เมื่อเก็บสัมภาระเรียบร้อย ซูเก๋อและจางหลินก็เดินเคียงข้างกันออกจากหอพัก
ชุดเครื่องแต่งกายประจำตำแหน่งศิษย์เกียรติยศส่งให้ซูเก๋อกลายเป็ที่จับจ้องของผู้คน ศิษย์จำนวนมากต่างพากันแสดงสีหน้าเคารพนับถือและเลื่อมใสศิษย์พี่ผู้นี้
ท่ามกลางอาภรณ์ยาวสีฟ้าคราม มีเพียงซูเก๋อคนเดียวที่สวมชุดคลุมยาวสีขาวบริสุทธิ์ ไม่ว่าจะย่างก้าวไปแห่งใด ย่อมตกเป็ศูนย์กลางแห่งสายตาทั้งมวล
ซูเก๋อคุ้นชินกับสายตาแปลกแยกของผู้คนมานานแล้ว ไม่ว่าจะดูแคลน เย้ยหยัน หรือเคารพเลื่อมใส ก็ไม่อาจทำให้จิตใจของเขาสั่นคลอนได้เลยแม้แต่น้อย กลับเป็จางหลินที่ได้รับการจับจ้องมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเพราะบารมีของซูเก๋อ
"ซูเก๋อ พวกเขากำลังจ้องมองเ้ากันใหญ่แล้ว" จางหลินเอ่ยเสียงเบาข้างหูซูเก๋อ
ซูเก๋อยิ้มบาง ๆ "พวกเขาแค่ตื่นเต้นกับของใหม่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น นานวันเข้าก็ไม่มีใครมาสนใจข้าแล้ว"
ผู้ที่คลั่งไคล้หลงใหลย่อมมีอยู่จริง แต่ก็เป็เพียงคนส่วนน้อย คนส่วนใหญ่ล้วนใส่ใจกับชีวิตของตนเองมากกว่า
เมื่อเดินมาถึงขอบลานกว้าง ซูเก๋อพลันชะงักเท้าลง สายตาจับจ้องไปที่รูปสลักสองรูปตรงใจกลางลานกว้าง
รูปสลักทั้งสองนี้ตั้งตระหง่านอยู่ ณ ใจกลางลานกว้างมานานหลายสิบปีแล้ว โดยเฉพาะรูปสลักรูปแรกทางซ้ายมือ มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึงกว่าหกสิบปี
"ศิษย์เกียรติยศ"
จางหลินมองตามสายตาของซูเก๋อไปพลันเอ่ยด้วยความอิจฉาว่า "ซูเก๋อ รอจนเ้าสำเร็จการศึกษา บนลานกว้างแห่งนี้ก็จะมีรูปสลักของเ้าตั้งอยู่เช่นกัน วันหน้าหากคนในสำนักเอ่ยถึงอัจฉริยะ ย่อมไม่มีทางละเว้นชื่อเ้าไปได้"
ถูกแล้ว รูปสลักทั้งสองรูปนี้คือศิษย์เกียรติยศสองคนในอดีตของสำนักทหารรับจ้างต้าเซี่ย โดยรูปหนึ่งคือเ้าสำนักเจียงเยี่ยน ส่วนอีกรูปหนึ่งคือยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งราชวงศ์ต้าเซี่ยในยุคปัจจุบัน นามว่ามั่วปู้อวี่
ศิษย์ของสำนักทหารรับจ้างต้าเซี่ยส่วนใหญ่ รวมถึงซูเก๋อด้วย ต่างได้รับอิทธิพลจากท่านทั้งสองนี้ จึงเลือกก้าวเข้าสู่สำนักทหารรับจ้างต้าเซี่ย โดยเฉพาะมั่วปู้อวี่ ที่ถือเป็ผู้มีอิทธิพลทรงพลังมหาศาลทั่วทั้งราชวงศ์ต้าเซี่ย
และบัดนี้ซูเก๋อก็ได้กลายเป็หนึ่งในกลุ่มศิษย์เกียรติยศแล้วเช่นกัน
"ก่อนเดินทางข้าน่าจะไปเบิกกระบี่สักเล่มก่อน" ซูเก๋อมองดูรูปสลักที่ถือกระบี่เล่มนั้น แล้วก็พลันนึกขึ้นได้ว่ากระบี่ของตนเสียหายไปแล้ว
เมื่อได้ยินคำกล่าวของซูเก๋อ จางหลินจึงถามว่า "จริงด้วยซูเก๋อ กระบี่ของเ้าเล่า?"
"กระบี่เล่มก่อนหน้านี้เสียหายไปแล้ว" ซูเก๋อเอ่ย "หอพัสดุยังไม่ปิดกระมัง? พวกเราไปดูกันก่อนเถิด"
ทั้งสองผละออกจากลานกว้าง เดินตรงไปยังหอพัสดุ
"ดียิ่งนัก หอพัสดุยังไม่ปิด" จางหลินกระโจนนำหน้า พุ่งตัวเข้าสู่หอพัสดุ
ซูเก๋อกวาดสายตามองอาจารย์าุโหลังโต๊ะ ก่อนเอ่ยถามอย่างมีมารยาทว่า "ขอเรียนถาม ยามนี้ยังสามารถยื่นเื่ขอเบิกกระบี่ได้หรือไม่ขอรับ?"
อาจารย์าุโผู้นั้นมองซูเก๋อปราดเดียวก็พลันมีชีวาขึ้นมาทันที "เ้าคือซูเก๋อกระมัง? สง่างามผ่าเผยสมคำลือจริง ๆ "
ไม่รอให้ซูเก๋อเอ่ยปาก อาจารย์าุโก็กล่าวต่อว่า "อยากได้กระบี่แบบใด เ้าเลือกสรรได้ตามใจชอบเลย ในฐานะศิษย์เกียรติยศ เ้าไม่จำเป็ต้องยื่นเื่ขอเบิก สามารถหยิบไปได้โดยตรง นี่คืออภิสิทธิ์ของศิษย์เกียรติยศ"
ซูเก๋อได้ััถึงประโยชน์ของการเป็ศิษย์เกียรติยศอย่างแท้จริง เขาประสานมือให้อาจารย์าุโ
"ขอบพระคุณขอรับ"
ไม่นานนักซูเก๋อก็ได้กระบี่พันหลอมคุณภาพเยี่ยมมาหนึ่งเล่ม เหนือชั้นกว่ากระบี่เล่มเดิมของเขาไกลลิบ จากนั้นซูเก๋อก็เอ่ยขอบคุณอีกครั้ง แล้วจึงเดินออกจากหอพัสดุพร้อมกับจางหลิน
"จริงสิ ยังมีอีกเื่หนึ่ง" จางหลินตบศีรษะตนเองกะทันหัน ก่อนถามซูเก๋อว่า "ซูเก๋อ บ้านเกิดของเ้ามีมารนอกพิภพหรือไม่?"
ซูเก๋อหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก "มารนอกพิภพมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง บ้านเกิดข้าย่อมยากจะรอดพ้นอยู่แล้ว"
"เช่นนั้นก็ดีเลย" จางหลินเอ่ย "ไหน ๆ ก็จะไปบ้านเ้าอยู่แล้ว ไม่สู้ถือโอกาสรับภารกิจทหารรับจ้างไปด้วยเลย เ้ารอข้าสักครู่ ข้าจะไปรับภารกิจก่อน"
เมื่อได้ยินดังนั้น จิตใจซูเก๋อก็พลันสั่นไหว "ไปพร้อมกันเถิด ถือโอกาสดูว่ามีภารกิจที่เหมาะสมกับข้าหรือไม่"
ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังหอภารกิจทันที ระหว่างทางเริ่มพบเจอศิษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ ดูท่าคงมีศิษย์ไม่น้อยคิดทำแบบเดียวกับพวกเขากระมัง?
เมื่อทั้งสองเพิ่งเดินมาถึงด้านนอกหอภารกิจ ก็พลันมีเสียงร้องะโดังมาจากหน้าประตู "ซูเก๋อ มาแล้ว!"
ทันใดนั้น สายตาของทุกคนต่างหันพรึบมาจับจ้องซูเก๋อเป็จุดเดียว ณ ท้ายแถวฝูงชน พอจะมองเห็นเงาร่างของซุนกวน มั่วชิงอู่ หลิ่วชิง หยวนทงเทียน และจีเสี่ยวเสวี่ยได้ราง ๆ
ซูเก๋อััได้ถึงสายตาอันเร่าร้อนที่สาดมาจากทุกทิศทางอย่างชัดเจน ในสายตาเ่าั้เปี่ยมไปด้วยความเคารพนับถือ เลื่อมใส และไม่ขาดผู้ที่คลั่งไคล้หลงใหล
ณ ใจกลางหอภารกิจ อาจารย์หลายท่านก็หันมามองซูเก๋อด้วยดวงตาแฝงความคาดหวัง
"เอ่อ พวกท่านเชิญตามสบายเถิด"
ซูเก๋อรับมือกับสายตาที่เร่าร้อนประหนึ่งเปลวเพลิงเ่าั้ไม่ค่อยไหว จึงรีบเอ่ยบอกทุกคน ทว่าผู้คนกลับสบตากัน และพร้อมใจกันหลีกทางให้อย่างแข็งขัน
"ซูเก๋อ เชิญเ้าก่อนเลย"
"ฮ่า ๆ ถูกแล้ว พวกเราไม่รีบ"
"ไม่เป็ไรหรอก พวกเรารออีกสักหน่อยก็ไม่เสียหาย"
"เวลาของเ้ามีค่ายิ่งกว่า"
ทุกคนต่างส่งเสียงพูดคุย ฝูงชนที่เดิมทีค่อนข้างวุ่นวาย กลับกลายเป็มีระเบียบเรียบร้อยขึ้นมาทันตา
อันที่จริงเหตุการณ์คล้ายกันนี้ ซูเก๋อเคยประสบพบเจอมาแล้วเมื่อห้าปีก่อน เพียงแต่ยามนี้ออกจะเกินจริงไปเสียหน่อย
ซูเก๋อเคยหลงคิดอย่างไร้เดียงสาว่า โลกใบนี้ช่างงดงามยิ่งนัก จนกระทั่งร่วงตกสู่ก้นเหว เขาจึงได้เข้าใจว่าโลกใบนี้ก็มีด้านที่โหดร้ายและมืดมนเช่นกัน
ยามที่เ้าแข็งแกร่งขึ้น เ้าจะพบว่าทั่วทั้งโลกล้วนเป็มิตรกับเ้า
เมื่อเห็นทุกคนกระตือรือร้นถึงเพียงนี้ ซูเก๋อก็ยากจะปฏิเสธน้ำใจจึงพยักหน้า "เช่นนั้นก็ได้ ขอบคุณทุกท่าน"
ซูเก๋อและจางหลินเดินฝ่าฝูงชนเข้าสู่ภายในหอภารกิจ เดินตรงไปยังเบื้องหน้าของอาจารย์หลายท่าน พวกซุนกวนต่างมองเขาด้วยสีหน้าซับซ้อน แต่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด
"ซูเก๋อ"
อาจารย์วัยกลางคนผู้เป็หัวหน้าเผยสีหน้าคาดหวัง "เ้าอยากเลือกภารกิจทหารรับจ้างระดับความยากใด?"
ในบันทึกทะเบียนของหอภารกิจ ซูเก๋อไม่เคยรับภารกิจทหารรับจ้างมาก่อนเลย ครั้งนี้น่าจะเป็ครั้งแรกของเขา
ผู้คนรอบข้างต่างมองซูเก๋อด้วยความอยากรู้อยากเห็น ั้แ่พวกเขาย่างก้าวเข้าสู่สำนักทหารรับจ้างต้าเซี่ย ยังไม่เคยเห็นผู้ใดรับภารกิจระดับความยากแปดดาวหรือเก้าดาวมาก่อนเลย ไม่รู้ว่าซูเก๋อจะเป็คนแรกหรือไม่?
