ทีละคนก้าวขึ้นไปจับฉลาก บรรยากาศเคร่งเครียด บ้างสีหน้าเงียบขรึม บ้างมุมปากยิ้มเยาะเมื่อเห็นหมายเลขที่จับได้ บ้างลอบมองคู่แข่งว่าตนจะต้องเจอกับใคร
หลี่หยางก้าวขึ้นเป็ลำดับท้าย ๆ เขาหยิบลูกแก้วหนึ่งออกมา แสงหมายเลข “16” ส่องออกมาในมือ
“หมายเลขสิบหก… หึ เจอกับข้าแล้วล่ะสิ” เสียงหนึ่งดังมาจากด้านข้าง
หลี่เวินหรงที่ถือหมายเลขเดียวกัน ยิ้มเหยียด “ถือว่าดวงไม่ดีล่ะนะ”
หลี่หยางเพียงยิ้มบาง ไม่ตอบโต้อะไร แต่ในแววตาฉายแววแน่วแน่ไร้ความหวั่นไหว
สนามประลองเปิดออกท่ามกลางสายตานับร้อยจากตระกูลหลี่
ผู้าุโกล่าวเสียงเข้ม
“คู่แรก”
“หลี่เวินเฉียง ระดับ รวมจิตขั้น4 ปะทะ หลี่ซูเหยา ระดับรวมจิต ขั้น 4! เริ่มได้!”
ทั้งสองคนก้าวออกมาอย่างองอาจ แววตาไม่มีใครยอมใคร
สนามประลองเงียบสงัดเมื่อผู้คนมองไปที่หลี่เวินเฉียงและหลี่ซูเหยา พวกเขากำลังยืนอยู่ตรงกลางเวที ความตึงเครียดทำให้สามารถััได้ถึงความกดดันที่เต็มไปด้วยพลังของทั้งสองฝ่าย
หลี่เวินเฉียงยืนด้วยท่าทางมั่นคง ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่หลี่ซูเหยาอย่างมุ่งมั่น เสียงของเขาดังขึ้นอย่างเงียบๆ ขณะเรียกสัตว์อสูรของเขาออกมาทันที ตัวแรก กิ้งก่าั์โซ่เหล็ก
ชื่อ:กิ้งก่าั์โล่เหล็ก
และตัวที่สอง สัตว์อสูรของหลี่เวินเฉียง –
เหยี่ยวคลื่นลม
· ชนชั้น:ชนชั้นสูง
· ระดับ:นักรบขั้น 4
· ธาตุหลัก:ธาตุลม (Wind)
· ประเภท:สัตว์อสูรบิน (Flying Beast)
· เพศ:เพศผู้
· ลักษณะเด่น:เหยี่ยวคลื่นลมมีขนาดใหญ่กว่าพวกเหยี่ยวทั่วไป มันมีขนสีฟ้าอ่อนผสมกับสีขาวที่ระยิบระยับเหมือนแสงอาทิตย์ที่สะท้อนจากคลื่นน้ำ มีปีกที่ใหญ่และยาวจนสามารถทำให้มันบินได้เร็วและคล่องแคล่วเหนือท้องฟ้า นอกจากนี้มันยังมีทักษะในการควบคุมลมได้อย่างยอดเยี่ยม สายตาคมกริบของมันช่วยให้มองเห็นจากระยะไกลแม้ในทัศนวิสัยที่ไม่ดี
คุณสมบัติพิเศษของเหยี่ยวคลื่นลม:
จุดเด่น:
เสียงเงียบสงัดของลานประลองเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อหลี่เวินเฉียงยืนอยู่บนพื้นสนามพร้อมกับเหยี่ยวคลื่นลม สัตว์อสูรที่เป็คู่หูที่เขาภาคภูมิใจ ขนสีฟ้าอ่อนระยิบระยับไปด้วยแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมา
ดวงตาของมันคมกริบราวกับสามารถมองทะลุผ่านทุกสิ่ง ไม่ว่าศัตรูจะพยายามหลบซ่อนอยู่ที่ใดมันก็สามารถจับความเคลื่อนไหวได้อย่างแม่นยำ
หลี่เวินเฉียงยืนตรงกลางลานประลอง ข้อมือของเขาหมุนไปในอากาศอย่างระมัดระวัง ก่อนที่จะยกมือขึ้นและเรียกสัตว์อสูรของเขา เหยี่ยวคลื่นลมบินขึ้นจากพื้นดินด้วยความเร็วสูง
ปีกใหญ่ของมันฟุ้งกระจายแรงลมที่มีอานุภาพ ดูเหมือนฟ้าจะสั่นะเืเมื่อมันขยายปีกอออกเต็มที่ ลมพัดกระจายไปทั่วทั้งสนาม
ผู้คนที่มองอยู่ต่างพูดกันด้วยเสียงกระซิบๆ ถึงความอันตรายและความน่าสะพรึงกลัวของเหยี่ยวคลื่นลมที่เป็คู่หูของหลี่เวินเฉียง บางคนถึงกับกลืนน้ำลายยาก เมื่อเห็นพลังของสัตว์อสูรที่หลี่เวินเฉียงนำมาใช้ในสนามประลอง
