Sol xx Mifa 15
“เล่าให้พี่ฟังหน่อยว่ามองเห็นอีกครั้งตอนไหน” พี่ชายคนโตอย่างพี่มีเงินถามอย่างใจเย็น ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ระหว่างกลางของพี่มีเงินและพี่มีตังค์ บนโซฟาห้องนั่งเล่นที่คอนโดของซอล สิ่งสุดท้ายที่จำได้คือฉันยังอยู่ในลิฟต์เสียงลมหายใจหอบถี่ราวกับคนที่จะขาดอากาศหายใจเป่ารดต้นคอ กลิ่นอายความเจ็บปวดเคียดแค้นลอยคลุ้งอยู่รอบตัวกระทั่งได้ยินเสียงกระซิบข้างหูสติฉันก็วูบดับไปจำอะไรไม่ได้อีกเลย กระทั่งตื่นขึ้นมาและได้ยินเสียงพี่ชายที่นั่งคุยอยู่กับซอลนั่นแหละ
“ว่าไงครับ จำได้ไหมทำไมกลับมาเจอแบบนี้อีกแล้วล่ะ” พี่มีตังค์เป็นฝ่ายถามย้ำอีกครั้งเมื่อฉันยังนั่งนิ่งอยู่
“จำได้ค่ะ” ฉันเริ่มเล่าเรื่องราวที่เจอให้กับพี่ ๆ ฟังอย่างละเอียด
“วันนั้นหนูไปซื้อต้นส้มจี๊ดมา พอเอาเข้ามาจัดวางที่ห้องชั้นไม้วางต้นกระบองเพชรก็ล้มลง พอไปเก็บแล้วเดินกลับมานั่งลูกส้มจี๊ดหนูก็ล้ม หนูรู้แหละว่าในห้องมีเจ้าของแต่เขาไม่มีกลิ่นอายความโกรธหรือน่ากลัวเลยนะคะ หนูเลยไม่อะไร ตั้งแต่เข้าไปอยู่เห็นแต่ก็ทำว่าเหมือนไม่เห็น แต่วันนั้นหนูโมโหเลยดุไปเรื่องที่ทำต้นไม้หนูล้มแล้วลูกส้มหลุดจากต้น”
“...”
“จากนั้นก็เริ่มมีคนทักหนูตลอดเลยว่ามีคนตาม ไปร้านกาแฟก็ถามว่าอีกคนที่มาด้วยจะเอาอะไร หรือตอนที่เข้าคอนโดลุงยามก็ถามว่าเพื่อนไม่เข้ามาด้วยเหรอ”
“ใช่ที่อยู่ห้องไหมที่ตาม?” พี่เงินถาม สีหน้าท่าทางกรุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
“ไม่ใช่ค่ะ ที่ตามหนูอยู่เหมือนตั้งใจจะทำให้หนูเจ็บ ทุกครั้งที่มีโอกาส...”
“...”
“เขาจะทำให้หนูตกใจและเจ็บตัว ยิ่งมีเลือดเขายิ่งดีใจ” พี่ชายทั้งสองเงียบไปก่อนจะมองหน้ากันอย่างปรึกษา อ่านใจกันออกหรือไงไม่รู้แค่มองหน้าก็สื่อสารกันได้แบบนั้นน่ะ
“พรุ่งนี้สอบเสร็จซอลจะพาไปส่งที่บ้านนะ” พี่เงินบอกเสียงเบา
“ค่ะพี่”
“เราต้องปรึกษาแม่กันแล้วล่ะ เหมือนจะใช่กับที่ตามเราครั้งนู้น”
“พี่เงิน...”
“ครับ?”
“เหมือนเขาจะโกรธหนูมาก ๆ เลย เขาบอกว่าหนูไม่ช่วยเขา”
“หนูช่วยเขาให้มีชีวิตรอดไม่ได้ เพราะเส้นชีวิตเขาถึงแค่นั้น อย่าเพิ่งคิดมากอะไรเลยนะ พรุ่งนี้เรามาคุยรายละเอียดกันอีกที พี่เอากำไลข้อมือเส้นใหม่ใส่ให้หนูแล้วนะ สร้อยก็เปลี่ยนเส้นให้แล้ว เส้นเดิมขาด”
“ขอบคุณค่ะ” ฉันเอียงหน้าไปซบไหล่พี่ชายอย่างออดอ้อน ช่วงสองสามเดือนก่อนฉันไม่ค่อยได้เจอพี่ชายเลยเพราะทั้งคู่ทำงานหนักมากจึงไม่มีเวลาว่างเท่าไหร่ ฉันเองก็เรียนหนักเลยทำให้เราไม่ได้เจอกัน คิดถึงพี่ ๆ จังเลย ยิ่งพอเจอเหตุการณ์แบบนี้ฉันยิ่งอยากให้พี่ชายทั้งสองอยู่ใกล้ฉัน
“ชวนไปบ้านด้วยนะ พ่ออยากเจอ...”
