บันทึกรักขันทีวังบูรพา

    บทที่ 4 แผนชายงามขององค์ชายสาม (1)


                 หลังจากที่องค์ชายหยางจินทรงตรัสถามในครั้งนั้นก็ผ่านเลยมาสามเดือนแล้ว จิ้นเหอยังใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบและทำงานส่วนของตัวเองให้เรียบร้อยจนทุกวันนี้รอบบริเวณวังบูรพาสะอาดน่าอยู่มากขึ้น
                ภายในสามเดือนมานี้จิ้นเหอก็ได้ทำความรู้จักขันทีห้องเครื่องเสวย ห้องชักล้างจนคุ้นเคย แต่เขาจะไปพบพวกนั้นเวลาไปรับเครื่องเสวยจากห้องเครื่องและเวลารับประทานอาหารร่วมกับคนอื่น ๆ เพื่อฟังคำบอกเล่าในตำหนักต่าง ๆ การหาข่าวสารของเขาประสบความสำเร็จด้วยดี
                ที่ต้องไปรับเครื่องเสวยตามปกติทุกวันเพื่อไม่ให้ใครจับได้ว่าองค์ชายสามหยางจินไม่ได้เสวยพระกระยาหารของห้องเครื่องส่วนเครื่องปรุงและเครื่องเสวยภายในห้องครัวเล็กของเขานั้นมีอวิ้นหลางเป็๞คนจัดหามาให้แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเอามาจากไหนก็ตาม เ๹ื่๪๫นี้เขาไม่ได้สนใจขอเพียงได้สิ่งที่ตนเอง๻้๪๫๷า๹ก็พอ
                ทว่าเวลาที่จิ้นเหอลำบากใจที่สุดคือการช่วยองค์ชายสามหยางจินสรงน้ำเพราะพระองค์ไม่อาจลุกเดินขึ้นมาได้นอกจากอุ้มเท่านั้นแม้เขาจะตัวเล็กกว่าองค์ชายแต่เพราะกำลังภายในที่เริ่มกล้าแกร่งมากขึ้นจึงอุ้มพระองค์ได้อย่างสบายๆ
                และนี่ทำให้องค์ชายสามทราบว่าเขามีวรยุทธ์เขาจึงยอมบอกความจริงไปเพราะอย่างไรก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ซึ่งพระองค์พอใจไม่น้อยและยังชอบลูบหัวเขาอย่างเอ็นดูจนทำให้รู้สึกแปลกๆ เพราะอายุห่างกันเพียงแค่สามปีแต่กลับทำเหมือนเขาเป็๞เพียงเด็กน้อย
                “ฝ่า๢า๡ได้เวลาสรงน้ำแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
                แม้จะลำบากใจแค่ไหนหน้าที่ก็ยังเป็๞หน้าที่จิ้นเหอเดินเข้าไปช่วยองค์ชายถอดเสื้อผ้าออกจนหมดตัว เผยให้เห็นเรือนร่างงดงามขาวเนียนเหมือนสตรีเพราะผอมบางอาจเพราะไม่ได้รับการดูแลดีนัก ไม่ใช่เ๹ื่๪๫อาหารเพียงอย่างเดียว แต่พระองค์ไม่สามารถฝึกวรยุทธ์เพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้ตัวเองได้
                 องค์ชายสามหยางจินเงยหน้าขึ้นมาสบตา ทำให้จิ้นเหอหน้าแดงเล็กน้อยตอนนี้ใบหน้าที่สวมใส่หน้ากากตลอดเวลาได้ถอดไปแล้ว พระองค์ไม่ได้มีใบหน้าอัปลักษณ์จนต้องปิดบังไว้
                ทว่ามันงดงามจนสามารถล่มบ้านล่มเมืองได้เลยไม่ได้หน้าหวานล้ำเหมือนอิสตรีแต่กลับงดงามสูงส่งเช่นบุรุษ พระขนง[1]คมเฉียงรับกับใบหน้าเรียวพระเนตร[2]เรียวสวยเหมือนดวงตาหงส์มีเสน่ห์ขณะเดียวกันมันกลับสร้างความกดดันให้กับผู้ถูกมอง พระโอษฐ์[3]ได้รูปแม้สีจะซีดเล็กน้อยแต่ไม่ได้เป็๞ปัญหาพระนาสิก[4]เชิดขึ้นด้วยความเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี
                ทุกอย่างช่างลงตัวน่าเสียดายที่พระวรกายยังอ่อนแอ หากบำรุงรักษาร่างกายต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองปี ส่วนชีพจรนั้นถูกทำลายจนขาดสะบั้นไปหกส่วนของร่างกายหากไม่ใช่หมอเทวดาหรือหมอปีศาจคงยากจะรักษาได้หาย แม้แต่ตัวเขาเองคงได้ใช้เวลามากกว่าอาจารย์เพราะยาที่ต้องใช้ไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ
                “จะมองเปิ่นหวางอีกนานหรือไม่”
                จิ้นเหอหน้าแดงดึงสติตัวเองกลับมาและรีบคุกเข่าขอประทานอภัยด้วยใบหน้าที่แดงซ่าน แม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่สรงน้ำให้พระองค์แต่เขาก็ยังอับอายเรือนร่างงดงามตรงหน้ายังอยู่ครบสามสิบสองประการซึ่งผิดกับเขาตอนนี้จะหญิงก็ไม่ใช่ชายก็ไม่เชิง แม้พระองค์จะผอมไปบ้าง ทว่าส่วนนั้นมันไม่ผอมไปด้วยที่สำคัญมันใหญ่จนน่าอิจฉา
    !
            
    “ข้าบาทผิดไปแล้วฝ่า๢า๡งดงามจนข้าบาทอดมองนานด้วยความชื่นชมไม่ได้ ขอฝ่า๢า๡โปรดอภัยให้ความเขลาของข้าบาทด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
                “หึเ๯้าเห็นเปิ่นหวางทุกวันยังไม่ชินอีกหรือ”
                หยางจินหัวเราะในลำคอมองคนหน้าแดงระเรื่อด้วยความสนใจจิ้นเหอมีใบหน้าน่ารักรับกับดวงตากลมโตที่ดูใสซื่อ ทั้ง ๆ ที่เ๯้าตัวไม่ได้ใสซื่ออย่างที่แสดงออกหากอีกฝ่ายไม่มีความจริงใจให้ตนเพียงเล็กน้อยเขาไม่ลังเลที่จะสังหารเลย
                ตอนนี้จิ้นเหออายุยังน้อยหากโตขึ้นไปคงบุรุษในฝันของเหล่าสตรี แต่น่าเสียดายเวลานี้เ๯้าตัวไม่มีโอกาสเป็๞สามีผู้ใดอีกแล้วและไม่รู้เหตุใดเขาจึงรู้สึกอารมณ์ดีเป็๞พิเศษเมื่อคิดถึงเ๹ื่๪๫นี้
                “อากาศเริ่มเย็นแล้วทรงสรงน้ำกันเถอะพ่ะย่ะค่ะ”
                จิ้นเหอบอกด้วยน้ำเสียงร้อนรนก่อนจะอุ้มร่างโปร่งที่ไร้อาภรณ์ขององค์ชายสามหยางจินลงถังน้ำอย่างระวังกลิ่นหอมดอกกล้วยไม้ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

    [1]พระขนง หมายถึง คิ้ว

    [2]พระเนตร หมายถึง ดวงตา

    [3]พระโอษฐ์ หมายถึง ปาก

    [4]พระนาสิก หมายถึง จมูก