"มีภารกิจระดับความยากแปดดาวหรือเก้าดาวบ้างหรือไม่ขอรับ?"
ซูเก๋อถามขึ้นคำหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสริมต่อในทันที "หากเป็แถบใกล้ ๆ เมืองเฉียนหลงจะดีที่สุดขอรับ"
อาจารย์วัยกลางคนจิตใจฮึกเหิมขึ้นมาทันที โดยไม่จำเป็ต้องพลิกหาบันทึกด้วยซ้ำ เขาก็ตอบคำถามของซูเก๋อได้ทันที "พอดีเลย เมื่อวานนี้พวกเราได้รับการไหว้วานมาจากทางเมืองเฉียนหลง จึงประกาศภารกิจระดับแปดดาวออกไปภารกิจหนึ่ง สถานที่ทำภารกิจอยู่ทีู่เาซวงหลงนอกเมืองเฉียนหลง ค่าตอบแทนภารกิจนี้ไม่น้อยเลย ดังนั้นต่อให้เ้าไม่รับ คาดว่าอีกไม่นานก็จะมีอาจารย์ระดับยอดเยี่ยมมารับไปอยู่ดี"
ทางสำนักมักจะประกาศภารกิจระดับแปดดาวหรือเก้าดาวน้อยมาก อาจารย์วัยกลางคนจึงจดจำได้แม่นยำยิ่งนัก
"บังเอิญถึงเพียงนี้เชียว" ซูเก๋อรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย "เช่นนั้นรบกวนท่านอาจารย์ช่วยลงทะเบียนให้ข้าด้วยขอรับ ภารกิจนี้ข้ารับแล้ว"
ภารกิจระดับความยากแปดดาวกลับถูกซูเก๋อตอบรับด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายสบาย ๆ ยิ่งนัก
อาจารย์วัยกลางคนพยักหน้า ก่อนจะลงทะเบียนข้อมูลการรับภารกิจของซูเก๋อ จากนั้นก็ยื่นม้วนคัมภีร์ฉบับหนึ่งให้เขา แล้วกล่าวเน้นย้ำอย่างจริงจังว่า "ม้วนคัมภีร์ฉบับนี้บันทึกรายละเอียดของภารกิจเอาไว้ เ้าต้องเก็บรักษาไว้ให้ดี หากสูญหายไป การดำเนินการภายหลังจะยุ่งยากมาก"
รอจนซูเก๋อรับม้วนคัมภีร์ไปแล้ว จางหลินก็รีบเอ่ยขึ้นว่า "ยังมีข้าด้วย ยังมีข้าด้วยขอรับ ท่านอาจารย์ช่วยดูให้ข้าหน่อยได้หรือไม่ขอรับว่า มีภารกิจระดับสี่ดาวที่อยู่ใกล้แถบเมืองเฉียนหลงบ้างหรือไม่?"
ภารกิจระดับความยากสี่ดาว ขอบเขตการบำเพ็ญเพียรของมารนอกพิภพจะราว ๆ ขั้นหนิงหยวนระดับหนึ่งถึงระดับสาม ด้วยการบำเพ็ญเพียรขั้นหนิงหยวนระดับหกของจางหลิน การทำภารกิจระดับความยากสี่ดาวนับว่าค่อนข้างมั่นคงปลอดภัยเลยทีเดียว
หากเป็ยามปกติ อาจารย์วัยกลางคนคงคร้านจะใส่ใจจางหลิน อยากรับก็รับ ไม่รับก็ไสหัวไป ภารกิจที่สำนักประกาศ เคยมีตาให้เ้ามาคัดโน่นเลือกนี่ั้แ่เมื่อใด?
ทว่าเมื่อเห็นแก่หน้าของซูเก๋อ อาจารย์วัยกลางคนจึงยอมพลิกหาภารกิจให้จางหลินด้วยความอดทน ไม่นานก็ั์ตาเป็ประกายเอ่ยว่า "เ้าโชคดีไม่เบา ภารกิจที่ทางเมืองเฉียนหลงไหว้วานมา นอกจากภารกิจระดับแปดดาวแล้ว ยังมีภารกิจอื่นอีกพอดี สถานที่ทำภารกิจก็คือูเาซวงหลงเช่นกัน คาดว่าน่าจะมีความเกี่ยวพันกับภารกิจระดับแปดดาวนั้น จะรับหรือไม่?"
