กุ้ยเหมยเข้าไปหาลูกสาว พานางไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ ทาโลชั่นบำรุงผิว มัดผมแกะทั้งสองข้างให้นาง เพื่อเตรียมจะพาออกไปแนะนำตัวข้างนอก จนกระทั่งสาวน้อยน่าตาจิ้มลิ้ม แก้มยุ้ยน่ารักพร้อมแล้ว สำหรับการออกไปแนะนำตัวให้กับท่านอาของนางทั้งสองคน
"ท่านพ่ออุ้ม~" หลินหลัน ปล่อยมือมารดา แล้ววิ่งไปปีนป่ายพยายามขึ้นไปนั่งตักบิดาทันที ทุกครั้งที่หานหนานกงนั่งรถเข็น เขาจะเอาลูกสาวนั่งตัก แล้วพาไปนู่นมานี่เสมอ จนหลินหลันคิดว่า เป็เื่ที่นางต้องทำทุกครั้ง
หานหนานกงเห็นลูกสาวะโขึ้นลงไปมา แล้วทำหน้างอเมื่อบิดาไม่ช่วยนางสักที ทำให้คนทั้งหมดมองการกระทำของสาวน้อยอย่างเอ็นดู หานหนานกงโน้มตัวไปอุ้มหลินหลันมานั่งที่ประจำของนาง เขาหอมแก้มยุ้ยลูกสาวเต็มรัก บรรยากาศเคร่งเครียดเมื่อสักครู่ ผ่อนคลายลงทันที
"หลันเอ๋อร์ ตื่นแล้วหรือ มาทักทายท่านอาเร็วเข้า คนนี้ท่านอารอง คนนี้ท่านอาเล็ก จะมาอยู่ที่นี่กับเรา เ้าต้องช่วยย่าดูแลต้อนรับท่านอาทั้งสองคนด้วยนะ"
หลินหลันมองไปที่คนที่ท่านย่าบอกให้เรียกว่าอาที่ยิ้มกว้างอยู่ตรงหน้า กับคนที่ยิ้มบางให้นางอยู่ด้วยความไม่เข้าใจ ทำไมต้องเรียกท่านอา ในเมื่อที่ผ่านมานางเรียกทุกคนที่มาที่นี่ว่าท่านลุงหมด เหตุใดท่านย่าถึงให้นางเรียกแบบนั้นด้วยเล่า เด็กน้อยกระพริบตากลมโตปริบปริบ เม้มปากไม่ยอมพูดอะไร สุดท้ายก็เลือกที่จะหันไปซุกหน้าที่อกบิดาแทน
"นอกจากเราไม่รู้ว่าพี่หนานกงแต่งงานแล้ว เรายังไม่รู้ว่าท่านมีลูกสาวอีก หากกลับบ้านคราวนี้ ข้าว่าท่านตาท่านยายคงแปลกใจมากทีเดียว นางอายุเท่าไหร่แล้วขอรับ ท่านอาหญิง"
หานหรงชางรู้สึกเอ็นดูหลานสาวคนนี้ไม่น้อย ตระกูลเขาส่วนมากมีแต่ผู้ชาย ดูแต่ท่านพ่อก็มีลูกชาย3คน ท่านอาหญิงรอง ที่ตอนนี้เป็พระสนมเสียนเฟย ก็มีพระโอรสคนนึง ท่านอาหญิงเล็กก็มีพี่หนานกงเป็บุตรชายคนเดียว บ้านสายรองก็ล้วนแต่มีลูกชายสาวน้อยคนนี้นับว่าเป็หลานที่เป็สตรีคนเดียวของตระกูลหานเลย แถมนางยังหน้าตาน่ารักมากทีเดียว ยิ่งแก้มสีชมพูยุ้ยๆ นั่นช่างชวนให้คนอยากจะหอมแก้มแรงๆเสียจริง
"นางใกล้จะ 3 หนาวแล้ว ปีใหม่นี้นางก็ครบ 3 หนาวพอดี"
หานหนานกงตอบแทนมารดา พร้อมกับลูบผมลูกสาวที่ซุกหน้าแอบสายตาคนอื่นด้วยความเอ็นดู
"หลันเอ๋อร์ทักทายท่านอาเล็กหน่อย อาพาไปเล่นของเล่นดีไหม"พอได้ยินเื่เล่น สาวน้อยหันหน้ามาเมื่อได้ยินคำชวน นางก็อ้าแขนโน้มตัวไปหาท่านอาคนใหม่ทันที ทำเอาท่านอาเล็กของนางเกือบรับไม่ทัน กับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของหลานสาว
"นางชอบเล่นมาก ด้านนอกกุ้ยเหมยทำกระบะทรายให้นางเล่น นางก็เล่นได้ทั้งวันเลย "
หานซื่อบ่นอย่างเอ็นดู ถึงแม้ว่าของเล่น หรือสถานที่เล่นที่กุ้ยเหมยให้คนทำมาให้ลูกสาวตรงลานบริเวณหน้าบ้านมันจะดูไม่เหมาะกับคุณหนูใหญ่ก็เถอะ แต่หลินหลันกลับชอบที่นั่นมากกว่าเล่นอยู่ในห้องของตัวเอง นางเล่นกระดานลื่นลงไปมา แล้วก็ก่อดินก่อทรายได้ทุกวันเลยทีเดียว
"ถ้าอย่างนั้นข้าขอพาหลานสาวตัวน้อยไปเล่นข้างนอกก่อนนะขอรับ ไปกันเถอะหลันเอ๋อร์ เดี๋ยวอาเล็กพาไปเล่นอะไรสนุกๆ"
หรงชางอุ้มหลินหลันเอาไว้แนบอก แล้วหอมแก้มแดงของหลานสาวอย่างอดใจไม่อยู่ หลานสาวของเขากลิ่นช่างหอมนัก เขาไม่เคยได้กลิ่นแบบนี้ที่ไหนมาก่อนเลย
"พาหลานไปเล่นหรือตัวเองอยากไปเล่น พี่เห็นเ้ามองลานหน้าบ้านั้แ่มาถึงแล้ว"
หรงอวี่เอ่ยกับน้องชายอย่างรู้ทัน อายุ 17 แล้วยังเล่นเป็เด็กอีก ท่าทางยืดตัวยอมรับไม่ปฎิเสธของหรงชาง เรียกเสียงหัวเราะจากหานซื่อและกุ้ยเหมย
กุ้ยเหมยมองตามน้องชายของการหนานกงด้วยความรู้สึกดี ถึงแม้ว่าญาติฝ่ายพ่อของเขาจะมีคนไม่ดีอยู่เยอะ แต่เขาก็มีญาติฝ่ายแม่ที่นิสัยดีไม่น้อย จะเรียกว่าชดเชยได้หรือเปล่านะ
"พี่หนานกงข้าเองก็ขอตัวไปหาคนรู้จักที่พรรคหลิ่งเฟยเช่นกัน เราจะได้รู้ว่าทางนั้น้าอะไร จะได้คิดรับมือพวกมันทัน"
"อืม ไปเถอะ พี่ฝากด้วยนะ"
"คุณชายข้าขอตัวไปจัดหายามารักษาอาการของท่านก่อน ต้องรบกวนคุณชายโจวแล้ว ข้าอยากให้ช่วยแนะนำร้านขายยาแถวนี้ก่อน ว่ามีตัวยาที่ข้า้าหรือไม่ ถ้าหากไม่มีจะได้สั่งจากเมืองหลวงเอา"
พอเห็นคนอื่นทยอยออกไปแล้ว หลี่อานก็ถือโอกาสแจ้งความจำนงบ้าง คราวนี้เขามีตัวยาสำหรับรักษาอาการและถอนพิษให้หานหนานกงไม่มีบางตัว คงต้องไปดูที่นี่ก่อนว่ามีไหม ถ้าไม่มีที่นี่ค่อยว่ากันอีกที
"ไม่มีปัญหาเดี๋ยวข้าพาไปร้านขายยาที่ใหญ่ที่สุด ของเมืองเยี่ยน พอซื้อเสร็จเดี๋ยวข้าพามาส่งที่นี่เอง"
"เ้าอยากกลับมากินข้าวเย็นที่นี่ก็บอกมาเถอะ จะหาข้ออ้างทำไมให้ยุ่งยาก" หานหนานกงหรี่ตามองอย่างรู้ทัน พาไปซื้อยาในเมือง ให้ใครพาไปก็ได้ เวลามาที่นี่เขาจะนำบ่าวมาด้วยทุกครั้ง หากไม่มีแผนจะมากินข้าวบ้านเขาแล้วจะย้อนไปย้อนมาทำไมให้เหนื่อย ดูท่าโจวซิ่นเฉิงจะเป็เอามากทีเดียว
"เ้านี่มัน!.. แสร้งทำเป็ไม่รู้บ้างก็ได้นะ"
โจวซิ่นเฉิงยิ้มมุมปาก หยิบพัดมาโบกด้วยท่าทางไม่ใส่ใจท่าทีของสหาย เกิดและเติบโตมาพร้อมกันเป็ธรรมดาที่จะรู้ใจกันเป็อย่างดี เขารู้ดีว่าเ้าหน้านิ่งเป็หินรู้สึกอย่างไร คงจะกลัวเมียตัวเองต้องเหนื่อยซินะ สงสัยเขาต้องหาบ่าวมาช่วยงานที่บ้านหลังนี้สักสองสามคน ไม่เช่นนั้นผู้หญิงตัวคนเดียว คงจะไม่สามารถทำทุกอย่างได้หมด ไหนจะต้องดูแลลูกที่ยังเล็ก ดูแลสามีที่เจ็บป่วย แล้วก็ต้องทำอาหารเลี้ยงพวกตนอีก การที่หานหนานกงไม่พอใจก็สมควรแล้ว
