บทที่ 17
เฮ้! ฉันสามารถล้มนายได้ด้วยหมัดเดียว!
ฮั่วก๋ายมองกลับไปที่หลี่ิจากนั้นก็กวักและพูดว่า "มาเลยหลี่ิ มาทางนี้"
ด้วยคำพูดนั้นฮั่วก๋ายและโอลิเวอร์เดินลึกเข้าไปกลางสนามหญ้าและพูดอะไรบางอย่างกันขณะที่พวกเขาเดิน
หลี่ิตระหนักดีถึงเนื้อหาในการสนทนาของพวกเขา ก่อนอื่นโอลิเวอร์จะยืมอุปกรณ์ของบริษัท เคอรี่ สำหรับการสกัดตะกรันเหล็กในบริษัทของเขา ส่วนที่จะขนส่งไปยังประเทศ U นั้น ต้องรอผลการดำเนินการก่อน นอกจากนี้ยังพบอุกกาบาตที่ชานเมืองทางตอนใต้ของ T แต่อุกกาบาตนั้นไม่ใช่สิ่งที่โอลิเวอร์้าแต่อย่างใด
โอลิเวอร์ยังเรียกร้องให้ฮั่วก๋าย เร่งเดินทางไปยัง Z ราวกับว่าอุกกาบาตในเมือง Z มีความสำคัญมากยังไงยังงั้น
นี่คือเนื้อหาของการสนทนา แต่ความคิดในใจของแต่ละคนค่อนข้างแตกต่างกัน หลี่ิได้เห็นความคิดที่แท้จริงของเขาจากสมองของโอลิเวอร์ ผู้ชายจากต่างประเทศคนนี้ไม่ได้มาหาอุกกาบาต แต่มาหาชิ้นส่วนเนบิวลา
ผู้คุ้มกันที่ชื่อโอเว่นต้องอยู่ในอารยธรรมลำดับที่สามอย่างแน่นอน สิ่งที่เขา้าไม่ใช่การซื้อตะกรันเหล็ก แต่เป็อุกกาบาตในตะกรันเหล็กนั้นอย่างแน่นอน
แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายรู้เื่การมีอยู่ของอุกกาบาตในตะกรันเหล็กได้ยังไง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าชาวต่างชาติเหล่านี้ต้องมีความรู้เกี่ยวกับพลังของเนบิวลาอย่างแน่นอน
ข้อมูลในสมองของโอลิเวอร์ถูกหลี่ิคัดกรองออกมาได้ ข้อมูลส่วนใหญ่เกี่ยวกับพลังของเนบิวลาซึ่งนั้นสามารถอธิบายได้ว่าทำไมหลี่ิถึงไม่สามารถรับรู้ถึงความคิดของโอเว่นได้ ระดับอารยธรรมของอีกฝ่ายถึงระดับสามแล้วเช่นกัน ซึ่งไม่ใช่เื่ดีสำหรับหลี่ิเลย
อารยธรรมระดับสี่ของหลี่ินั้นสามารถจัดการกับอารยธรรมลำดับที่สามได้อย่างง่ายดาย แต่การปรากฏตัวของโอเว่นแสดงให้เห็นว่า มีเศษพลังของเนบิวลาตกลงสู่พื้นโลกมากมาย นั้นเท่ากับว่ามีคู่แข่งที่มองไม่เห็นอีกมากมายด้วยเช่นกัน
สำหรับชิ้นส่วนของเนบิวลาไม่ใช่ทุกชิ้นที่มีจิตสำนึกแห่งอารยธรรมขั้นสูงสถิตอยู่ บางชิ้นเหลือเพียงพลังของเนบิวลาเท่านั้น และผลลัพธ์หลังจากการถูกรุกรานโดยจิตสำนึกนั้นก็แตกต่างกันออกไปด้วย ตอนนี้หลี่ิไม่รู้ว่าโอเว่นคือจิตสำนึกของมนุษย์? หรือจิตสำนึกของสิ่งมีชีวิตต่างดาว? หรืออาจจะเป็แบบเดียวกับเขาก็ได้ ถ้าเป็อย่างหลังเขาเกรงว่าสิ่งที่เขากำลังจะเผชิญต้องลำบากจริง ๆ แน่
โอลิเวอร์ยังคงคุยกับฮั่วก๋าย ก่อนที่ฮั่วก๋ายจะหันกลับไปมองหลี่ิ เขาส่ายหัวเล็กน้อยราวกับว่าฮั่วก๋ายกำลังปฏิเสธอะไรบางอย่าง อย่างไรก็ตามหลี่ิก็พูดว่า "ฮั่วก๋าย นายเซ็นสัญญากับเขาได้เลย"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ฮั่วก๋ายก็รีบเดินไปด้านข้างของ หลี่ิเพียงไม่กี่ก้าวแล้วกระซิบ“ อะไร?! ทำไมนายถึงรู้เื่สัญญาด้วยล่ะ”
