เสียงของธันวาดังก้องไปทั่วห้อง 101
“ฉันคือธันวา!”
ทันใดนั้น แสงสว่างก็ะเิออกมาจากร่างของเขา เงามืดที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่งร้องกรีดออกมา เสียงโหยหวนดังสะท้อนไปทั่วอาคารเรียน ทั้งกรณ์และแพรไหมต้องเบือนหน้าหนีเพราะแสงนั้นเจิดจ้าเกินไป
เงามืดเริ่มแตกกระจาย ไอเย็นะเืที่ปกคลุมทั่วห้องเริ่มจางหาย ธันวารู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงออกจากบางสิ่ง—บางสิ่งที่เกาะติดเขามานานนับไม่ถ้วน
‘ถ้านายจำได้ว่านายเป็ใคร—นายจะรอด’
คำพูดในสมุดบันทึกยังดังก้องอยู่ในหัวของเขา
“…นายทำได้แล้ว” วีรัชพูดเบา ๆ ขณะที่ยืนมองธันวาด้วยแววตาสิ้นหวัง “แต่…มันอาจสายเกินไป”
ทันใดนั้น พื้นของห้อง 101 เริ่มแตกร้าว รอยแยกสีดำสนิทเริ่มแผ่ขยายออกไปทั่วบริเวณ ความมืดที่สลายไปกลับพยายามจะคืนตัวอีกครั้ง
“…ไม่” ธันวาพึมพำ
กรณ์มองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตระหนก “เราต้องออกไปจากที่นี่!”
แพรไหมคว้ามือของธันวา “ธันวา ไปเถอะ!”
แต่ร่างของธันวากลับไม่ขยับ เขาหันไปมองวีรัชที่ยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของวีรัชเต็มไปด้วยความเศร้า เขายิ้มบาง ๆ ก่อนจะพูดว่า
“ฉันออกไปไม่ได้”
“…อะไรนะ?”
“พวกเธอทำได้…แต่ฉันต้องอยู่ที่นี่” วีรัชมองไปยังประตูห้อง 101 ที่ค่อย ๆ เปิดออก ม่านหมอกสีขาวเริ่มไหลเข้ามาแทนที่ความมืด
“…ทางออก” แพรไหมกระซิบ
กรณ์หันไปมองวีรัช “ไปกับเราสิ! นายก็ต้องออกไปด้วยกัน!”
วีรัชส่ายหน้า “ฉัน…เคยตายไปแล้ว”
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนหยุดนิ่ง
“…ฉันเป็หนึ่งใน 13 คนที่หายไป” วีรัชยิ้มจาง ๆ “ฉันเป็หนึ่งในพวกเขา”
ธันวารู้สึกเหมือนหัวใจของเขาถูกบีบแน่น น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว “แต่นายช่วยพวกเรามาตลอด…”
วีรัชพยักหน้า “เพราะฉันอยากให้พวกเธอรอด”
ประตูเปิดกว้างขึ้นกว่าเดิม แสงสว่างภายนอกดูเหมือนจะเป็อิสรภาพสุดท้ายของพวกเขา
“ไปเถอะ…” วีรัชพูดเบา ๆ “ก่อนที่ที่นี่จะปิดอีกครั้ง”
กรณ์กัดฟันแน่น ก่อนจะกระชากแขนของธันวาและแพรไหม “ไป!”
ทั้งสามวิ่งไปยังประตู ขณะที่เงามืดพยายามจะตามพวกเขามาเป็ครั้งสุดท้าย
และก่อนที่ธันวาจะก้าวผ่านประตูออกไป เขาหันกลับไปมองวีรัชเป็ครั้งสุดท้าย
วีรัชยืนอยู่ที่เดิม…และโบกมือลาพวกเขา
.
.
.
ธันวาสะดุ้งตื่นขึ้นมา ลมหายใจของเขาขาดห้วง เขาพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียง…ในห้องของตัวเอง
“…ความฝัน?”
เขาหอบหายใจหนัก ดวงตากวาดมองไปรอบ ๆ ห้อง ทุกอย่างดูปกติ—ไม่มีเงามืด ไม่มีเสียงกระซิบ ไม่มีโรงเรียนต้องคำสาป
เขาลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังท้องฟ้าที่เริ่มสว่างขึ้น
“แค่ฝันไป…?”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น กรณ์เดินเข้ามาพร้อมกับสีหน้างุนงง “นายโอเคไหม? เช้านี้นายไม่มาโรงเรียน ฉันเลยมาดู”
“…โรงเรียน?” ธันวาขมวดคิ้ว
แพรไหมเดินตามเข้ามา เธอมีสีหน้ากังวล “เมื่อคืน…นายก็หายไป ฉันโทรหานายทั้งคืน”
“ฉัน…” ธันวาพยายามนึก แต่มันมีช่องว่างในความทรงจำของเขา
“…เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น?”
กรณ์และแพรไหมมองหน้ากัน ก่อนที่กรณ์จะพูดช้า ๆ “นาย…ไม่จำได้เหรอ? เื่โรงเรียน…วีรัช…?”
เสียงของกรณ์ทำให้ร่างกายของธันวาเย็นเฉียบ
“…วีรัช?”
