้อื่นตลอดชีวิต เสียชีวิตในหน้าที่ เหมาเจ๋อตงเขียนชื่นชมยกย่องเหลยเฟิงเป็นแบบอย่าง