ตอนที่ 43 ความหวังที่ถูกทำลาย
เหลียงลั่วหยินหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเฉินอันหลานโทรศัพท์ไปหาเจียงหยางเพื่อรบกวนให้เขาช่วยส่งคนออกตามหาเหลียงลั่วหยินตามจุดต่าง ๆ ในละแวกใกล้เคียงกับสถานีรถไฟด้วยอีกแรง เวลาล่วงเลยไปหนึ่งคืนเต็ม ๆ จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีใครพบตัวเหลียงลั่วหยินเลยสักคน และแล้วในเช้าของวันรุ่งขึ้น ทางสถานีตำรวจก็ได้รับแจ้งเรื่องมีการพบศพโอเมก้าเพศชายในซอยหนานซินศพหนึ่ง รูปพรรณสัณฐานตรงกับข้อมูลที่เฉินอันหลานได้ลงบันทึกประจำวันไว้พอดีข่าวร้ายที่ได้รับทำให้เฉินอันหลานต้องรีบบึ่งรถมาที่สถานีตำรวจในทันที เหลียงลั่วหยินในสภาพเนื้อตัวเย็นเฉียบถูกคลุมด้วยผ้าขาวอยู่ในห้องรักษาศพ ร่างนั้นนอนแน่นิ่งไร้ลมหายใจ ไม่มีอีกแล้วเสียงหัวเราะสดใสและใบหน้าเปื้อนยิ้มที่วิ่งเข้ามากอดเฉินอันหลานด้วยความดีใจ เหลือเพียงแค่ร่างไร้วิญญาณที่นอนอยู่บนเตียงโลหะเท่านั้น“คุณเฉินครับ ตอนพบศพผู้ตายไม่มีกระเป๋าเดินทางหรือแม้แต่ของมีค่าใด ๆ และก็ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนด้วย แต่ดูจากรูปพรรณสัณฐานรวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ ของผู้ตายแล้วนั้นตรงกับข้อมูลที่คุณให้ไว้ เขาน่าจะเป็นคนที่คุณกำลังตามหาอยู่ครับ” ตำรวจที่รับผิดชอบตรวจสอบคดีนี้พาเฉินอันหลานเข้ามาในห้องรักษาศพ“แต่จะใช่หรือไม่นั้น คุณต้องเข้าไปยืนยันด้วยตัวเองอีกครั้งครับ”ตั้งแต่แวบแรกที่ได้เห็นร่างนั้นเฉินอันหลานก็จำได้ทันที ร่างที่นอนอยู่บนเตียงโลหะเป็นเหลียงลั่วหยินจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องยืนยันอะไรเพิ่มเติมอีก ร่างไร้ลมหายใจนั้นเป็นเด็กน้อยของเขาจริง ๆ เฉินอันหลานหยุดยืนอยู่ห่างจากเตียงเล็กน้อย เขาสะกดกลั้นอารมณ์หลากหลายที่ปะทุขึ้นมาไว้ภายในแล้วหันไปพยักหน้ายืนยันให้กับตำรวจคนนั้นเฉินอันหลานสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาแดงก่ำ“ผมขออยู่กับเขาเป็นการส่วนตัวสักครู่นะครับ”“เอ่อ...”“แค่ 10 นาที”“ก็ได้ครับ ถ้าเสร็จแล้วเรียกผมนะครับ”เฉินอันหลานอยากจะตอบกลับไป แต่เขาไม่มีแรงที่จะพูดอะไรมากไปกว่านี้ตำรวจคนนั้นชำเลืองมองร่างผู้ตายแวบหนึ่ง จากนั้นจึงตัดสินใจหมุนตัวออกจากห้องไป ไม่ลืมปิดประตูให้เฉินอันหลานแล้วยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องเสียงปิดประตูดังขึ้นได้พักหนึ่งแล้ว แต่เฉินอันหลานยังคงยืนแน่นิ่งอยู่ที่เดิม หลังจากยืนทำใจได้สักพัก เขาก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหาเหลียงลั่วหยิน ยิ่งได้เห็นภาพตรงหน้า ดวงตาของเฉินอันหลานก็ยิ่งแดงก่ำ ร่างกายของเหลียงลั่วหยินไม่อาจเรียกได้ว่าสมบูรณ์ ตามผิวกายปรากฏร่องรอยฟกช้ำและบาดแผลที่ทั้งโหดร้ายและทารุณอยู่นับไม่ถ้วนเฉินอันหลานแทบจะสามารถจินตนาการเห็นภาพก่อนตายของเหลียงลั่วหยินได้เลยทีเดียว เด็กน้อยของเขาจะต้องเจ็บปวดและทรมานมากแน่ ๆ และก็คงจะหวาดกลัวมากด้วย...มืออันสั่นเทายื่นออกไปประคองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำของเหลียงลั่วหยินไว้ เฉินอันหลานควบคุมตัวเองไม่อยู่อีกต่อไป เขาปล่อยโฮออกมาอย่างหนักหน่วง สภาพจิตใจของเขาในเวลานี้เจ็บปวดมากกว่าตอนที่ต้องย้ายออกจากบ้านหลายร้อยเท่า พันเท่า...เฉินอันหลานไม่อยากจะคิดเลยว่าคนที่พึ่งคุยโทรศัพท์กับเขาเมื่อวานนี้จะจากเขาไปแล้ว จากไปแบบไม่มีวันหวนกลับ หลังจากนี้คงไม่ได้เห็นอีกแล้ว รอยยิ้มสว่างไสวเต็มใบหน้าจากเหลียงลั่วหยิน เขาคงไม่มีโอกาสได้ยินอีกแล้ว เสียงสดใสที่เอ่ยเรียก ‘พี่อันหลาน’ จากเด็กน้อยของเขา และคงจะไม่มีโอกาสได้พาอีกฝ่ายไปตระเวนยังสถานที่ที่เขาเคยใช้ชีวิตอีกแล้ว...เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการสูญเสียเด็กหนุ่มที่แสนพิเศษและบริสุทธิ์อย่างเหลียงลั่วหยินไป เฉินอันหลานก็รู้สึกหวาดกลัว ในตอนที่ลั่วหยินยังมีชีวิตอยู่นั้น เด็กหนุ่มคนนี้เป็นความหวังหนึ่งเดียวสำหรับเขา เดิมทีเฉินอันหลานวางแผนไว้ว่าหลังจากที่ลั่วหยินย้ายมาเรียนต่อมหาวิทยาลัยในเมืองหวากังแล้ว เขาจะลาออกจากการเป็นตำรวจสายลับ แล้วมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเหมือนคนปกติทั่วไป แต่ในเวลานี้ที่เหลียงลั่วหยินจากเขาไปแล้ว ความหวังของเฉินอันหลานก็สูญสลายไปเช่นกัน นี่แสดงให้เห็นว่าหลังจากนี้เขาจะต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว...ส่วนในอนาคตนั้น ยังคงมืดสนิทสำหรับเขาในตอนนี้เฉินอันหลานพยายามสะกดกลั้นความเสียใจเอาไว้ ชายหนุ่มหลับตาทั้งสองข้างลง หลังจากลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาแดงก่ำคู่นั้นก็เปลี่ยนเป็นเยือกเย็น เฉินอันหลานกวาดตามองร่องรอยทั่วร่างของเหลียงลั่วหยิน ยิ่งมองสายตาก็ยิ่งเย็นเยียบขึ้นเรื่อย ๆ ใครก็ตามที่มันกล้าทำลายความหวังของเขา เขาจะทำให้มันต้องชดใช้เป็นเท่าตัว