ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 67 ความนัย

            ทั้งสองไม่มีแม้แต่การโต้เถียงกันด้วยซ้ำทว่ารอยร้าวที่เกิดขึ้นระหว่างกันกลับดูตัดขาดเยื่อใยยิ่งกว่าการทะเลาะกันอย่างรุนแรงเสียอีก

            เช้าวันรุ่งขึ้นทันทีที่สวีเหรินก้าวเท้าเข้าไปในตึกหลักของตระกูลจี้ เขาก็ถึงกับยืนอึ้ง

            ทุกคนหายไปไหนหมด?

            ตอนที่เขาเข้ามาทางประตูใหญ่เขาก็ไม่เห็นบอดี้การ์ดสักคนเดิมทีเขานึกว่าอีกฝ่ายคงมีธุระเลยปลีกตัวไปแต่ปรากฏว่าที่นี่ก็ไม่เห็นใครเลยแม้แต่คนเดียว นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่...

            สวีเหรินรีบวิ่งขึ้นชั้นบนไปยังหน้าห้องของจี้ทิงประตูห้องถูกเปิดทิ้งไว้ เขาจึงผลักเข้าไปเล็กน้อย “อาจารย์จี้ครับ?”

            ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านในเขาไม่ได้บุ่มบ่ามเข้าไป แต่เลือกหยิบโทรศัพท์ และเดินออกมาที่โถงทางเดินแทน

            “ฮัลโหลครับอาจารย์จี้ ผมถึงแล้วนะครับ อาจารย์อยู่ที่ไหนครับ?”

            “ผมอยู่ที่ห้องเกมในตึกทิศตะวันตก คุณมาที่นี่เถอะ”

            สวีเหรินรีบวิ่งเหยาะๆไปยังจุดหมาย ทว่าพอเดินเข้าประตูไปเขาก็ต้องชะงักอีกครั้งกล่องกระดาษวางกองพะเนินอยู่เต็มพื้นจนแทบไม่มีที่ให้เดินส่วนจี้ทิงกำลังก้มหน้าก้มตาถอดสายเคเบิลออกจากตัวเครื่องหลัก

            เขาเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ“อาจารย์จี้ นี่มัน...”

            “วันนี้คงต้องรบกวนคุณหน่อยนะ เราต้องช่วยกันแพ็กของพวกนี้ย้ายออกไป”

            สวีเหรินยิ่งตกใจหนักกว่าเดิม“ย้ายออกงั้นเหรอ ย้ายไปไหนครับ?”

            ใบหน้าของจี้ทิงไม่แสดงอารมณ์ใดๆเขาพูดอย่างสงบนิ่งว่า “ย้ายออกไปจากที่นี่ก่อนส่วนหลังจากนี้ค่อยหาที่ใหม่อีกที”

            สมองของสวีเหรินปั่นป่วนไปหมดราวกับมีเศษสำลีอุดอยู่เขาเลียริมฝีปากพลางถามเสียงเบา “คือ...เกิดอะไรขึ้นกับที่บ้านหรือเปล่าครับ?”

            “เปล่าหรอก” จี้ทิงยังคงจัดสายเชื่อมต่อในมือต่อไปน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับกำลังพูดเรื่องที่ไม่สลักสำคัญอะไร “จี้เยี่ยนจื๋อคิดว่าผมจะไปแย่งสมบัติกับเขาเขาก็เลยไล่ผมออกจากตระกูลจี้”

            “ฮะ?” ในหัวของสวีเหรินเหมือนมีอสนีบาตฟาดลงมาเสียงสนั่นจนเขานึกว่าตัวเองหูฝาดไป

            เขาใช้เวลาตั้งสติอยู่นานก็ยังไม่อยากจะเชื่อ“ประธานจี้เขาพูดแบบนั้นจริงๆ เหรอครับ?”

            “อืม”

            “เขาคิดแบบนั้นได้ยังไงกัน?” สวีเหรินหน้ามุ่ยพลางกล่าว“ด้วยความสามารถระดับคุณ ถ้าคิดจะแย่งสมบัติจริงมีหรือจะไม่แย่งมาตั้งนานแล้ว จะรอมาจนถึงป่านนี้ได้ยังไง”

            จี้ทิงฉุกคิดถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้จึงเงียบไปครู่หนึ่ง“เขาไม่รู้เรื่องพวกนั้นหรอก พอมาลองคิดดูตอนนี้เขาคงจะเกลียดผมมากจนไม่อยากเห็นหน้ามากกว่า”

            สวีเหรินยิ่งรู้สึกว่าจี้เยี่ยนจื๋อไร้เหตุผลเกินไปจึงเอ่ยอย่างไม่พอใจว่า “เขาเป็นพี่ชายคนโตของคุณไม่ใช่เหรอครับอีกอย่าง คราวก่อนคุณก็ยังช่วยแก้ปัญหาให้เขาแท้ๆ เขามีสิทธิ์อะไรมาเกลียดคุณกัน”

