ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่543 แหวนไม้เก่า

        เมื่อแสงอรุณ ยามเช้าตกกระทบช่องเขา สาดทอเข้ามาภายในหมู่บ้านลมหวน ส่งให้ข้าวสาลีวิญญาณ สีทองอร่าม โยกไหวไปกับสายลม ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของข้าวสาลี ลอยออกมาคละคลุ้ง
 


        ทว่าเช้าของวันนี้พายุใหญ่ความวุ่นวาย กำลังจะก่อตัวขึ้นช้าๆ เมื่ออี้เฉินได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง จากสาวน้อยนามว่า ตงเม่ย "เจ้าคงไม่ได้ลืม งานประลอง5อาณาจักรไปแล้วหรอกกระมัง อี้เฉิน ..ปล่อยให้เจ้าสำนักเซียนชรา รอเช่นนี้ใช้ได้ที่ไหน"

 


        หลินเฟยที่ตื่นขึ้นมากะทันหัน นางยังตกอกตกใจ กับเสียงใสกังวานของหญิงสาวด้านนอกไม่น้อย รีบละอ้อมแขน ออกจากกายอี้เฉินในทันใด "เมื่อคืนข้าเมานิดหน่อย คงจะไม่ได้ทำอะไรที่ผิดแปลกไปหรอกกระมัง"

 


อี้เฉินยิ้ม "เจ้าจำไม่ได้หรือหลินเฟย ว่าเราทำอะไรกัน เจ้าต้องรับผิดชอบข้าแล้วกระมัง" ครั้นเขาได้ที ขี่แพะไล่ หลินเฟยในทันที

 


        "เจ้า! เจ้า!" หลินเฟยนางอายหน้าแดงม้วน กับคำพูดขี้เล่นของอี้เฉินอย่างเลี่ยงไม่ได้ ผลักอี้เฉินออกจากห้องไปก่อนด้วยความเร็วรี่ กลัวว่าหญิงสาวด้านนอกจะมองนางไม่ดี

 


        ตงเม่ย ที่เตรียมจะกล่าวพูดอีกครา "อี้เฉินเจ้าได้ยินคำพูดข้าหรือไม่" นางต้องหยุดชะงักคำพูดในทันใด เมื่อได้ยินน้ำเสียงชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบออกมา

 


        "ข้ารู้แล้วน่า ตงเม่ย เจ้านำทาง ข้าไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆที" สิ้นเสียงของอี้เฉิน เขาเดินเข้าไป กอดคอหญิงสาวไว้จนแน่น ราวกับเป็นมิตรสหาย ไม่ให้นาง หันหลังกลับไปมองที่พักของเขา มันจึงทำให้ ตงเม่ย นางไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าใด มองค้อนอี้เฉินด้วยดวงตาที่เขียวปั๊ด

 


         กลุ่มคนสำนักเซียนที่มารออยู่หน้าหมู่บ้าน พร้อมกับเจ้าเปาเปา มันก็ทำให้อี้เฉินประหลาดใจ กล่าวไต่ถาม มิตรสหายของเขาในทันใด "เปาเปา เจ้าก็จะไปร่วมงานประลอง5อาณาจักร ด้วยอย่างนั้นหรือ"

 


         "อี้เฉิน ข้าถือว่าเป็นผู้อาวุโสเชียวนะ ข้าก็ต้องได้รับบัตรเชิญกิตติมศักดิ์สิ หญิงชราสำนักเซียน นางเองยังไม่มีเลย อย่างไรวันนี้เจ้าต้องพึ่งข้าแล้วล่ะอี้เฉิน"

 


อี้เฉินยิ้มเจื่อน "สถานการณ์มันเปลี่ยน แล้วอย่างนั้นหรือ?"

 


"เดียวพอถึงเมืองหลวงอาณาจักรไฟ ข้าจะให้จางเหมย หาที่นั่งให้หญิงชราเจ้าสำนักเซียนเอง"

 


        "แม่เฒ่าเหลียนซูฉี ขอขอบคุณ มิตรสหายท่านนี้มาก" เจ้าสำนักเซียนกล่าว กับเปาเปาอย่างไม่มีเขินอาย อย่างไรพวกเขาก็อยู่ในขั้นพลังเทวะ เฉกเช่นเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องกดคนอื่นให้ต่ำลง

 


        เมื่อหลินเฟยมารวมกลุ่มกับคนอื่นๆ จนครบแล้วในยามนี้ พวกเขาก็พากันเดินทางตรงไปยังทิศทาง เมืองหลวงของแคว้นไฟ ขุนเขาที่ร้อนระอุ ที่พวกเขาข้ามผ่าน อี้เฉินยังจดจำยามอดีตได้ดี มันทั้งแห้งแร้งและร้อนระอุ ทอดยาวออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา ไร้ซึ่งพืชพันธุ์ที่จะเติบโต ทว่ายามนี้กลับเป็นไปด้วยบ้านเรือน ป่ารกชัฏ จนเขียวขจี หมู่บ้านต่างๆ ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด มีเพียงหุบเขาเพลิง เท่านั้นที่ยังร้อนระอุอยู่เช่นเดิม

 


       ...เพียงไม่กี่ชั่วอึดใจ พวกเขาก็เริ่มเห็นความวุ่นวายภายในกรอบสายตา เมื่อเห็นผู้คนไม่น้อยหลั่งไหล เดินทางมาในทิศทางเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย บ้างก็ขี่กระบี่มาเป็นกลุ่ม บ้างก็นั่งเกี้ยววิจิตรงดงาม มาเยือนยังเมืองหลวงแห่งนี้ แม้แต่เรือเหาะลอยฟ้า ยังมีให้เห็นอยู่ปะปลาย บ่งบอกว่างานประลองครานี้ยิ่งใหญ่ขนาดไหน

 


         ครั้นเมื่อพวกอี้เฉิน มาเหยียบพื้นหน้าเมืองหลวงอาณาจักรไฟ ที่เต็มไปด้วยผู้คนคับคั่งหนาตา รอที่จะเข้าไปภายในเมืองหลวง เสียงพูดคุยของผู้คนจึงดังออกมาจอแจไม่ขาดสาย

 


         แม้แต่กลุ่มอี้เฉินที่มาใหม่ ยังกลายเป็นจุดสนใจของหมู่ชนไม่น้อย โดยเฉพาะความงดงามของหลินเฟย แม้อี้เฉินจะเป็นที่ดึงดูด สายตาของเหล่าหญิงสาว จากแรงดึงดูดที่พิเศษบางอย่าง แต่หลายๆ คนกลับมองว่า เขาประหลาดเกินไป ด้วยผมสีขาวที่ปริวสยาย หางคิ้วมีแผลเป็นไฟไหม้

 


         ก่อนน้ำเสียง หนึ่งในกลุ่มคนที่รอเข้าเมืองหลวง จะกล่าวพูดขึ้นมา "นั้นมัน หยุนชิงหาญ ศิษย์เอกสำนักเซียนไม่ใช่หรือ เขามาร่วมศึกงานประลอง5อาณาจักรได้เยี่ยงไร" ศิษย์สำนักพฤกษา กล่าวพูดออกมาด้วยความตกใจ

 


         ชายหนุ่มอีกคนก็กล่าวพูดขึ้นมาด้วยเช่นกัน "หยุนชิงหาญ เขาไม่ได้ถูกคัดเลือกให้ขึ้นเรือเหาะมาไม่ใช่หรือ เหตุใดเขาถึงมาอยู่ยังสถานที่นี้ได้ แถมยังมี หญิงชราเจ้าสำนักเซียนนั้นอีก"

 


         ครั้นเสียงศิษย์สำนักพฤกษา กล่าวพูดขึ้นมา มันก็ทำให้ผู้อาวุโสชราเจ้าสำนักพฤกษา หันไปจ้องมองหญิงชราในทันใด ก่อนจะกล่าวพูดพึมพำออกมา "ยายแก่นั้น นางมาได้เยี่ยงไร ที่นี่มันดินแดน5อาณาจักร นะ"

 


          ก่อนที่น้ำเสียงหนึ่ง ของทหารบนกำแพงสูงจะดังขึ้นมา เมื่อเขาเห็นชายหนุ่มตัวอ้วนกลม "ท่านผู้อาวุโส เปาเปาไม่ใช่หรือ?" ก่อนนายกองท่านนั้นจะพุ่งปราดลงมา ต้อนรับชายอ้วนเองกับมือ "เชิญท่านกับมิตรสหายของท่าน เข้าไปด้านในได้เลย"

 


           ก่อนพวกเขาทั้งสอง จะกระซิบกระซาบกันอยู่เล็กน้อย ทำให้กลุ่มของอี้เฉิน ต่างก็พากันตะลึงงัน ไม่คิดเจ้าเปาเปา จะมีฐานอำนาจอยู่ไม่น้อย แม้แต่คนอื่นๆ ยังหันมามองชายตัวอ้วนกลมด้วยสายตาเลื่อมใส

 


          "เปาเปา เจ้าไม่เลวจริงๆ ข้าไม่คิดเลยว่า เจ้าจะรู้จักผู้คนมากมายถึงเพียงนี้" ทว่าคำพูดนั้นของอี้เฉิน กลับทำให้บรรยากาศโดยรอบดูหนักอึ้ง จนอี้เฉินต้องหนังตากระตุกเล็กๆ ออกมา เมื่อรับรู้ถึงสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่ตัวเขา