หลี่ิดูมั่นใจมากเขาพูดไปว่า "โอลิเวอร์จะเดิมพันในการแข่งขันไม่ใช่เหรอ ถ้าเขาชนะเขาจะคืนเงินสำหรับการซื้อตะกรันเหล็ก แต่ถ้าเขาแพ้เขาจะจ่ายค่าธรรมเนียมใหม่สำหรับตะกรันเหล็กชุดหน้า นายจะปล่อยโอกาสดี ๆ แบบนี้ไปได้ยังไง”
ฮั่วก๋ายหันกลับมามองโอเว่นและพูดว่า "จะบ้าเหรอตะกรันเหล็กชุดนั้นมีมูลค่าหลายล้านนะ ถ้านายแพ้ไปจริง ๆ นายจะสามารถจ่ายเงินส่วนนั้นได้รึไง"
หลี่ิมองหน้าอีกฝ่ายอย่างเหยียดหยามและพูดอย่างเ็าว่า "ถ้าฉันแพ้ ฉันจะจ่ายให้ แต่ถ้าฉันชนะพวกเราจะหารกันครึ่งหนึ่ง"
“ไปบอกเขาเถอะ เชื่อฉัน เรามีส่วนได้ส่วนเสียเหมือนกันแล้วนะ” หลี่ิพูดต่อ
ฮั่วก๋าย มองไปที่แขนขวาของเขา แล้วมองไปที่หลี่ิอีกครั้ง แต่เขาก็ยังอดลังเลไม่ได้ ฮั่วก๋ายยังคงไม่อยากจะเชื่อว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น เมื่อหลี่ิพูดถึงฮั่วก๋ายเขาก็รู้สึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้นได้จริง ๆ
"เฮ้ นายกลัวยังงั้นเหรอ?" โอลิเวอร์พูดพร้อมกับมองไปที่ฮั่วก๋าย
ฮั่วก๋าย ลังเลอยู่พักหนึ่งและมองไปที่โอลิเวอร์ ท่าทางแปลก ๆ ของเขา ในการสนทนาก่อนหน้านี้ก็ปรากฏขึ้น ฮั่วก๋ายคุยกับโอลิเวอร์ ว่าจะให้เขาสั่งสอนบทเรียนให้หลี่ิ เพื่อเป็พื้นฐานของการแลกเปลี่ยน ตอนนี้หลี่ิรู้ความจริงแล้ว แต่เขายังคงต้องแข่งขันต่อไป ในทางกลับกันโอลิเวอร์เองก็ยังทำการเดิมพันต่อไปเช่นกัน
ฮั่วก๋ายที่อยู่ตรงกลางดูลำบากใจมาก อย่างไรก็ตามชาวต่างชาติพวกนั้นมีความสนใจในสายงานของเขาเป็อย่างมาก ทุกอย่างยึดด้วยผลประโยชน์เป็ศูนย์กลาง ถึงยังงั้นในทางของเขาก็มีแต่ได้กับได้
“ก็ใช่ว่าจะมีปัญหาอะไรหรอกนะ” หลังจากลังเลใจในที่สุดฮั่วก๋ายก็ตอบตกลง
โอลิเวอร์ยิ้มมองหลี่ิั้แ่หัวจรดเท้า และพูดว่า "ฉันคิดว่าทุ่งหญ้าแบบนี้ ดีมากเหมาะกับการทักษะการต่อสู้ของพวกนายมาก ใครก็ตามที่ล้มลงก่อนจะเป็ฝ่ายแพ้โอเคไหม"
ฮั่วก๋ายมองกลับไปที่หลี่ิด้วยความกังวล ในเวลานี้ หลี่ิดูสงบและมั่นใจ ดูเหมือนเขาจะมุ่งมั่นไปกับการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึงของเขา ฮั่วก๋ายกัดฟันและพูดว่า "ตกลง"
มีโต๊ะและเก้าอี้สองสามตัวที่ขอบของอาคาร โอลิเวอร์ และ ฮั่วก๋าย ต่างก็ถอยกลับไปที่นั่นและนั่งลงที่โต๊ะ บนโต๊ะมีผลไม้หลากชนิดวางเต็มโต๊ะ ถ้าเป็ปกติแล้วการนั่งอยู่ที่นั่นและเพลิดเพลินกับแสงแดด มองไปที่สภาพแวดล้อมโดยรอบคงเป็สิ่งที่น่าสำราญใจมากอย่างแน่นอน แต่ฮั่วก๋ายกลับนั่งลงไปด้วยความกังวลลึก ๆ ในใจ
เดิมทีฮั่วก๋ายวางแผนที่จะพาเิเหลียนยี่มาด้วย แต่เขากลัวว่าเิเหลียนยี่จะรู้ว่าจริง ๆ แล้วเขามาเพื่ออะไร เขาจึงไม่กล้าลากเิเหลียนยี่มาด้วย ตอนนี้เขามีเดิมพันที่ต้องคอยดูผลอยู่ข้างหน้าแล้ว
โอลิเวอร์ ดูผ่อนคลายกว่ามาก เขาหันไปหาผู้ช่วยของเขา แพทตี้ และพูดว่า "ลองพนันดูไหมแพทตี้ ถ้าเธอทายถูก ผมจะเพิ่มวันหยุดให้เอง"
"ไม่ล่ะ ดิฉันพอใจในวันหยุดที่มีอยู่แล้วตอนนี้" แพทตี้ กลับไปด้วยรอยยิ้ม
โอลิเวอร์หัวเราะเบา ๆ และมองไปที่ฮั่วก๋ายซึ่งอีกฝ่ายรู้สึกประหม่าเล็กน้อย
ในเวลานี้กลางสนามหญ้าที่อยู่ไกลออกไป หลี่ิและโอเว่นกำลังเผชิญหน้ากันอยู่แล้ว โอเว่นตัวสูงกว่าหลี่ิ เขากำมือแน่นและจัดท่าตั้งการ์ด
"เฮ้เพื่อน ฉันสามารถล้มนายได้ด้วยหมัดเดียวเลยนะ" โอเว่นกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลี่ิไม่มีท่าทางใด ๆ เพียงแค่ยืนเงียบ ๆ และมองไปที่โอเว่นเหมือนเด็กกำลังเล่นซน
"อืม! ฉันจะเริ่มก่อนล่ะ!" โอเว่นถอดแว่นกันแดดออกด้วยมือข้างเดียวและโยนทิ้งไปเท้าของเขาก้าวไปเรื่อย ๆ และสายตาของเขาก็จับจ้องไปที่หลี่ิ
“ โห่”
จากมุมมองของฮั่วก๋าย แทบจะไม่มีเวลาตอบสนองต่อกำปั้นของโอเว่นเลย อาจกล่าวได้ว่าหมัดนี้อาจจะซัดหลี่ิล้วงไปเลยโดยไม่ต้องสงสัย ฮั่วก๋ายไม่กล้าแม้แต่จะมองตรง ๆ ศีรษะของเขาหันไปด้านหนึ่งเล็กน้อยและดวงตาของเขาแคบลง เขาใช้มือปิดตาโดยเว้นช่องว่างระหว่างนิ้วไว้
แท้จริงแล้วในสายตาของอารยธรรมลำดับที่สามความเร็วของอารยธรรมลำดับที่สองนั้นช้ากว่ามากเช่นเดียวกับการเคลื่อนไหวช้าลง อย่างไรก็ตามในสายตาของอารยธรรมระดับที่สี่อารยธรรมระดับที่สามเองก็กำลังเล่นแอ็คชันช้า ๆ ระดับ อารยธรรมแบ่งออกเป็สามขั้นตอนคือขั้นเริ่มต้นขั้นที่ 4-6 และขั้นที่ 7-9 ตามลำดับ ช่องว่างระหว่างพลังงานนั้นจะไม่เห็นผลมากในระดับ 1-3 แต่ถ้าวัดข้ามขั้น เช่นระดับ 3 กับระดับ 4 มันจะเห็นชัดเป็พิเศษ
ภายใต้ข้อจำกัดอารยธรรมระดับสูงกว่าสามารถใช้พลังที่กว้างขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นได้ ซึ่งนั้นเป็ไปไม่ได้สำหรับอารยธรรมระดับต่ำกว่า
ทันทีที่กำปั้นของโอเว่นถูกปล่อยออกมาหลี่ิก็คว้าข้อมือของโอเว่น และบิดอย่างแรงทำให้ได้ยินเสียง "กร็อบ!" ราวกับว่ากระดูกแขนนั้นหักไปเรียบร้อยแล้ว
โอเว่นเพียงรู้สึกว่าข้อมือของเขาถูกจับแน่นขึ้น ราวกับว่าเขาถูกรัดด้วยแขนเหล็ก เขาไม่มีความรู้สึกของข้อมือนั้นแล้ว จากนั้นแขนของเขาถูกบิดด้วยแรงต้านตามเข็มนาฬิกาและร่างกายของเขาก็เอนไปข้างหน้าอย่างแรง
ด้วยมือขวาของหลี่ิที่โน้มตัวไปข้างหน้า หลี่ิดึงหลังของตัวเองกลับมาและโน้มตัวเล็กน้อย ร่างของโอเว่นก็ลอยข้ามหัวเขาไปแล้วนอนกองบนพื้นด้านหลังหลี่ิเป็ที่เรียบร้อยแล้ว แขนขวาไม่สามารถขยับได้อีกต่อไป