“เป็เหยี่ยวคลื่นลม! มันคือสัตว์อสูรที่มีพลังลมอันทรงพลัง นี่มันคือการพิสูจน์ว่าเขามีสัตว์อสูรที่อยู่ในระดับสูง! น่าสะพรึงกลัวจริงๆ”
ในขณะที่เหยี่ยวคลื่นลมบินวนรอบสนาม ประกายลมสีฟ้าทอแสงจากขนของมันกลายเป็ระลอกคลื่นที่ดูเหมือนจะทำให้ทุกสิ่งที่มันผ่านไปโดนลมแรงสุดพิเศษ พลังลมที่ถูกควบคุมอย่างแม่นยำทำให้เกิดการไหวของอากาศที่มีอานุภาพอย่างมาก
การปรากฏตัวของมันทำให้สนามประลองเต็มไปด้วยความเงียบ จากนั้นเสียงของผู้คนที่เคยะโหรือเชียร์เริ่มเบาบางลง ราวกับว่า พวกเขาเริ่มรู้สึกถึงความอันตรายจากการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น
เหยี่ยวคลื่นลมค่อยๆ ลอยลงมาใกล้หลี่เวินเฉียง ก่อนที่มันจะหยุดกลางอากาศ ปีกของมันพับเข้าอย่างรวดเร็วและดวงตาที่จับจ้องไปที่ศัตรูในสนาม ประกายตาของมันดุจดั่งลมพายุที่พร้อมจะะเิออกมา
หลี่เวินเฉียงยิ้มและพูดเบาๆ กับตัวเอง “มันยังไม่เคยทำให้ข้าผิดหวังเลย… เหยี่ยวคลื่นลม จะช่วยให้ฉันชนะในวันนี้”
ในขณะที่หลี่เวินเฉียงเรียกเหยี่ยวคลื่นลมออกมาจากวงอัญเชิญอย่างสง่างาม ผู้ชมทั้งสนามต่างจับจ้องไปยังอีกฟากของลานประลอง ร่างของหลี่ซูเหยาในชุดฝึกสีม่วงเข้มยืนนิ่งสงบ ราวกับสายน้ำที่เงียบงันก่อนเกิดพายุ
เธอไม่ได้เอ่ยวาจาใด ไม่มีเสียงะโเรียกชื่อสัตว์อสูร ไม่มีท่วงท่าอัญเชิญที่โอ่อ่าอย่างใครหลายคน ทว่าในพริบตาเดียว วงเวทอัญเชิญขนาดกลางกลับสว่างขึ้นใต้ฝ่าเท้าแ่เบา พลังกระเพื่อมบางเบาไร้กลิ่นอายคุกคามชัดเจน
ตูม!
เสียงะเิของเปลวเพลิงดังกึกก้อง หมาป่าเพลิงร่างใหญ่พุ่งพรวดออกมาจากวงเวท ขนสีแดงส้มของมันราวกับลุกไหม้ในตัว ดวงตาเปล่งแสงราวถ่านเพลิงที่พร้อมจู่โจมได้ทุกเมื่อ มันส่งเสียงคำรามเสียงต่ำ ทรงพลังพอจะทำให้พื้นลานประลองสั่นไหวเบาๆ
เสียงผู้ชมรอบสนามะเิขึ้นทันที
“หมาป่าเพลิงงั้นหรือ!? สายโจมตีชั้นสูง!”
“พลังดูดุดันมาก นี่คงเป็อสูรคู่ใจของหลี่ซูเหยา!”
แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นว่า…ในจังหวะที่เปลวเพลิงปะทุขึ้นนั้น เงาร่างหนึ่งขนาดเล็กกว่าได้แทรกตัวออกมาจากอีกวงเวทหนึ่งอย่างเงียบเชียบ ไม่มีแม้แต่คลื่นพลังตกค้าง ไม่มีแสง ไม่มีเสียง ไม่มีใครรู้ตัว
ตุ๊กแกล่องหน — อสูรเงาระดับสูง แฝงตัวเงียบงันเคลื่อนไหวใต้เงาของเ้าของราวกับไร้ตัวตน สายตาทั้งสนามมองเห็นเพียงหมาป่าเพลิง ขณะที่อีกหนึ่งตัวอสูรกำลังค่อยๆ ลาดตระเวนรอบสนามอย่างล่องหน โดยไร้ผู้ใดเฉลียวใจ
หลี่ซูเหยายังคงยืนนิ่ง ไม่กล่าวอธิบาย ไม่มีท่าทีโอ้อวด ทุกการกระทำล้วนถูกปกปิดอย่างแยบยล เช่นเดียวกับกลยุทธ์การต่อสู้ของเธอ — เยือกเย็น เงียบงัน และร้ายกาจ
หมาป่าเพลิง (Flame Wolf)
ร่างใหญ่ ขนสีน้ำตาลเข้มปลายแดง มีเปลวไฟลุกไหม้อยู่รอบอุ้งเท้า ดวงตาสีส้มเพลิง คำรามมีแรงกดดันระดับสัตว์อสูรเหนือขั้น ปราดเปรียวและดุดัน
เสียงสัญญาณเริ่มต้นดังขึ้น!