 


           นายกองผู้ที่พูดคุยอยู่กับเจ้าเปาเปา แค่นเสียงดุ ออกมาหาอี้เฉินในทันที "เจ้า! ช่างโอหังนัก! พูดจา กำเริบเสิบสาน กับผู้อาวุโส คุมชายแดนเช่นนี้ได้ เยี่ยงไร"

 


          เปาเปา รีบกล่าวตัดบทสนทนาในทันที กลัวว่าจะเกิดความวุ่นวาย เขาเองก็พอจะรับรู้ถึงความแข็งแกร่งของอี้เฉินได้ "นายกองเซี่ย คนผู้นี้คือมิตรสหายของข้า ท่านอย่าได้ถือสา เช่นนั้นพวกเราขอตัวก่อนแล้วกัน"

 


          นายกองเซี่ย พยักหน้า พร้อมกับกล่าวพูดไล่หลังไปให้ เปาเปา"เช่นนั้น ท่านอย่าลืม คำขอของข้าล่ะ" เปาเปาโบกมือไล่หลังให้นายกองเซี่ย อย่างไม่ได้ใส่ใจเขาอีกต่อไป ก่อนจะพากันสืบฝีเท้า เข้าไปภายในเมืองหลวงอาณาจักรไฟ

 


          แต่คนอื่นๆ ในกลุ่มอี้เฉิน อดที่จะขำออกมาไม่ได้ เนื่องด้วยอี้เฉินยามนี้เขาเหมือนคุณชายผู้หล่อเหลา มีดีแค่ใบหน้าเท่านั้น หากเขาไม่ได้ ปลดปล่อยขั้นพลังออกมา เกรงว่าน้อยคนที่จะยำเกรงตัวเขาในยามนี้ หลายคนที่เห็นใบหน้าอี้เฉินไม่สบอารมณ์ จึงพากันอมยิ้มขึ้นมา น้อยๆ ไม่เว้นแม้แต่หลินเฟย

 


          ...ก่อนพวกเขาจะกวาดสายตา มองดูเมืองหลวงที่ครึกครื้น เต็มไปด้วยผู้คนคับคั่ง หนาตา ราวกับเป็นงานเทศกาล แม้แต่ตามทางเดินยังประดับประดาไปด้วยโคมไฟ สองฝากข้างทาง ต่างก็เต็มไปด้วยร้านแผงลอยขายของล้ำค่า ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพร ตำรา แร่หินหายาก สิ่งของเก่าแก่โบราณ แม้แต่ซากกระดูกของสัตว์อสูร ระดับสูง ยังมีให้เห็นอยู่ทั่วไป



        ทว่าเมื่อพวกเขาเดินลัดเลาะเข้าไปใจกลางเมือง หลินเฟยนางก็สะดุดตากับร้านขายแผงลอยร้านหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยสิ่งของเก่าแก่โบราณ วางอยู่มากมาย พร้อมกับผู้คนไม่น้อย ที่มามุงดู หลายๆ คนต่างก็หาแผ่นตำราหินเก่า แต่หลินเฟยนางกับจ้องมองแหวนไม้เก่าวงหนึ่งอย่างไม่วางตา

 

        อี้เฉินไต่ถาม หลินเฟย ออกไปในทันทีเมื่อเห็น หญิงสาวหมุนแหวนมิติ ตรวจดูของภายในแหวนมิติของตน ก่อนที่นางจะถอนหายใจออกมายาว "เจ้าต้องการแหวนวงนั้นอย่างนั้นหรือ"

 


        "ข้าแค่มองมันแล้วถูกชะตาก็เท่านั้น ไม่มีอะไรอี้เฉินเราไปกันเถอะ คนอื่นๆ นำหน้าไปทางนู้นกันแล้ว" ก่อนหลินเฟยจะเดินตาม กลุ่มคนที่นำหน้าไปยังสนามประลองใจกลางเมือง

 


        อี้เฉินที่ได้ยินเขาถอนลมหายใจออกมาเล็กน้อย ครั้นคิดจะเดินจากร้านแผงลอย เขาส่งปราณจิตเข้าไปภายในดวงตาแห่งการหลับใหล ตรวจดูแหวนไม้ วงนั้นในทันใด ทว่าเขากลับต้องประหลาดใจ เมื่อเห็นแหวนไม้ในกรอบสายตา มีสัญลักษณ์การสลักลวดลายลงไปภายในแหวน แม้แต่อี้เฉินก็ยังไม่อาจสลักลวดลาย ลงไปภายในสิ่งของที่เล็กขนาดนี้ได้ คนที่ทำได้ต้องเป็นปรมาจารย์ด้านการสลักลวดลายอย่างไม่ต้องสงสัย

 


เขาไต่ถาม ชายชราที่ตั้งแผงขายของในทันที "แหวนไม้วงนี้ท่าน ได้มันมาจากสถานที่ใด"

 


        ชายชราที่ได้ยิน เขาจำคนที่ขายแหวนวงนี้ให้เขาได้ไม่มีวันลืม "เหมือนว่าเขาพบมันภายใน ดินแดนที่ล่มสลาย ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคือสถานที่ใด แถมเขายังคุยโวไว้อีกว่า หากผู้ใดสวมใส่แหวนวงนี้ แล้วมีแรงปรารถนาที่แรงกล้า มันจะสำเร็จดั่งใจปรารถนา แต่ข้าลองแล้วก็ไม่ยักรวยเสียที"

 


         อี้เฉินครุ่นคิดอยู่เล็กน้อย 'หรือว่าจะเป็น มิติลับที่แตกสลายนั้น' ก่อนอี้เฉินจะไต่ถามชายชราออกไปอีกครา "ข้าไม่มีเงินตรา ขอแลกแหวนไม้วงนี้กับสิ่งของได้หรือไม่"

 


          หลายคนได้ยินก็หันมามอง อี้เฉินกันอยู่ไม่น้อย ด้วยสายตาดูถูกดูแคลน แม้แต่ชายชรายังถอนหายใจออกมาเล็กๆ 'อุตส่าห์เจอคนที่ถูกใจของล้ำค่าภายในร้าน ดันกลายเป็นยาจกเสียได้'

 


น้ำเสียงชายชราจึงเปลี่ยนไปโดยพลัน "เจ้ามีอะไรก็เอาออกมา หากไม่ล้ำค่ามากพอ ข้าก็ไม่สนใจที่จะแลกเปลี่ยนมัน"

 


         อี้เฉินเขาโยน หญ้าเพลิงพิโรธ ระดับเซียนที่มีอยู่ 6ต้น ออกไปให้ชายชราหนึ่งต้นในทันที แม้ว่าเขาจะเสียดายอยู่บ้างก็ตาม ทว่ายิ่งใช้สมุนไพรซ้ำๆ มันจะทำให้ประสิทธิภาพของมันอ่อนลง "แค่นี้พอหรือไม่"

 


          ชายชราขานรับออกมาด้วยความตกใจ "พอ พอ" เมื่อเห็นสมุนไพรธาตุไฟเลอค่า มาลอยอยู่ในมือ แม้แต่คนอื่นๆ ที่เห็น ยังต้องเบิกตาออกกว้าง สมุนไพรชนิดนี้พวกเขาต่างก็ไม่เคยเห็นมันมาก่อน แถมมันยังแฝงไว้ด้วยธาตุอัคคีเสียด้วย

 


          ซึ่งมันเหมาะให้พวกเขาคน สำนักเพลิงผลาญ ใช้มันฝึกปรือไม่น้อย แต่สมุนไพรล้ำค่าเช่นนี้กลับมีค่า น้อยกว่าแหวนไม้เก่าวงเดียว มันจึงทำให้พวกเขา ไม่สบอารมณ์

 


          ชายหนุ่มสำนักเพลิงผลาญ เขาแค่นเสียงแข็งกร้าว ถากถางไล่หลังไปหาอี้เฉินในทันใด "แหวนที่นิ้วมือของข้าก็มีเช่นกัน แถมมันยังสะอาดใหม่ไม่สกปรก หากเจ้าสนใจมันล่ะก็ นำเอาสมุนไพรของเจ้ามาแลกแหวนข้า ได้นะคุณชายท่านนี้"

 


        ครั้นสิ้นเสียงของชายหนุ่ม คนในกลุ่มสำนักเพลิงผลาญก็หัวเราะกันออกมาก้อง ทว่าเมื่อได้ยินน้ำเสียงอี้เฉินกล่าวพูดไล่หลังออกมา "ข้าสนใจแต่ของล้ำค่า แหวนขยะเช่นนั้น ข้าไม่สนใจหรอก"

 


        ชายหนุ่มที่กล่าวพูดออกมาก่อนหน้านี้ ริมฝีปากของเขา กระอักเลือดออกมาด้วยความเจ็บแค้นในฉับพลัน "เจ้า! เจ้า!" ทว่าเมื่อคิดจะหาตัวอี้เฉิน เขาก็หายออกไปจากกรอบสายตาของชายหนุ่มแล้ว

 


ก่อนเขาจะกล่าวสบถด่าออกมา "ไอ้เวรอย่าให้ข้าเจอเจ้านะ"