            “ก็สิทธิ์ที่ผมเป็นลูกนอกสมรสไงล่ะและสิทธิ์ที่ความทุกข์ในวัยเด็กของเขาทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วินาทีที่สองแม่ลูกอย่างพวกเราก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน”จี้ทิงเอ่ยอย่างตรงไปตรงมาเขาไม่ใช่คนประเภทที่จะปฏิเสธความจริงทุกอย่างของอีกฝ่ายเพียงเพราะความสัมพันธ์พังทลายลง

            คำพูดนั้นทำเอาสวีเหรินจุกจนพูดไม่ออกราวกับมีก้อนสำลีมาอุดอยู่ที่ลำคออยู่นาน

            เมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนทำตัวไม่ถูกอยู่ตรงนั้นจี้ทิงจึงมองเขาอย่างสงบนิ่ง “ถ้าคุณยังเต็มใจจะอยู่ช่วยต่อก็ช่วยหยิบกล่องใหญ่ใบนั้นมาให้ผมหน่อย”

            สวีเหรินรีบก้มหน้าหาทันทีก่อนจะหยิบใบที่ใหญ่ที่สุดขึ้นมา “บะ...ใบนี้ใช่ไหมครับ?”

            “อืม”

            คราวก่อนพวกเขาสองคนใช้เวลาประกอบซูเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องนี้อยู่ครึ่งค่อนเดือนตอนจะรื้อถอนแม้ไม่มีความยากทางเทคนิค แต่ปริมาณงานก็นับว่าเป็นภาระใหญ่หลวงนัก

            ทั้งสองต่างก้มหน้าก้มตาทำงานของตนไปอย่างเงียบเชียบสวีเหรินมือไม้ไม่ยอมหยุดพัก แต่ก็ยังแอบเหลือบมองจี้ทิงอยู่เป็นระยะ

            แม้ภายนอกอาจารย์จี้จะดูปกติเหมือนทุกวันแต่เขากลับรู้สึกได้ว่า คนคนนี้กำลังเสียใจอยู่

            สวีเหรินถอนสายตากลับมาเขาแอบรวบรวมความกล้าอยู่พักใหญ่ ก่อนจะกระซิบถามว่า“อาจารย์จี้ครับ คุณคิดว่าประธานจี้เขา...เขาจะมีเหตุผลความจำเป็นอะไรที่บอกไม่ได้หรือเปล่าครับ?”

            จี้ทิงชะงักไปเล็กน้อยเขาวางของในมือลงแล้วหันไปมองอีกฝ่าย

            สวีเหรินตกใจรีบโบกมือพัลวัน“ผม... ผมไม่ได้จะแก้ตัวแทนเขานะครับ ผมแค่รู้สึก... รู้สึกว่า...”

            ดวงตาของจี้ทิงไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ“รู้สึกว่าอะไร?”

            “คือยังงี้นะครับ เรื่องที่คุณเป็นลูกนอก...เรื่องนี้ประธานจี้เขาก็รู้อยู่แล้วตั้งแต่เด็กใช่ไหมครับ?” เขาจงใจเว้นคำคำนั้นไว้ก่อนจะพูดต่อ“แต่ช่วงที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของพวกคุณเห็นกันอยู่ชัดๆว่าดีขึ้นตั้งเยอะ ถ้าไม่มีเรื่องอื่นเกิดขึ้น จู่ๆประธานจี้จะกลับมาเป็นแบบนี้ได้ยังไง”

            สวีเหรินลอบมองสีหน้าของจี้ทิงพลางลดเสียงต่ำ“เขาคงไม่ได้เป็นบ้าไปแล้วหรอกใช่ไหมครับ?”

            “เขานั่นแหละที่บ้า”

            เมื่อก่อนคำพูดที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์เช่นนี้ย่อมไม่มีทางหลุดออกมาจากปากของจี้ทิงแน่ทว่าไม่รู้เพราะเหตุใด ในวินาทีนี้เขากลับอยากจะพูดมันออกมา

            “นึกจะโมโหก็โมโหขึ้นมาไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย อยู่ๆ ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟตอนแรกยังปกติดี แต่วินาทีถัดมากลับหน้าบึ้งตึงแล้วเริ่มหาเรื่องโกรธ” เขาพูดพลางทำงานในมือต่อไป ทว่าจังหวะการลงมือนั้นหนักหน่วงขึ้น “ถ้าจี้เยี่ยนจื๋อไม่ได้บ้า แล้วจะเรียกว่าอะไรได้”

            “เอ่อ...” สวีเหรินตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเขาเกาต้นคอพลางถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ ว่า “แล้วเมื่อวานนี้พวกคุณทะเลาะอะไรกันหรือเปล่าครับ?”

            “ไม่มี”

            จี้ทิงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากสวีเหรินลากลับไปเมื่อวานอย่างสั้นๆได้ใจความ “ขากลับตลอดทางเราไม่ได้คุยกันเลยพอถึงหน้าประตูบ้าน จี้เยี่ยนจื๋อก็ระเบิดอารมณ์ออกมาซะอย่างนั้น”

            สวรรค์...ประธานจี้ต้องมีอาการป่วยทางจิตจริงๆ แน่

            สวีเหรินคราวนี้หมดคำพูดโดยสิ้นเชิงเรื่องนี้แม้แต่ต้นสายปลายเหตุก็ยังหาไม่เจอไม่แปลกใจเลยที่คนอารมณ์ดีอย่างอาจารย์จี้จะโกรธขนาดนี้

            ทั้งสองใช้เวลาถอดชิ้นส่วนอยู่ตลอดทั้งเช้าในที่สุดก็จัดการรื้อตู้แร็คได้จนเสร็จ

            จี้ทิงยกกล่องใบหนึ่งเตรียมจะนำไปไว้ที่รถเมื่อสวีเหรินเห็นดังนั้นก็รีบเข้ามาแย่งงานไปทันที

            “อาจารย์จี้ ผมแรงเยอะ ให้ผมทำเองเถอะครับ คุณรับหน้าที่จัดของก็พอ”

            จี้ทิงส่ายหน้า“ไม่เป็นไรหรอก พวกเครื่องโฮสต์พวกนี้ไม่ได้หนักอะไร”

            สวีเหรินคัดค้านไม่สำเร็จทั้งสองจึงช่วยกันขนของออกไปด้านนอก

            ก่อนจะเดินออกจากห้องเกมเขาพลันส่งเสียงเรียกจี้ทิงไว้ “เดี๋ยวครับอาจารย์จี้ผมขอออกไปดูข้างนอกก่อนว่ามีใครกลับมาหรือยัง แล้วเราค่อย...”

            จี้ทิงเอ่ยอย่างเรียบเฉย“ไม่มีใครอยู่หรอก จี้เยี่ยนจื๋อไม่อยากให้พวกพ่อบ้านมาช่วยผมเขาก็เลยสั่งให้ทุกคนหยุดงานให้หมด”

            สวีเหรินถึงกับพูดไม่ออกประธานจี้ก็เป็นถึงประธานกลุ่มบริษัทซื่อลี่ ทำไมถึงทำตัวใจแคบได้ขนาดนี้กันนะ

            เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาแต่ถ้ามองในแง่ดี นี่ก็ถือว่าช่วยลดภาระให้พวกเขา อย่างน้อยเมื่อคนอื่นไม่อยู่พวกเขาก็ไม่ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ เวลาขนย้ายกล่องพวกนี้

            ทั้งสองเดินแบกของไปมาสิบกว่าเที่ยวในที่สุดก่อนที่ตะวันจะตกดิน รถทั้งสองคันก็ถูกอัดแน่นจนเต็ม

            หลังจากนั่งดื่มน้ำพักผ่อนอยู่ครู่หนึ่งจี้ทิงก็หมุนปิดฝาขวดน้ำพลางถามว่า “สวีเหรินคุณขับรถเป็นไหม?”

            “ผมเคยเรียนมาตอนหางานทำครับเพื่อความสะดวกแต่ตั้งแต่ได้ใบขับขี่มาก็ยังไม่เคยขับจริงเลยครับ”

            จี้ทิงครุ่นคิดดูแล้วเห็นว่าไม่ควรเสี่ยง“ถ้าอย่างนั้นผมจะทยอยขับรถออกไปทีละคันคุณนั่งรออยู่บนคันใดคันหนึ่ง พอผมส่งคันแรกเสร็จจะนั่งรถย้อนกลับมารับคุณ”

            “ตกลงครับ!”

            ทุกอย่างเป็นไปตามแผนจี้ทิงขับรถตู้คันหนึ่งไปจอดทิ้งไว้ในจุดที่ห่างจากคฤหาสน์ไปราวสองสถานีรถเมล์จากนั้นก็ให้สวีเหรินนั่งเฝ้าของอยู่ในรถ

            ...

            ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเศษในขณะที่สวีเหรินกำลังนั่งอ่านเอกสารวิชาการอยู่นั้น โทรศัพท์ในมือก็สั่นขึ้น

            เขาหยิบมาดูแล้วจึงกดรับสาย “สวัสดีครับ คุณลู่”

            ลู่เหยียนชูเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“ถ้าวันนี้คุณพอจะมีเวลา สะดวกมาที่บ้านผมสักหน่อยไหมครับเดี๋ยวผมไปรับคุณเอง”

            “ขอโทษด้วยครับ วันนี้ผมไปไม่ได้จริงๆ” สวีเหรินไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนจึงโพล่งออกไปว่า“ตอนนี้ผมกำลังช่วยอาจารย์จี้ย้ายบ้านอยู่น่ะครับ”

            ย้ายบ้าน?

             

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185