แพรไหมกลืนน้ำลาย “เขาอยู่กับเราจนถึงตอนสุดท้าย…จำไม่ได้เหรอ?”
ภาพของวีรัชที่โบกมือให้เป็ครั้งสุดท้ายแวบเข้ามาในหัวของเขา ความรู้สึกหนักอึ้งถาโถมเข้ามาอย่างกะทันหัน
“…เขาไม่ได้กลับออกมาด้วย” ธันวาพึมพำเบา ๆ
กรณ์ถอนหายใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมา “ฉันลองหาข้อมูลเกี่ยวกับเขา…แต่มันไม่มีประวัติของนักเรียนชื่อวีรัชเลย”
ธันวาเงียบไป ดวงตาของเขาสั่นไหว
“…เขาเคยมีตัวตนจริง ๆ ใช่ไหม?”
แพรไหมยื่นกระดาษใบหนึ่งให้เขา “แต่เราพบสิ่งนี้ในกระเป๋าของนาย”
ธันวาค่อย ๆ คลี่กระดาษออก มันเป็หน้ากระดาษจากสมุดบันทึกเก่าที่เขาเคยเห็นในโรงเรียน
‘อย่าลืมฉัน’
หัวใจของเขากระตุกวูบ
“…วีรัช”
ลมพัดผ่านหน้าต่าง แสงแดดสาดเข้ามาในห้อง แต่มันไม่สามารถไล่เงามืดที่อยู่ในใจของเขาออกไปได้เลย
หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านไปหลายวัน ธันวาพยายามใช้ชีวิตตามปกติ แต่ทุกอย่างกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ทุกคืน…เขาฝันถึงโรงเรียนหลังนั้น
เสียงกริ่งเที่ยงคืนยังคงดังขึ้นในหัวของเขา ภาพเงาดำที่เคยไล่ล่าพวกเขาปรากฏขึ้นทุกครั้งที่เขาหลับตา
“ฉันออกมาแล้วจริง ๆ ใช่ไหม?”
เขาถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา
กรณ์และแพรไหมดูเหมือนจะกลับมาใช้ชีวิตปกติ พวกเขาแทบไม่พูดถึงเหตุการณ์ในโรงเรียนอีกเลย…ราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น
แต่สำหรับธันวา…มันไม่ใช่แบบนั้น
คืนหนึ่ง เขาได้รับข้อความจากเบอร์ที่ไม่รู้จัก
“กลับมา”
ธันวาใจนเผลอทำโทรศัพท์ร่วง เขารีบหยิบมันขึ้นมาอีกครั้ง แต่ข้อความนั้นหายไปแล้ว
“…นี่มันบ้าอะไรกัน?”
เขาลุกขึ้นจากเตียง ก้าวไปที่กระจกในห้องนอนของตัวเอง ก่อนจะหยุดนิ่งเมื่อเห็นบางอย่างสะท้อนกลับมา
ร่างของเขาเอง…แต่กำลังยิ้มเยาะใส่เขา
“ไม่นะ…” ธันวากระพริบตา แล้วภาพนั้นก็หายไป
เสียงกริ่งดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง
เขาหันไปมองนาฬิกาข้างเตียง…
00:00 น.
“…โรงเรียนยังไม่ปล่อยฉันไป”
ธันวานั่งนิ่งอยู่บนเตียง หัวใจของเขาเต้นระรัว
เสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่ได้มาจากโทรศัพท์ ไม่ได้มาจากที่ไหนเลยในห้องของเขา แต่มันดังก้องอยู่ในหัว…เหมือนกับตอนที่เขายังอยู่ในโรงเรียน
“…นี่มันไม่จริง” เขากระซิบกับตัวเอง
เขาลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่หน้าต่างแล้วเปิดออก ลมเย็นยามค่ำคืนพัดเข้ามาปะทะใบหน้าของเขา แต่ความรู้สึกหลอน ๆ นั้นยังไม่หายไป
ก๊อก…ก๊อก…ก๊อก…
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
ธันวาหันขวับไปมองประตูห้องของตัวเอง ใจของเขาเต้นแรงขึ้น
“…กรณ์? แพรไหม?”
ไม่มีเสียงตอบรับ
เขาค่อย ๆ ก้าวเข้าไปใกล้ประตู มือของเขาสั่นเมื่อเอื้อมไปจับลูกบิด
ก๊อก…ก๊อก…ก๊อก…
เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้แรงกว่าเดิม
ธันวากลืนน้ำลาย ก่อนจะหมุนลูกบิดประตูอย่างช้า ๆ และเปิดออก
ประตูเปิดออกสู่ความมืดสนิท…
ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น
แต่ที่พื้นหน้าห้องของเขา มีบางอย่างวางอยู่
สมุดบันทึกเล่มเดิม…
มันคือสมุดบันทึกจากโรงเรียน…สมุดเล่มเดียวกับที่เขาเคยเห็นในคืนสุดท้ายที่อยู่ในอาคารหลังนั้น
มือของเขาสั่นเมื่อค่อย ๆ ก้มลงไปหยิบขึ้นมา
เขาเปิดมันไปยังหน้าสุดท้าย
‘นายไม่เคยออกมาเลย’
ลมหายใจของธันวาสะดุด หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกจากอก
และในเงามืดของห้องนอน เสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้ง…