หลี่เวินเฉียงชูมือขึ้นทันที เสียงะโดังชัด
“เหยี่ยวคลื่นลม! พุ่งทะยานฟาดฟ้า! กิ้งก่าโล่เหล็ก ปักหลักป้องกัน!”
ร่างของเหยี่ยวคลื่นลมกระพือปีกขึ้นฟ้า ร่อนหมุนเหนือเวทีอย่างสง่างาม ก่อนจะพุ่งโฉบเข้าหาหมาป่าเพลิงด้วยความเร็วสูง ด้านล่าง กิ้งก่าโล่เหล็กยืนขวางหน้าเวินเฉียงไว้ รูปร่างบึกบึนดุจโล่เหล็กเคลื่อนที่ได้
“แผงหลังแข็งเกราะ! เตรียมรับแรงกระแทก!”
หลี่เวินเฉียงสั่งการให้กิ้งก่าใช้สกิลป้องกันทันที แผ่นเกราะหนาบนหลังเปล่งแสงเงิน แข็งแกร่งยิ่งกว่าหินผา
ในขณะเดียวกัน หลี่ซูเหยายืนนิ่งราวรูปสลัก ดวงตาเรียบนิ่งเฉียบคม
“เพลิงไล่ล่า! โจมตีจากมุมอับ!”
หมาป่าเพลิงวิ่งฉวัดเฉวียน วาดเป็วงกว้างรอบกิ้งก่าและเหยี่ยว ก่อเปลวไฟติดตามเป็ทางยาว ก่อนพุ่งกระโจนเข้าสกัดการเคลื่อนไหวของเหยี่ยว
เวินเฉียงแสยะยิ้ม
“เ้าอยากบีบฉันให้จนมุม? งั้นมาดูกัน! เหยี่ยว ใช้ ‘ปีกเฉือนลม’ ! กิ้งก่า ใช้ ‘กระแทกเกราะเหล็ก!’ ”
เหยี่ยวคลื่นลมกางปีกออกสร้างคลื่นลมหมุนวนตัดเปลวเพลิงที่ล้อมรอบ ส่วนกิ้งก่าโล่เหล็กทิ้งตัวกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น แรงกระแทกกระจายออกมาเป็วงคลื่นพลัง กระแทกหมาป่าเพลิงให้กระเด็นถอย
ซูเหยาไม่สะท้านแม้แต่น้อย
“หลบด้านซ้าย… ตอบโต้ด้วย ‘เพลิงทะลวง’ !”
หมาป่าเพลิงดีดตัวกลางอากาศ พ่นเปลวเพลิงออกเป็ลำแสงเพลิงเจาะทะลุคลื่นลม ยิงทะลุเข้าหาเหยี่ยวคลื่นลม
ปีกของเหยี่ยวสั่นสะท้าน มันพลิกตัวกลางอากาศอย่างยากลำบาก เวินเฉียงกัดฟัน
“เปลี่ยนทิศ! ร่อนกลับด้านหลังหมาป่า!”
ซูเหยายิ้มเย็น
“ดักไว้แล้ว—กระโจนสังหาร!”
หมาป่าเพลิงพลันเปลี่ยนทิศเหมือนล่วงรู้มาก่อน ร่างพุ่งขึ้นกลางอากาศพร้อมกรงเล็บเพลิงที่ทิ้งทางการหลบหนีของเหยี่ยว
เสียงเปรี้ยงดังลั่น เหยี่ยวคลื่นลมปีกซ้ายไหม้เกรียมเล็กน้อย!
ผู้ชมรอบสนามอ้าปากค้าง หลายคนเริ่มซุบซิบ
“แค่หมาป่าเพลิงตัวเดียว… ก็กดดันสัตว์อสูรสองตัวของเวินเฉียงได้แล้ว!”
เวินเฉียงขมวดคิ้วแน่น
“… ข้าจะไม่ยอมแพ้! เหยี่ยวขึ้นฟ้า! กิ้งก่า ป้องกันการประชิด!”
สองฝ่ายเริ่มกลับเข้าสู่ระยะยื้อเวลา แต่ทุกการเคลื่อนไหวยังคงดุเดือด ประหนึ่งหมากกระดานที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีอัจฉริยะตระกูลหลี่!