หลังจากปลายฟ้า อาบน้ำและผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเธอยังไม่หิว เลยขอให้มีน่าพาออกมาเดินเล่นสำรวจบริเวณโดยรอบโอเอซิสก่อน โอเอซิสคาซาบัสเป็โอเอซิสขนาดใหญ่และเต็มไปด้วยบรรดาต้นไม้เขียวชอุ่มล้อมรอบ งดงามมากเกินกว่าที่ปลายฟ้าจินตนาการเอาไว้ทำให้เธอเดินชมสถานที่แห่งนี้อย่างเพลิดเพลินจนลืมมื้อเช้าไปเลย
“ที่นี่สวยจังเลยจ๊ะมีน่าไม่นึกเลยนะว่ากลางทะเลทรายจะมีสถานที่แบบนี้อยู่ด้วยเป็โอเอซิสที่ใหญ่โตแล้วก็งดงามจริงๆเหมาะแล้วละที่ทำเป็สถานที่ท่องเที่ยว” ปลายฟ้าชื่นชมบรรยากาศรอบตัวอย่างเพลิดเพลินในขณะที่คนข้างๆเปลี่ยนจากมีน่าไปเป็เ้าโจรบ้ากามตามคำนิยามของหญิงสาวมาได้สักพักแล้ว
“มัวแต่ชื่นชมอยู่นั่นแหละคุณผมหิวแล้วไปทานอาหารกันก่อนเถอะแล้วค่อยมาชมใหม่ผมจะให้คนตั้งกระโจมที่นี่อีกหนึ่งคืน คุณจะได้มีเวลาพักผ่อนแล้วก็เดินเล่นอีกหนึ่งวันเต็มๆไปกันเถอะครับ” หญิงสาวยังไม่ทันจะโต้ตอบชายหนุ่มก็ถือโอกาสจูงมือพาไปยังทิศทางที่จัดเตรียมอาหารไว้เรียบร้อยแล้วพอกลิ่นอาหารลอยมาเข้าจมูกหญิงสาวก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาทันทีเช้านี้มีน่าเข้าครัวเองเธอทำซุปไก่ข้นใส่เห็ดและสมุนไพรบำรุงกำลังให้กับนายหญิงทั้งยังเตรียมขนมปังที่ทำขึ้นมาจากแป้งสาลีอย่างง่ายๆแต่กินเข้ากันได้ดีกับซุปข้นเหมาะกับคนที่เพิ่งจะฟื้นไข้นอกนั้นก็มีแป้งเนื้อนุ่มผสมกับอินทผาลัมสุกหั่นเป็ชิ้นเล็กๆผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อยนำไปปิ้งจนหอม ทานเป็ของว่างคู่กับชารสชาติเยี่ยม
“โอ้โหอาหารวันนี้คล้ายกับอาหารตะวันตกเลยนะจ้ะใครกันช่างทำเชียว” ปลายฟ้าถามเพราะไม่นึกว่าจะมีคนทำอาหารแบบตะวันตกได้ด้วย
“มีน่าเองเ้าคะมีน่าเคยเข้าไปช่วยงานที่ร้านอาหารในเมืองก็เลยแอบจำแล้วก็ลองมาทำดูนะเ้าคะ”มีน่ารีบอธิบาย จริงๆแล้วร้านอาหารที่เธอว่าเป็กิจการหนึ่งของครอบครัวเธอที่เปิดให้คนในเผ่าได้มาทำงานหารายได้เพิ่มเติมรวมทั้งเป็ศูนย์รวมสินค้าของชนเผ่าต่างๆที่นำมาฝากขายหรือแม้แต่ที่ครอบครัวเธอซื้อเหมามาขายต่อโดยไม่เอากำไรเพื่อเป็การกระจายรายได้ให้กับชุมชน ตามนโยบายของรัฐนั่นเอง
“มีน่านี่เก่งจังเลยนะจ๊ะทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง ไว้ถ้ามีโอกาสฉันจะสอนมีน่าทำอาหารไทยดีไหมจ๊ะ” ปลายฟ้าชม เพราะทึ่งในฝีมือและรสชาติของอาหารที่อร่อยไม่แพ้ห้องอาหารชื่อดังเลยทีเดียว
“ดีจังค่ะมีน่าชอบทำอาหาร มีน่าเคยลองทานอาหารไทยเหมือนกันนะคะ ตอนที่ไปเที่ยวเอ่อมีน่าหมายถึงตอนที่มีนักท่องเที่ยวจากเมืองไทยเข้ามาในร้านและขอยืมห้องครัวปรุงอาหารไทยมาให้ลองชิมกันถ้ามีน่าจำไม่ผิด เขาเรียกอาหารจานนั้นว่าผัดเพราอะไรสักอย่างนี่ละเ้าค่ะ”มีน่าอธิบาย เกือบจะหลุดไปว่าตอนที่ไปเที่ยวเมืองไทยซะแล้ว
“ผัดเพรานี่หมายถึงผัดกะเพรารึเปล่าจ้ะ”
“ใช่แล้วค่ะผัดกะเพราทานคู่กับไข่ทอดเรียกว่าไข่ดาวเนี่ยละค่ะ อร่อยมากๆๆเลย คิดแล้วมีน่าอยากทานอีกจัง”มีน่านึกถึงเมื่อก่อนที่ไปเที่ยวเมืองไทยกับเพื่อนๆและได้ลองทานอาหารตามร้านรถเข็นข้างทางดูอาหารรสชาติจัดจ้านแต่อร่อยแล้วก็ราคาไม่แพงด้วย
“ได้เลยจ๊ะ ไว้จบทริปนี้เมื่อไหร่ฉันจะทำให้มีน่าทานเอง”ปลายฟ้ายิ้มเอ็นดู นึกถูกใจสาวน้อยตรงหน้ามากขึ้นเรื่อยๆเพราะมีน่าเป็เด็กสาวที่ร่าเริงน่ารัก เลยอยากได้เป็น้องสาวขึ้นมาซะแล้วสิเอาไว้จบเื่น่าปวดหัวซะก่อนเถอะจะลองชวนมีน่ากับครอบครัวไปอยู่ที่เมืองไทยด้วยกันซะเลย ‘ว่าแต่เฮ้ออ.. นี่เราลืมไปได้ไงนะว่าถูกจับมาเป็ตัวประกันเรียกค่าไถ่จากท่านชีคและองค์รัชทายาทผู้ครองรัฐเลยนะ เอายังไงดีละเนี่ย รีบบอกให้ไอ้โจรบ้านี่พาเราไปที่วังของท่านชีคเร็วๆดีไหมนะไม่ต้องมีทริปท่องเที่ยวอะไรแล้ว ไหนๆมันก็เป็การหลอกลวงกันั้แ่ต้นนี่นา’ปลายฟ้าคิดพร้อมกับถอนใจยาวทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆต้องเอ่ยปากถาม
“เป็อะไรนะคุณถอนหายใจเป็คนแก่ไปได้” ชารีฟถามหญิงสาวปลายฟ้าเห็นเป็โอกาสเหมาะในการเจรจา เพราะตอนนี้ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆพวกเขาทั้งสองคนแล้ว
“เอ่อฉันมีเื่จะเจรจากับนายน่ะ”ปลายฟ้าเกริ่น
“เื่อะไรไม่ทราบครับคุณผู้หญิง”ชารีฟถามพร้อมกับทำหน้ายียวน จนหญิงสาวอดหมั่นไส้ไม่ได้ อยากจะประเคนหมัดให้สักตุ๊บสองตุ๊บก่อนเข้าเื่
“ฉันอยากเจรจากับนายเื่ส่งตัวฉันให้ชีคชารีฟา ฉัน้ายกเลิกกำหนดการ การท่องเที่ยวทั้งหมด แล้วก็จบเื่นี้ให้เร็วที่สุด”ปลายฟ้าพูดอย่างตรงไปตรงมา
“ไม่ได้!!!”ชารีฟแย้งกลับทันที
“ทำไมล่ะนาย้าเงินไม่ใช่เหรอ แล้วการที่นายเอาตัวฉันไปส่งให้ท่านชีคยิ่งเร็วเท่าไหร่แผนของนายก็จะสิ้นสุดเร็วขึ้นเท่านั้น มันน่าจะเป็ผลดีกับพวกนายนะ” ปลายฟ้าพูด เธอ้าจบเื่นี้ให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้ไม่ต้องข้องเกี่ยวกับชายหนุ่มตรงหน้ามากไปกว่านี้เธอไม่อยากให้ความรู้สึกและความคุ้นเคยที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว หยั่งรากลึกเกินกว่าจะถอนมันออกไปได้การสร้างความผูกพันกับใครสักคน ควรจะเริ่มต้นมาจากความรักของทั้งสองฝ่ายไม่ใช่เกิดจากความหลอกลวง ใจร้ายและเห็นแก่ตัวของใครบางคน
“คุณหยุดพูดดีกว่ากะอีแค่วันนี้หรืออีกสองอาทิตย์ข้างหน้า ยังไงคุณก็ได้เจอกับท่านชีคแน่ๆนี่คงอยากจะเป็ชีคคาจนตัวสั่นละสิท่า” ชารีฟอดโมโหไม่ได้ เมื่อเข้าใจว่าสุดท้ายแล้วหญิงสาวตรงหน้าก็เหมือนกับพวกคุณหนูทั่วๆไปไม่เคยเจอความยากลำบาก ทั้งยัง้าเพียงแค่ทรัพย์สินและอำนาจเท่านั้น เขาไม่น่าหวังลมๆแล้งๆเลยว่าปลายฟ้าจะต่างจากคนอื่นในเมื่อเป็อย่างนี้ก็ดี ต่อไปนี้ฉันจะให้เธอได้รับบทเรียนจริงๆสักทีผู้หญิงร้ายกาจเห็นแก่ตัวที่สร้างความทุกข์ให้คนอื่นมานานนับสิบปี โดยไม่คิดจะกลับมาแก้ไขความผิดที่ตัวเองทิ้งเอาไว้แม้เพียงสักครั้ง
“นายพูดบ้าอะไรของนายฉันไม่ใช่นายนะที่เห็นแต่ผลประโยชน์ถึงขนาดคิดต่อรองกับท่านชีคผู้ครองรัฐ เ้าชีวิตของพวกนายเองถึงนายจะมีคนยกย่องนับถือมากมายแต่สุดท้าย โจรก็ยังเป็โจรวันยังค่ำ” ปลายฟ้าหมดความอดทนกับคำพูดหยาบคายของชายตรงหน้า เลยโต้ตอบกลับไปบ้าง
“งั้นโจรอย่างผมก็ควรจะทำหน้าที่ให้เหมาะสมถูกไหมครับคุณปลายฟ้าเริ่มั้แ่ตอนนี้เป็ต้นไปคุณเป็แค่นักโทษของผมและนักโทษไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นคุณหยุดพูดเื่นี้ได้แล้วผมจะพาคุณไปหาท่านชีค จะฆ่าคุณหมกทะเลทรายหรือเอาคุณไปเป็นางบำเรอก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผมเท่านั้น”พูดจบชารีฟก็เดินจากไปทันที
“นี่หยุดนะไอ้โจรบ้ากลับมาคุยกันให้รู้เื่ อย่าเดินหนีไปแบบนี้นะ” ปลายฟ้ารีบวิ่งตามคนตัวโตที่กำลังกระโจนขึ้นหลังอูฐและขับขี่เ้านาวาแห่งทะเลทรายออกไปทันทีโดยไม่ฟังเสียงร้องเรียกของเธอ
“เกิดอะไรขึ้นนะมีน่าทำไมท่านชีคถึงรีบร้อนออกไปแบบนั้น แล้วทำไมคุณปลายฟ้าต้องวิ่งตามท่านด้วย”ฮาเซ็มถามน้องสาวที่กำลังยืนงงกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของทั้งสองอยู่เช่นกัน
“มีน่าก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะเมื่อกี้พวกท่านยังคุยกันดีๆอยู่เลย ทำไมถึงเป็แบบนี้ไปได้นะ” มีน่าพูดจบก็เดินเข้าไปหานายหญิงของตน
“คุณปลายฟ้าเป็อะไรหรือเปล่าเ้าคะแล้วเกิดอะไรขึ้นเ้าคะ ทำไมจู่ๆนายท่านถึงรีบร้อนออกไปแบบนั้น” มีน่าถามหญิงสาวที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงหน้า
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับนายของเธอมีน่า ฉันรู้แค่ตอนนี้ฉันอยากกลับบ้านเหลือเกิน”ปลายฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย จนมีน่ารู้สึกใจหาย ‘เกิดอะไรขึ้นกับท่านทั้งสองเ้าคะ’
“ฮาเซ็มบอกทุกคนให้เก็บข้าวของ เราจะออกเดินทางไปเดย์ลาคืนนี้เลย” ชารีฟสั่งหลังกลับจากการออกลาดตระเวนพื้นที่โดยรอบของโอเอซิส
“อ้าวทำไมเปลี่ยนใจล่ะครับ ไหนว่าเราจะค้างที่นี่อีกคืนหนึ่งแล้วค่อยเดินทางต่อ”ฮาเซ็มถามผู้เป็นาย เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ๆถึงเปลี่ยนแผน
“ไม่ต้องถามแค่ไปทำตามคำสั่งพอ” ชารีฟตอบกลับด้วยน้ำเสียงดุดัน
“มีน่าเกิดอะไรขึ้นทำไมดูทุกคนดูวุ่นวายกันไปหมด” ปลายฟ้าถามมีน่าเมื่อมองเห็นทุกคนช่วยกันเก็บข้าวของอย่างเร่งรีบ
“นายท่านให้เตรียมตัวออกเดินทางวันนี้เลยเ้าค่ะมีน่าขอตัวไปเก็บของให้คุณปลายฟ้าก่อนนะเ้าคะ” พูดจบมีน่าก็ออกไปทำงานของตนทันที
“นี่มันอะไรกันไหนบอกว่าจะค้างที่นี่คืนหนึ่งยังไงละ” ปลายฟ้าถามคนตัวโตที่ทำท่าทางนิ่งเฉยราวกับหญิงสาวไม่มีตัวตนอยู่ตรงหน้า
“นี่!! ฉันถามนายอยู่นะ ไม่ได้ยินหรือไง” ปลายฟ้ายังคงถามต่อไปในขณะที่ชายหนุ่มยังคงนิ่งเฉยอยู่อย่างนั้น สุดท้ายปลายฟ้าหมดความอดทน ‘ในเมื่อถามดีๆไม่ตอบ นี่แนะ’ ปลายฟ้าใช้เท้าเตะไปที่หน้าแข้งของคนตรงหน้าอย่างแรง
“โอ๊ยยทำอะไรของเธอนะยัยตัวแสบ” ชารีฟมองตรงไปที่ปลายฟ้าอย่างโมโห
“อ้าว นี่เห็นฉันแล้วเหรอนึกว่าหูหนวก ตาบอดไม่รู้สึกรู้สาอะไรซะอีก ดีนะที่ฉันช่วยตรวจสอบให้ไม่ต้องเสียเวลาตามหมอมารักษา” ปลายฟ้าโต้กลับอย่างไม่เกรงกลัว
“นี่เธอจะมากไปแล้วนะ มานี่เลยยัยดัวแสบ” ชารีฟลากตัวหญิงสาวไปยังพาหนะคู่ใจหลังจากนั้นก็อุ้มหญิงสาวขึ้นไปนั่งพร้อมกับกระโจนขึ้นไปยังตำแหน่งประจำทันที
“ฮาเซ็ม ฉันจะล่วงหน้าไปก่อนพวกนายรีบตามไปก็แล้วกัน” พูดจบชารีฟก็ออกเดินทางทันที
“นี่นายหยุดนะเป็บ้าอะไรเนี่ย ทำไมอยู่ๆก็เปลี่ยน… เอ๊ะ หรือว่านายเปลี่ยนใจยอมทำตามที่ฉันบอก”ปลายฟ้านึกขึ้นได้ ถึงสิ่งที่เธอพยายามเจรจากับชารีฟก่อนหน้านี้
“ไม่มีทางอย่าคิดเข้าข้างตัวเองไปหน่อยเลยปลายฟ้า ผมบอกแล้วไงว่าต่อไปนี้คุณคือนักโทษไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรทั้งสิ้น นอกจากทำตามคำสั่งของผมเท่านั้น” ชารีฟโต้กลับด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
“นายคิดจะทำอะไรกันแน่นายชารีฟ นายรู้ตัวหรือเปล่าว่าทำให้คนอื่นเค้าเดือดร้อนวุ่นวายกันไปหมด” ปลายฟ้าถามชายหนุ่ม แต่เขากลับเมินเฉยทำราวกับว่าปลายฟ้าไม่มีตัวตน
“เธอไม่มีสิทธิ์มาถามฉันแค่ทำตามคำสั่งก็พอ” ชารีฟพูดจบก็บังคับเ้าอูฐคู่ใจให้วิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
“ไอ้บ้าไอ้คนนิสัยไม่ดี นายมันก็ดีแต่ออกคำสั่ง คิดว่าตัวเองใหญ่คับฟ้าแค่ไหนเชียวไอ้โจรบ้าเอ้ยยย” ปลายฟ้าโกรธจนพูดออกมาเป็ภาษาไทยซึ่งชายหนุ่มไม่เข้าใจและไม่ได้สนใจจะซักถาม เพราะแน่ใจว่าปลายฟ้าไม่ได้สรรเสริญเขาอยู่แน่ๆ
“เราจะตั้งกระโจมกันตรงจุดนี้แยกย้ายกันไปจัดการกันให้เรียบร้อย แล้วเรียกหัวหน้าหน่วยมาประชุมพร้อมกันภายในครึ่งชั่วโมงเราจะเปลี่ยนหมายกำหนดการเดินทางใหม่ทั้งหมด” ชารีฟสั่งฮาเซ็มให้เรียกประชุมทุกหน่วยทั้งในส่วนของฝ่ายเสบียงอารักขา เวรยามและตัวแทนเผ่าอารายันซึ่งก็คือฮาเซ็มในขณะนี้นั่นเอง
“ที่เราต้องเรียกประชุมด่วนเพราะ้าจะเปลี่ยนหมายกำหนดการเดินทางทั้งหมด ต่อไปนี้จะไม่มีแผนกำหนดการล่วงหน้าเพราะฉะนั้นทุกหน่วยต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ กำหนดการในแต่ละวันจะถูกแจ้งโดยเราเท่านั้น”ชารีฟบอกให้หัวหน้าหน่วยรับทราบพร้อมกัน โดยไม่ได้ชี้แจงใดๆทั้งสิ้นแต่ทุกคนก็พร้อมรับคำสั่งของนายเหนือหัวด้วยความเต็มใจหลังจากประชุมเสร็จทุกฝ่ายต่างก็แยกย้ายกันกลับกระโจมของตน เหลือก็แต่ชารีฟและฮาเซ็มซึ่งรู้ใจกันดีว่ามีเื่ต้องคุยกันต่ออีกยาวกว่าชารีฟจะกลับเข้ามาในกระโจม เวลาก็ล่วงเข้าสู่วันใหม่ได้สองชั่วโมงแล้วในขณะที่ตนกำลังจะเอนตัวลงนอนข้างกายปลายฟ้ากลับได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างตื่นตระหนกของหญิงสาวซะก่อน
“อย่าอย่าเข้ามานะ แกเป็ใครออกไป พ่อคะพ่อเป็อะไรหรือเปล่าคะ กรี๊ดดดด!!!” ท่ามกลางภาพฝันอันน่าสะพรึงกลัวปลายฟ้ากรีดร้องออกมาโดยไม่รู้ตัว ชารีฟรีบเข้าไปปลุกหญิงสาวทันทีเพื่อให้เธอตื่นจากฝันร้าย
“ปลายฟ้าปลายฟ้าตื่นเถอะ ปลายฟ้านี่พี่เองนะตื่นสิคนดี ปลายฟ้า” ชารีฟเขย่าตัวหญิงสาวอยู่นานสักพักปลายฟ้าจึงลืมตาตื่นขึ้นมาและพบกับความจริงตรงหน้า เธอฝันแบบเดิมอีกแล้วแต่มันเป็ฝันที่เสมือนจริงราวกับไม่ใช่ฝัน ั้แ่มาที่จามาลเธอรู้สึกและเริ่มแน่ใจว่าสิ่งที่เธอเห็นไม่ใช่แค่ความฝันดังที่บิดามารดาของเธอบอกแต่มันเป็ส่วนหนึ่งของความทรงจำในอดีตอดีตที่เธอไม่สามารถจดจำได้ขณะอาศัยอยู่ที่นี่ที่บ้านเกิดของบิดาและถิ่นกำเนิดของเธอ ‘มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมเราถึงจำเื่ราวตอนเด็กๆไม่ได้เลยล่ะหรือเพราะอุบัติเหตุที่พ่อของเธอเล่าให้ฟัง เมื่อครั้งเดินทางท่องเที่ยวในทะเลทรายกับพ่อของเธอพ่อของเธอเล่าว่าขณะท่องเที่ยวอยู่นั้นวันหนึ่งเธอเล่นซนจนพลัดหลงอยู่ในทะเลทรายเป็เวลาหนึ่งคืนเต็มๆและเกิดอุบัติเหตุทำให้เธอร่วงหล่นลงไปตามแนวสันทรายที่สูงชัน กว่าจะพาตัวขึ้นมาได้ทั้งเธอและพ่อก็ได้รับาเ็สาหัส เป็สาเหตุให้เธอสูญเสียความทรงจำในวัยเด็กไปเพราะแรงกระแทกตามที่พ่อแม่ของเธอเล่าให้ฟังแต่ทำไมในฝันเธอกลับเห็นภาพชายผู้หนึ่งกำลังไล่ล่าเธอกับพ่ออยู่ในวิหารเก่าๆท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ นับั้แ่เธอเหยียบย่างเข้ามายังรัฐจามาลแห่งนี้ดูเหมือนว่าความฝันของเธอจะยาวนานขึ้นเรื่อยๆทำให้ส่วนหนึ่งของความทรงจำชัดเจนขึ้นแต่ทำไมเธอกลับฝันและจำได้แต่เื่พวกนี้กัน เกิดอะไรขึ้นกับเธอและพ่อของเธอในตอนนั้นแล้วคนที่ไล่ล่าพวกเธอคือใคร ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว
“ปลายฟ้าเธอเป็อะไรหรือเปล่า ปลายฟ้า” ชารีฟเรียกหญิงสาวที่กำลังเหม่อลอยอีกครั้ง
“นี่นายเข้ามาั้แ่เมื่อไหร่กันแล้วตอนนี้เวลาอะไรเหรอ” ปลายฟ้าถามคนข้างๆ
“ผมเพิ่งเข้ามาได้สักพักกำลังจะเอนตัวนอนก็เห็นคุณดิ้นไปมา ทั้งยังส่งเสียงร้องซะดังเลยั้แ่เดินทางมาด้วยกัน คุณเป็แบบนี้หลายครั้งแล้วนะปลายฟ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณกันแน่” ชารีฟถามด้วยความเป็ห่วงเพราะั้แ่เดินทางค้างแรมมาด้วยกัน ชารีฟสังเกตได้ว่าหญิงสาวมักจะฝันร้ายอยู่เสมอแม้บางครั้งจะไม่ถึงขนาดกรีดร้องขึ้นมากลางดึก แต่นับวันฝันร้ายของหญิงสาวกลับทวีรุนแรงขึ้นมันเป็เพราะอะไรกันแน่ เขาต้องหาทางสืบเื่นี้ให้รู้ให้ได้
“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่เคยประสบอุบัติเหตุเลยทำให้ฝันร้ายน่ะ”ปลายฟ้าไม่ได้เล่าความจริงให้ชายหนุ่มฟังเพราะคิดว่าไม่จำเป็ ที่สำคัญเธอไม่อยากให้ชายหนุ่มเข้าใกล้ความเป็เธอมากไปกว่านี้
“คุณเคยประสบอุบัติเหตุเหรอเมื่อไหร่กันเล่าให้ผมฟังได้รึเปล่า เผื่อผมจะช่วยให้ฝันร้ายหายไปไง” ชารีฟถามต่อเมื่อเห็นหญิงสาวนิ่งไป
“ฉันว่านายนอนเถอะอย่าเสียเวลากับเื่ของฉันเลยฉันเองก็ยังง่วงอยู่เลย ว่าแต่นายไปนอนให้ห่างๆฉันเลยนะไม่ต้องเข้ามาใกล้นู่นที่นอนนายตรงนู้นฉันจัดไว้ให้แล้ว ไปนอนไกลๆเลยไป” ปลายฟ้าไล่
“ไม่ล่ะผมจะนอนตรงนี้ เผื่อคุณฝันร้ายอีก ผมจะได้ปลุกคุณให้ตื่นไง” ชารีฟพูดพร้อมกับมองหญิงสาวด้วยความห่วงใยทำให้ปลายฟ้าอดใจสั่นและปฏิเสธคนตรงหน้าไม่ลง
“ไม่ต้องห่วงหรอกอย่างน้อยฝันร้ายก็ไม่เคยตามหลอกหลอนฉันซ้ำๆกันในคืนเดียว นายไปนอนเถอะ ถ้านายไม่ไปฉันย้ายไปนอนตรงนู้นเองก็ได้”ปลายฟ้าทำท่าจะลุกออกไปแต่ถูกชายหนุ่มรั้งให้นอนลง
“เอาเถอะผมไปนอนตรงนู้นก็ได้คุณหลับต่อให้สบายเถอะไม่ต้องกังวลนะ ตราบใดที่ผมอยู่ตรงนี้ผมจะดูแลคุณเอง”ชารีฟบอกกับปลายฟ้าทำให้หญิงสาวรู้สึกได้ถึงความห่วงใยที่ส่งผ่านมาถึง ชารีฟในขณะนี้ไม่เหมือนโจรร้ายหรือโจรบ้ากามอย่างที่ผ่านมาเลยสักนิด ทำให้ปลายฟ้ารู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยจนผล็อยหลับไปทั้งๆที่ชารีฟยังอยู่ข้างๆ