"ขากลับมาข้าจะเอาสาวใช้มาช่วยงานภรรยาเ้าสักสองสามคน กุ้ยเหมยกับท่านป้าเหลียนจะได้เบาแรง ไม่ต้องเหนื่อยมาก ดีไหมขอรับ ท่านป้า"
"จะดีหรือเ้าคะ ถ้าหากพวกนางมาแล้วจะให้พักที่ไหน ตอนนี้ที่นี่ไม่มีห้องว่างเลย"
กุ้ยเหมยเองก็อยากได้คนมาช่วยงาน เพราะถึงแม้ว่าจะมีแม่สามีคอยช่วยบ้าง แต่นางก็ไม่กล้าเอ่ยให้ช่วยงาน ส่วนมากจะรบกวนให้ดูแลหลินหลันเท่านั้น หากมีคนช่วยซักผ้า ทำความสะอาดบ้านก็คงดี แต่บ้านหลังเก่า ทหารทั้ง 6 คนก็เบียดกันอยู่แล้ว บ้านที่สร้างมาใหม่ก็มีเพียง 4 ห้องนอนเท่านั้น อีกห้องที่พอจะนอนได้ นางเอามาทำเป็ห้องออกกำลังกายให้หายหนานกง คงไม่เหมาะให้ใครมาพักเท่าไหร่
"ถ้าอย่างนั้นก็ขยายห้องเพิ่มด้านหลัง หากมีช่างมาช่วยทำให้ก็คงจะแก้ไขเื่ที่พักได้ เื่นี้ฝากให้ซิ่นเฉิงจัดการเขามีวิธี หากอยากกินอาหารฝีมือเมียข้า ก็ต้องพยายามหน่อยแล้วกันนะ"
"ได้ ข้าจะส่งคนกับของมาสร้างห้องพักให้ พรุ่งนี้รับรองว่า เมียของเ้าจะมีคนมาช่วยทำงานบ้านแน่นอน ไปกันเถอะท่านหมอหลี่ มื้อเย็นขอเป็เนื้อเยอะๆแล้วกันนะ เหมยเอ๋อร์"
เสียงเรียกชื่อภรรยาอย่างสนิทสนมทำเอาคิ้วเข้มกระตุกอย่างแรง มองตามหลังโจวซิ่นเฉิง ที่หัวเราะออกมาด้วยความพอใจ ด้วยความรู้สึกอยากจะทำอะไรสหายของตัวเองดี รอให้เขาหายดีเมื่อไหร่จะทบต้นทบดอกให้ ที่มาเรียกเมียเขาสนิทสนมแบบนี้ ส่วนคนที่กำลังถูกหมายหัว ก็พอใจที่ได้แกล้งเ้าหน้าหิน ที่ปกติไม่แสดงสีหน้าอะไร เริ่มหลุดอาการหลายอย่างั้แ่เจอกันหลังจากที่ป่วย
"แม่ไปดูหลานก่อนนะ"
หานซื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้ว นางก็ไปหาหลานสาวที่กำลังเล่นอยู่ลานหน้าบ้าน ได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้นมาเป็ระยะ ดูแล้วหลินหลันคงถูกใจอาเล็กคนนี้ไม่น้อยเลย
ตอนนี้ในบ้านก็เหลือแค่กุ้ยเหมยกับหานหนานกง นางจึงถือโอกาสเก็บล้างจานชามที่ยังไม่ได้ล้าง พอกลับมาหานหนานกงก็ยังอยู่ที่เดิม ไม่ได้กลับเข้าไปในห้องอย่างที่นางคิด
"ทำไมทำหน้าแบบนั้นเ้าคะ กังวลใจเื่ของท่านพ่อกับน้องชายของท่านอยู่หรือเ้าคะ"
หานหนานกงถอนหายใจ เขาไม่ได้กังวลเื่นั้น เพราะรู้ว่าน้องชายของเขาคงจะช่วยได้ หากเขาไม่ชะล่าใจจนทำให้ตัวเองต้องถูกวางยา ลำพังคนพวกนั้นไม่มีทางทำอะไรเขาได้ อาจจะเป็เพราะความไว้ใจที่เขามีให้ใครบางคน ถึงทำให้เขากับมารดาต้องประสบชะตากรรมแบบนี้ มันเป็ประสบการณ์ที่เขาจะไม่มีวันลืมเลยทีเดียว