"รับขอรับ" จางหลินตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
อาจารย์วัยกลางคนจึงลงทะเบียนข้อมูล แล้วยื่นม้วนคัมภีร์อีกฉบับให้จางหลิน
หลังรับภารกิจเรียบร้อย ซูเก๋อก็เอ่ยขอบคุณอาจารย์และทุกคนอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากหอภารกิจไปพร้อมกับจางหลิน
พอซูเก๋อเดินคล้อยหลังไป ภายในหอภารกิจก็กลับมาวุ่นวายอีกครั้ง เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นไม่ขาดสาย
"หกปีแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าก่อนที่ข้าจะสำเร็จการศึกษา จะได้เห็นศิษย์เกียรติยศมารับภารกิจทหารรับจ้างระดับความยากแปดดาวด้วยตาตนเอง"
"สมแล้วที่เป็ศิษย์เกียรติยศ ภารกิจทหารรับจ้างระดับความยากแปดดาวคิดจะรับก็รับเลย"
"แต่เหตุใดซูเก๋อถึงระบุเจาะจงว่าต้องรับภารกิจที่อยู่ใกล้แถบเมืองเฉียนหลงเล่า?"
นอกจากความตื่นเต้นพลุ่งพล่านแล้ว ในใจของผู้คนก็ยังมีข้อสงสัยเช่นกัน
"พวกเ้ามีใครรู้จักซูเก๋อบ้างหรือไม่?" ซุนกวนหันไปมองสหายหลายคนที่อยู่ข้างกาย "เหตุใดเขาต้องระบุเจาะจงรับภารกิจแถบใกล้ ๆ เมืองเฉียนหลงด้วย?"
เมืองเฉียนหลงย่อมไม่มีผู้ใดแปลกหน้ากับเมืองแห่งนี้ เพราะยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งราชวงศ์ต้าเซี่ยอย่างมั่วปู้อวี่ก็ถือกำเนิดขึ้น ณ เมืองแห่งนี้ ทั้งยังพำนักอยู่ที่นี่เป็เวลานาน เพียงแต่ไม่มีใครสามารถเชื่อมโยงซูเก๋อเข้ากับเมืองเฉียนหลงได้เลย
"พวกเ้าไม่รู้หรือ?" มั่วชิงอู่เอ่ยด้วยความประหลาดใจ "ข้าจำได้ว่าซูเก๋อมาจากตระกูลซูแห่งเมืองเฉียนหลง"
"เมืองเฉียนหลงอย่างนั้นหรือ?" จีเสี่ยวเสวี่ยกลอกตาไปมา คล้ายจะนึกอุบายดี ๆ บางอย่างออก
ขณะที่เหล่าอัจฉริยะกำลังสนทนากันอยู่นั้น พลันมีศิษย์คนหนึ่งเอ่ยกับอาจารย์วัยกลางคนขึ้นว่า "ท่านอาจารย์ รบกวนท่านช่วยดูให้ข้าอีกสักนิดได้หรือไม่ขอรับ ว่ามีภารกิจแถบใกล้ ๆ เมืองเฉียนหลงอีกหรือไม่ ขอเพียงระดับความยากต่ำกว่าสี่ดาวก็พอขอรับ"
ทุกคนพลันตื่นจากความฝัน รีบพุ่งตัวไปข้างหน้าทันที "ยังมีข้าด้วย ยังมีข้าด้วย!"
"ข้าสามารถรับภารกิจระดับความยากห้าดาวได้ขอรับ"
"ข้าอยากรับภารกิจระดับความยากสามดาวขอรับ"
"ขอเพียงสถานที่ทำภารกิจเป็สถานที่ใกล้เคียงเมืองเฉียนหลงก็พอขอรับ"