“คะ? หมายถึง...”
“แฟนเรานั่นแหละ” พี่มีเงินหัวเราะเบา ๆ เมื่อฉันแสดงท่าทีเขินอายออกมา แน่สิ พี่รู้อยู่แล้วว่าฉันกับซอลคบกันแต่พี่ไม่เคยพูดแบบนี้เลยสักครั้ง พอพี่พูดก็อดที่จะเขินไม่ได้จริง ๆ
“อะไรกันเล่า” ตอบกลับเสียงอุบอิบจนพี่ทั้งสองหัวเราะอย่างพอใจที่เห็นน้องสาวอย่างฉันแสดงอาการแบบนี้ อย่านะ อย่าให้ถึงเวลาที่ฉันได้แซวพวกเขาคืนนะ จะแซวให้เขินกันไปข้างเลย!
“หึหึ น้องสาวพี่มีแฟนแล้วเหรอเนี่ย โตเร็วจัง” พี่ตังค์ยกมือลูบผมฉันไปมาอย่างเบามือ
“เอาละ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราเจอกันที่บ้านนะครับ วันนี้ก็อาบน้ำกินข้าวจะได้พักพรุ่งนี้เช้ามีสอบนี่ใช่ไหม?” พี่เงินขยับออกห่างมองฉันอย่างสำรวจอีกครั้ง สายตาห่วงใยนั้นฉันรับรู้ได้และขอบคุณพี่ชายทั้งสองมาก ๆ ที่ยังคงเป็นห่วงฉันเสมอมา
“ใช่ค่ะ สอบเสร็จจะกลับบ้าน”
“ครับ พวกพี่จะรออยู่บ้านนะ เจอกัน”
“ค่ะพี่”
“หิวหรือยัง?” เจ้าของห้องเดินออกมาตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ เขาก้าวเข้ามาสวมกอดจากทางด้านหลังฉันที่ยืนอยู่หน้าตู้เย็น หลังจากส่งพี่ชายกลับฉันก็เดินกลับเข้ามาในห้องครัวเพื่อหาน้ำดื่มนี่แหละ
“นิดหน่อยค่ะ”
“เดี๋ยวซอลสั่งอะไรมาให้นะ ของสดในตู้เย็นไม่มีเลย”
“ได้ ซอล...”
“ครับ?”
“ขอบคุณนะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างเลย ขอบคุณที่ช่วยเรา”
“สำหรับซอลไม่ว่าเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับฟา ซอลพร้อมช่วยและยืนอยู่ข้าง ๆ ฟานะรู้ไหม มีอะไรให้บอกซอลนะครับคนดี”
“อื้อ”
“ดังนั้นตอนนี้คนดีเอาโทรศัพท์ซอลไปสั่งอาหารรอนะครับ เดี๋ยวซอลเอาน้ำออกไปให้ด้วยเลย”
ซอลยื่นโทรศัพท์เขามาให้ฉันโดยที่เจ้าตัวยังสวมกอดฉันจากทางด้านหลังอยู่ ปลายคางแหลมนั่นกำลังวางที่ไหล่ฉันเบาๆ
“รอที่โซฟานะครับ” ซอลย้ำอีกครั้งก่อนจะกดริมฝีปากลงบนแก้มหนัก ๆ จากนั้นก็ปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ เขาเปิดตู้เย็นหาน้ำดื่มส่วนฉันเดินไปรอที่โซฟาอย่างที่ซอลบอก ฉันกดเข้าแอพฟู๊ดเดริเวอร์รี่มองหาอาหารที่อยากทานแต่เลื่อนไปมาสักพักก็ยังไม่ถูกใจ
“เลือกได้หรือยัง?” ซอลเดินกลับมาพร้อมกับแก้วน้ำส้มในมือ เขายื่นเครื่องดื่มมาให้พร้อมกับทิ้งตัวนั่งลงเบียดกับฉัน ที่ตั้งกว้างไม่รู้จะเบียดอะไรกันมากขนาดนี้ก็ไม่รู้
“ยังเลย ซอลเลือกหน่อย” ส่งยื่นโทรศัพท์เครื่องหรูคืนเขาไป ซอลหัวเราะเบา ๆ รั้งฉันขึ้นไปนั่งบนตักเขาและวางคางบนไหล่อย่างที่ชอบทำจากนั้นก็บอกให้ฉันเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ดูร้านอาหารที่จะสั่ง
“เมื่อวานบอกอยากกินก๋วยเตี๋ยวนี่ ตอนนี้อยากกินอยู่ไหม” ซอลถาม
“ก็นิดหน่อย”
“งั้นสั่งก๋วยเตี๋ยวดีไหม”
“อื้อ ดี เราขอสั่งอย่างอื่นด้วยได้ไหม”
“ได้ครับ” กดสั่งเรียบร้อยอาหารจะมาส่งอีกสี่สิบนาที ระหว่างนี้เราทั้งสองคนนั่งกอดกันนิ่ง ๆ พรุ่งนี้ฉันมีสอบควิซแต่ตอนนี้ในหัวฉันมันไม่มีอะไรเลย อ่านหนังสือไปก็ไม่ช่วยอะไรแน่ ๆ ตั้งใจไว้ว่าพรุ่งนี้เช้า ๆ จะรีบตื่นขึ้นมาอ่านทบทวนก่อนไปเรียน ส่วนซอลไม่รู้เขาเรียนเป็นยังไงบ้าง เขาดูสบายและชิลมากจนบางทีฉันก็อิจฉา แต่ทำไงได้ล่ะนี่เป็นคณะที่ฉันอยากเรียนมาตั้งแต่ต้นนี่นา พอได้มีโอกาสเข้ามาเรียนแล้วฉันเองก็ควรจะตั้งใจและทำให้เต็มที่อย่างนั้นสิถึงจะถูกต้อง
เช้าวันถัดมาฉันตื่นตั้งแต่เช้ามืดมานั่งอ่านหนังสือทบทวนเนื้อหาที่จะมีสอบในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า แม้จะเป็นแค่คะแนนควิซแต่มันก็เป็นคะแนนที่ช่วยเราได้เยอะเลยทีเดียว ฉันนั่งอ่านหนังสือที่ห้องนั่งเล่นส่วนเจ้าของห้องยังคงนอนอยู่ในห้องนอน จนเกือบเจ็ดโมงเช้าซอลเดินงัวเงียออกจากห้องนอนเข้ามาทรุดนั่งข้าง ๆ เขามองฉันนิ่ง ๆ ไม่ได้พูดอะไรก่อนจะขยับตัวนอนหนุนตักฉันแล้วนิ่งเงียบไป
“หิวไหมครับ?” ซอลเอ่ยถามทั้งที่ยังหลับตาอยู่
“ไม่เท่าไหร่ค่ะ”
“ฟาสอบไฟนอลเสร็จเราไปเที่ยวด้วยกันไหม” สอบไฟนอลเสร็จอย่างนั้นเหรอ? หลังสอบไฟนอลฉันมีค่ายอาสานี่นา ฉันยังไม่ได้บอกซอลเลยสินะ
“ขอโทษนะแต่หลังไฟนอลต้องไปค่ายอาสา”
“ค่าย? ไปกับใครยังไง ทำไมไม่บอกเราบ้าง” ซอลขยับลุกนั่งมองหน้าฉันอย่างน้อยใจ
“ไปกับทางคณะ”
“ไปกี่วัน แล้วไปที่ไหนครับ” ซอลยังถามต่อ
“สี่วันสามคืน ไปโรงเรียนที่จังหวัดตาก”
“คนนอกไปด้วยได้ไหม?”
“ไม่มั่นใจอ่ะ”
“อืม ถ้างั้นส่งรายละเอียดค่ายมาให้ซอลหน่อยนะครับ”
“ได้ค่ะ”
“ฟาไปอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวจะสั่งกับข้าวมาไว้ให้”
“เราไปกินข้างนอกดีไหม?”
“แบบนั้นก็ได้ ฟาอาบก่อนเลยนะ เดี๋ยวซอลขอโทรหาพี่ก่อน”
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จซอลก็พาออกจากห้องพักเขา ก่อนเข้าไปส่งที่คณะซอลพาแวะกินข้าวเช้าเสร็จแล้วค่อยไปส่งที่หน้าคณะทีแรกนึกว่าเขาส่งเสร็จก็จะกลับไม่ก็ไปหาเพื่อนเลยไม่คิดว่าเขาจะลงจากรถเดินมาส่งฉันถึงหน้าลิฟต์ ก่อนแยกกันเขาบอกว่าจะนั่งรอฉันที่ร้านกาแฟข้าง ๆ คณะ เรียนเสร็จให้ไปหาเขาที่นั่น แน่นอนว่าเขาไม่ได้นั่งรอเฉย ๆ เจ้าตัวนั่งทำงานส่งอาจารย์ของเขาเหมือนกัน เมื่อเดินเข้าห้องเรียนก็เจอเพื่อน ๆ โบกไม้โบกมือให้อย่างดีใจ พอเดินเข้าไปใกล้ก็ถูกดึงมือให้นั่งลงระหว่างสรและเข็ม
“เป็นยังไงบ้างดีขึ้นหรือดัง” เข็มถามอย่างเป็นห่วง
“ดีขึ้นแล้ว ขอโทษด้วยนะที่ทำให้ตกใจแบบนั้น”
“ไม่เป็นไร แค่แกปลอดภัยพวกฉันก็ดีใจมาก ๆ แล้ว” สรบอกมือก็ยื่นมาจับมือฉันไว้และบีบเบา ๆ เพลิงเองก็มองฉันอยู่เช่นเดียวกัน
“ดีแล้วที่ไม่เป็นอะไร”
“อื้อ ขอบใจทุกคนมาก ๆ เลยนะ”
เราหยุดคุยกันเพียงแค่นั้นเมื่ออาจารย์เดินเข้าห้องมาพร้อมกับคุณหมออีกสามท่าน เหมือนหนึ่งในนั้นจะมีแฟนของเพลิงด้วยนะถ้าฉันจำไม่ผิด แต่พอลอบมองเพลิงเพื่อนกลับนิ่งมาก และไม่ได้สนใจทีมคุณหมอที่เดินเข้ามาพร้อมกับอาจารย์เลยสักนิด
“วันนี้อาจารย์มีทีมวิทยากรพิเศษเข้ามาช่วยสอนในหัวข้อที่เราจะเรียนในวันนี้...”
สามชั่วโมงที่ทีมวิทยากรอธิบายเกี่ยวกับเนื้อหาเรียน วันนี้ฟังเข้าใจง่ายกว่าอาจารย์สอนอีกนะฉันว่า เมื่อควิซเสร็จเราก็เตรียมของกลับบ้าน เพื่อนฉันทั้งสามคนจะกลับบ้านที่อยู่ต่างจังหวัดเพราะมีวันหยุดยาวถึงสี่วัน เรานั่งคุยกันไปเรื่อย ๆ ก็ต้องเงียบเสียงลงราวกับนัดหมายกันไว้เมื่อคุณหมอหนึ่งในทีมวิทยากรเดินเข้ามาใกล้และหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ เพลิง
“มีเรียนต่อไหม?” คุณหมอเอ่ยถามใครสักคน แต่คงไม่ต้องบอกหรอกว่าเขาตั้งใจถามใครเพราะสายตาของคนมาใหม่นั้นจับจ้องอยู่ที่เพลิงแค่คนเดียว ความห่วงหาอาทรนั้นประกายเต็มเปี่ยมในดวงตาคมของคุณหมอ
“มีครับ” ไม่มีสิ! เพลิงมันสับสนตารางเรียนหรือเปล่าทำไมตอบคุณหมอแบบนั้น
===========
ตอนนี้เบาๆกันก่อนนะคะ เรื่องอาจจะเดินช้า เราไม่แก้ตัวค่ะ เราเขียนไม่ออก 5555555 บางทีเหมือนจะไหลแต่พอเปิดหน้าเวิร์ดกลับเขียนไม่ออก ในหัวมันเยอะมากๆเลยค่ะ แต่เขียนไม่ได้ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แต่จะพยายามเขียนให้ได้เยอะที่สุดนะคะ
แล้วก็ ขอเปลี่ยนการอัพเป็น 2 วัน อัพ 1 ครั้งนะคะ
((น้องเขียนบ่ทันอิหลี ขอเวลาน้องเขียนแนเด้อจ้าเอื้อย ^_^))