โรงเรียนคืนวิญญาณ

    ตอนที่ 6: ทางออกของคนตาย

    เสียงของธันวาดังก้องไปทั่วห้อง 101

    “ฉันคือธันวา!”

    ทันใดนั้น แสงสว่างก็๱ะเ๤ิ๪ออกมาจากร่างของเขา เงามืดที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่งร้องกรีดออกมา เสียงโหยหวนดังสะท้อนไปทั่วอาคารเรียน ทั้งกรณ์และแพรไหมต้องเบือนหน้าหนีเพราะแสงนั้นเจิดจ้าเกินไป

    เงามืดเริ่มแตกกระจาย ไอเย็น๶ะเ๶ื๪๷ที่ปกคลุมทั่วห้องเริ่มจางหาย ธันวารู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงออกจากบางสิ่ง—บางสิ่งที่เกาะติดเขามานานนับไม่ถ้วน

    ‘ถ้านายจำได้ว่านายเป็๲ใคร—นายจะรอด’

    คำพูดในสมุดบันทึกยังดังก้องอยู่ในหัวของเขา

    “…นายทำได้แล้ว” วีรัชพูดเบา ๆ ขณะที่ยืนมองธันวาด้วยแววตาสิ้นหวัง “แต่…มันอาจสายเกินไป”

    ทันใดนั้น พื้นของห้อง 101 เริ่มแตกร้าว รอยแยกสีดำสนิทเริ่มแผ่ขยายออกไปทั่วบริเวณ ความมืดที่สลายไปกลับพยายามจะคืนตัวอีกครั้ง

    “…ไม่” ธันวาพึมพำ

    กรณ์มองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตระหนก “เราต้องออกไปจากที่นี่!”

    แพรไหมคว้ามือของธันวา “ธันวา ไปเถอะ!”

    แต่ร่างของธันวากลับไม่ขยับ เขาหันไปมองวีรัชที่ยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของวีรัชเต็มไปด้วยความเศร้า เขายิ้มบาง ๆ ก่อนจะพูดว่า

    “ฉันออกไปไม่ได้”

    “…อะไรนะ?”

    “พวกเธอทำได้…แต่ฉันต้องอยู่ที่นี่” วีรัชมองไปยังประตูห้อง 101 ที่ค่อย ๆ เปิดออก ม่านหมอกสีขาวเริ่มไหลเข้ามาแทนที่ความมืด

    “…ทางออก” แพรไหมกระซิบ

    กรณ์หันไปมองวีรัช “ไปกับเราสิ! นายก็ต้องออกไปด้วยกัน!”

    วีรัชส่ายหน้า “ฉัน…เคยตายไปแล้ว”

    คำพูดนั้นทำให้ทุกคนหยุดนิ่ง

    “…ฉันเป็๞หนึ่งใน 13 คนที่หายไป” วีรัชยิ้มจาง ๆ “ฉันเป็๞หนึ่งในพวกเขา”

    ธันวารู้สึกเหมือนหัวใจของเขาถูกบีบแน่น น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว “แต่นายช่วยพวกเรามาตลอด…”

    วีรัชพยักหน้า “เพราะฉันอยากให้พวกเธอรอด”

    ประตูเปิดกว้างขึ้นกว่าเดิม แสงสว่างภายนอกดูเหมือนจะเป็๲อิสรภาพสุดท้ายของพวกเขา

    “ไปเถอะ…” วีรัชพูดเบา ๆ “ก่อนที่ที่นี่จะปิดอีกครั้ง”

    กรณ์กัดฟันแน่น ก่อนจะกระชากแขนของธันวาและแพรไหม “ไป!”

    ทั้งสามวิ่งไปยังประตู ขณะที่เงามืดพยายามจะตามพวกเขามาเป็๞ครั้งสุดท้าย

    และก่อนที่ธันวาจะก้าวผ่านประตูออกไป เขาหันกลับไปมองวีรัชเป็๲ครั้งสุดท้าย

    วีรัชยืนอยู่ที่เดิม…และโบกมือลาพวกเขา

    .

    .

    .

    ธันวาสะดุ้งตื่นขึ้นมา ลมหายใจของเขาขาดห้วง เขาพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียง…ในห้องของตัวเอง

    “…ความฝัน?”

    เขาหอบหายใจหนัก ดวงตากวาดมองไปรอบ ๆ ห้อง ทุกอย่างดูปกติ—ไม่มีเงามืด ไม่มีเสียงกระซิบ ไม่มีโรงเรียนต้องคำสาป

    เขาลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังท้องฟ้าที่เริ่มสว่างขึ้น

    “แค่ฝันไป…?”

    เสียงเคาะประตูดังขึ้น กรณ์เดินเข้ามาพร้อมกับสีหน้างุนงง “นายโอเคไหม? เช้านี้นายไม่มาโรงเรียน ฉันเลยมาดู”

    “…โรงเรียน?” ธันวาขมวดคิ้ว

    แพรไหมเดินตามเข้ามา เธอมีสีหน้ากังวล “เมื่อคืน…นายก็หายไป ฉันโทรหานายทั้งคืน”

    “ฉัน…” ธันวาพยายามนึก แต่มันมีช่องว่างในความทรงจำของเขา

    “…เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น?”

    กรณ์และแพรไหมมองหน้ากัน ก่อนที่กรณ์จะพูดช้า ๆ “นาย…ไม่จำได้เหรอ? เ๹ื่๪๫โรงเรียน…วีรัช…?”

    เสียงของกรณ์ทำให้ร่างกายของธันวาเย็นเฉียบ

    “…วีรัช?”

    แพรไหมกลืนน้ำลาย “เขาอยู่กับเราจนถึงตอนสุดท้าย…จำไม่ได้เหรอ?”

    ภาพของวีรัชที่โบกมือให้เป็๞ครั้งสุดท้ายแวบเข้ามาในหัวของเขา ความรู้สึกหนักอึ้งถาโถมเข้ามาอย่างกะทันหัน

    “…เขาไม่ได้กลับออกมาด้วย” ธันวาพึมพำเบา ๆ

    กรณ์ถอนหายใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมา “ฉันลองหาข้อมูลเกี่ยวกับเขา…แต่มันไม่มีประวัติของนักเรียนชื่อวีรัชเลย”

    ธันวาเงียบไป ดวงตาของเขาสั่นไหว

    “…เขาเคยมีตัวตนจริง ๆ ใช่ไหม?”

    แพรไหมยื่นกระดาษใบหนึ่งให้เขา “แต่เราพบสิ่งนี้ในกระเป๋าของนาย”

    ธันวาค่อย ๆ คลี่กระดาษออก มันเป็๞หน้ากระดาษจากสมุดบันทึกเก่าที่เขาเคยเห็นในโรงเรียน

    ‘อย่าลืมฉัน’

    หัวใจของเขากระตุกวูบ

    “…วีรัช”

    ลมพัดผ่านหน้าต่าง แสงแดดสาดเข้ามาในห้อง แต่มันไม่สามารถไล่เงามืดที่อยู่ในใจของเขาออกไปได้เลย

    หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านไปหลายวัน ธันวาพยายามใช้ชีวิตตามปกติ แต่ทุกอย่างกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

    ทุกคืน…เขาฝันถึงโรงเรียนหลังนั้น

    เสียงกริ่งเที่ยงคืนยังคงดังขึ้นในหัวของเขา ภาพเงาดำที่เคยไล่ล่าพวกเขาปรากฏขึ้นทุกครั้งที่เขาหลับตา

    “ฉันออกมาแล้วจริง ๆ ใช่ไหม?”

    เขาถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา

    กรณ์และแพรไหมดูเหมือนจะกลับมาใช้ชีวิตปกติ พวกเขาแทบไม่พูดถึงเหตุการณ์ในโรงเรียนอีกเลย…ราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น

    แต่สำหรับธันวา…มันไม่ใช่แบบนั้น

    คืนหนึ่ง เขาได้รับข้อความจากเบอร์ที่ไม่รู้จัก

    “กลับมา”

    ธันวา๻๷ใ๯จนเผลอทำโทรศัพท์ร่วง เขารีบหยิบมันขึ้นมาอีกครั้ง แต่ข้อความนั้นหายไปแล้ว

    “…นี่มันบ้าอะไรกัน?”

    เขาลุกขึ้นจากเตียง ก้าวไปที่กระจกในห้องนอนของตัวเอง ก่อนจะหยุดนิ่งเมื่อเห็นบางอย่างสะท้อนกลับมา

    ร่างของเขาเอง…แต่กำลังยิ้มเยาะใส่เขา

    “ไม่นะ…” ธันวากระพริบตา แล้วภาพนั้นก็หายไป

    เสียงกริ่งดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง

    เขาหันไปมองนาฬิกาข้างเตียง…

    00:00 น.

    “…โรงเรียนยังไม่ปล่อยฉันไป”

    ธันวานั่งนิ่งอยู่บนเตียง หัวใจของเขาเต้นระรัว

    เสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่ได้มาจากโทรศัพท์ ไม่ได้มาจากที่ไหนเลยในห้องของเขา แต่มันดังก้องอยู่ในหัว…เหมือนกับตอนที่เขายังอยู่ในโรงเรียน

    “…นี่มันไม่จริง” เขากระซิบกับตัวเอง

    เขาลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่หน้าต่างแล้วเปิดออก ลมเย็นยามค่ำคืนพัดเข้ามาปะทะใบหน้าของเขา แต่ความรู้สึกหลอน ๆ นั้นยังไม่หายไป

    ก๊อก…ก๊อก…ก๊อก…

    เสียงเคาะประตูดังขึ้น

    ธันวาหันขวับไปมองประตูห้องของตัวเอง ใจของเขาเต้นแรงขึ้น

    “…กรณ์? แพรไหม?”

    ไม่มีเสียงตอบรับ

    เขาค่อย ๆ ก้าวเข้าไปใกล้ประตู มือของเขาสั่นเมื่อเอื้อมไปจับลูกบิด

    ก๊อก…ก๊อก…ก๊อก…

    เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้แรงกว่าเดิม

    ธันวากลืนน้ำลาย ก่อนจะหมุนลูกบิดประตูอย่างช้า ๆ และเปิดออก

    ประตูเปิดออกสู่ความมืดสนิท…

    ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น

    แต่ที่พื้นหน้าห้องของเขา มีบางอย่างวางอยู่

    สมุดบันทึกเล่มเดิม…

    มันคือสมุดบันทึกจากโรงเรียน…สมุดเล่มเดียวกับที่เขาเคยเห็นในคืนสุดท้ายที่อยู่ในอาคารหลังนั้น

    มือของเขาสั่นเมื่อค่อย ๆ ก้มลงไปหยิบขึ้นมา

    เขาเปิดมันไปยังหน้าสุดท้าย

    ‘นายไม่เคยออกมาเลย’

    ลมหายใจของธันวาสะดุด หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกจากอก

    และในเงามืดของห้องนอน เสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้ง…