"พี่คิดเื่อื่นต่างหาก เหมยเอ๋อร์แท้จริงแล้ว เ้าอยากไปเมืองหลวงหรือเปล่า พี่อยากฟังจากปากเ้า ตอนนี้เราเป็สามีภรรยากัน ไม่ว่าพี่จะทำอะไรพี่อยากฟังความคิดเห็นของเ้า พี่อยากรู้ว่าในใจของเ้าคิดอะไรบ้าง เ้าบอกพี่ได้หรือไม่"
กุ้ยเหมย นิ่งไปพักหนึ่ง นางไม่คิดว่าเขาจะถามแบบนี้ ในความทรงจำนางจำได้ว่าสตรีในยุคนี้ เมื่อแต่งงงานแล้ว ความคิดของผู้นำครอบครัวจะนับว่าใหญ่ที่สุด นางทำใจที่จะทำตามแบบที่สตรีในยุคนี้บ้างแล้ว หากเขาอยากจะไปนางเองก็ไม่ขัดข้อง แต่ในใจลึกๆของนางมีคำตอบแล้วว่าคิดอะไร
ร่างบางเดินกลับมานั่งตรงหน้าของเขา พร้อมกับจ้องตาเขาตรงๆ เพื่อให้เขาััถึงความรู้สึกของนาง
"หากท่านพี่อยากรู้ความจริงว่าข้าคิดอะไร ข้าก็ยินดีจะบอกท่าน ถ้าหากเลือกได้ข้าเองก็อยากจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ สถานที่นี้เป็ที่แรกที่ข้ารู้จัก หลายเดือนที่ผ่านมาข้ายอมรับว่าข้าผูกพันกับที่นี่ไปแล้ว หากจะเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่นข้าคงจะรู้สึกอึดอัดใจ เพราะข้าชอบอยู่เป็ครอบครัวเล็กๆ แบบนี้มากกว่า
อยู่เป็ครอบครัวใหญ่ เพราะข้าก็ไม่ได้รู้จักทุกคน ข้ากลัวว่าคนที่นั่นอาจจะไม่ต้อนรับข้า แล้วข้าจะทำอย่างไร"
"พี่เองก็ไม่ได้อยากไป หากจำเป็เราก็ต้องไป เพราะพี่ไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำอะไรเราบ้าง ตอนนี้พี่ยังไม่แข็งแรงพอที่จะปกป้องพวกเ้าให้ปลอดภัย แต่ถ้าไม่มีอะไรพวกเราก็อยู่ที่นี่ต่อ ไม่ต้องไปที่ไหนทั้งนั้น ส่วนใครคนไหนไม่ยอมรับเ้าก็ช่างเถิด พี่กับท่านแม่ยอมรับเ้าก็พอ พี่ไม่สนใจคนอื่น ว่าแต่อยู่ที่นี่เ้าจะต้องเหนื่อยมาก บางอย่างต้องลงมือทำเอง หากย้ายไปที่เมืองหลวง มีบ่าวไพร่คอยรับใช้มากมายไม่ดีกว่าหรือ"
หญิงสาวส่ายหน้า ั้แ่เกิดมา นางก็ทำทุกอย่างเองจนชินแล้ว นางเพิ่งจะมีป้านุ่มมาช่วยทำงานบ้าน ตอนที่นางเริ่มมีอาการกล้ามเนื้ออักเสบ ต้องเข้าโรงพยาบาลไปทำกายภาพบ่อยๆ เ้าขาเลยให้ป้านุ่มมาช่วยทำงานบ้านแทน
นางจึงคิดว่าเื่ที่นางทำไม่ได้ลำบากอะไรมากมาย เทียบกับตอนชาติก่อน ชาตินี้นางสบายมาก ไม่ต้องดิ้นรน แข่งขันกับใคร ไม่ต้องกังวลเื่หาเงินค่าบ้าน ค่ารถ ค่าเทอม และอีกหลายค่าที่มีทุกเดือน พอมีเงินก็ต้องแบกภาระเื่เงินเดือนพนักงานงาน เื่ยอดขาย เื่คุณภาพอาหารแต่ละสาขา ต่างกับตอนนี้ นางแค่ดูแลบ้านดูแลลูกกับสามี มีเงินปันผลทุก10 วัน มีช่องว่างวิเศษ นางมีโอกาสได้พักผ่อนแล้ว นางยังจะ้าอะไรอีก
"ข้ารู้ว่าท่านพี่ห่วงความปลอดภัยของข้ากับลูก หากท่านพี่คิดดีแล้วว่าจะทำอะไรข้าเองก็ไม่ได้ขัดแย้ง ข้าเพียงแค่บอกความในใจของข้าเท่านั้น เื่ทำงานบ้าน ดูแลท่านกับลูก ข้าไม่เหนื่อยเลยจริงๆ ข้าชอบอยู่ที่นี่กับท่านและหลันเอ๋อร์และท่านแม่ ข้าอยากใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างมีความสุขเหมือนทุกวันนี้มากกว่า หากท่านหายดีแล้ว ข้ายิ่งสบายขึ้นไม่ใช่หรือเ้าคะ ในเมื่อท่านบอกเองว่า หากท่านหายดีเมื่อไหร่ ท่านจะช่วยข้าทำงานบ้าน หรือท่านพี่คิดจะเปลี่ยนใจเ้าคะ"
กุ้ยเหมยแสร้งทำท่าแง่งอน เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศความตึงเครียด แต่คนบางคนกลับจริงจังไปเสีย หานหนานกงรีบตอบภรรยาเสียงดัง เพื่อให้นางมั่นใจว่า เขาพูดคำไหนคำนั้นไม่มีทางเปลี่ยนใจแน่นอน
"ไม่เปลี่ยนแน่นอน หากพี่หายดีเมื่อไหร่ พี่จะช่วยงานเ้าทุกอย่างเลย พี่สัญญา!"
"ท่านพี่สัญญาแล้วนะ จำคำพูดของตัวเองให้ได้นะเ้าคะ ข้าจะรอให้ท่านพี่มาช่วย"
ผู้เป็ภรรยาเอานิ้วก้อย มาเกี่ยวนิ้วก้อยของเขาเอาไว้ พร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้ จนคนมองถึงกับใจลอย ได้แต่สัญญากับตัวเองในใจว่า ต่อไปเขาจะทำให้นางยิ้มหวานแบบนี้ให้เขาตลอดไป เขาจะไม่ทำให้นางต้องเสียน้ำตาเด็ดขาดไม่ว่าต้องแลกกับอะไรก็ตาม
"แล้วท่านพี่ตัดสินใจอย่างไรเ้าคะ"
"ตอนนี้พี่คิดว่าเราไม่ควรเดินทางไกล เพราะพี่เองก็ยังไม่หายดี ตอนนี้การเลือกอยู่ที่นี่ดีที่สุด รอฟังข่าวจากหรงอวี่ก่อนว่าตระกูลจ้าวคิดจะทำอะไร รู้เื่ของเรามาก็แค่ไหน หากไม่มีอะไรมาก ทหารของท่านลุงที่ส่งมาคงจะสามารถปกป้องพวกเราได้ ตอนนี้เราต้องเก็บตัวอยู่ที่นี่ก่อน ถึงแม้พวกเขาจะมีอำนาจที่เมืองเยี่ยน แต่ตระกูลโจว ก็มีอำนาจไม่แพ้กัน ระหว่างนี้พี่จะให้คนของหรงอวี่กับหรงชางไปก่อกวนร้านค้าใหญ่ๆ ที่มีสักสองสามร้าน แค่นี้พวกเขาคงยุ่งวุ่นวายสักพักใหญ่ คงมีเวลาให้พี่ได้รักษาอาการป่วยของตัวเอง แล้วจัดการให้พวกมันทั้งหมด ถึงตอนนั้นเราก็จะได้ใช้ชีวิตครอบครัวเล็กๆ ของเราที่นี่ อย่างที่เ้า้า นี่คือสิ่งที่พี่คิดหลังจากที่ได้ยินความในใจของเ้าเมื่อสักครู่นี้"
กุ้ยเหมยมองหานหนานกงด้วยแววตาขอบคุณ ที่เขายอมตามใจนาง เขาเป็ถึงคุณชายใหญ่ เคยได้รับการปรนนิบัติมาอย่างดี กลับคิดจะมาใช้ชีวิตเรียบง่ายกับนาง หวังว่าความคิดนี้จะกลายเป็ความจริง เพราะไม่รู้ว่าแม่สามีของนางจะเห็นด้วยหรือเปล่า อันนี้นางไม่แน่ใจเลย