“ ไม่นะ!” โอลิเวอร์ะโ เขายืนขึ้นด้วยความประหลาดใจและมองไปที่หลี่ิด้วยความไม่เชื่อ
"โอ้มายก๊อด ... " แพทตี้เองก็ตะลึงและถอยหลังไปเล็กน้อย
หลี่ิรวดเร็วและทรงพลังมาก ทุกคนพึ่งจะเห็นชายร่างใหญ่ถูกเหวี่ยงออกไปโดยชายที่ร่างเล็กกว่า แขนของโอเว่นบิดเป็เกลียวและล้มลงกับพื้น
"ไม่! โอเว่นมันไม่ใช่จุดจบของนาย ยืนขึ้นมาและจัดการเขาซะ!" โอลิเวอร์พูดต่อ
หลี่ิเหยียบน่องของโอเว่นเอาไว้ แต่หลี่ิไม่ได้ออกแรงใด ๆ เขาเพียงแค่ถ่ายทอดข้อความถึงอีกฝ่ายผ่านการััทางกาย ถ้าโอเว่นยังดื้อดึงเขาต้องเจ็บตัวมากกว่านี้อย่างแน่นอน
โอเว่นที่นอนอยู่บนพื้นก็ลืมตาขึ้นและแสดงสีหน้าใ ศีรษะของเขาหันกลับมาเล็กน้อย ในตอนนี้เขามองไปที่ หลี่ิอีกครั้ง ราวกับว่าผิวกายของเขาค่อย ๆ ซีดลงเป็สีขาว หลี่ิไม่ได้มีตัวตนแค่ในสนามหญ้าแห่งนี้ พลังของเขายิ่งใหญ่พอ ๆ กับท้องฟ้าสีคราม
เนบิวลาทั้งสี่โผล่ขึ้นมากจากด้านหลังหลี่ิ สายตาของอารยธรรมระดับสูงกว่า มองลงมาเหมือนผู้ที่กุมอำนาจเอาไว้ โอเว่นสามารถถูกบดขยี้ได้ถ้าเขาไม่ระวังตัว แต่มันก็ไม่มีความหมาย ดูเหมือนว่านั้นเป็สิ่งระดับอารยธรรมสู่งกว่ามนุษย์กำลังสื่อสารกัน พวกเขาอาจติดต่อกันเฉย ๆ หรืออาจจะมีผลกระทบอันเลวร้ายตามมาก็ได้
"หยุด หยุด! พอแล้ว" โอลิเวอร์รีบะโ
หลี่ิยกเท้าขึ้น ในสายตาเ็าของเขามองอีกฝ่ายอย่างน่าสังเวช อย่างไรก็ตามไม่มีใครจงใจพรากชีวิตของอีกฝ่ายอยู่แล้ว นั้นไม่ได้อยู่ในความ้าของเขา
ฮั่วก๋ายะโขึ้นดีใจด้วยความประหลาดใจ เขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เขาเห็น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ เขาวิ่งเหยาะ ๆ ไปด้านข้างของหลี่ิวางมือบนไหล่ของหลี่ิ พร้อมพูดอย่างตื่นเต้น "ฉันพึงจะได้เห็นพลังในตัวนายเต็มสองตาครั้งแรกเลย นายนี่มันของจริง ฉันไม่รู้จะขอบคุณนายยังไงดี"
ฮั่วก๋ายยกนิ้วขึ้นขณะที่เขาพูด
โอลิเวอร์เอนตัวไปและยกโอเว่นขึ้นมาจากพื้น เขาพูดด้วยความไม่เชื่อ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้ยังไง
‘โอเว่นนายเก่งที่สุดไม่ใช่เหรอ เกิดอะไรขึ้นกับนายตอนนี้?’
ตอนนี้เขาเองก็กลัวว่าโอเว่นจะฟื้นตัวได้ในระยะเวลาอันสั้น
"เฮ้ ฮั่วก๋าย ฉัน้าหมอแล้วล่ะ ตอนนี้เลย เพื่อนของฉันต้องไปโรงพยาบาลแล้ว" โอลิเวอร์พูดกับฮั่วก๋ายพลางหันศีรษะ
ฮั่วก๋ายไม่ได้ซ่อนสีหน้าตื่นเต้นของเขาและตอบตรง ๆ ว่า "เพื่อนของนายเจ็บมากจริง ๆ นั่นแหละ ให้ฉันเรียกรถพยาบาลให้นะ"
ฮั่วก๋ายพูดขณะที่เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและโทรออกไป